| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สุมนปัจเจกพุทธ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1เมื่อชายขายดอกไม้ได้ยลโฉมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันงามบริสุทธิ์แพรวพราวด้วยรัศมีประกอบด้วยลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการ และด้วยพระอสีตยานุพยัญชนะ ๘๐ ประการเช่นนั้น ก็พลันงงแลตะลึงครุ่นคิดคำนึงอยู่ว่า "เราจักทำการบูชาพระพุทธองค์ด้วยอะไรดีหนอ จึงจักสมกับความเลื่อมใส อันเกิดขึ้นมากมายแก่เราในบัดนี้" เมื่อไม่เห็นสิ่งใดที่จะพึงหยิบฉวยเอาในขณะนั้นได้ทันเวลา จึงตัดสินใจว่า..
"เราจักทำการบูชาพระพุทธองค์ด้วยดอกมะลิที่เราถืออยู่ในมือนี้ ถูกแล้ว!
![]()
ดอกไม้เหล่านี้ เป็นดอกไม้ที่เรามีสัญญาผูกพัน ต้องส่งให้สำนักพระราชวัง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประจำทุกวัน จะขาดเสียไม่ได้ และหากทรงไม่ได้ดอกไม้เหล่านี้ จักทรงพระพิโรธโกรธเคือง แล้วจักมีพระราชดำรัส สั่งให้ขังเราไว้ในคุก หรืออาจสั่งให้ประหารชีวิตเราเสีย หรืออาจจักให้เนรเทศเราเสียก็เป็นได้ สุดแล้วก็ตามแต่เวรกรรมของเราเถิด เราเกิดความเลื่อมใสขึ้นในดวงใจแล้ว จักต้องถวายดอกไม้เหล่านี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาให้ได้ คงจักมีอานิสงส์แก่เรามากมาย เพราะแม้เราเอาดอกไม้ที่เรามีอยู่เพียงเท่านี้ ไปให้แก่สำนักพระราชวัง อย่างดีก็คงได้ทรัพย์เพียงเล็กน้อยสำหรับเลี้ยงชีวิตในชาตินี้เท่านั้น
แต่การที่เราจักถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาในครานี้ ย่อมจะเกิดประโยชน์โสตถิผล อำนวยความสุขความเจริญแก่เราเป็นเวลานาน ประมาณหลายแสนโกฏิกัปนัก เป็นไรเป็นกัน เราจักถวายบุปผทาน แด่องค์อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลบัดนี้!"
โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 07:56:57 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 2เมื่อคิดสละชีวิตเพื่อจักถวายบุปผทาน แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นนี้เล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วโสมนัส เกิดปีติซึมซาบเอิบอาบใจขึ้นเป็นทับทวี แล้วก็เริ่มถวายบุปผทาน เพื่อเป็นการบูชาพระพุทธองค์
ชายเข็ญใจน้อมกายถวายนมัสการเฉพาะพระพักตร์แล้ว จึงซัดดอกมะลิ ๒ ทะนาน ขึ้นไปในอากาศเบื้องบนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บัดนั้น เกิดอัศจรรย์ขึ้นทันใด บรรดาดอกมะลิทั้งหลายเหล่านั้น ได้พากันคลี่คลายขยายกลีบบานสะพรั่ง แล้วเรียงรายขยายแถวเสมอกัน เป็นเพดานกั้นอยู่บนอากาศเบื้องพระเศียรแห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า โดยมิได้ล่วงหล่นลงมายังพื้นพสุธา เหมือนดั่งดอกไม้ธรรมดาที่บุคคลขว้างปาทั่วไปไม่เมื่อเขาได้เห็นความอัศจรรย์ดังนั้น ก็ซัดดอกมะลิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาไปอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นลอยขึ้นไปในอากาศ ตามกำลังโยนซัดแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายกลีบบานและลอยลงมา เรียงแถวประดิษฐานอยู่ ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องขวาแห่งสมเด็จพระพุทธองค์อีกเช่นกัน
