มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๙๔)






ตอนที่ (๙๓) อ่านที่นี่


คำว่า กรรมบถ มาจากคำบาลีที่ว่า กมฺมปถ
คำว่า กมฺม = การกระทำ คำว่า ปถ = หนทาง
เมื่อรวมกันแล้ว กมฺมปถ ก็แปลว่า การกระทำอันเป็นหนทางไปสู่อบายภูมิ คือที่เกิดที่ได้รับความทุกข์ยากลำบาก มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน

การแสดงถึงอกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ซึ่งเป็นการแสดงออกทางกาย ทางวาจา ทางใจ อยู่เสมอๆ ในชีวิตประจำวันของบุคคลทั่วไป เพื่อประโยชน์ของท่านนักศึกษาก็ควรอธิบายขยายความให้ท่านได้เข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งเข้าใจง่ายด้วย จึงจำเป็นจะต้องเอาหลักการมาวาง พร้อมทั้งยกตัวอย่างขึ้นมาประกอบเป็นเรื่องๆไปด้วย การศึกษาก็คงจะช้าไปบ้าง แต่ก็ได้เรื่องราวละเอียดลออขึ้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:07:01 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

อธิบายกายกรรม ๓ คือ ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร

๑. ปาณาติบาต
เมื่อแยกคำนี้ออกแล้ว ก็จะได้เป็น ๒ บท คือ ปาณ + อติปาต
ปาณ = เมื่อว่าโดยทั่วไปก็ได้แก่สัตว์ทั้งหลาย แต่ถ้าจะกล่าวตามหลักของปรมัตถ์ก็ได้แก่ชีวิตรูป ชีวิตนาม อติปาต แปลว่า ก้าวล่วงความเบียดเบียน
ปาต = ให้ตกไป
เมื่อรวมกันเข้าแล้ว ปาณาติปาต แปลว่า ทำให้ชีวิตตกล่วงไป คือ ทำให้สัตว์นั้นตายก่อนจะถึงเวลากำหนดที่อายุของสัตว์จะอยู่ได้

ในการทำปาณาติบาตนั้น วธกเจตนา ซึ่งได้แก่มีความตั้งใจฆ่า เป็นประการสำคัญที่สุด

การทำอกุศลนั้น ย่อมจะมีกำลังของการกระทำแตกต่างกัน บางครั้งก็มีกำลังมาก บางครั้งก็มีกำลังน้อย ถ้ามีกำลังมากก็เรียกว่าล่วงกรรมบถ ถ้ามีกำลังน้อยก็เรียกว่า ไม่ล่วงกรรมบถ หรือพูดว่าครบองค์ทุจริต และไม่ครบองค์ทุจริต

การกระทำกุศลที่ล่วงกรรมบถ หรือครบองค์ทุจริตนั้นมีกำลังมาก เมื่อมีกำลังมาก ก็มีความสามารถให้สำเร็จผลเป็นชนกกรรม คือกรรมที่นำไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิ มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน แต่อย่างไรก็ดี ในบางครั้ง(ส่วนน้อย) แม้ถึงไม่ล่วงกรรมบถ ก็มีความสามารถให้กำลังนำไปสู่อบายภูมิได้ก็มีเหมือนกัน ซึ่งผมจะได้อธิบายต่อไปข้างหน้า

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:08:08 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

อกุศลกรรมที่จะก้าวล่วงกรรมบถ หรือครบองค์ทุจริตนั้น ก็แล้วแต่ว่า ครบองค์กรรมบถหรือไม่ สำหรับผู้ทำการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จะได้ชื่อว่าก้าวล่วงกรรมบถ ต้องประกอบด้วยองค์ทั้ง ๕ คือ
๑.ปาโณ สัตว์มีชีวิต
๒.ปาณสญฺญิตา รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓.วธกจิตฺตํ มีจิตคิดจะฆ่า
๔.ปโยโค ทำความเพียรเพื่อจะฆ่า
๕.เตนมรณํ สัตว์ต้องตายเพราะความเพียรนั้น

การทำบาปฆ่าสัตว์นั้น มีองค์ทั้ง ๕ ผู้ใดฆ่าสัตว์ โดยกระทำลงไปครบองค์ ๕ แล้วก็ได้ชื่อว่า ล่วงกรรมบถ ซึ่งมีกำลังหรือมีโทษมาก แต่ถ้ามิได้ครบองค์ของกรรมบถเช่น ไม่รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต อันเป็นการเว้นข้อ ๒ หรือสัตว์ที่ตั้งใจฆ่านั้นมิได้ตายลงด้วยการฆ่า เป็นการเว้นในข้อ ๕ เป็นต้น

การฆ่าสัตว์ที่ว่ามีกำลังมากนั้น หมายถึงการให้ผลมาก และสามารถนำไปสู่การปฏิสนธิ คือมีกำลังที่จะส่งไปเกิดในชาติหน้าได้ เรียกว่าให้ผลในปฏิสนธิกาล ถ้ากำลังไม่มากแล้ว ให้ผลในปฏิสนธิกาลไม่ได้ แต่ก็จะให้ผลในปวัตติ คือเกิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วจึงแสดงผลภายหลัง เช่นในการเบียดเบียนทำให้เจ็บป่วยออดแอด เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:09:09 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

การทำอกุศลนั้น แม้จะทำการอย่างเดียวกัน แต่ก็หาให้ผลเสมอกันไม่ เพราะผลจะมากหรือน้อยก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนาเป็นสำคัญ ถ้าเจตนามีกำลังมากผลก็ย่อมมาก

อย่างไรก็ดี ผลที่เกิดขึ้นจากการฆ่าสัตว์นั้น ผู้ทำการฆ่าสัตว์ย่อมได้รับผลแตกต่างกันไปอีกมาก เช่น ความพากเพียรในการกระทำมาก หรือไม่ได้พยายามเลย การฆ่าสัตว์ใหญ่หรือฆ่าสัตว์เล็กๆ และฆ่ามนุย์กับฆ่าสัตว์เดรัจฉาน เหล่านี้เป็นต้น

ปาณาติบาต คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น แยกการให้ผลออกเป็น ๒ ประการ คือ
๑.มหาสาวัชชะ ได้แก่การให้ผลที่มีโทษมาก
๒.อัปปสาวัชชะ ได้แก่การให้ผลที่มีโทษน้อย

สัตว์ที่มีร่างกายใหญ่โต เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ ผู้ใดฆ่าเข้าแล้ว ก็ย่อมได้ชื่อว่าเป็นมหาสาวัชชะ แต่ถ้าสัตว์ที่ถูกฆ่านั้นเป็นสัตว์เล็ก เช่น มด ลิ้น ยุง เหล่านี้ก็เป็นอัปปสาวัชชะ มีโทษน้อย

บุคคลส่วนมากมักจะตั้งคำถามว่า สัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่ก็ชื่อว่า มีชีวิตเหมือนกันทั้งนั้น ความเจ็บปวดก็เหมือนๆกัน มิใช่ว่า เมื่อฆ่าสัตว์เล็กแล้ว สัตว์เล็กๆเหล่านั้นจะเจ็บปวดน้อยกว่าสัตว์ใหญ่ก็หาไม่ ทั้งการตายก็ ๑ ต่อ ๑ เท่าๆกัน ถ้าได้รับผลของกรรมแตกต่างกันแล้ว ก็ย่อมจะไม่เป็นการยุติธรรมต่อสัตว์

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:10:51 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ในเรื่องนี้ ผมก็ได้ให้หลักการกับท่านนักศึกษาไปแล้วว่า ผลของอกุศลจะมากหรือน้อย ก็อยู่ที่กำลังแรงของเจตนา ฉะนั้นการฆ่าสัตว์ใหญ่กับการฆ่าสัตว์เล้ก เพื่อจะทราบว่าบาปมากหรือน้อยกว่ากันอย่างไร ก็จะต้องเอากำลังแรงของเจตนาเข้ามาตัดสินด้วย

ขอให้ท่านนักศึกษาลองพิจารณาดู ก็จะเห็นได้โดยไม่ยากว่า เมื่อเราฆ่าวัวตัวหนึ่งนั้น เราฆ่าได้ยากหรือง่าย ต้องใช้กำลังแรงของเจตนามากสักเท่าใด ถ้าจิตใจมิได้สร้างขึ้นให้เข้มแข็ง ถ้าจิตใจมิได้ประกอบด้วยความเหี้ยมโหดดุร้ายแล้ว จะฆ่าวัวได้หรือ ส่วนสัตว์ตัวเล็กๆ เช่นยุงเป็นต้นนั้น ใครๆ ก็ตบยุงกันได้แทบทุกคน

สุภาพสตรีท่านหนึ่งเกินไปจ่ายตลาด วันนั้นเป็นวันฆ่าเป็ดฆ่าไก่ของคนจีนเพื่อจะเอาไปไหว้เจ้า ได้เห็นเป็ดที่ตายเพราะถูกฆ่ากองสุมกันอยู่ แล้วในขณะนั้นก็เห็นคนกำลังเชือดไก่ เลือดกำลังไหลออกมาราวกับน้ำก๊อก สุภาพสตรีผู้นี้ก็บังเกิดความตกใจเสียวไส้ เลยเกิดเป็นลมหน้ามืดนั่งอยู่ตรงนั้นเอง และก็น่าอัศจรรย์ สุภาพสตรีผู้นี้นั่นเองที่เป็นนักตบยุงตัวยง ไม่ว่าจะเป็นในมุ้งของตัวเอง หรือมุ้งของลูกหลาน ก็จะหายุงไม่ได้เพราะจะคอยตบ หรือบางทีก็จุดเทียนเผาเอาเสียเลยก็ยังทำ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:11:20 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

ตามที่ได้แสดงมาแล้ว ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้ว่า การฆ่าสัตว์ใหญ่นั้น กำลังแรงของเจตนาก็ย่อมมีมาก นอกจากนั้น การฆ่าสัตว์ใหญ่ ชีวิตนวกกลาป(กลุ่มของชีวิตรูป) มีมากมายได้ถูกทำลายลงก่ายกอง การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงมีโทษมาก เรียกว่า มหาสาวัชชะ การฆ่าสัตว์เล็กมีโทษน้อยเรียกว่า อัปปสาวัชชะ

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว การฆ่าสัตว์กับการฆ่ามนุษย์ก็แตกต่างกันมาก แม้การฆ่ามนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นมนุษย์ที่มีคุณธรรมความดี เช่น ภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา กับพวกโจรผู้ร้ายก็แตกต่างกันอีก ยิ่งเป็นพ่อแม่ของตนเอง หรือเป็นพระอรหันต์ ก็ย่อมจะได้รับโทษมากขึ้นเป็นพิเศษ เรียกว่า เป็นอนันตริยกรรมทีเดียว

นอกจากนั้น ผู้กระทำปาณาติบาต เป็นผู้มีมิจฉาทิฏฐิความเห็นผิดฝังมั่นอยู่ในจิตใจ เห็นว่าการฆ่าสัตว์นั้นไม่เป็นบาปเลย เพราะสัตว์นั้นเป็นอาหารของมนุษย์ จิตใจก็ย่อมจะเข็งกร้าว ในเวลาทำการฆ่าก็เต็มไปด้วยความอำมหิตโหดร้าย ฉะนั้น จึงได้รับโทษมากกว่าผู้ฆ่าสัตว์ที่รู้โทษของการทำดี เห็นว่าการฆ่าสัตว์นั้นย่อมไม่สมควรกระทำเลย แต่ก็ได้กระทำการฆ่าลงไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง จนสัตว์นั้นได้ตายลง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:11:59 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ปโยคะ ได้แก่ความพยายามในการฆ่าสัตว์มี ๖ อย่าง คือ

๑. สาหัตถิกะ ความพยายามที่ทำด้วยตนเอง
๒. อาณัตติกะ ความพยายามโดยใช้ให้ผู้อื่นทำ
๓. นิสสัคคิยะ ความพยายามโดยการปล่อยอาวุธ เช่น ขว้าง ปา เป็นต้น
๔. ถาวระ ความพยายามด้วยการสร้างเครื่องประหารถาวรเอาไว้ เช่น ขุดหลุมพราง หลุมโจน ทำอาวุธมีมีดหรือปืน เป็นต้น
๕. วิชามยะ ความพยายามด้วยการใช้คาถาอาคม หรือเรื่องไสยศาสตร์ต่างๆ
๖. อิทธิมยะ ความพยายามด้วยการใช้อิทธิฤทธิของตนด้วยวิธีการต่างๆ

๑. สาหัตถิกปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์ที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของตนเอง เช่นมีการแทง ฟัน หรือตีด้วยมีดด้วยไม้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:12:52 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 7

๒. อาณัตติกปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์โดยใช้ให้ผู้อื่นทำ เช่น การสั่งด้วยวาจา การเขียนหนังสือ หรือการพยักหน้าให้ลงมือ หรือการให้อาณัติสัญญาณต่างๆ ให้ลงมือฆ่า หรือแม้เป็นความหมายที่รู้กันอยู่แล้วระหว่างผู้สั่งกับคนฆ่า

นายอำเภอคนหนึ่ง เลี้ยงไก่ไว้ใต้ถุนบ้านหลายตัวเพื่อจะได้เอาไว้กินไข่ ความจริงก็เพื่อจะเอาไว้กินเนื้อด้วยนั่นเอง เมื่อเวลาต้องการกินไก่ จะสั่งคนใช้โดยตรงก็กลัวบาป ดังนั้นจึงหาหนทางที่จะหลีกเลี่ยงไม่สั่งไปตรงๆ แต่ชี้มือไปที่ไก่ตัวหนึ่งแล้วพูดว่า " ตัวนี้ไม่เอาละ จะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะ" สั่งแล้วก็ไปทำงาน ครั้นตอนเย็นกลับมาบ้าน ปรากฏว่าคนใช้แกงไก่ไว้คอยท่าแล้ว นายอำเภอก็ปากเป็นมัน

สุภาพสตรีคนหนึ่งไปจ่ายตลาด ครั้นไปถึงร้านขายปลา เห็นปลาหลายตัวที่แม่ค้าเขาใส่ถาดเอาน้ำหล่อไว้เล็กน้อย กำลังดิ้นอยู่ก็ไม่กล้าจะซื้อ ทั้งไม่กล้าจะสั่งให้ฆ่าปลาด้วย จึงได้มองสบตาคนขายแล้วก็เลยไปซื้อของยังร้านอื่น เมื่อกลับมาแล้วจึงได้ตกลงซื้อปลานั้น ซึ่งในเรื่องนี้คนขายปลารู้ท่าทีดีอยู่ เพราะเคยซื้อโดยวิธีนี้หลายครั้งแล้วรู้ใจกัน

ตามตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาทั้ง ๒ ตัวอย่าง ผู้กระทำการสั่งให้ผู้อื่นฆ่าสัตว์แล้วคิดว่า ตัวจะไม่มีโทษด้วยมิได้ออกคำสั่งให้ทำโดยตรง การเลี่ยงกฎหมายนั้น บางทีก็อาจจะหลีกเลี่ยงได้โดยอาศัยพยิงพยานเข้าประกอบ แต่การหลีกเลี่ยงกฎของธรรมชาตินั้นไม่มีหวังเลย เพราะว่าไม่ต้องการพยาน ไม่ต้องการหลักฐานอื่นใด

ในการที่นายอำเภอพูดแล้วชี้มือไปที่ไก่นั้น ในใจมีความคิดเห็นอย่างไร หรือการมองสบตาคนขาย (หรือแม้ไม่ได้มองก็ตาม) แต่ในส่วนลึกของใจรู้สึกว่าเป็นอย่างไร ถ้าเคยซื้อกันหลายๆ คน เคยทำกันมาดังนี้แล้ว ผู้ขายก็รู้อยู่ดี ก็จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามิได้สั่งให้ฆ่า กายวิญญัติรูป รุปที่แสดงออกทางกาย และวจีวิญญัติรุป รูปที่แสดงออกเป็นถ้อยคำนั้น เกิดขึ้นมาจากใจโดยตรง ซึ่งจะเป็นการบ่งบอกถึงเจตนาโดยชัดแจ้ง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:13:42 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

๓. นิสสัคคิยปโยคะ หมายถึงความพยายามฆ่าสัตว์ด้วยการปล่อยหรือทิ้งอาวุธ เช่น ขว้างก้อนหิน ขว้างมีด ขว้างลูกระเบิด ยิงธนู ยิงปืน เหล่านี้เป็นต้น

๔. ถาวรปโยคะ หมายถึงการฆ่าที่เกิดขึ้นโดยการพยายามทำเครื่องประหารชนิดถาวรเอาไว้ เช่น วางขวากหนามเอาไว้กั้นสัตว์ เพื่อให้เดินไปยังทิศทางที่ตนขุดหลุมพรางดักเอาไว้ หรือเอาเฝือกกั้นเอาไว้ในลำน้ำ เพื่อกั้นให้ปลาผ่านไปไม่ได้ แล้วจะได้เข้าไปในลอบที่ดักของตน หรือการตระเตรียมปืนผาหน้าไม้เอาไว้สำหรับฆ่า ถ้าลงมือทำการเมื่อใดโทษของการฆ่าสัตว์ก็หนีไปไม่พ้น

๕. วิชามยปโยคะ หมายถึงความพยายามเพื่อให้การฆ่าสำเร็จลงโดยอาศัยวิชาการต่างๆ ที่เรียกกันว่า ไสยศาสตร์ เช่นการใช้เวทมนตร์คาถา คือใช้อำนาจของจิต เช่นการทำยันต์ หรือปั้นรูปของศัตรู แล้วเอาไปทำพิธีเฆี่ยนตี หรือเผา ปลุกเสกด้วยคาถาอาคม หรือใช้ภูตผีปีศาจ หรือใช้เทวดามิจฉาทิฏฐิไปทำร้ายด้วยวิธีการต่างๆ

๖. อิทธิมยปโยคะ หมายถึงความพยายามในการฆ่าด้วยอำนาจของฤทธิ์ ด้วยการศึกษาอบรมมาหรือติดตัวมาในอดีต ฤทธิ์ที่เกิดขึ้นมานี้อาศัยกรรม เช่นท้าวเวสสุวรรณในขณะที่ยังไม่ได้เป็นพระอริยบุคคลนั้นเป็นผู้มีฤทธิ์ ได้เคยฆ่ายักษ์ที่เป็นบริวารด้วยฤทธิ์ลงเป็นจำนวนมาก


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [31 ม.ค. 2549 , 09:14:59 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 9

เรื่องของบาปกรรมที่ต่างได้เคยกระทำไว้นั้น ผมเองมานั่งตรึกนึกดูนะครับว่า...ตนเองมีความจำนั้นไหม ก็ขอเรียนท่านอาจารย์ว่า นึกไม่ได้นะครับ ตรงที่มีเจตนาฆ่านะครับ ก็เลยรู้สึกโล่งใจไปบ้างพอควรครับ แต่ก็ยังคงเหลืออยู่โดยความประมาทนะครับผม

ดูไปแล้วชีวิตที่เกิดมานั้นเสี่ยงต่อภัย คือกรรมชั่วเหลือเกินนะครับท่านอาจารย์ ผมเองนึกถึงไฟนะครับ มันมีความร้อน มีเชื้อ มีอำนาจจังเลยนะครับ ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงมีความมุ่งหมายให้เรารู้จัก และจะได้หลีกเลี่ยง เลิกไปจากการกระทำกรรมชั่วนั้นๆ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่ได้อธิบายให้ผมเข้าใจอย่างละเอียดในเรื่องกรรมนี้ครับ พระคุณของท่านอาจารย์เกินบรรยายได้ครับ ผมขอกราบระลึกนึกถึงและบูชาคุณนั้นไว้เหนือเกล้าครับผม.


โดย พี่เณร [31 ม.ค. 2549 , 09:56:36 น.] ( IP = 58.8.94.214 : : )


  สลักธรรม 10

มาติดตามอ่านละเอียดของอกุศลกรรมบทค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [31 ม.ค. 2549 , 13:39:23 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org