มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๐๐)






ตอนที่ (๙๙) อ่านที่นี่


คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ ครั้งที่ ๑๓
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๐๘



เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้บรรยายเรื่องกาเมสุมิจฉาจาร ว่าคืออะไร ผู้ประพฤติอย่างไรกับใครจึงชื่อว่า กาเมสุมิจฉาจาร โดยแยกบุคคลออกเป็นประเภทต่างๆ และได้บรรยายตลอดไปถึงผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ กาเมสุมิจฉาจาร ว่าเป็นอกุศลกรรมบถ และถ้าครบองค์ก็สามารถนำไปสู่การปฏิสนธิ คือเกิดในอบายภูมิมี นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉานได้

นอกจากนั้นผมก็ได้บรรยายถึงเรื่องของสุราเมรัย ว่าคืออะไร ผู้เสพสุราเมรัยย่อมไม่ถือว่าเป็นอกุศลกรรมบถ แต่ผิดในศีล ด้วยเหตุผลอย่างไร ตลอดจนเรื่องของโทษจากการเสพสุราเมรัยนั้นว่า จะนำไปก่อการทุจริตจนเป็นอกุศลกรรมบถที่ครบองค์แล้วก็เป็นชนกกรรมนำปฏิสนธิได้

ที่ผมได้แสดงไปแล้วเป็นอกุศกลกายกรรม ๓ คือ ปาณาติบาต อทินนาทาน และกาเมสุมิจฉาจาร สำหรับในวันนี้ ผมจะได้บรรยายถึงอกุศลกรรมบถที่เกิดขึ้นทางวาจาเป็นส่วนมาก ที่ชื่อว่า อกุศลวจีกรรม คือการแสดงออกซึ่งอกุศลนั้นทางวาจา มีมุสาวาท คือ พูดเท็จ ปิสุณวาจา พูดส่อเสียดยุยงให้เขาแตกกัน ผรุสวาจา กล่าวคำหยาบ สัมผัปปลาปะ กล่าวคำเพ้อเจ้อ และสำหรับในวันนี้ผมจะเริ่มด้วย มุสาวาท อันเป็นอกุศลวจีกรรมตัวแรกเสียก่อน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:24:58 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. มุสาวาท คืออะไร

มุสาวาท แยกออกเป็น ๒ บท คือ มุสา + วาท

มุสา ได้แก่ สิ่งที่ไม่เป็นความจริง
วาท ได้แก่ คำพูด

เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็ได้แก่ คำพูดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

ดังมี วจนัตถะแสดงว่า " มุสา วทนฺติ เอเตนาติ = มุสาวาโท" คนทั้งหลายย่อมกล่าวซึ่งวัตถุสิ่งของเรื่องราวที่ไม่จริง กล่าวให้เป็นจริง ด้วยเจตนาอันนั้น ฉะนั้น เจตนาที่เป็นเหตุแห่งการกล่าวไม่จริงนั้น ชื่อว่า มุสาวาท ได้แก่ วิสํวาทน เจตนา คือ เจตนาที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด

มุสาวาทนั้นในภาษาไทยเรามีคำใช้อยู่อีกหลายคำ เช่น พูดไม่จริง พูดเท็จ พูดปด พูดโกหก เป็นต้น ซึ่งก็มีความหมายตรงกันกับคำว่า มุสาวาท นั่นเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:25:34 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 2

ธรรมดาบุคคลทั้งหลายโดยทั่วไปมักจะพูดเท็จ หรือพูดมุสาด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยพูดมุสา หากแต่ว่า บางท่านพูดมุสามาก บางท่านพูดน้อย บางท่านพูดมุสาในเรื่องที่ไม่สลักสำคัญ บางท่านพูดมุสาในเรื่องที่สำคัญ และทางทีบางท่านอาจจะใช้มุสาเป็นอาชีพไปเสียเลยก็อาจเป็นได้

เมื่อมีเพื่อนฝูงถามว่าไปไหนมา เราก็มักจะตอบว่า "เปล่า" ทั้งๆ ที่เรากำลังจะไปธุระ เมื่อเขาถามว่า กินข้าวแล้วหรือยัง เราก็มักจะตอบว่ากินแล้ว ทั้งๆ ที่อาหารยังมิได้ตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้ว