เขาจึงซัดดอกไม้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นก็พลันลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วค่อยๆ ขยายกลีบบานสะพรั่งและลอยลงมาเรียงแถวประดิษฐานอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์ และเมื่อเขาซัดดอกมะลิไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นครั้งสุดท้ายอีก ๒ ทะนาน ดอกมะลิเหล่านั้นก็ขยายกลีบคลี่บานสะพรั่ง ลอยขึ้นไปในอากาศ ตามกำลังซัดและลอยต่ำลงมาเรียงแถวประดิษฐาน ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องซ้ายแห่งองค์พระชินสีห์ และลอยอยู่อย่างนั้นเป็นระเบียบด้วยดี หาได้หล่นลงสู่พื้นปฐพีไม่โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:03:35 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 3และเมื่อพระองค์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ใด ดอกมะลิเหล่านั้นก็ห้อมล้อมลอยตามไปด้วย เมื่อพระองค์หยุดดอกไม้ก็หยุดตาม ความงามแห่งพุทธลีลา เมื่อโคจรบิณฑบาตในเช้านี้ เป็นทัศนียภาพอันนำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาแห่งประชาชนผู้ได้พบเห็น ทั้งยังทรงเปล่งพระฉัพพัณณรังสี ออกซ่านทั่วพระวรกาย ยังความอัศจรรย์ใจแก่ประชาชนทั้งหลายเป็นยิ่งนัก
ฝ่ายนายมาลาการผู้เข็ญใจ ผู้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาสำเร็จเป็นทิฏฐธัมมเวทนียกรรมฝ่ายกุศลแล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วปีติยิ่งกว่าผู้อื่น เดินน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้มใจตามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไปอย่างไม่รู้ตัว พอได้สตินึกขึ้นได้ว่า ตนลืมกระเช้าดอกไม้ไว้ ก็รีบวิ่งกลับมาถือเอากระเช้าเปล่ากลับไปบ้านตน เมื่อถูกภรรยาถามว่า
"ข้าแต่สามี! เหตุไฉนวันนี้ท่านจึงกลับมาเร็วเหลือเกินไม่เหมือนวันก่อนๆ ท่านเอาดอกไม้ไปส่งสำนักพระราชวังเรียบร้อยแล้วหรือประการใด?" จึงตอบขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า
"ดูกรภรรยาที่รัก! วันนี้เราไม่ได้ไปส่งดอกไม้ ยังพระราชวังดังเคย เพราะเราเกิดความเลื่อมใส จึงได้ถวายดอกมะลิเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนหมดสิ้นจนไม่มีเหลือแม้แต่ดอกเดียว"
"อ้าว! แล้วกัน ทำไมทำเช่นนั้นเล่า เจ้าก็รู้อยู่ว่า จักต้องมีความผิด เพราะเรามีสัญญาว่า จะต้องมีดอกไม้ส่งถวายพระราชาทุกวันเป็นประจำ หากเป็นเช่นนี้จักต้องได้รับโทษประหารชีวิต อาจต้องถึงคอขาด ๗ ชั่วโคตร ก็เป็นได้"
โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:08:37 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 4"ผิดก็ผิดๆ ไป! จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเราเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหลือเกิน จึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา เมื่อในหลวงไม่ได้รับดอกไม้จากเราแล้ว จักทรงพิโรธรับสั่งให้เรารับโทษอย่างรุนแรง ถึงขั้นประหารชีวิตเราก็ยอม
นี่แน่ะ! ดอกไม้ที่เราถวายแด่องค์พระชินสีห์ ผู้เป็นองค์อรหันต์ มีอาการประหลาดน่าอัศจรรย์ ผู้คนได้พบเห็นต่างก็แซ่ซ้องก้องเป็นที่โกลาหลด้วยความปีติยินดี เจ้าไม่ได้ยินบ้างหรือ? ขอเจ้าจงยังจิตให้ปสันนาการเลื่อมใสในทานร่วมกันกับเราด้วยเถิด"
ภรรยาของนายมาลาการผู้มีสันดานอันธพาลหาได้ยินดีด้วยไม่ กลับออกเสียงด่าลั่นตวาดว่า "ร่วมยินดีกับเจ้าให้ข้าคอขาดด้วยนะซี่ ใครจะไปยอมร่วมด้วย เจ้าโง่! เจ้าจงรอความตายอยู่คนเดียวเถิดเจ้างั่ง! ไอ้คนไม่มีเงาหัวเอ๋ย เรายังไม่อยากตายและจะไม่ยอมตายกับเจ้าในครั้งนี้เป็นอันขาด"
ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของเสื้อผ้า อันเป็นสมบัติแห่งตนจนหมดสิ้น ด้วยความประสงค์ว่า จะไปแจ้งความแก่พระราชาให้ทรงทราบไว้ก่อนว่า ตนหย่าขาดมิได้เกี่ยวข้องเป็นภรรยาแห่งสามีผู้หน้าโง่ ผู้จักต้องเป็นนักโทษประหารในอนาคตแล้วโดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:12:58 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 5ครั้นไปถึงราชสำนักและเมื่อถูกพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชาซักถามก็กราบบังคมทูลว่า..
