| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๙๓)
ตอนที่ (๙๒) อ่านที่นี่
คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะปริจเฉทที่ ๑ ครั้ง ๑๑
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๘
เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ผมได้แสดงเรื่องของอกุศลจิตไปในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้ท่านนักศึกษามีความเข้าใจอย่างกว้างขวาง ได้แสดงถึงผลของอกุศลที่จะเกิดกับผู้ใหญ่ตลอดจนเยาวชนในอนาคต และหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขในประการต่างๆ ผมได้กล่าวถึงโยนิโสมนสิการ การทำใจให้แยบคาย และอโยนิโสมนสิการ การทำใจไม่แยบคาย ว่าคืออะไร เหตุทั้งในชาตินี้และชาติก่อนทำให้โยนิโสและอโยนิโสมนสิการเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง ในวันนี้ผมก็จะได้อธิบายถึงอกุศลกรรมบถต่อไป
อกุศลกรรมบถคืออะไร
อกุศลกรรมบถได้แก่หนทางแห่งการกระทำอกุศลนั่นเอง ซึ่งมีอยู่ ๑๐ หัวข้อด้วยกัน
ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่า ปุถุชนทั้งหลายย่อมจะมีความโน้มเอียงไปในทางมักได้เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบชิงดีชิงเด่นกันอย่างหนักหน่วงรุนแรง เพื่อผลคืออารมณ์ต่างๆ ที่พึงปรารถนาทางทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือทางกาย ทางวาจา ทางใจ
เมื่อความปรารถนาในอารมณ์ได้เกิดขึ้น และในขณะนั้นมิได้ใช้โยนิโสมนสิการคือการทำใจให้แยบคายแล้ว จิตก็จะหนีไปจากอกุศลนั้นๆ ไม่ได้ บุคคลทั้งหลายผู้ซึ่งขาดการพิจารณาโดยแยบคายก็จะขาดความยับยั้งชั่งใจ ถ้าประกอบกับอดีตได้เคยสั่งสมอบรมมาสนับสนุนบันดาลใจเข้าด้วยแล้ว ก็จะกระทำการอันเป็นทุจริตได้โดยไม่ยากเลย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:20:16 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 1
อกุศลกรรมนั้น เมื่อกล่าวโดยกรรมทวาร คือการกระทำที่จะเป็นเหตุให้บังเกิดความสำเร็จในการกระทำอกุศลกรรมแล้ว มีอยู่ ๓ ประการ คือ
๑. อกุศลกายกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางกาย ๒. อกุศลวจีกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางวาจา ๓. อกุศลมโนกรรม = อกุศลกรรมที่เกิดขึ้นทางใจ
สำหรับคำว่า กรรมทวารนั้นคือ การกระทำที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ หรือการแสดงออกทางกาย วาจา และใจ หมายถึงว่า เป็นเหตุให้เกิดการกระทำตามทวารต่างๆ
กรรมทวารมีอยู่ ๓ อย่าง คือ
๑. กายทวาร = กายเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ กายวิญญัติรูป ๒. วจีทวาร = วาจาเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ วจีวิญญัติรูป ๓. มโนทวาร = ใจเป็นเหตุให้เกิดการกระทำ ได้แก่ จิตทั้งหมด โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:20:41 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 2
คำว่า วิญญัติรูป นั้น ได้แก่ การแสดงออกทางกาย และทางวาจา เช่น การเคลื่อนไหวอิริยาบถ มียืน เดิน เป็นต้น การแสดงออกทางวาจา เช่นในการกล่าวถ้อยคำมีภาษาพูดต่างๆ เป็นต้น เพื่อแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของอิริยาบถ และวาจาที่ได้กล่าวออกไปเหล่านั้น ว่ามีความมุ่งหมายประการใด จิตใจแสดงเจตนานั้นออกไปเป็นการกระทำรูปทางกาย และรูปทางวาจาให้เกิดขึ้น
