มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๙๙)






ตอนที่ (๙๘) อ่านที่นี่


ความสำเร็จในกิจของดื่มสุราเมรัย ๒ ประการ คือ

๑. ปฏิสนฺธิชนนกิจฺ กิจที่ทำให้เกิดในนิรยภูมิ
๒. กมฺมชนนกิจ กิจที่ทำให้การกระทำทุจริตสำเร็จลง

เมื่อเปรียบเทียบกันทั้ง ๒ ข้อนี้แล้ว ท่านนักศึกษาก็จะมองเห็นได้ว่า กิจทั้ง ๒ นี้มีกำลังของการให้ผลแตกต่างกัน เพราะปฏิสนธิชนนะกิจนั้น มีความมุ่งหมายถึงบุพพเจตนาอันเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นมาก่อนการกระทำ หมายถึงว่า สุรายาเมาเหล่านั้นเป็นตัวการหนุนหรือกระตุ้นเตือนให้การกระทำทุจริตหรือทุราชีพเกิดขึ้น แต่ท่านนักศึกษาก็ทราบอยู่แล้วว่า คนดื่มสุรายาเมานั้น มิได้กระตุ้นเตือนให้กระทำทุจริต หรือทุราชีพเสมอไปทุกๆ ครั้งหรือทุกๆ วัน แม้ว่าจะมีเหตุแห่งความมึนเมาคอยกระตุ้นเตือนหรือชักชวนอยู่ก็ตาม ถ้าเป็นเช่นนี้บุพพเจตนาที่เกิดขึ้นมานั้น ก็ไม่มีความสามารถที่จะเป็นตัวการนำไปเกิดในนิรยภูมิ คือความเป็นสัตว์นรกได้

ผู้ดื่มสุราเมรัยแล้ว กระทำไปตามอำนาจของการกระตุ้นเตือนใจให้กระทำทุจริตโดยบุพพเจตนาแล้ว บุพพเจตนาดังกล่าวก็เกิดอิทธิพลนำให้เกิดในนิรยภูมิ คือ ในนรกได้ ถ้าปฏิสนธิชนนะกิจการเกิดใหม่ได้สำเร็จลงเมื่อใด ก็จัดว่าได้ล่วงอกุศลกรรมบถแล้วเมื่อนั้น ถ้าปฏิสนธิชนนะกิจยังไม่สำเร็จ การดื่มสุราเมรัยก็จะจัดว่าล่วงกรรมบถยังไม่ได้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า เป็นการไม่แน่นอน ดังหลักฐานปฏิสัมภิทามรรคอรรถกถาและฎีกาได้แสดงเอาไว้ว่า

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:56:19 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กุสลากุสลา ปิ จ ปฏิสนฺธิชนกาเยว กมฺมปถาติ วุตฺตา, จุตฺตาวเสสา ปฏิสนฺธิ ชนเน อเนภนฺตินตฺตา กมฺมปาถาติ น วุตตา ฯ (อรรถกถา)

วุตฺตาวเสสาติ สุราปานาทโย ตพฺพิรมฺมณาทโย จ ฯ (ฎีกา)

แปลความว่า กุศลคือกายสุจริตเป็นต้น และอกุศลมีกายทุจริตเป็นต้น ที่ให้ปฏิสนธิเกิดขึ้นเท่านั้น พึงกล่าวได้ว่าเป็นกุศลและอกุศลกรรมบถ กุศลคือการเว้นจากการดื่มสุราเป็นต้น และอกุศลคือ การดื่มสุราเป็นต้น ที่เหลือเหล่านั้น ไม่ได้กว่าวว่าเป็นกุศลและอกุศลกรรมบถ เพราะกรรมเหล่านี้เป็นกรรมที่ไม่แน่นอนในการส่งผลปฏิสนธิ

คำว่า วุตฺตาวเสสา นั้น ได้แก่ การดื่มสุรา สูบฝิ่น เล่นการพนัน หลงใหลเพลิดเพลินอยู่กับการดูแลและเล่นมหรสพต่างๆ เป็นต้น และการเว้นก็ได้แก่เว้นจากที่ได้กล่าวมาแล้วนั่นเอง

อันการดื่มสุราเมรัยนั้น เมื่อดื่มไปหลายๆ ครั้งแล้วก็มีความปรารถนาที่จะดื่มเรื่อยๆ ไป ดังมีพุทธภาษิตที่แสดงเอาไว้ในอังคุตตรพระบาลีว่า

ติณฺณํ ภิกฺขเว ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ, กตเมสํ ติณฺโณ? โสปฺปสฺส ภิกฺขเว ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ, สุราเมรยปานสฺส ภิกฺขเว ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ, เมถุนธมฺมสมาปตฺติยา ภิกฺขเว ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ, อิเมสํ ภิกฺขเว ติณฺณํ ปฏิเสวนาย นตฺติ ติตฺตีติฯฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย การเสพที่ไม่มีการอิ่มนั้นมี ๓ อย่าง ๓ อย่างนั้นคืออะไร? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไม่อิ่มในการนอนอย่างหนึ่ง ความไม่อิ่มในการดื่มสุราเมรัยอย่างหนึ่ง ความไม่อิ่มในการเสพเมถุนธรรมอย่างหนึ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความไม่อิ่มในการเสพ ๓ อย่างนั้นมีดังกล่าวมานี้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:56:52 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : )


  สลักธรรม 2

ถ้าท่านนักศึกษาจะพิจารณาดูถึงการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะทรงบัญญัติสิกขาบทอันได้แก่พระภิกษุสงฆ์ พระองค์ก็มิได้ทรงตั้งขึ้นเอาเองตามชอบใจ มักจะมีผู้ประพฤติปฏิบัติผิดพลาดเกิดขึ้นมาเสียก่อน ในการดื่มสุราเมรัยนี้ก็เหมือนกัน ได้มีผู้ปฏิบัติเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว คือดังนี้

ในครั้งพุทธกาล มีพระองค์หนึ่งชื่อพระสาคตะเถระ เป็นพระปุถุชน แต่เป็นผู้ได้อภิญญาจากการปฏิบัติได้ฌานชั้นสูงแล้วมีความสามารถเป็นพิเศษ อันเป็นอิทธิฤทธิ์อันหนึ่งเก่งกล้าสามารถมาก วันหนึ่งประชาชนชาวโกสัมพีได้ทราบข่าวว่า พระสาคตะเถระได้มีชัยชนะต่อพระยานาคในการประลองฤทธิ์กัน ประชาชนทั้งหลายที่ได้ทราบข่าวก็พากันเลื่อมใส มีความยินดีกันเป็นอันมาก

ดังนั้น เมื่อพระสาคตะเถระมาบิณฑบาต จึงได้พากันนำอาหารมาถวาย และในบุคคลผู้ถวายเหล่านั้นได้นำเอาสุรามาถวายด้วย เมื่อพระสาคตะเถระได้ดื่มสุรานั้นแล้ว ก็บังเกิดความมึนเมา กลับจากบิณฑบาตแล้ว จะเดินมาให้ถึงประตูเมืองก็ไม่ได้ ล้มลงนอนอยู่ที่หน้าประตูเมืองนั่นเอง ฌานอภิญญาหรือฤทธิ์อำนาจทั้งหลายที่เคยได้อุตส่าห์บำเพ็ยเพียรมาด้วยความยากลำบากในเวลาอันยาวนานก็เสื่อมลงหมดสิ้น

ในขณะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับจากบิณฑบาตพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์พอดี พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพระสาคตเถระก็รับสั่งให้พระภิกษุทั้งหลายช่วยกันพยุงพาไปจนถึงวัด แล้วก็ให้นำตัวมาเบื้องหน้าของพระองค์ ให้จับตัวพระสาคตะเถระให้นอนหันศีรษะไปในทางที่พระองค์ประทับ แต่พระสาคตะเถระกำลังขาดสติไม่รู้สึกผิดชอบอะไรเลยก็หมุนตัวกลับเอาเท้าไปทางพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นการแสดงออกซึ่งการขาดคารวะโดยตรง แม้จะมิได้มีความตั้งใจโดยตรงก็ตาม ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง พระองค์จึงได้บัญญัติสิกขาบทขึ้นห้ามมิให้ภิกษุดื่มสุราเมรัย ถ้าดื่มก็ต้องเป็นอาบัติปาจิตตีย์

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:57:09 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : )


  สลักธรรม 3

ในปาจิตติยพระบาลีและอรรถกถาแสดงว่า สุราเมรยปาเน ปาจิตฺตียํ คือการดื่มสุราเมีรัยเป็นอาบัติปาจิตตีย์

อจิตฺตกํ โลกวชฺชํ อกุสลจิตฺตํ มชฺชปานํ สามเณรานํ ปาราชิกวตฺถุ

การดื่มสุราของภิกษุนั้น จะรู้ก็ตาม ไม่รู้ก็ตาม ย่อมเป็นอาบัติปาจิตตีย์ และมีโทษในทางโลกเกี่ยวด้วยอกุศลจิต การดื่มสุราของสามเณร ถ้ารู้ว่าเป็นสุราก็มีโทษถึงปาราชิกขาดจากการเป็นสามเณร

บุคคลผู้ติดสุรามักจะเห็นว่าสุรานั้นเป็นของดีของวิเศษ พยายามหาหนทางกล่าวแก้ไปในแง่มุมต่างๆ แต่ในส่วนลึกของใจนั้นก็รู้ว่าไม่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยในขณะที่ตนยังไม่เมาก็เห็นเพื่อนฝูงมึนเมาแสดงความขาดสติออกมามากบ้างน้อยบ้างตามแต่การสั่งสมอบรมมาอย่างไร ดังจะเห็นมึนซึมบ้าง หัวเราะมากบ้าง พูดคุยเอะอะบ้าง พูดมากจนเกินไปบ้าง พูดซ้ำซากจนน่าเบื่อหน่ายบ้าง แขวะหรือล้อคนอื่นอย่างไม่มีความเกรงใจบ้าง อวดความรู้ อวดร่ำรวย อวดดี อวดสารพัดอย่าง หรือข่มเหงคนอื่น เหมือนตนเองเป็นผู้วิเศษบ้าง ดุร้าย ท้าต่อยท้าตีบ้าง สิ่งที่ไม่ควรพูดก็อดพูดออกมาไม่ได้บ้าง เหล่านี้เป็นต้น

บางคนก็เห็นโทษของการดื่มสุรา ดังนั้นจึงหาหนทางที่จะเลิกให้จงได้ บางคนก็ได้อุตส่าห์พยายามอย่างตั้งอกตั้งใจ บางคนก็ประกาศแล้วประกาศอีกว่าจะไม่ขอแตะต้องอีกต่อไป แต่ในที่สุดส่วนมากทีเดียวก็อดทนไปไม่ได้เท่าใด เพราะทนต่อสิ่งที่มายั่วเย้า ทนต่อเพื่อนฝูงที่มาชักชวนไม่ค่อยไหว พร้อมทั้งทนต่อการติดใจในสุราเมรัยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในหัวใจไม่ไหว ดังนั้น ความปรารถนาที่จะเลิกก็ต้องล้มเหลวลงไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:57:30 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : )


  สลักธรรม 4

อย่างไรก็ดี ก็มีบางคนเหมือนกันที่มีกำลังใจเข้มแข็ง ไม่ยอมตกเป็นทาสของสุราเมรัยไปนานนัก ได้ต่อสู้กับความปรารถนาของหัวใจ อดทนต่อสิ่งทั้งหลายที่มาเร้าอยู่เสมอจนสำเร็จลงได้ ทั้งนี้ก็ด้วยการฝึกฝนอบรมจิตใจที่ได้ติดมาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ช่วยสนับสนุนให้เกิดกำลังใจที่เข้มแข็งและเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้เอง ผู้อ่อนแอทั้งหลายฝึกฝนอบรมความอ่อนแออยู่เรื่อยๆ ไปในชาตินี้ ก็ย่อมจะแน่นอนว่าในชาติต่อไปก็จะต้องอ่อนแอต่ออีก และอาจตกเป็นทาสสุราเมรัย หรืออาจจะกลายเป็นทาสของสิ่งชั่วร้ายยิ่งๆ ขึ้นไปก็ได้ เมื่อพิจารณาดูด้วยดีแล้วก็น่าใจหายสำหรับบุคคลที่ช่วยตนเองไม่ได้เหล่านี้

ภัยอันตรายอย่างร้ายแรงจะเกิดขึ้นแก่ผู้เสพสุราเมรัยอยู่เป็นนิจ ภัยอันตรายนั้นเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า สำหรับในชาตินี้ ก็จะได้รับคำตำหนิติเตียนจากสัปบุรุษทั้งหลาย มีโรคภัยเบียดเบียนประจำตัว มีอันตรายได้ง่ายๆ จากความประมาท เช่น การขับรถยนต์แล้วชนกัน ความรู้จักเหตุผลชั่วหรือดีลดน้อยลงตามความมึนเมาที่มากขึ้น จึงอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิต ทรัพย์สมบัติ ครอบครัว บิดามารดา ญาติมิตรทั้งหลายได้ และเมื่อสิ้นชีวิตลงไปเมื่อใด ชาติหน้าก็จะหนีจากทุคติภูมิไปไม่พ้น ต้องไปเสวยความทุกข์ยากลำบากทั้งกายและใจในที่นั้นชั่วกาลนาน ครั้นตายจากทุคติภูมิมาเกิดในชาติที่ ๓ เป็นมนุษย์ก็จะต้องเป็นคนมีปัญญาอ่อน สติฟั่นเฟือน หรือวิกลจริต

ด้วยเหตุดังนี้เอง พระมหาพุทธโฆษาจารย์จึงได้แสดงถึงโทษของการดื่มสุราเอาไว้ว่า

อปิเจตฺถ สุราเมรยมช์ชปมาทฏฺฐานเมว มหาวชฺชํ น ตถา ปาณาติปาตาทโย กสฺมา มนุสฺสภูตสฺสปิ อมฺมตฺตกภาวสํวตฺตเนน อริยชมฺมนฺตราย กรณโตฯ

แปลความว่า เมื่อกล่าวตามความเป็นจริงแล้ว ในศีลทั้ง ๕ นั้น การดื่มสุราเมรัยที่เป็นเหตุแห่งความประมาท ย่อมมีโทษมาก ส่วนศีล ๔ ข้อมีปาณาติบาต เป็นต้น เหล่านี้ไม่มีโทษมากเหมือนการดื่มสุราเมรัย เพราะการดื่มสุราเมรัยนี้ ย่อมกระทำให้ผู้นั้นเป็นบ้า เป็นอันตรายต่อมรรคผล

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:57:50 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : )


  สลักธรรม 5

สุราเมรัยนี้ มีฤทธิ์เดชมากเหลือเกิน เพราะทำให้บุคคลผู้หลงติดต้องหลงใหลมัวเมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งทำให้มีใจกล้าหาญที่จะกระทำการอันน่าหวาดกลัวอันตรายที่ร้ายแรงแล้วอยู่เฉพาะหน้าก็ได้ เป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดศีลธรรมวัฒนธรรม และผิดกฎหมาย แม้โทษของสุราเมรัยจะมากมายเพียงใด ผู้หลงใหลทั้งหลายก็ยังติดอกติดใจกระทำไปจนได้ แม้จะมีผู้ใดจะว่ากล่าวตักเตือนด้วยความปรารถนาดีอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อฟัง

ได้มีผู้มาปรึกษาหารือกับผมหลายคนมาแล้วว่า การเสพสุรานั้นเป็นโทษ อยากจะเลิกเสียที จะอดได้อย่างไร ผมก็มิได้เสนอแนะว่าอดอย่างไร เพราะวิธีอดนั้นก็มีหลายอย่าง แต่ก็อยู่ที่กำลังใจเป็นสำคัญ แต่ละท่านก็ย่อมมีอัธยาศัยใจคอของตนเองที่ได้อบรมาแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ วิธีการที่ผมจะเสนอแนะนำนั้นง่ายๆ อย่างเดียวแล้วก็ได้ผลดีมีตัวอย่างมากหลาย ไม่ต้องไปเคี่ยวเข็ญทรมานร่างกายและจิตใจให้เดือดร้อน ไม่ต้องไปทำพิธีรีตองที่ไหน ขออย่างเดียวก็คือให้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมด้วยความตั้งใจจริงๆ ก็พอ

มาฟังการบรรยายหรืออ่านหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตเสียให้ดี เมื่อศึกษาบังเกิดความเข้าใจได้เหตุผลเข้าถึงจิตใจอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็จะเห็นทุกข์โทษภัยที่จะได้รับ เฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตชาติและชาติต่อๆ ไปว่า เท็จจริงประการใด เช่นการไปเกิดในทุคติภูมิ มีนรกและสัตว์เดรัจฉาน เป็นต้น แล้วในชาติต่อไปก็จะไปเกิดเป็นคนปัญญาอ่อนใบ้ๆ บ้าๆ ไม่ค่อยจะเต็มเต็ง หรือกลายเป็นคนวิกลจริตไปอย่างแท้จริงเลย หนทางที่จะไปสู่มรรคผลก็ถูกขวางกั้น

ทุกๆ คนก็ย่อมจะรักชีวิตของตนเอง อยากจะให้ชีวิตของตนเดินไปสู่ทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ เมื่อศึกษาได้ความจริงในเรื่องของชีวิตจากการดื่มสุราเมรัยทราบโดยแน่นอนว่า จะเป็นโทษเป็นภัยร้ายแรงแก่ตนเองอย่างแน่นอนใจแล้ว ก็จะค่อยๆ เลิกดื่มไปจนสำเร็จได้ไม่ยากเย็นอะไร โดยใช้วิธีการต่างๆ ของตนเอง แล้วก็จะไม่กำเริบกลับอยากดื่มสุราขึ้นมาใหม่ด้วย


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [5 ก.พ. 2549 , 10:58:09 น.] ( IP = 58.136.205.155 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org