คนบางคนฝึกหัดการพูดมุสาเสียจนเคยตัว วันหนึ่งๆ พูดเสียนับไม่ถ้วน ฉะนั้น ถ้าไม่ได้พูดมุสาเสียบ้างแล้วก็ไม่ค่อยจะสบาย หน้าตาหม่นหมองไม่แจ่มใส หรือเกิดท้องขึ้นขึ้นมาทีเดียว แต่ถ้าได้พูดมุสาเสียสักหน่อย จึงค่อยสบาย หน้าตาแจ่มใสเบิกบาน ไม่ป่วยไม่เจ็บอะไรเลย ทั้งนี้ก็เพราะได้เคยฝึกอบรมตนเองมาเสียจนชำนาญ

ผู้ที่ทำมาค้าขายบางคนที่เห็นแต่จะได้คิดที่จะเอากำไร หรือผู้ที่ข้องแวะอยู่กับวงของการพนัน หรือผู้ที่ทำการงานตามสถานที่ต่างๆ มีตามช่อง ตามสำนักงานบางแห่ง ที่หากินด้วยการต้มมนุษย์ หรือผู้ทำงานตามโรงตามศาลบางท่าน ที่คอยติดต่อหารายได้จากผู้ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ บุคคลเหล่านี้เกือบจะพูดได้ว่า หากันกับเรื่องของการโป้ปดมดเท็จ พยายามหาหนทางด้วยวิธีการพูดเท็จต่างๆ เพื่อต้อนคนให้มาตกหลุมพรางที่ดักเอาไว้ ด้วยหวังประโยชน์ที่จะได้เช่น เงินทองเป็นต้น บุคคลเหล่านี้เกือบจะพูดได้ว่าทำมาหากินกับการพูดมุสา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:25:54 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 3

บางคนก็ถือได้ว่าหากินกับการพูดมุสาเลยทีเดียว เพราะทำมาหากินอยู่กับการมุสาทุกๆ วัน เที่ยวได้หลอกหญิงสาวตามต่างจังหวัดที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ให้เข้ามาทำงานในกรุงแล้วก้เอาไปขาย หรือส่งให้เพื่อหากำไร คือเพื่อบำเรอความใคร่ของชาย ทำประหนึ่งว่าคนเป็นข้าวของ หรือไม่มีหัวใจ

บางคนที่ติดฝิ่นหรือเฮโรอีน ยอมรับจ้างเบิกพยานเท็จ โยมิได้คำนึงถึงความเสียหายของใคร หรือใครจะเดือดร้อนสักเพียงไหน หากแต่เอาใจใส่เฉพาะส่วนที่ตนจะได้อันเป็นเงินทอง เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตนเองให้สำเร็จลงไปเท่านั้น

เด็กเล็กๆ ย่อมจะไม่เดียงสาอะไร เมื่อเห็นงูพิษก็พยายามไขว่คว้าจะจับมาเล่นให้ได้ หรือเห็นไฟที่ตะเกียงน้ำมันก็หาหนทางเข้าใกล้ จะได้เล่นให้เพลิดเพลินใจ โดยหาได้ทราบไม่ว่า จะมีอันตรายร้ายแรงแก่ตนอย่างไร เพราะเด็กยังเล็กนัก เด็กยังอ่อนต่อความคิดอ่านนั่นเอง

ทั้งนี้ก็เหมือน กับคนชอบพูดมุสา ด้วยไม่เคยได้คิดพิจารณาให้ลึกซึ้ง ไม่เคยได้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ จึงหาได้ทราบไม่ว่าการพูดมุสาที่ตนชอบแสดงออกไปด้วยเห็นว่าเป็นความดีที่พึงพอใจ หรือก่อประโยชน์ให้แก่ตนนั้น เห็นว่ามิได้มีโทษภัยอย่างใดแก่ตนเลย แท้จริงกลับตรงกันข้าม ด้วยเจตนาอันเกิดจากการพูดมุสา ย่อมจะถูกประทับฝังมั่นลงไว้ในจิตใจอยู่ทุกๆ ครั้งที่กล่าวมุสาออกไป มิได้สูญหายไปไหน แล้วผลที่ได้เก็บเอาไว้เหล่านั้น ก็จะได้กลับคืนมาสนองตอบแก่ตนเองให้ได้รับโทษภัย ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ในชาติหน้าๆ ก็จะได้รับผลแห่งการพูดเท็จต่อไป อีกทั้งจะเป็นคนชอบพูดเท็จเพราะเหตุแห่งการฝึกฝนอบรมมาด้วย ลงได้ฝึกฝนการพูดเท็จมาเสียเคยตัวแล้ว แม้จะมีความเสียหายจากการพูดเท็จให้ได้เห็นอยู่บ้าง ก็อดพูดเท็จไม่ได้ ด้วยมีความสันทัดจัดเจนอยู่ในใจ ถึงอย่างไรก็ยังยินดีกระทำลงไป ด้วยเหตุที่ไม่มีความเข้าใจถึงอันตรายที่จะได้รับ ว่าจะมากน้อยสักแค่ไหน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:26:11 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 4

วิสํวาทน เจตนา ได้แก่เจตนาที่ทำให้ผู้อื่นบังเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งประกอบกับโลภชวนะ คือความโลภ มีความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ประกอบกับโทสะชวนะ คือความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน ความไม่พอใจ คือพูดเท็จออกไป หรืออาจจะแสดงออกทางกาย ก็เป็นพูดเท็จได้เหมือนกัน

การพูดเท็จที่เกิดขึ้นพร้อมกับโลภชวนะก็คือ การพูดเท็จเล่น ด้วยเห็นเป็นการสนุก เช่นเจตนาจะหลอกให้คนอื่นเขาหลงเชื่อในเรื่องต่างๆ เพื่นตนจะได้ประโยชน์ หรือการพูดเท็จด้วยหวังจะให้ได้มาซึ่งแห้วแหวนเงินทอง จึงได้เจรจาตลบตะแลง หลอกต้มให้คนอื่นเขาหลงเชื่อ แล้วจะได้รับผลตามที่ตนต้องการ

ส่วนการพูดเท็จพร้อมกับโทสชวนะนั้นก็คือ การพูดเท็จออกไปเพื่อหวังให้ตนรอดและปลอดภัยเพราะกลัว หรือเพราะความตกใจ พูดเท็จออกไปเพราะความเสียใจ หรือความทุกข์ร้อนไม่สบายที่ตนกำลังได้รับ และการพูดเท็จอาจเกิดขึ้นมาได้เพราะความโกรธ ความไม่พอใจ

เจตนาที่เกิดขึ้นแล้วเป็นมุสาวาทนั้น บางครั้งถึงแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยก็อาจเกิดขึ้นมาได้เหมือนกัน คือมิได้เกิดขึ้นทางถ้อยคำที่พูดออกไป หากแต่เกิดขึ้นทางร่างกาย หรือการพูดเท็จนั้นแสดงออกมาทางร่างกายก็ได้ แล้วก็ได้ชื่อว่าเป็นการพูดเท็จ หรือผิดในศีลข้อมุสาเหมือนกัน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:26:29 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อมีคนมาถามว่า " เห็นนายแดงเดินผ่านมาทางนี้ไหม" เราก็พยักหน้าทั้งๆ ที่มิได้เห็น ด้วยความปรารถนาอย่างใดอย่างหนึ่งจึงได้แสดงการพูดมุสาออกไปทางร่างกาย หรือเมื่อเพื่อนคนหนึ่งถามว่า "มีเงินบ้างไหม" เราก็สั่นหน้า แต่ความจริงนั้นมี ด้วยเกรงเพื่อนจะขอยืมจึงสั่นหน้าแสดงออกไปทางกายเพื่อเป็นการปฏิเสธ นอกจากมุสาวาทที่แสดงออกทางหน้าตาแล้ว อาจแสดงออกทางกิริยาอาการ เช่น ทำท่าหรือโบกมือ ก็เป็นการพูดมุสาได้

รูปที่ปรากฏเกิดขึ้นทางวาจา คือใช้ปากพูดออกไปเป็นถ้อยคำให้เข้าใจกันนั้น ในปรมัตถธรรมเรียกว่า วจีวิญญัติรูป และรูปที่ปรากฏเกิดขึ้นทางร่างกาย ใช้ร่างกายเป็นการแสดงออกเพื่อให้เข้าใจกันนั้น ในปรมัตถธรรมเรียกว่า กายวิญญัติรูป

วจีวิญญัติรูป คือการพูดจาก็ดี กายวิญญัติรูป คือการแสดงออกซึ่งอาการของร่างกายก็ดี ทั้งสองรูปนี้ย่อมเกิดจากอำนาจของเจตนา อำนาจของจิตใจ รูปเหล่านี้จึงเกิดขึ้นมาได้ หมายความว่าถ้ามิได้มีเจตนา คือถ้ามิได้มีจิตสั่งให้กระทำแล้ว รูปเหล่านี้ซึ่งได้แก่วจีวิญญัติรูป และกายวิญญัติรูป จะเกิดขึ้นมาเองเฉยๆ จะได้หรือ ไม่มีเหตุผล ไม่มีหนทางที่มันจะเกิดขึ้นมาเองได้อย่างไร

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:26:47 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 6

เมื่ออำนาจของเจตนาเกิดขึ้นมาแล้วว่าจะพูดเท็จ คือ มุสาวาท จึงได้แสดงรูปเหล่านั้นออกไปตามเจตนาที่ได้ตั้งเอาไว้ ถ้าศึกษาเรื่องนี้ให้ละเอียดแล้ว ก็จะเห็นได้ว่าจิตได้สั่งให้อ้าปากพูด ทำให้ปากเป็นรูปต่างๆ ไปตามที่ต้องการว่าจะให้เสียงออกไปอย่างไร จิตได้สั่งให้ลิ้นกระดิกไปในรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อให้เสียงออกมาตามที่ต้องการ แม้ได้สั่งให้ลิ้นกระดิกไปในรูปแบบต่างๆ มากมาย เพื่อให้เสียงออกมาตามที่ต้องการ แม้ร่างกายที่เคลื่อนไหวไปทุกๆ กระเบียดนิ้วในท่าทางต่างๆ นั้น ก็หนีไปจากจิตสั่งไม่ได้

รูปที่แสดงออกทางวาจา กับรูปที่แสดงออกทางกายเหล่านั้น ก็ล้วนแต่กลั่นกรองออกมาจากจิตใจ เมื่อจิตใจเกิดขึ้นก็จะขาดเจตนาเสียมิได้ ด้วยเหตุดังนี้ การแสดงออกทางวาจาหรือการแสดงออกทางกายที่ประกอบไปด้วยเจตนา ที่จะให้เป็นการกล่าวเท็จ จึงหนีไปจากอกุศลกรรมบถไม่ได้ จึงเป็นอกุศลวจีกรรม แม้แต่จะใช้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายโดยที่มิได้พูดหรือมิได้ใช้อวัยวะเกี่ยวกับวาจาเลย ก้หนีไปไม่พ้นจากมุสาวาท หากแต่เกิดขึ้นเป็นส่วนน้อยเท่านั้น (มุสาวาทเกิดทางวาจาเป็นส่วนมาก)


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 ก.พ. 2549 , 09:27:15 น.] ( IP = 203.172.117.108 : : )


  สลักธรรม 7

อาจารย์ครับ ข้อความที่ว่า..เป็นคนชอบพูดเท็จเพราะเหตุแห่งการฝึกฝนอบรมมาด้วยนั้น ผมมองเห็นชัดเลยครับ เพราะจริงแล้วบางคำตอบไม่สามควรจะต้องปดปิดอะไรเลย แต่ด้วยอุปนิสัยที่สันทัดนั่นเอง เป็นตัวการให้เกิดการพูดปดได้ง่ายๆเลยนะครับ แม้บางครั้งการพูดที่ขาดการยั้งคิด ติดคะนองก็ดี พูดเอาใจคนอื่นก็ดี การขาดความระลึกรู้ด้วยสตแล้ว ทำจะให้เรื่องนั้นเป็นเรื่องไม่จริงขึ้นมาได้อย่างง่ายๆเลยนะครับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากเลยครับผม ที่อธิบายให้เกิดความเข้าใจชัดเจนจริงๆครับ

กราบระลึกถึงพระคุณครับท่านอาจารย์และเทิดบูชาพระคุณนี้ไว้เหนือเกล้าครับ.


โดย พี่เณร [6 ก.พ. 2549 , 10:04:51 น.] ( IP = 58.8.69.95 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [6 ก.พ. 2549 , 23:07:38 น.] ( IP = 61.91.127.215 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org