ส่วนใจเป็นเหตุให้เกิดการกระทำขึ้นภายในจิตใจ เช่นคิดนึกเรื่องราวต่างๆ เป็นต้น และความคิดนึกมิได้เป็นวิญญัติรูป เพราะมิได้แสดงรูปอะไรอย่างหนึ่งอย่างใดให้ปรากฏแก่คนทั้งหลาย จึงได้แก่จิตทั้งหมด ด้วยเหตุดังกล่าว พระอรรถกถาจารย์ที่ได้แสดงไว้ในอัฏฐสาลินีอรรถกถาจึงได้แสดงว่า "สพฺโพ ปิ มโนทวารํ" แม้จิตทั้งหมดก็เป็นมโนทวาร โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:21:01 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 3
เจตนากับกรรม
ขอให้ท่านนักศึกษาทั้งหลายลองคิดดู ถ้าเราจะทำสิ่งหนึ่งประการใด ถ้าเราจะยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม หรือถ้าเราจะกระดิกนิ้วสักนิดหนึ่ง เราจะต้องอาศัยอะไรเป็นหลักสำคัญ แน่ละ มันจะต้องมีเหตุผลหลายอย่าง มันจะต้องอาศัยอะไรหลายสิ่ง แต่ผมขอให้ท่านพิจารณาถึงตัวการที่สำคัญที่สุด ที่เป็นหัวหน้า ที่เป็นตัวบงการ หรือเป็นตัวทำให้สัมปยุตตธรรม คือธรรมชาติที่เกิดพร้อมกันเหล่านั้นร่วมกันทำงาน
แน่นอนทีเดียว ท่านทั้งหลายคงจะไม่ปฏิเสธว่า ตัวการสำคัญที่ทำให้การงานต่างๆ ดำเนินไปได้นั้น ได้แก่ความปรารถนา ความจงใจ หรือความตั้งใจเกิดขึ้นมาก่อน เราคิดเราตั้งใจว่า จะกิน จะดื่ม เราตั้งใจว่าจะเดินหรือนั่งเกิดขึ้นมาก่อน แล้วจึงได้กระทำลงไป และถ้าเรามิได้มีความตั้งใจเกิดขึ้นมาก่อน ก็ย่อมจะแสดงอะไรออกมาไม่ได้ เช่นมิได้ตั้งใจว่าจะพูด ก็จะพูดไม่ออก มิได้ตั้งใจจะเดิน ก็จะก้าวขาไม่ได้ เมื่อตั้งใจว่าจะพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วก็พูดออกไป เมื่อตั้งใจว่าจะเคลื่อนไหวอิริยาบถท่าไหนก็กระทำลงไป แม้แต่การคิดนึกในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทางมโนทวาร ก็จะต้องมีความตั้งใจว่า จะคิดนึกถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แล้วจึงได้คิดนึกไป (แม้การแสดงออกในเวลาตกใจ ซึ่งเป็นไปโดยรวดเร็วก็หนีเจตนาไปไม่ได้)
ด้วยเหตุดังที่ผมอธิบายมา ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า การกระทำหรือการแสดงออกของสัตว์ทั้งหลาย ทางกาย ทางวาจา และทางใจ จึงหนีเจตนาไปไม่ได้ หนีความตั้งใจไปไม่พ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงว่า เจตนานี่แหละชื่อว่ากรรม โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:21:18 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 4
อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นการกล่าวโดยมิได้แสดงแยกประเภทแล้ว เจตนากับกรรมนี้ ก็ย่อมจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเพราะเจตนาเป็นธรรมที่เกิดก่อนกรรม(ปุพพภาคธรรม) กรรมเป็นธรรมที่เกิดภายหลังเจตนา(ปัจฉาภาคธรรม) ท่านพระมหาพุทธโฆษาจารย์ ได้แสดงไว้ในอุบาลีสูตรแห่งมัชฌิมปัณณาสอรรถกถาว่า
"กสฺมา เจตนา กมฺมนฺติ วุตฺตา? เจตนา มูลกตฺตา กมฺมสฺส" "เพราะเหตุใด พระผู้มีพระภาคจึงทรงกล่าวว่า เจตนาชื่อว่ากรรม? ก็เพราะการกระทำที่สำเร็จลงนั้น มีเจตนาเป็นมูล"
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ในฉักกนิบาตอังคุตตรพระบาลีว่า
"เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย มนสา" "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่บุคคลมีความตั้งใจเป็นเครื่องกระตุ้น แล้วก็กระทำการงานนั้นๆ สำเร็จลงด้วยกายบ้าง ด้วยวาจาบ้าง ด้วยใจบ้าง ด้วยเหตุนี้ ตถาคตจึงกล่าวว่า เจตนานี้เป็นตัวกรรม"
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:21:34 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 5
อกุศลที่เกิดทางกาย (เป็นส่วนมาก) ชื่อว่ากายกรรม มี ๓ คือ ปาณาติบาต ฆ่าสัตว์ อทินนาทาน ลักทรัพย์ กาเมสุมิจฉาจาร ล่วงประเวณี
อกุศลที่เกิดทางวาจา (เป็นส่วนมาก) ชื่อว่าวจีกรรม มี ๔ คือ มุสาวาท พูดปด ปิสุณวาจา พูดส่อเสียด ผรุสวาจา พูดคำหยาบ สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ
อกุศลที่เกิดทางใจ (เป็นส่วนมาก) ชื่อว่ามโนกรรม มี ๓ คือ อภิชฌา ความเพ่งเล็งอยากได้ พยาบาท คิดปองร้ายเขา มิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นผิด
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:21:54 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 6
ในอกุศลทั้ง ๑๐ ประการนี้ เราเรียกกันว่า อกุศลกรรมบถ ๑๐ อันได้แก่หนทางแห่งการกระทำบาป หรือเรียกว่า ทุจริต ๑๐ มีอกุศลที่เกิดขึ้นทางกาย ๓ อกุศลที่เกิดขึ้นทางวาจา ๔ และอกุศลที่เกิดขึ้นทางใจอีก ๓ รวมเป็น ๑๐ ประการ
นักศึกษาเห็นคำที่ว่า "เป็นส่วนมาก" ภายในวงเล็บของอกุศลทางกาย ทางวาจา ทางใจแล้ว คงจะมีความสงสัยว่า มีคำว่าเป็นส่วนมากเอาไว้ทำไม เพราะปาณาติบาต การฆ่าสัตว์ เป็นต้นนั้น จะต้องฆ่าโดยทางกายก็ถูกต้องแล้ว
ที่ต้องมีคำว่า เป็นส่วนมาก ก็ด้วยความปรารถนาที่จะไม่ให้ท่านนักศึกษาคิดว่าอกุศลทางกายกรรมทั้ง ๓ เป็นต้นนั้น กระทำบาปโดยอาศัยทางกายทางเดียวอย่างแน่นอนเสมอไป เพราะว่าบางทีก็มิได้อาศัยทางกายบ้างก็มี เช่น ปาณาติบาต การฆ่าสัตว์ เราอาจใช้วาจาสั่งให้คนอื่นอื่นฆ่าก็ได้เหมือนกัน แล้วสัตว์ก็ได้ตายไปสมกับความตั้งใจด้วย เป็นอันครบองค์ของกุศล
นอกจากนั้น อกุศลที่เกิดขึ้นทางวาจาก็ไม่ใช่จะเกิดทางวาจาแน่นอนเสมอไป เพราะอาจจะเกิดขึ้นทางกายก็ได้ เช่น ปิสุณวาจา คือพูดจาส่อเสียดยุยงให้เขาแตกร้าวกัน เราอาจยุยงเขาด้วยการเขียนหนังสือ อันเกิดจากทางกาย หรือเราแสดงกิริยาอาการอันเป็นทางกายให้ผู้อื่นรู้ก็ได้ ดังนี้เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [30 ม.ค. 2549 , 07:22:19 น.] ( IP = 58.136.212.123 : : )
สลักธรรม 7อ่านเรื่องบาปแล้วน่ากลัวจังนะครับท่านอาจารย์ และเกิดได้ง่ายมากๆเลย ถ้าขาดโยนิโสมนสิการเท่านั้น ความน่ากลัวแห่งบาปจึงมีได้ง่ายๆ
ผมจึงพยามหางานที่เป็นกุศลทำเสมอๆ เพื่อหลีกละจากการใช้ชีวิตไปอย่างขาดเป้าหมายซึ่งจะเป็นบาปเสียส่วนใหญ่ครับ
ก็ด้วยคำสั่งสอนของอาจารย์ที่ยกตัวอย่างมาแสดงเอาไว้ ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น ใจรักและศรัทธาในคุณงามความดีมากขึ้นกว่าเดิมครับ
จึงขอระลึกและเทิดพระคุณของท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าครับผม.
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ม.ค. 2549 , 10:39:45 น.] ( IP = 58.8.94.42 : : )
สลักธรรม 8การไม่มีโยนิโสมนสิการ..เป็นเหตุให้ทำอกุศลได้ง่ายๆเลยค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [30 ม.ค. 2549 , 13:12:23 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |