| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กระแสใจที่ไม่ไร้ค่า
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1วันนี้จึงมีตัวอย่างของการใช้ชีวิตจริงที่รอบคอบประกอบไปด้วยบุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการ เป็นกรอบล้อมใจไว้ในความไม่ประมาทมาให้ทราบกันอีกแล้วค่ะ คงต้องเรียนให้ทราบตั้งแต่เริ่มต้นนี้เลยว่า ขณะที่ได้ฟังเรื่องนี้..ได้แต่ฟังอย่างตั้งใจ และก็พยายามซึมซับมาเป็นตัวอย่างของชีวิตให้มากที่สุดเท่านั้น
เรื่องราวก็มีอยู่ว่า ..."พี่เณร"ผู้เป็นท่านหนึ่งในคณะทำงานของลานธรรมแห่งนี้ นอกจากจะต้องรับผิดชอบในการนำเสนอความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาในลานธรรมแล้ว ท่านยังต้องศึกษาพระธรรมเพื่อสั่งสมความรู้ไว้เป็นส่วนตัว โดยเฉพาะในช่วงนี้มีการเตรียมตัวเพื่อการเรียนมหาปัฏฐาน แต่ก่อนที่จะเข้าสู่มหาปัฏฐานนั้น จำเป็นจะต้องฟื้นฟูทำความเข้าใจเรื่องมาติกาตามคัมภีร์ธัมสังคณีเสียก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไป
พี่เณรเล่าว่า หลายวันมานี้เมื่อทำงานในกระทู้ธรรมแล้ว ก็จะมาศึกษาเรื่องมาติกาในบทต่างๆ ด้วยการทำความเข้าใจความหมายและการแจกองค์ธรรมไปตามขันธ์ อายตนะ ธาตุ และสัจจะ ซึ่งได้ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แม่นยำ และก่อนที่จะหยิบตำราหรือทำการงานใดนั้นพี่เณรก็จะถามตนเองตามที่หลวงพ่อสอนมาว่า ให้ถามตนเองเสียก่อนว่าทำไปเพื่ออะไร ถ้ายังตอบคำถามไม่ได้ก็อย่างเพิ่งทำเพราะไม่เป็นประโยชน์
ต้องถามตนเองให้ได้ความชัดเจนเสียก่อนว่า ทำเพราะตัณหา หรือทำเพราะบารมี หากตอบได้ว่า อยากทำ ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเพราะนั่นเป็นเรื่องของตัณหา แต่ถ้าตอบได้ว่า ทำเพื่อสร้างบารมี เพราะทราบถึงสิ่งที่ตนยังมีไม่พร้อม และมีความประสงค์จะพัฒนาชีวิตให้สมบูรณ์ให้แตกฉานในธรรม จึงค่อยทำไปได้โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:14:51 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )
สลักธรรม 2พี่เณรบอกว่า จึงได้ถามตนเองว่า ที่ฟื้นฟูเรื่องมาติกาอยู่นี้ ไม่ได้ต้องการเอาชนะใคร และไม่ได้ต้องการให้มีความรู้มากกว่าใคร เพราะความต้องการเหล่านั้นเป็นไปด้วยอำนาจของอกุศล เพียงแต่ต้องการสร้างสมความรู้ไว้เพื่อเป็นปัจจัยในการเรียนมหาปัฏฐานในโอกาสต่อไป และปรารถนาที่จะสร้างเหตุกุศลที่ทำให้ในอนาคตไม่ห่างไกลต่อรัศมีพระธรรม
และเมื่อพี่เณรได้คำตอบที่ชัดเจนแก่ใจแล้ว จึงค่อยลงมือศึกษา ทบทวน และคัดลอกคำตอบที่ตอบถูกต้องแล้วให้สวยงามเป็นระเบียบ นอกจากนี้พี่เณรยังบอกว่า ในตอนเริ่มแรกที่ศึกษาทำความเข้าใจนั้น ได้ใช้แผ่นแผนผังสำเร็จรูปของจิต เจตสิก และรูป แต่เมื่อหวนคิดแล้วการกระทำเช่นนั้น เสมือนการใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน และยังขาดความระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ พี่เณรจึงได้เขียนแผนผังจิตตามแบบที่หลวงพ่อแสวงสอนไว้ในการแจกองค์ธรรมตามบทของมาติกาทุกครั้ง และเมื่อถึงเวลาพัก พี่เณรก็จะตั้งใจบูชาพระคุณของท่านที่ได้นำแผนผังของท่านมาใช้ในการศึกษา
ซึ่งหลวงพ่อเสือบอกว่า การกระทำเช่นนี้คือการสืบทอดมรดกธรรมให้ปรากฏต่อไป ด้วยการนำมาเขียนแสดงอยู่เสมอ การรักษาธรรมะของครูไว้ก็เหมือนกับการเชิดชูวงศ์ตระกูล และก็ยังเป็นการแสดงถึงความกตัญญกตเวทิตาคุณแด่หลวงพ่อแสวงอีกด้วย เพราะเป็นการเชิดชู และรู้คุณในผลงานของท่าน และระลึกถึงพระคุณของท่านได้ในทุกโอกาสที่มีโดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:15:37 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )
สลักธรรม 3และในระหว่างที่พักจากการเรียนมาติกา พี่เณรก็จะย้ายชีวิตมาอยู่กับกุศลเพื่อการเผยแพร่ธรรมะเป็นทาน ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกันค่ะคือก่อนที่จะทำนั้น พี่เณรถามตนเองว่า ทำไปเพื่ออะไร เมื่อได้คำตอบแล้วจึงได้ลงมือกระทำ โดยเฉพาะการตอบคำถามให้แก่ผู้ที่เข้ามาเพราะต้องการความช่วยเหลือนั้น พี่เณรก็จะตั้งใจทำด้วยจิตเมตตาในเริ่มแรกว่า ผู้ที่เข้ามาถามนั้นต้องการคำตอบที่ไปไขปัญหา และจึงมีความตั้งใจที่จะผ่อยคลายความเดือดร้อนเหล่านั้นให้ ซึ่งในการค้นคว้าหาคำตอบหรือการตอบคำถามให้นั้นก็คือความกรุณาแก่ผู้ที่รอคอยคำตอบนั่นเองค่ะ
และเมื่อตอบแล้ว พี่เณรก็จะระลึกถึงสิ่งที่ได้ทำไปทั้งการตอบคำถาม ทั้งการเผยแพร่เรื่องที่ดีทางกระทู้อีกครั้งหนึ่งอันเป็นการประกอบอปรเจตนาในกุศล และนำมาแผ่เมตตาอุทิศกุศลให้แก่บุคคลต่างๆ ที่ระลึกถึง
พี่เณรเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อเสือบอกว่า ความเมตตาเกิดได้ยากกับผู้ที่ไม่รู้ประโยชน์ เแต่ถ้าหากผู้ใดที่มีความเห็นถูกตรงในเรื่องของกัมมัสกตาปัญญาแล้ว ก็จะมีเมตตาเกิดขึ้นได้ง่าย รวมทั้งความกรุณาแก่เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วย เพราะในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันนั้นหากเปรียบไปแล้วขณะที่เกิด ความเมตตาก็คือบุพพเจตนา ขณะที่มีความกรุณาให้การช่วยเหลือก็คือมุญจเจตนา และการแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลที่ได้กระทำความดีลงไปภายหลังจากการช่วยเหลือแล้วนั้นนั้นก็คืออปรเจตนา หลวงพ่อเสือท่านได้เน้นว่า ทิฏฐุชุกรรมนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในการประกอบกุศลต่างๆให้เกิดขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนหัวหน้าใหญ่นั่นเองโดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:21:19 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )
สลักธรรม 4พี่เณรได้ย้ำว่า เชื่อเถอะว่าชีวิตที่เป็นไปในความดีอยู่ตลอดเวลาในยามที่รู้สึกตัวนั้นมีแน่ และชีวิตของเราเองนี้มีโอกาสที่จะมีกระแสใจอันเป็นกุศลเกิดขึ้นในชีวิตอย่างต่อเนื่องได้ เพราะเท่าที่ดูความเป็นไปของชีวิตในแต่ละวันด้วยสตินั้น ก็จะมีกุศลเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาพอกุศลชนิดนี้จบลงก็จะเป็นเหตุให้กุศลชนิดใหม่เกิดขึ้นสลับกันต่อไปตามความรู้ความเข้าใจ เป็นกระแสใจที่ไหลต่อเนื่องไปในกุศลอยู่ตลอดเวลา เพราะแม้จะไม่ได้ประกอบกายกรรมใด แต่ความระลึกรู้สึกตัวที่มีก็จะมาทำงานทางนามธรรม คือ ระลึกรู้ชัดในความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า ขณะมีความปติใจเกิดขึ้นจากการทำกุศล และความรู้อันเป็นปัญญาก็เกิดขึ้นตามมาว่า นั่นเป็นสภาพเด่นของปีติเจตสิกที่เกิดขึ้น จากนั้นก็เหตุย้อนให้ระลึกถึงคุณค่าของพระอภิธรรมว่าด้วยการศึกษาดังกล่าวจึงทำให้รู้จักสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในชีวิต และได้มีโอกาสกระทำสิ่งที่เป็นบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ได้อย่างถี่ถ้วนกว่าแต่เดิม ...ขอเพียงให้ทุกคนรู้ค่าของธรรมะเท่านั้น บุญก็จะเกิดขึ้นได้มากมายด้วยปัญญาที่ได้อบรมให้เจริญแล้ว
และในบทสรุปสุดท้าย พี่เณรได้ประมวลเหตุการณ์ความเป็นไปด้วยสุ้มเสียงที่สงบและเยือกเย็นว่า เห็นไหมว่าชีวิตของเราสามารถมีกุศลในบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ เกิดได้เรื่อยๆ ขอเพียงให้มีความตั้งใจจริงที่จะกระทำเท่านั้น อย่างคำที่หลวงพ่อเสือสอนให้ท่องว่า จริงเสียอย่างเดียวสำเร็จทุกอย่าง คือตั้งใจทำให้จริงจังเท่านั้นก็อย่ากลัวเลยว่าจะล้มเหลว กุศลที่เกิดขึ้นอย่างหลากหลายตามโอกาสก็เพราะมีผลมาจากทิฏฐุชุกรรมและความตั้งใจจริงที่จะกระทำความดี
เพราะทิฏฐุชุกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้กระแสใจไม่ไร้ทิศ ร้อมทั้งกำหนดชีวิตให้เดินทางไปอย่างคุ้มประโยชน์แห่งลมหายใจและมีคุณค่ากอปรไปด้วยกุศลจึงทำให้พี่เณรประกอบกุศลได้มากมายในชีวิตแต่ละวัน นับจากการศึกษาธรรมและปฏิบัติที่อบรมทิฏฐุชุกรรมให้เพิ่มขึ้น จากนั้นก็มีความอ่อนน้อม(อปจายมัย)ต่อครูบาอาจารย์และมรดกธรรมที่ท่านมอบไว้ มีการเผยแผ่ธรรมเป็นทานทั้งการพูด การเขียน การอ่าน และการสืบสานงานกุศลของมูลนิธิซึ่งเป็นเวยยาวัจมัย จากนั้นก็ได้น้อมนำกุศลที่กระทำแล้วมาแผ่เมตตา(ปัตติทานมัย) รวมทั้งได้เข้าไปอนุโมทนา(ปัตตานุโมทนามัย)ในงานกุศลของผู้อื่นและปลาบปลื้มใจในกุศลของตนเองอันเป็นส่วนของอปรเจตนา ซึ่งในความเป็นไปเหล่านี้ล้วนเป็นไปอย่างไม่เบียดเบียนใคร และการทำกุศลอย่างนี้ก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาที่มีความตั้งใจกระทำ ซึ่งโดยสรุปแล้วก็จะเห็นว่า บุญทั้ง ๑๐ ประการนั้นเกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาไม่นานและบ่อยครั้งเท่าที่ใจรู้กระทำให้กระแสใจที่หลั่งไหลออกมาไม่ไร้ค่าเลย
นี่แหละค่ะ คือเรื่องของวิธีการใช้ชีวิตให้อยู่ในกุศลได้อย่างมากมาย แม้จะไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติกรรมฐาน แต่เป็นการใช้ชีวิตประจำวันที่แวดล้อมไปด้วยกุศลตามคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถนำมาปฏิบัติที่ชีวิตของเราได้จริงๆ ขอให้ทุกท่านได้รับประโยชน์จากการอ่านนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [1 ก.พ. 2549 , 13:21:39 น.] ( IP = 203.172.117.69 : : )
สลักธรรม 5ขอบคุณน้องกิ้ฟมากๆเลยคะ ที่เพียรถ่ายทอดสิ่งดี เพื่อชีวิตงามมาฝากให้อ่านกันนะคะ จิตเป็นกุศลดีจังนะคะในขณะอ่าน และยังได้ระลึกลำดับของเหตุบุญต่างๆได้อย่างชัดเจน
ขอบคุณมากคะ พี่ดอกแก้วขอสมัครร่วมทอฝันด้วยคนนะค่ะ เพื่อกระแสใจที่ไม่ไร้ค่า ได้อย่างมั่นคงในอนาคตนะคะน้องกิ้ฟ
ทักถอฝันวันนี้ที่เส้นศีล
หอมทั้งกลิ่นสวยทั้งสีที่เส้นสาย
วางลายทานผ่านสู่ผู้รอบกาย
ไหมสุดท้ายสายปัญญามาถักริม
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.พ. 2549 , 19:00:07 น.] ( IP = 58.8.66.2 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ...ที่นำมาถ่ายทอดให้อ่าน
ผู้ที่มีทิฏฐุชุกรรมนั้น สามารถใช้ชีวิตให้มีค่า เกิดกุศลได้มากมายทั้งกายวาจาใจ
มีคิดพิจารณาก่อนทำ..เพื่อสร้างบารมี ป้องกันไม่ให้ตัณหาเข้าแทรกได้
และอนุโมทนากับการดำเนินชีวิตให้อยู่กับกุศลของพี่เณรค่ะโดย เซิ่น [1 ก.พ. 2549 , 23:02:43 น.] ( IP = 61.91.127.153 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณพี่ดอกแก้ว และคุณเซิ่นที่เข้ามาอ่าน และร่วมทอฝันปันกุศลในกระทู้นี้ด้วยค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.พ. 2549 , 10:33:28 น.] ( IP = 203.172.117.1 : : )
สลักธรรม 8ขอบคุณนะคะน้องกิ๊ฟ
ที่ได้นำสิ่งที่ดีงามมาถ่ายทอด และทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีอย่างมากมาย
แม้ว่าสุขภาพจะแปรปรวนไปบ้างก็จะพยายามมาอ่านในทุกๆครั้งโดย น้องอุ๊ [2 ก.พ. 2549 , 13:26:46 น.] ( IP = 61.47.102.115 : : )
สลักธรรม 9เวลาเป็นสิ่งที่ประมาณค่าไม่ได้จริง ๆ นะคะ วันคืนผ่านไป เรากำลังทำอะไรบ้างนะเนี่ย... โดย น้องถ้วย [3 ก.พ. 2549 , 13:44:42 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )
สลักธรรม 10
ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟที่นำการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า อย่างมีสติ ของพี่เณรมาเล่าสู่กันฟัง
และได้ทราบมาว่าแม้กระทั่งขึ้นลงบันได พี่เณรก็เรียกว่า "บันไดกุศล" เพราะพี่เณรจะหมั่นทบทวนถึงข้อธรรมต่างๆที่หลวงพ่อสอนขณะที่ก้าวขึ้นลงบันไดแต่ละขั้นด้วย หากขณะที่จะก้าวขั้นต่อไป ติดขัด ก็จะก้าวไม่ออก เช่น พี่เณรจะทบทวนถึง....
เหตุให้เกิดญาณสัมปยุตตธรรม มี ๗ ประการ
๑. ชอบทบทวนสอบถามปัญหาต่างๆ...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๒. หมั่นรักษาอินทรีย์๕ให้สม่ำเสมอ...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๓. ชอบหลีกเลี่ยงจากบุคคลผู้ไม่มีปัญญา...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๔. ชอบสมาคมกับผู้มีปัญญา...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๕. ชอบพิจารณาธรรมที่ลึกซึ้ง...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๖. ชอบน้อมจิตแสวงหาธรรมรสอันทำให้เกิดปัญญา...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
๗. ชอบสะอาดทั้งกายและใจ ตลอดจนวัตถุเครื่องใช้สอยต่างๆ...พร้อมกับถามตนเองว่าเราทำแล้วหรือยัง ...ทำแล้ว
เห็นบันไดกุศลของพี่เณรไหมค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [3 ก.พ. 2549 , 14:16:21 น.] ( IP = 61.91.197.13 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |