มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๙๗)






ตอนที่ (๙๖) อ่านที่นี่

หญิงที่ชายไม่สมควรเกี่ยวข้องด้วยมี ๒๐ จำพวก คือ

๑. มาตุรกฺขิตา หญิงที่มีมารดาปกครอง เพราะบิดาตายหรือไม่ได้อยู่กับบิดาแล้ว
๒. ปิตุรกฺขิตา หญิงที่มีบิดาปกครอง
๓. มาตาปิตุรกฺขิตา หญิงที่มีมารดาบิดาปกครอง
๔. ภคินีรกฺขิตา หญิงที่มีพี่สาวปกครอง หรือมีน้องสาวเป็นผู้ดูแล
๕. ภาตุรกฺขิตา หญิงที่มีพี่ชายปกครอง หรือมีน้องชายดูแลรักษา
๖. ญาติรกฺขิตา หญิงที่มีญาติเป็นผู้ปกครอง
๗. โคตฺตรกฺขิตา หญิงที่มีตระกูลเดียวกัน หรือเชื้อชาติเดียวกันเป็นผู้ปกครอง เช่นหญิงในประเทศอื่น มีสถานฑุตเป็นต้น
๘. ธมฺมรกฺขิตา หญิงที่มีผู้ประพฤติปฏิบัติศีลธรรมด้วยกันเป็นผู้ปกครอง เช่น หญิงที่บวชชี มีหัวหน้านางชีปกครอง
๙. สปริทณฺฑา หญิงที่กษัตริย์ หรือผู้มีอำนาจจองตัวเอาไว้
๑๐. สารกฺขา หญิงที่มีผู้หมายหมั้นเอาไว้ตั้งแต่ในครรภ์หรือมีคู่หมั้นแล้ว
๑๑. ธนกฺกีตา หญิงที่ชายซื้อมา เช่นมาจากต่างประเทศไม่มีค่าโดยสารเรือ เจ้าของเรือเลยเลหลังหญิงนั้นแล้วชายไปช่วยออกเงินเอาไว้ หรืออาจจะเป็นหญิงราคาค่าตัวที่บิดามารดานำไปขาบไว้กับเจ้าเงิน แล้วชายไปไถ่ถอนเอามา
๑๒. ฉนฺทวาสินี หญิงที่สมัครใจไปอยู่กับชาย เช่นรักอยู่กับชายคนหนึ่งแต่บิดามารดาไม่ยกให้ หญิงนั้นก็หนีไปอยู่กับชายคนนั้น
๑๓. โภควาสินี หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชายโดยหวังในทรัพย์สินเงินทอง
๑๔. ปฏวาสินี หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชายโดยหวังเครื่องนุ่งห่ม
๑๕. โอทาปตฺตคินี หญิงที่เป็นภรรยาของชายโดยการแต่งงาน
๑๖. โอภตสุมพฏฺตา หญิงที่เป็นภรรยาโดยชายนั้นเป็นผู้ช่วยให้พ้นจากการแบกทูนของบนศีรษะ
๑๗. ธชาหฏา หญิงที่เป็นเชลย แล้วตกมาเป็นภรรยาของชายนั้น
๑๘. กมฺมการีภริยา หญิงที่เป็นลูกจ้างทำงานในบ้าน แล้วชายนั้นเอามาเป็นภรรยา
๑๙. ทาสีภริยา หญิงที่เป็นทาสภายในบ้านของชายนั้น แล้วชายนั้นเอาเป็นภรรยา
๒๐. มุหุตฺติกา หญิงที่เป็นภรรยาของชายชั่วครั้งชั่วคราว

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:03:01 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผมได้แสดงถึงจำนวน ๒๐ ประเภท อันเป็นพวกที่ชายไม่ควรเกี่ยวข้อง เพราะถ้าล่วงเงินก็จะผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจาร แต่มิได้หมายความว่า ฝ่ายหญิงนั้น ถ้าเกี่ยวข้องกับชายเข้าแล้วหญิงจะผิด เป็นกาเมสุมิจฉาจารไปเสียทุกๆ ข้อก็หาไม่

ในบรรดาหญิงทั้ง ๒๐ ประเภทนี้ มีหญิงอยู่ ๘ ประเภท ที่ควรจะได้ทำความเข้าใจคือ

๑. หญิงที่มีมารดาเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๒. หญิงที่มีบิดาเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๓. หญิงที่มีมารดาบิดาเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๔. หญิงที่มีพี่สาวน้องสาวเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๕. หญิงที่มีพี่ชายน้องชายเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๖. หญิงที่มีญาติเป็นผู้ปกครองดูแลรักษา
๗. หญิงที่มีตระกูลเดียวกัน หรือเชื้อชาติเดียวกันปกครอง (เช่นไปอยู่ต่างประเทศแล้วมีสถานฑูตดูแล)
๘. หญิงที่เป็นชีแล้วมีหัวหน้านางชีปกครอง เป็นต้น

หญิงทั้ง ๘ ประเภทเหล่านี้ มิได้มีสามีเป็นเจ้าของร่างกายของตนแต่ประการใด มีแต่พ่อแม่ผู้ปกครอง ปกครองดูแลรักษาเท่านั้นเอง มีการเลี้ยงดู และระวังมิให้ชายใดที่จะมาทำมิดีมิร้ายให้แก่คนในปกครองของตน ด้วยเหตุนี้ เมื่อหญิงเหล่านั้นผูกสมัครรักใคร่มีความพึงพอใจในชายคนใด หรือยินยอมพร้อมใจที่จะมอบกายให้แก่ชายก็ย่อมจะทำได้โดยหญิงนั้นมิได้มีความผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจาร

อย่างไรก็ดี แม้หญิงนั้นจะมิได้มีความผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจารอันเป็นคดีธรรม แต่หญิงเหล่านั้นย่อมจะหนีความผิดในทางคดีโลกไปไม่ได้ เพราะกระทำลงไปโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ก็ย่อมจะถูกตำหนิติเตียนเสียชื่อเสียง และเป็นที่ครหานินทาจากคนทั่วไป ซึ่งจะได้รับความอับอายขายหน้า ได้รับความเสียใจ กลุ้มใจ ซึ่งหนีจากอกุศลไปไม่พ้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:03:41 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 2

ที่ผมได้แสดงไปแล้วนั้นเป็นหญิงที่มีผู้ปกครองดูแลรักษา เมื่อสมสู่อยู่ร่วมกับชายหรือมอบร่างกายของตนให้กับชาย โดยที่ผู้ปกครองมิได้รู้เห็น หรือยินยอมด้วยนั้น ย่อมจะเกิดอกุศลจิตอันเป็นบาป แต่ไม่ถึงกับผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจาร ปัญหาสำคัญต่อไปก็คือสำหรับชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องพัวพัน จนหญิงที่อยู่ในความปกครองของผู้อื่นดังกล่าวมาแล้ว ให้ต้องเสียหายนั้นเล่าจะมีความผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจารหรือไม่

สำหรับชายนั้นไม่ต้องสงสัยเลย แม้จะมิได้มีความผิดในข้อกฎหมายบ้านเมือง เพราะมิได้ลักพาหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไปเพื่อความใคร่ หรือเพื่อการอนาจาร และทั้งมิได้มีความผิดในข้อพรากผู้เยาว์ด้วย จึงไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในทางคดีโลก แต่ในทางคดีธรรมนั้น ย่อมถือว่า มีความผิดในข้อกาเมสุมิจฉาจาร จะแก้ตัวอย่างไร หรือจะหาทางหลีกกฎธรรมชาตินี้ไปไม่ได้ เพราะรู้อยู่แก่ใจของตนเอง

ส่วนหญิงที่เหลืออีก ๑๑ ประเภท เป็นหญิงที่มีสามีแล้ว ถ้าประพฤตินอกใจสามียอมตัวให้ชายอื่นล่วงเกินก็ย่อมจะผิดศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร คือ

๑. หญิงที่มีกษัตริย์ หรือผู้มีอำนาจจองตัวเอาไว้
๒. หญิงที่มีผู้มั่นหมายหมั้นเอา เช่นมีคู่หมั้นแล้ว
๓. หญิงที่ชายซื้อมา หรือช่วยไถ่ถอนตัวมาจากเจ้าเงิน
๔. หญิงที่หนีจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองไปอยู่กับชายคนนั้น
๕. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชายโดยหวังในทรัพย์สินเงินทอง เครื่องนุ่งห่ม
๖. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชายโดยการแต่งงาน
๗. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชาย โดยชายนั้นเป็นผู้ช่วยให้พ้นจากการแบกทูนของบนศีรษะ
๘. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชาย เพราะเป็นเชลย
๙. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชาย จากการเป็นลูกจ้าง
๑๐. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชาย โดยมาเป็นทาสก่อน
๑๑. หญิงที่ยอมเป็นภรรยาของชาย เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:04:01 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 3

ในบรรดาหญิงทั้ง ๑๑ ประเภทนี้ เป็นประเภทที่มีสามีหรือคู่หมั้นแล้วทั้งนั้น ถือว่าเป็นเจ้าของในตัวตน หรือมีหน้าที่และมีสิทธิโดยชอบธรรมในฐานะเป็นสามีหรือจะเป็นสามีต่อไป ด้วยหลักการดังกล่าว หญิงทั้ง ๑๑ ประเภทเหล่านี้กระทำการละเมิดโดยยอมมอบตัวให้แก่ชายอื่น หรือยอมตัวให้ชายอื่นล่วงเกินได้แล้วก็ตัดสินได้ว่า ล่วงศีลในข้อกาเมสุมิจฉาจารอย่างแน่นอน

ในหญิงทั้ง ๑๑ ประเภทดังกล่าวมา มีอยู่ประเภทหนึ่งที่มิได้เป็นภรรยาของชายเป็นการถาวร แต่เป็นภรรยาเพียงชั่วคราวเท่านั้น บางทีอาจจะเป็นภรรยารับจ้าง อยู่กัน ๓ วัน ๗ วันบ้าง หรือเดือนหนึ่งบ้าง เป็นต้น ก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาแล้วตลอดเวลาที่ยังอยู่กับสามี ฉะนั้น ถ้ายอมให้ชายอื่นล่วงเกิน หญิงนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นการล่วงศีลกาเมสุมิจฉาจารเหมือนกัน

สำหรับหญิงอีกประเภทหนึ่งที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่าหญิงนักเที่ยว หรือโสเภณีนั้น ผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็ดี หญิงนั้นก็ดี เมื่อมีความสัมพันธ์ต่อกันในทางชู้สาวเล้ว ทั้งหญิงและชายนั้นหาได้ผิดศีลในข้อกาเมสุมิจฉาจารไม่ เว้นไว้แต่ฝ่ายหญิงจะมีข้อผูกพันตกลงกันอย่างมั่นคงว่าจะมาเป็นภรรยา ถ้าเช่นนั้น การนอกละเมิดก็ย่อมมีความผิด อย่างไรก็ดีแม้หญิงเหล่านั้นจะมิได้มีผิดในศีลข้อกาเมก็จริง แต่ก็เป็นการหาเลี้ยงอาชีพที่ไม่ดีเป็นทุราชีวะล่อแหลมต่อันตราย กล่าวคืออกุศลกรรมต่างๆ มากมายเกิดขึ้นมาได้โดยง่าย

อีกประการหนึ่ง หญิงที่ต้องคดีมีโทษตามกฎหมาย ที่บ้านเมืองได้กักขังเอาไว้ภายในที่กักขังเรือนจำเป็นต้น ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำมีหน้าที่ดูแลป้องกันการหลบหนี แต่หาเป็นเจ้าของตัวตนร่างกายไม่ ดังนั้น หญิงดังกล่าวนี้ไปมีความสัมพันธ์ฐานชู้สาวกับชาย หญิงนี้ก็ไม่จัดว่าล่วงละเมิดศีลข้อกาเมเหมือนกัน

สรุปความว่า ชายจะประพฤติผิดล่วงเกินหญิงนั้น ผู้มีเจ้าของหวงแหนทั้ง ๒๐ ประเภทนั้นไม่ได้ หญิงทั้ง ๑๑ ประเภทจะมอบตัวให้เป็นของชายนั้นไม่ได้ แต่หญิง ๘ ประเภทจะมอบตัวเพื่ออภิรมย์สมสู่กับชาย ซึ่งตัวเองก็พร้อมหรือมีความสมัครใจที่จะให้ชายล่วงละเมิด ก็ไม่มีความผิดในข้อกาเมแต่ประการใด

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:04:24 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 4

ท่านนักศึกษาทั้งหลาย ผมก็ได้แสดงเรื่องกาเมสุมิจฉาจารมาพอสมควร พอให้ท่านได้มองเห็นตัวอกุศลกรรมบถในข้อที่ผิดกาเมว่าเป็นอย่างไร และมีโทษมากน้อยประการใดบ้าง ผมจะเหลือเวลาต่อไปนี้เอาไว้ให้ท่านนักศึกษาได้มีโอกาสซักถามปัญหาต่างๆ ที่ผมได้บรรยายไปแล้ว หรือท่ผมได้เคยอธิบายไปในเรื่องอกุศลกรรมบถเมื่อคราวก่อนๆ

ถาม หญิงที่มีอาชีพทางค้าประเวณี ผมได้ฟังอาจารย์พูดว่า เมื่อเขาสมสู่อยู่ด้วยกันกับชายตามวิธีดำเนินอาชีพของเขา คือให้เช่าร่างกายเนื้อตัวของตนเองเพื่อให้ชายสำเร็จความใคร่ อาชีพเช่นนี้ เขามิได้ทำทุจริตอะไร ถ้าเช่นนั้นก็คงหมายความว่า เป็นสัมมาอาชีวะกระมัง

ตอบ ผมได้แสดงว่า การค้าประเวณีของหญิงไม่ได้ชื่อว่าล่วงกรรมบถกาเมสุมิจฉาจาร ไม่ได้เป็นทุจริตนั้นจริง แต่ผมก็มิได้แสดงว่าเป็นสัมมาอาชีวะเป็นอาชีพที่สมควรกระทำแต่ประการใด

หญิงผู้ทำการค้าประเวณีมิได้ทำผิดคิดร้ายต่อใคร ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ผิดในกาม เพียงแต่ให้เช่าเนื้อตัวร่างกายเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จะปรับให้เข้าข่ายของอกุศลกรรมบถกระไรได้ จะได้ชื่อว่าทำการทุจริตได้อย่างไร เพราะถึงแม้ว่าหญิงเหล่านี้จะมีเจ้าของหวงแหนซึ่งอาจจะเป็นชายหรือหญิงก็ได้ ก็มีไว้เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจ หรือมีไว้เพื่อคุ้มกันตนเท่านั้น เจ้าของหรือผู้คุ้มกันก็มีความยินยอมพร้อมใจด้วยในการประกอบอาชีพชนิดนี้ จึงมิได้ชื่อว่าละเมิดอำนาจของผู้ปกครองอีกเช่นเดียวกัน

แต่อย่างไรก็ดี อาชีพชนิดนี้ ไม่เรียกว่าเป็นสัมมาอาชีวะ หากแต่เรียกว่าทุราชีวะเป็นอาชีพที่น่าเกลียดน่ากลัว อันบัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน และใกล้ต่ออันตรายอาจจะเกิดอกุศลชนิดที่มีกำลังมากได้โดยง่าย ซึ่งเกิดขึ้นมาจากหมู่พวกของตน นอกจากนั้นยังต้องเข้าไปใกล้ชิดเกี่ยวข้องกับผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนก็มีความประพฤติไม่เรียบร้อย หรือมั่วสุมอยู่ในอบายมุข มีการเสพสุรามึนเมาขาดสติ เป็นต้น หรือในที่สุดอาจกลายเป็นลูกมือทำงานทุจริตไปก็ได้ ด้วยเหตุนี้ก็เหมือนกับเล่นสนุกอยู่ที่ใกล้ปากเหวลึก โอกาสที่จะตกลงไปนั้นมีมากมายเหลือเกิน ทั้งอาจจะเป็นไปได้โดยไม่เลือกว่าเวลาไหนเสียด้วย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:04:44 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 5

ถาม อกุศลที่ล่วงกรรมบถแต่ไม่สามารถเป็นชนกกรรมได้ และอกุศลที่ไม่ล่วงกรรมบถแต่มีโอกาสเป็นชนกกรรมได้มีบ้างหรือไม่ เช่นอย่างไร

ตอบ การทำอกุศลทั้งหลาย นอกจากจะตัดสินเอาได้จากองค์ที่ได้กำหนดวางเอาไว้แล้ว ก็จะต้องพิจารณาถึงตัวเจตนาว่า มีกำลังแรงของเตนาอย่างไร แล้วผลที่เกิดขึ้นจากเจตนาเหล่านั้นร้ายแรงแก่ผู้ได้รับหรือเป็นสาธารณะกว้างขวางมากหรือไม่ด้วย เช่น

๑. นาย ก. ตั้งใจฆ่าสัตว์ตัวหนึ่งคือแมลงป่อง สัตว์นั้นเป็นสัตว์เล็กๆ แต่เป็นสัตว์เล็กๆ ที่มีพิษร้าย ในบริเวณนี้ก็มีพระภิกษุมากมายมาเดนจงกรมกัน นาย ก.จึงได้พยายามฆ่าแมลงป่องนั้นเสีย ด้วยความปรารถนาดีต่อพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย นาย ก. ก็ได้ชื่อว่าทำปาณาติบาตนั้นครบองค์อกุศลกรรมบถ แต่อกุศลกรรมบถนั้นมีกำลังน้อยเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อย ทั้งมีกุศลเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดกุศลขึ้น ก็เป็นอัปปสาวัชชะ

๒. การล่วงกาเมต่อพระอรหันต์ ย่อมจะมีโทษหนักมากที่สุดได้อกุศลชนกกรรมให้ไปสู่การปฏิสนธิในอเวจีมหานรก โดยถูกธรณีสูบด้วยอำนาจแห่งอุปปัชชเวทนียกรรม เสวยความทุกข์อย่างแสนสาหัสในเมืองนรก เรื่องนี้ก็ได้แก่ นันทมานพที่ได้ล่วงเกินทำมิดีมิร้ายต่อพระอุบลวัณณาเถรีซึ่งเป็นพระอรหันต์

๓. ภายในสถานที่อันมืดมิด ชายผู้หนึ่งส้องเสพกาเมกับภรรยาของผู้อื่นด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นภรรยาตน ในเรื่องนี้ย่อมจะหนีไปจาองค์กรรมบถไปไม่ได้ เพราะอกุศลกาเมสุมิจฉาจารนั้นมีองค์ทั้ง ๔ ก็ได้กระทำลงไปจนครบองค์ทั้ง ๔ เหมือนกัน คือ เป็นวัตถุอันไม่ควรจะเกี่ยวข้องด้วย มีจิตคิดจะส้องเสพ ได้กระทำความพยายาม และมีความพึงพอใจในการประกอบกรรมนั้น

สำหรับในเรื่องนี้ ผู้ประกอบอกุศลกรรมมิได้มีจิตคิดจะกระทำผิด มิได้มีบุพพเจตนาคิดคิดมาก่อนเลยว่า จะลักลอบกระทำกรรมอันลามกที่บัณฑิตทั้งหลายพึงติเตียน แม้ว่าการกระทำนั้นจะได้ครบองค์กรรมบถ เป็นการกระทำที่เรียกว่าทุจริตก็จริง แต่จะจัดเข้าในมหาสาวัชชะอันเป็นกรรมหนักไม่ได้ เพราะมิได้มีเจตนาร้าย โทษหนักจึงกลายเป็นเบาไป


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 ก.พ. 2549 , 09:05:05 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 6


ชีวตินี้อยู่ยากส์ที่จะรอดพ้นจากอกุศล

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [3 ก.พ. 2549 , 14:41:46 น.] ( IP = 61.91.197.13 : : )


  สลักธรรม 7

มาติดตามอ่านรายละเอียดของอกุศลข้อ 3 ค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์

โดย เซิ่น [3 ก.พ. 2549 , 17:50:03 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [3 ก.พ. 2549 , 19:30:40 น.] ( IP = 61.47.119.221 : : )


  สลักธรรม 9

ความไม่รู้จริงในเรื่องศีลนี้ ทำให้ชีวิตตกอยู่ในความประมาทมากเลยนะครับท่านอาจารย์ที่เคารพ

กราบขอพระคุณมากครับผม สำหรับการอธิบายเรื่องกาเมนี้ในแง่มุมต่างๆให้ผมได้เกิดความรู้ความเข้าใจมากมายครับ

ระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์เสมอครับ และเทิดพระคุณท่านนี้ไว้เหนือเกล้าครับ




โดย พี่เณร [4 ก.พ. 2549 , 07:02:15 น.] ( IP = 61.90.12.137 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org