มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กระแสใจที่ไม่ไร้ค่า




กระแสใจที่ไม่ไร้ค่า


หลายท่านคงรู้จักกันดีเกี่ยวกับบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ ความดี ๑๐ ประการที่ควรทำเพราะเป็นที่ตั้งของผลดี ที่สรุปแล้วก็คือกุศลที่เกี่ยวกับทาน ศีล และภาวนา คือ
ในหมวดของทานก็จะประกอบด้วย ทาน ปัตติทาน(การอุทิศกุศล) ปัตตานุโมทนา (การน้อมรับกุศลที่เขาอุทิศให้)
ในหมวดของศีลก็คือ ศีล อปจายนะ(ความเคารพอ่อนน้อม) และเวยยาวัจนะ(การช่วยเหลือในกิจการงานที่ชอบ)
ในหมวดของภาวนา คือ ภาวนา ธรรมสวนะ(การฟังธรรม) ธรรมเทศนา(การแสดงธรรม) และทิฏฐุชุกรรม(การทำความเห็นให้ตรง)

ความดีทั้ง ๑๐ ประการเหล่านี้ หากพิจารณาแล้วก็จะพบว่า เป็นความดีที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของคนธรรมดาอย่างเรา ๆ แต่ที่หลายคนบ่นว่า ไม่มีโอกาสที่จะทำความดีเพราะไม่ค่อยมีเงินทองนั้นจึงเป็นความเข้าใจในเรื่องของความดีที่ไม่ถูกต้อง เพราะความดีที่ต้องใช้เงินทองนั้นมีเพียงทานกุศลประการเดียวเท่านั้นเอง บ่อยๆที่เราเป็นเหมือนไก่ได้พลอยที่ไม่รู้จักคุณค่าในสิ่งที่มี และก็ปล่อยให้โอกาสล่วงเลยไปโดยไม่เกิดประโยชน์ หรือคล้ายกับคนที่ไม่ชาญฉลาดในการบริโภค ที่รู้จักบริโภคเฉพาะผลกล้วย แต่ไม่รู้จักใช้ประโยชน์ในส่วนอื่นของต้นกล้วยไปอย่างน่าเสียดาย

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:13:02 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

วันนี้จึงมีตัวอย่างของการใช้ชีวิตจริงที่รอบคอบประกอบไปด้วยบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการ เป็นกรอบล้อมใจไว้ในความไม่ประมาทมาให้ทราบกันอีกแล้วค่ะ คงต้องเรียนให้ทราบตั้งแต่เริ่มต้นนี้เลยว่า ขณะที่ได้ฟังเรื่องนี้..ได้แต่ฟังอย่างตั้งใจ และก็พยายามซึมซับมาเป็นตัวอย่างของชีวิตให้มากที่สุดเท่านั้น

เรื่องราวก็มีอยู่ว่า ..."พี่เณร"ผู้เป็นท่านหนึ่งในคณะทำงานของลานธรรมแห่งนี้ นอกจากจะต้องรับผิดชอบในการนำเสนอความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาในลานธรรมแล้ว ท่านยังต้องศึกษาพระธรรมเพื่อสั่งสมความรู้ไว้เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะในช่วงนี้มีการเตรียมตัวเพื่อการเรียนมหาปัฏฐาน แต่ก่อนที่จะเข้าสู่มหาปัฏฐานนั้น จำเป็นจะต้องฟื้นฟูทำความเข้าใจเรื่องมาติกาตามคัมภีร์ธัมสังคณีเสียก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไป

พี่เณรเล่าว่า หลายวันมานี้เมื่อทำงานในกระทู้ธรรมแล้ว ก็จะมาศึกษาเรื่องมาติกาในบทต่างๆ ด้วยการทำความเข้าใจความหมายและการแจกองค์ธรรมไปตามขันธ์ อายตนะ ธาตุ และสัจจะ ซึ่งได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แม่นยำ และก่อนที่จะหยิบตำราหรือทำการงานใดนั้นพี่เณรก็จะถามตนเองตามที่หลวงพ่อสอนมาว่า ให้ถามตนเองเสียก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร ถ้ายังตอบคำถามไม่ได้ก็อย่างเพิ่งทำเพราะไม่เป็นประโยชน์

ต้องถามตนเองให้ได้ความชัดเจนเสียก่อนว่า ทำเพราะตัณหา หรือทำเพราะบารมี หากตอบได้ว่า อยากทำ ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเพราะนั่นเป็นเรื่องของตัณหา แต่ถ้าตอบได้ว่า ทำเพื่อสร้างบารมี เพราะทราบถึงสิ่งที่ตนยังมีไม่พร้อม และมีความประสงค์จะพัฒนาชีวิตให้สมบูรณ์ให้แตกฉานในธรรม จึงค่อยทำไปได้

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:14:51 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )


  สลักธรรม 2

พี่เณรบอกว่า จึงได้ถามตนเองว่า ที่ฟื้นฟูเรื่องมาติกาอยู่นี้ ไม่ได้ต้องการเอาชนะใคร และไม่ได้ต้องการให้มีความรู้มากกว่าใคร เพราะความต้องการเหล่านั้นเป็นไปด้วยอำนาจของอกุศล เพียงแต่ต้องการสร้างสมความรู้ไว้เพื่อเป็นปัจจัยในการเรียนมหาปัฏฐานในโอกาสต่อไป และปรารถนาที่จะสร้างเหตุกุศลที่ทำให้ในอนาคตไม่ห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม

และเมื่อพี่เณรได้คำตอบที่ชัดเจนแก่ใจแล้ว จึงค่อยลงมือศึกษา ทบทวน และคัดลอกคำตอบที่ตอบถูกต้องแล้วให้สวยงามเป็นระเบียบ นอกจากนี้พี่เณรยังบอกว่า ในตอนเริ่มแรกที่ศึกษาทำความเข้าใจนั้น ได้ใช้แผ่นแผนผังสำเร็จรูปของจิต เจตสิก และรูป แต่เมื่อหวนคิดแล้วการกระทำเช่นนั้น เสมือนการใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน และยังขาดความระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ พี่เณรจึงได้เขียนแผนผังจิตตามแบบที่หลวงพ่อแสวงสอนไว้ในการแจกองค์ธรรมตามบทของมาติกาทุกครั้ง และเมื่อถึงเวลาพัก พี่เณรก็จะตั้งใจบูชาพระคุณของท่านที่ได้นำแผนผังของท่านมาใช้ในการศึกษา

ซึ่งหลวงพ่อเสือบอกว่า การกระทำเช่นนี้คือการสืบทอดมรดกธรรมให้ปรากฏต่อไป ด้วยการนำมาเขียนแสดงอยู่เสมอ การรักษาธรรมะของครูไว้ก็เหมือนกับการเชิดชูวงศ์ตระกูล และก็ยังเป็นการแสดงถึงความกตัญญกตเวทิตาคุณแด่หลวงพ่อแสวงอีกด้วย เพราะเป็นการเชิดชู และรู้คุณในผลงานของท่าน และระลึกถึงพระคุณของท่านได้ในทุกโอกาสที่มี

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:15:37 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )


  สลักธรรม 3

และในระหว่างที่พักจากการเรียนมาติกา พี่เณรก็จะย้ายชีวิตมาอยู่กับกุศลเพื่อการเผยแพร่ธรรมะเป็นทาน ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกันค่ะคือก่อนที่จะทำนั้น พี่เณรถามตนเองว่า ทำไปเพื่ออะไร เมื่อได้คำตอบแล้วจึงได้ลงมือกระทำ โดยเฉพาะการตอบคำถามให้แก่ผู้ที่เข้ามาเพราะต้องการความช่วยเหลือนั้น พี่เณรก็จะตั้งใจทำด้วยจิตเมตตาในเริ่มแรกว่า ผู้ที่เข้ามาถามนั้นต้องการคำตอบที่ไปไขปัญหา และจึงมีความตั้งใจที่จะผ่อยคลายความเดือดร้อนเหล่านั้นให้ ซึ่งในการค้นคว้าหาคำตอบหรือการตอบคำถามให้นั้นก็คือความกรุณาแก่ผู้ที่รอคอยคำตอบนั่นเองค่ะ

และเมื่อตอบแล้ว พี่เณรก็จะระลึกถึงสิ่งที่ได้ทำไปทั้งการตอบคำถาม ทั้งการเผยแพร่เรื่องที่ดีทางกระทู้อีกครั้งหนึ่งอันเป็นการประกอบอปรเจตนาในกุศล และนำมาแผ่เมตตาอุทิศกุศลให้แก่บุคคลต่างๆ ที่ระลึกถึง

พี่เณรเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อเสือบอกว่า ความเมตตาเกิดได้ยากกับผู้ที่ไม่รู้ประโยชน์ เแต่ถ้าหากผู้ใดที่มีความเห็นถูกตรงในเรื่องของกัมมัสกตาปัญญาแล้ว ก็จะมีเมตตาเกิดขึ้นได้ง่าย รวมทั้งความกรุณาแก่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วย เพราะในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันนั้นหากเปรียบไปแล้วขณะที่เกิด ความเมตตาก็คือบุพพเจตนา ขณะที่มีความกรุณาให้การช่วยเหลือก็คือมุญจเจตนา และการแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลที่ได้กระทำความดีลงไปภายหลังจากการช่วยเหลือแล้วนั้นนั้นก็คืออปรเจตนา หลวงพ่อเสือท่านได้เน้นว่า ทิฏฐุชุกรรมนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการประกอบกุศลต่างๆให้เกิดขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้าใหญ่นั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:21:19 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )


  สลักธรรม 4

พี่เณรได้ย้ำว่า เชื่อเถอะว่าชีวิตที่เป็นไปในความดีอยู่ตลอดเวลาในยามที่รู้สึกตัวนั้นมีแน่ และชีวิตของเราเองนี้มีโอกาสที่จะมีกระแสใจอันเป็นกุศลเกิดขึ้นในชีวิตอย่างต่อเนื่องได้ เพราะเท่าที่ดูความเป็นไปของชีวิตในแต่ละวันด้วยสตินั้น ก็จะมีกุศลเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาพอกุศลชนิดนี้จบลงก็จะเป็นเหตุให้กุศลชนิดใหม่เกิดขึ้นสลับกันต่อไปตามความรู้ความเข้าใจ เป็นกระแสใจที่ไหลต่อเนื่องไปในกุศลอยู่ตลอดเวลา เพราะแม้จะไม่ได้ประกอบกายกรรมใด แต่ความระลึกรู้สึกตัวที่มีก็จะมาทำงานทางนามธรรม คือ ระลึกรู้ชัดในความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า ขณะมีความปติใจเกิดขึ้นจากการทำกุศล และความรู้อันเป็นปัญญาก็เกิดขึ้นตามมาว่า นั่นเป็นสภาพเด่นของปีติเจตสิกที่เกิดขึ้น จากนั้นก็เหตุย้อนให้ระลึกถึงคุณค่าของพระอภิธรรมว่าด้วยการศึกษาดังกล่าวจึงทำให้รู้จักสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในชีวิต และได้มีโอกาสกระทำสิ่งที่เป็นบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้อย่างถี่ถ้วนกว่าแต่เดิม ...ขอเพียงให้ทุกคนรู้ค่าของธรรมะเท่านั้น บุญก็จะเกิดขึ้นได้มากมายด้วยปัญญาที่ได้อบรมให้เจริญแล้ว

และในบทสรุปสุดท้าย พี่เณรได้ประมวลเหตุการณ์ความเป็นไปด้วยสุ้มเสียงที่สงบและเยือกเย็นว่า เห็นไหมว่าชีวิตของเราสามารถมีกุศลในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เกิดได้เรื่อยๆ ขอเพียงให้มีความตั้งใจจริงที่จะกระทำเท่านั้น อย่างคำที่หลวงพ่อเสือสอนให้ท่องว่า จริงเสียอย่างเดียวสำเร็จทุกอย่าง คือตั้งใจทำให้จริงจังเท่านั้นก็อย่ากลัวเลยว่าจะล้มเหลว กุศลที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลายตามโอกาสก็เพราะมีผลมาจากทิฏฐุชุกรรมและความตั้งใจจริงที่จะกระทำความดี

เพราะทิฏฐุชุกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กระแสใจไม่ไร้ทิศ ร้อมทั้งกำหนดชีวิตให้เดินทางไปอย่างคุ้มประโยชน์แห่งลมหายใจและมีคุณค่ากอปรไปด้วยกุศลจึงทำให้พี่เณรประกอบกุศลได้มากมายในชีวิตแต่ละวัน นับจากการศึกษาธรรมและปฏิบัติที่อบรมทิฏฐุชุกรรมให้เพิ่มขึ้น จากนั้นก็มีความอ่อนน้อม(อปจายมัย)ต่อครูบาอาจารย์และมรดกธรรมที่ท่านมอบไว้ มีการเผยแผ่ธรรมเป็นทานทั้งการพูด การเขียน การอ่าน และการสืบสานงานกุศลของมูลนิธิซึ่งเป็นเวยยาวัจมัย จากนั้นก็ได้น้อมนำกุศลที่กระทำแล้วมาแผ่เมตตา(ปัตติทานมัย) รวมทั้งได้เข้าไปอนุโมทนา(ปัตตานุโมทนามัย)ในงานกุศลของผู้อื่นและปลาบปลื้มใจในกุศลของตนเองอันเป็นส่วนของอปรเจตนา ซึ่งในความเป็นไปเหล่านี้ล้วนเป็นไปอย่างไม่เบียดเบียนใคร และการทำกุศลอย่างนี้ก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาที่มีความตั้งใจกระทำ ซึ่งโดยสรุปแล้วก็จะเห็นว่า บุญทั้ง ๑๐ ประการนั้นเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาไม่นานและบ่อยครั้งเท่าที่ใจรู้กระทำให้กระแสใจที่หลั่งไหลออกมาไม่ไร้ค่าเลย

นี่แหละค่ะ คือเรื่องของวิธีการใช้ชีวิตให้อยู่ในกุศลได้อย่างมากมาย แม้จะไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติกรรมฐาน แต่เป็นการใช้ชีวิตประจำวันที่แวดล้อมไปด้วยกุศลตามคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถนำมาปฏิบัติที่ชีวิตของเราได้จริงๆ ขอให้ทุกท่านได้รับประโยชน์จากการอ่านนะคะ


โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:21:39 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากๆเลยคะ ที่เพียรถ่ายทอดสิ่งดี เพื่อชีวิตงามมาฝากให้อ่านกันนะคะ จิตเป็นกุศลดีจังนะคะในขณะอ่าน และยังได้ระลึกลำดับของเหตุบุญต่างๆได้อย่างชัดเจน

ขอบคุณมากคะ พี่ดอกแก้วขอสมัครร่วมทอฝันด้วยคนนะค่ะ เพื่อกระแสใจที่ไม่ไร้ค่า ได้อย่างมั่นคงในอนาคตนะคะน้องกิ้ฟ

ทักถอฝันวันนี้ที่เส้นศีล
หอมทั้งกลิ่นสวยทั้งสีที่เส้นสาย
วางลายทานผ่านสู่ผู้รอบกาย
ไหมสุดท้ายสายปัญญามาถักริม


โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.พ. 2549 , 19:00:07 น.] ( IP = 58.8.66.2 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ...ที่นำมาถ่ายทอดให้อ่าน

ผู้ที่มีทิฏฐุชุกรรมนั้น สามารถใช้ชีวิตให้มีค่า เกิดกุศลได้มากมายทั้งกายวาจาใจ

มีคิดพิจารณาก่อนทำ..เพื่อสร้างบารมี ป้องกันไม่ให้ตัณหาเข้าแทรกได้

และอนุโมทนากับการดำเนินชีวิตให้อยู่กับกุศลของพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [1 ก.พ. 2549 , 23:02:43 น.] ( IP = 61.91.127.153 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้ว และคุณเซิ่นที่เข้ามาอ่าน และร่วมทอฝันปันกุศลในกระทู้นี้ด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.พ. 2549 , 10:33:28 น.] ( IP = 203.172.117.1 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณนะคะน้องกิ๊ฟ
ที่ได้นำสิ่งที่ดีงามมาถ่ายทอด และทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีอย่างมากมาย
แม้ว่าสุขภาพจะแปรปรวนไปบ้างก็จะพยายามมาอ่านในทุกๆครั้ง

โดย น้องอุ๊ [2 ก.พ. 2549 , 13:26:46 น.] ( IP = 61.47.102.115 : : )


  สลักธรรม 9

เวลาเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้จริง ๆ นะคะ วันคืนผ่านไป เรากำลังทำอะไรบ้างนะเนี่ย...

โดย น้องถ้วย [3 ก.พ. 2549 , 13:44:42 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )


  สลักธรรม 10


ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟที่นำการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า อย่างมีสติ ของพี่เณรมาเล่าสู่กันฟัง

และได้ทราบมาว่าแม้กระทั่งขึ้นลงบันได พี่เณรก็เรียกว่า "บันไดกุศล" เพราะพี่เณรจะหมั่นทบทวนถึงข้อธรรมต่างๆที่หลวงพ่อสอนขณะที่ก้าวขึ้นลงบันไดแต่ละขั้นด้วย หากขณะที่จะก้าวขั้นต่อไป ติดขัด ก็จะก้าวไม่ออก เช่น พี่เณรจะทบทวนถึง....

เหตุให้เกิดญาณสัมปยุตตธรรม มี ๗ ประการ
๑. ชอบทบทวนสอบถามปัญหาต่างๆ

...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๒. หมั่นรักษาอินทรีย์๕ให้สม่ำเสมอ
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๓. ชอบหลีกเลี่ยงจากบุคคลผู้ไม่มีปัญญา
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๔. ชอบสมาคมกับผู้มีปัญญา
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๕. ชอบพิจารณาธรรมที่ลึกซึ้ง
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๖. ชอบน้อมจิตแสวงหาธรรมรสอันทำให้เกิดปัญญา
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว
๗. ชอบสะอาดทั้งกายและใจ ตลอดจนวัตถุเครื่องใช้สอยต่างๆ
...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง
...ทำแล้ว

เห็นบันไดกุศลของพี่เณรไหมค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 ก.พ. 2549 , 14:16:21 น.] ( IP = 61.91.197.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org