![]()
"ข้าแต่องค์ราชา! สามีของหม่อมฉัน ซึ่งมีหน้าที่ต้องเอาดอกไม้มาส่งยังพระราชสำนัก เป็นประจำทุกวัน เช้าตรู่วันนี้ เขามีจิตโมหันธ์บ้าศรัทธา เอาดอกไม้สำหรับทูลเกล้าถวาย ไปทำการบูชาพระศาสดาสมณโคดมเสียจนหมดสิ้น ไม่สามารถที่จะหาดอกไม้ที่ไหนมาทูลเกล้าถวายพระองค์ได้อีก
หม่อมฉันมีความเสียใจ และเกรงต่อราชภัยจึงได้ด่าว่าเขาอย่างหนัก แต่เขากับตอบว่า ขอยอมตายแม้จักต้องราชภัยก็ตามเพียงขอให้เขาได้ถวายดอกไม้ เพื่อเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นก็พอใจแล้ว ฉะนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป การกระทำของเขา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำดีหรือชั่วก็ตาม ก็ขอจงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเถิด หม่อมฉันไม่ยอมรับผิดชอบด้วย ขอพระองค์ จงรับทราบด้วยเถิด หม่อมฉันกับสามีได้หย่าขาดจากกันแล้ว"
โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:16:38 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 6
อันสมเด็จพระเจ้าพิมพิสารราชาธิบดี ซึ่งเป็นพระบรมมหากษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์มหานครนี้ พระองค์ทรงได้บรรลุพระโสดาปัตติผล สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลขั้นพระโสดาบันในพระบวรพุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ได้พบเห็นและสดับฟังพระธรรมเทศนา ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงมีจิตเลื่อมใสคงมั่นในพระรัตนตรัยอย่างไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ยิ่งกว่าปุถุชนคนธรรมดาสามัญ เมื่อสดับฟังคำกราบบังคมทูลของหญิงผู้เข็ญใจไร้ปัญญาเช่นนั้น ก็พลันเกิดความสังเวชสลดพระทัยเป็นยิ่งนัก ด้วยว่า นายมาลาการผู้ยากเข็ญ อุตส่าห์ประกอบกรรมดีอันเป็นมหากุศล โดยได้ถวายบุปผทานแด่องค์สมเด็จพระทศพลเป็นอัศจรรย์ปานนี้ แทนที่จะยินดีอนุโมทนากลับเห็นว่าเป็นโทษเป็นผิด เพราะคิดเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากไป อีกนานสักเท่าใดหนอ สันดานของหญิงนี้จึงจักดีขึ้น ทรงสังเวชพระทัยแล้วแกล้งทำเป็นอากัปกิริยาดั่งว่าโกรธเคือง แล้วตรัสถามด้วยสุรเสียงอันดังว่า
"ไฉน! สามีเจ้าจึงทำเช่นนั้น ดีแล้วเจ้าทอดทิ้งไม่เกี่ยวข้องกับคนเช่นนี้เป็นการดีแล้ว ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราเอง ที่จะได้พิจารณาว่า จักทำประการใด แก่เจ้าคนซึ่งมีน้ำใจขบังอาจ เอาดอกไม้ของข้าไปทำการบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาล่ะเจ้าไปได้แล้ว"
เมื่อรับสั่งแล้วพระเจ้าพิมพิสาร ก็รีบเสด็จไปยังถนนที่สมเด็จพระชินสีห์กำลังเสด็จบิณฑบาตอยู่ พร้อมกับหมู่อริยสงฆ์ทั้งหลาย เมื่อได้ทรงทอดพระเนตรเห็นพระพุทธองค์ซึ่งทรงดำเนินไปด้วยพุทธานุภาพอันมีเหล่าดอกมะลิลอยตามรายล้อม ดังนั้นก็ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก
ครั้นสมเด็จพระพิชิตมาร เสด็จไปยังประตูพระบรมมหาราชวังจึงเสด็จเข้าไปรับบาตรจากพระหัตถ์ แล้วทรงอาราธนาให้เสด็จเข้าไปในปราสาท แต่สมเด็จพระพุทธองค์หาได้เสด็จเข้าไปตามที่ทูลไม่ หากแต่ทรงแสดงอาการว่าจะประทับที่พระลานหลวงด้วยว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำริว่า ..โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:23:56 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 7ถ้าจักเสด็จเข้าไปในปราสาทแล้วไซร้ ประชาชนทั้งหลายผู้ติดใจใคร่จะดูซึ่งพระพุทธานุภาพ จักไม่ได้เห็นพระองค์ และอีกประการหนึ่ง ดอกไม้ที่ลอยเด่นอยู่รอบพระวรกายเป็นอัศจรรย์ ที่นายมาลาการผู้เข็ญใจถวายเป็นพุทธบูชานั้น บัดนี้ก็ยังปรากฎอยู่
หากพระองค์เสด็จเข้าไปในปราสาท ที่รโหฐานแล้วประชาชนจะไม่ได้เห็นความอัศจรรย์ เพราะพระพุทธองค์ต้องการให้ชื่อเสียงแห่งนายมาลาการผู้ถวายดอกไม้ปรากฎขจรขจายไป ประชาชนจักได้ร่วมอนุโมทนาในมหากุศลครั้งนี้ของเขา
ครั้นสมเด็จพระเจ้าพิมพิสารถวายภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีรับสั่งให้นำนายมาลาการมาเข้าเฝ้า
"เจ้าผิดสัญญา และนำดอกไม้ของเราไปบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะเหตุใด?"
เจ้าคนผู้เข็ญใจผู้เกรงความผิดตอบด้วยอาการตัวสั่นงันงกว่า "เพราะข้าพระองค์เกิดความเลื่อมใสศรัทธาจนอดใจไว้ไม่ได้ จึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาไป พระเจ้าข้า" เมื่อได้สดับฟังพระเจ้าพิมพิสารจึงตรัสขึ้นว่า
"ตอนที่เจ้าถวายเจ้าไม่เกรงกลัวต่อราชภัยเลยหรือไรเล่า?"
"ข้าพระองค์คิดว่า พระเจ้าข้า! หากแม้นองค์ราชาไม่ได้รับดอกไม้แล้ว มาตรว่าพระองค์จักประหารชีวิตของข้าพระองค์หรือจักลงอาญาแก่ข้าพระองค์โดยประการใดก็ตาม ข้าพระองค์ก็ยินดีที่จักรับโทษทัณฑ์นั้น ด้วยความเต็มใจ
ข้าพระองค์ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจักขอถวายชีวิตบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาให้ได้ในครั้งนี้ พระเจ้าข้า"
"เจ้าเป็นมหาบุรุษ เจ้าควรได้รับการยกย่อง เพราะเป็นผู้มีจิตศรัทธา องอาจกล้าหาญในการบริจาคทานยิ่งนัก สมควรที่จักได้รับรางวัลจากเรา ผู้เป็นพระราชาในกาลบัดนี้"
พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์อริยบุคคลโสดาบัน ตรัสขึ้นด้วยความพอพระทัย แล้วทรงมีพระบรมราชโองการ ให้เจ้าพนักงานจัดหาสิ่งของให้ โดยมี ช้าง ๘ เชือก ม้า ๘ ตัว เครื่องประดับอันมีค่าและเสื้อผ้า ๘ ชุด ทาส ๘ คน ทาสี ๘ คน นารีซึ่งประดับด้วยสรรพอลังการ ๘ นาง พร้อมพระราชทานบ้านส่วย ๘ ตำบล ให้เขาดูแลจัดหาผลประโยชน์เอาเองและพระราชทานทรัพย์อีก ๘,๐๐๐ กหาปณะโดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:31:10 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 8เมื่อข่าวของนายมาลาการผู้เข็ญใจ รู้ไปถึงหมู่พระภิกษุสงฆ์แล้ว พระอานนทเถรเจ้าจึงกราบทูลถามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า"ข้าแต่พระพุทธองค์ผู้มีพระภาค! ชายเข็ญใจผู้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาในวันนี้ ได้รับพระราชทานลาภยศจากพระราชาธิบดีเป็นอันมากในปัจจุบันชาตินี้เท่านั้นหรือพระเจ้าข้า!"
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพุทธฎีกาตรัสว่า "ดูกรอานนท์! เธออย่าได้กำหนดว่า กุศลกรรมที่ นายมาลาการกระทำในวันนี้ เป็นกรรมกุศลเพียงน้อยนิด หากแต่เขาได้ถวายบุปผทานเป็นพุทธบูชา ด้วยการเอาชีวิตเข้าเป็นเดิมพัน เหตุนี้ทานของเขาจึงมีอานิสงส์มากคือ นอกจากเขาจะได้รับลาภยศมากมายในปัจจุบันชาติทันตาเห็นแล้ว เมื่อเขาดับขันธ์สิ้นชีวิตจากมนุษยโลกนี้ไป เขาจักไม่ไปเกิดในทุคติภูมิเป็นเวลานานถึง ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป ในชาติสุดท้าย จักได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า มีนามว่า พระสุมนปัจเจกพุทธเจ้า อย่างแท้จริง"
หากแม้นสาธุชนผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธามั่นในพระรัตนตรัย มีความตั้งใจในการถวายดอกไม้หอมนานาชนิดเป็นพุทธบูชาดั่งนายมาลาการผู้เข็ญใจแม้นดอกหญ้าเพียงดอกเดียวก็ส่งผลให้เกิดความสุขทั้งใจกายให้แก่ตนเองและยังความปลื้มปีติใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น ซึ่งนับว่าเป็นการประกอบกุศลกรรมดี
ผู้เขียนขออนุโมทนาบุญ กับสาธุชนผู้นำดอกบัว ดอกไม้หอมนานาชนิด ถวายแด่องค์สมเด็จพระบรมพุทธเจ้า และพระเจดีย์ อันจักเป็นการนำมา ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของผู้ที่ได้ชื่อว่า พุทธศาสนิกชน
ทั้งยังเป็นตัวอย่างการปฏิบัติตน อันทรงคุณค่าแห่งความเป็นพุทธศาสนิกชนไว้ให้แก่ลูกหลาน และเยาวชนของชาติสืบต่อไป
![]()
![]()
ด้วยเจตนาที่คัดลอกมานี้เพื่อหวังให้ท่านได้อ่าน นอกจากเกิดความปิติแล้ว หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นแรงผลักดันให้ท่านมีการกระทำความดีให้ยิ่งๆขึ้นไปด้วยชีวิตของท่าน เพื่อประโยชน์ในภายหน้าครับ.
ทับตะวัน
http://patji.net/patji-club/index.php?option=com_wrapper&Itemid=40
โดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2549 , 08:52:26 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )
สลักธรรม 9ขอบพระคุณที่นำมาให้อ่านจนเกิดความปิติใจ พร้อมทั้งย้ำเตือนให้กระทำความดีให้ยิ่งขึ้นไปอีก และก็หวนระลึกถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำไป ก็ยิ่งเพิ่มความสุขใจในการกระทำที่ผ่านมา ขอบพระคุณที่ช่วยชักนำอปราปรเจตนาให้เกิดขึ้นอีกครั้งค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2549 , 10:54:42 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณค่ะ และก็ทำให้เกิดความรู้สึกปิติใจร่วมด้วย
การได้บูชาพระพุทธองค์ พร้อมด้วยความศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยมนั้น เป็นความประเสริฐอย่างยิ่งโดย น้องอุ๊ [7 ก.พ. 2549 , 11:59:23 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.62 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |