มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๐๑)






ตอนที่ (๑๐๐) อ่านที่นี่

ในเรื่องปาณาติบาต หรืออทินนาทาน ตามที่ผมได้แสดงไปแล้วก็มีองค์ของกรรมบถเพื่อจะเป็นเครื่องตัดสินว่า อกุศลที่เกิดขึ้นมานั้จจะมากหรือน้อยประการใด มุสาวาทก็มีองค์ที่จะตัดสินว่า ผู้กล่าววาจานั้นจะเป็นมุสาวาทหรือไม่เหมือนกัน องค์ประกอบของมุสาวาทนั้นมี ๔ ประการ

องค์แห่งมุสาวาท ๔ ประการ คือ

๑. อตฺถวตฺถุ สิ่งของหรือเรื่องราวที่ไม่เป็นจริง
๒. วิสํวาทนจิตฺตตา มีความคิดที่จะมุสา
๓. ปโยโค พยายามมุสาด้วยวาจาหรือกาย
๔. ตทตฺถ วิชานนํ ผู้อื่นมีความเชื่อตามเนื้อความที่มุสานั้น

อย่างไรก็ดี นอกจากองค์ทั้ง ๔ ข้อที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ในการพูดมุสาก็ยังแบ่งออกไปอีกเพื่อจะได้ทราบว่าอกุศลนั้นมีกำลังมากหรือน้อยประการใด จะเป็นการก้าวล่วงกรรมบถหรือไม่ คือ

๑. ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น จัดว่าเป็นมุสาวาท แต่ยังไม่ล่วงกรรมบถ
๒. ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น จัดว่าเป็นมุสาวาท แต่ล่วงกรรมบถด้วย

อีกประการหนึ่งที่ท่านนักศึกษาจะต้องจดจำเอาไว้ให้ได้ก็คือ การกล่าวมุสาวาทนั้นครบองค์ทั้ง ๔ แล้ว แต่มิได้ทำให้เกิดความเสียหายแต่ประการใดให้แก่ผู้ที่หลงเชื่อนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมุสาวาทก็จริง แต่ไม่จัดว่าล่วงในอกุศลกรรมบถมุสาวาท คือมีกำลังน้อย ไม่สามารถนำให้ไปเกิดในอบายภูมิ มีสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้ แต่ถ้าการกล่าวมุสานั้น บังเกิดความเสียหายขึ้นมากับผู้ใด ก็จะได้ชื่อว่าเป็นอกุศลที่ล่วงกรรมบถ ก็จะมีกำลังอกนาจของอกุศลกรรมบถ จนสามารถนำไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิได้

อีกประการหนึ่งที่ท่านนักศึกษาจะต้องจดจำเอาไว้ก็คือ การกล่าวมุสานั้น เมื่อครบองค์ทั้ง ๔ แล้ว ยิ่งเป็นการกล่าวมุสาที่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ที่ได้หลงเชื่อนั้นด้วยแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าการกล่าวมุสาเป็นไปอย่างกว้างขวาง คือสาธารณะแก่บุคคลทั่วไป มุสาวาทนี้ย่อมเป็นการก้าวล่วงกรรมบถที่มีกำลังมากที่สุด สามารถนำให้ไปเกิดในอบายภูมิ คือ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้อย่างง่ายดาย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:01:49 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ปโยคะ คือ ความพยายามในการมุสานี้มี ๔ ประการ คือ

๑. สาหัตติกะ พยายามด้วยตนเอง
๒. อาณัตติกะ ใช้ให้คนอื่นมุสา
๓. นิสสัคคิยะ เขียนจดหมายหรือโฆษณา แล้วทิ้งไปให้คนอื่นเข้าใจผิด
๔. ถาวระ เขียนคำประกาศ จารึก หรือลงหนังสือพิมพ์

ในปโยคะทั้ง ๔ นี้ สาหัตติกะ การพยายามด้วยตนเอง เกิดขึ้นเป็นส่วนมาก ส่วนการใช้ให้คนอื่นหรือเขียนจดหมาย เขียนคำประกาศนั้นมีเป็นส่วนน้อย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:02:45 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )


  สลักธรรม 2

แต่อย่างไรก็ดี ในอัฏฐสาลินีอรรถกถานั้นแสดงว่า เป็นปโยคะคือความเพียรที่จะกล่าวมุสาวาททั้งหมด ๔ ข้อ

สาหัตติกปโยคะนั้นเป็นการกล่าวมุสาวาทด้วยตนเอง เช่นกล่าววาจาอันเป็นเท็จออกไปด้วยหวังจะให้คนอื่นเชื่อถือ โดยใช้ถ้อยคำเป็นส่วนใหญ่ หรือแสดงกิริยาอาการ เช่น สั่นศีรษะ พยักหน้า หรือโบกมือ ก็เป็นการกล่าวมุสาวาทเหมือนกัน แต่เป็นส่วนน้อย

อาณัตติกปโยคะ ได้แก่ การใช้ให้ผู้อื่นมุสา ซึ่งก็อาจจะกระทำไปทางวาจาและทางกายได้เหมือนกัน เช่น สั่งคนให้พูดอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเขียนหนังสือ หรือบันทึกเสียงให้ไว้

ส่วนนิสสัคคิยปโยคะ และถาวรปโยคะนั้น ก็เป็นการกระทำทางวาจาหรือทางกายได้ทั้งสองอย่าง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:03:11 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )


  สลักธรรม 3

มุสาวาทที่เป็นศีลวิบัติ และมุสาวาทที่สำเร็จอกุศลกรรมบถ

ผู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์ ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิต เมื่อมีจิตคิดจะมุสาแล้วก็ได้แสดงหรือมีความพยายามมุสาด้วยวาจาก็ดี หรือด้วยกายก็ดี สำเร็จลงแล้ว ศีลที่รับไว้ก็วิบัติ

ความสำคัญในเรื่ององค์ทั้ง ๔ นี้ ก็ขึ้นอยู่ในข้อที่ ๔ ที่กล่าวว่า ตทตฺถ วิชานนํ คือมีผู้อื่นหลงเชื่อตามที่ได้มุสานั้นแล้ว ผู้ฟังหลงเชื่อว่าเป็นจริง ถ้าผู้ฟังไม่เชื่อ เช่น คิดเห็นว่าเป็นการพูดเล่นสนุกๆ เป็นต้น แล้วจะจัดว่าเป็นการล่วงกรรมบถหาได้ไม่

มุสาวาทที่ล่วงกรรมบถนั้นแบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ

๑. อกุศลมุสาวาท ชนิดที่มีกำลังนำไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิ
๒. อกุศลมุสาวาท ชนิดที่ไม่มีกำลังนำไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิ

อกุศลกรรมที่มีกำลังนำให้ปฏิสนธิเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉานนั้น จำเป็นต้องมีกำลังมาก หาไม่แล้วกำลังในการส่งก็ไม่อาจจะนำให้เกิดได้ ด้วยเหตุนี้อกุศลกรรมมุสาวาทนี้ จึงต้องก่อให้เกิดผู้หลงเชื่อ แล้วผู้หลงเชื่อนั้นบังเกิดความเสียหายขึ้นมา ส่วนวิธีที่ละเอียดพิสดารว่านำไปเกิดอย่างไรนั้น ก็จะได้จากการศึกษาในขั้นต่อๆ ไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:03:27 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )


  สลักธรรม 4

ผลที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ชอบพูดมุสาวาท

การพูดมุสาหรือการพูดเท็จนั้น พูดกันอยู่โดยทั่วไป ใครๆ ก็พูดกัน ไม่ว่าคนชั้นไหน แต่ใครๆ ที่ว่านั้นมีน้อยเหลือเกินที่ทราบเป็นอย่างดีถึงโทษของการพูดเท็จ มักจะเข้าใจดีแต่เฉพาะผลที่ผิดๆ ที่มีกำลังไม่มากอันเกิดขึ้นในปัจจุบันชาตินี้เท่านั้น ว่าการพูดเท็จนั้นจะทำให้ได้รับคำตำหนิติเตียน ถูกดูหมิ่นถิ่นแคลน ไม่เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจแก่คนอื่น จะทำให้การสังคมหรือการงานอาชีพเสียหาย ฉะนั้น ถ้าคิดว่าไม่มีใครรู้ใครเห็นแล้วก็กล้าที่จะกระทำ

ผลที่เกิดขึ้นจากการพูดเท็จนั้น จะเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้น้อยเหลือเกิน เพราะทิฏฐธรรมเวทนียกรรมนั้นให้ผลเพียงชวนะดวงที่ ๑ ดวงเดียว จึงมีกำลังน้อย ฉะนั้น บางทีจึงไม่ปรากฏผลขึ้นมาในชาตินี้จนสามารถเห็นได้ชัดเจนจนเป็นเหตุให้ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียน มิได้ใช้ความคิดพิจารณาอย่างลึกซึ้งเข้าใจผิดแล้วคิดว่า การพูดมุสานั้น พูดแล้วก็แล้วกันไป บางทีก็อาจคิดว่าผลที่เกิดขึ้นมาจากการพูดเท็จนั้นดี มีผลประโยชน์ไม่มากก็น้อย ทำให้พ้นผิดไปได้ทำให้อุปสรรคที่ขัดข้องหมดไป ทำให้งานอาชีพก้าวหน้า ทำให้ความต้องการของตนสมความปรารถนา เหล่านี้เป็นต้น

แท้จริง ผู้กล่าวคำมุสา หรือพูดเท็จนั้น ได้สั่งสมอกุศลกรรมเอาไว้แล้วทั้งสิ้น นอกจากชวนะดวงที่ ๑ ที่ให้ผลในชาตินี้แล้ว ยังมีชวนะที่จะให้ผลในชาติหน้า และในชาติต่อไปด้วย เหตุนี้เอง ผู้ที่มีความเข้าใจในสภาวธรรมอยู่บ้าง ก็ย่อมจะไม่กล้าพูดเท็จ เพราะกรรมอันนี้ให้ผลในชาตินี้ คือ อาจให้ผลเป็นปฏิสนธิ แล้วยังให้ผลในชาติต่อๆ ไปอีกด้วย

ดังนั้น มุสาวาทมิได้ปรากฏขึ้นมาชัดเจนในชาตินี้ หรือผลที่เกิดขึ้นในชาตินี้มองไม่ค่อยจะเห็น เพราะให้ผลน้อย แต่ในชาติหน้าและชาติต่อไปก็เป็นที่น่าหวาดกลัวมากทีเดียว เป็นการลงทุนที่ไม่ถูกหลัก เป็นการลงทุนที่ไม่ฉลาด เพราะมีแต่จะขาดทุนซ้ำขาดทุนมากเสียด้วย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:03:49 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )


  สลักธรรม 5

นอกจากการให้ผลอันก่อให้เกิดความทุกข์ยากลำบากแก่ชีวิตแล้ว ยังก่อให้เกิดขึ้นซึ่งความสันทัดจัดเจน เพราะได้กระทำอยู่เสมอ จึงพูดมุสาได้โดยง่ายดายทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆ ไปด้วย เป็นการสร้างความเสียให้แก่จิตของตนโดยตรง เป็นการสร้างหนทางที่ไม่ราบรื่นเอาไว้ให้เดิน แม้ต่อๆ ไปในชาติข้างหน้าด้วย ซึ่งนับว่าเป็นภัยใหญ่หลวงที่ควรจะหลีกหนีเสียก่อนให้ห่างไกลทีเดียว

เมื่อได้กล่าวมุสาอยู่เสมอๆ จนเคยตัว ไม่ช้าไม่นานก็จะต้องกล่าวมุสาถึงขนาดที่เป็นทุจริตเป็นอกุศลกรรมบถครบองค์แล้ว ก่อให้เกิดขึ้นซึ่งความเสียหายแก่บุคคลทั้งหลายใหญ่โตได้ เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว อกุศลก็จะมีกำลังนำให้ต้องเกิดในอบายภูมิ ได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัสชั่วกาลนาน

เมื่อกำลังของอกุศลที่ส่งตัวมาให้เกิดอยู่ในอบายภูมิลดลงแล้ว อำนาจของกุศลที่เคยได้กระทำเอาไว้ อาจช่วยให้กลับมาให้เกิดในมนุษย์ หรือมิได้ไปเกิดในอบายภูมิ เพราะมีกุศลช่วยเอาไว้ได้เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตาย อกุศลทั้งหลายที่เกี่ยวกับมุสาวาทที่เคยได้กระทำมา ก็จะคอยหาโอกาสให้ผลตอนที่เป็นมนุษย์นี้จนได้ อกุศลมิได้หายสาปสูญไปไหน อันนี้เรียกว่าการให้ผลในปวัตติกาล

โดยมากผู้ถูกอกุศลชนิดนี้เข้ามาเบียดเบียน มักไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุอันใดมักจะคิดไปว่า บังเอิญ หรือคนอื่นๆ เกลียดไม่พอใจตนจึงได้กลั่นแกล้ง เพราะว่าความกระทบกระเทือนใจอยู่เสมอๆ ในเรื่องที่พูดอะไร มักไม่ค่อยมีใครเชื่อถือ แสดงความคิดเห็นอะไรมักจะไม่มีใครรับฟัง ไม่ได้รับความไว้วางใจ พูดอะไรก็มักจะไม่มีน้ำหนัก มีคนไม่ชอบเสียเป็นส่วนมาก

ฉะนั้นเมื่อเข้าร่วมหมู่ร่วมพวกจึงมักจะไม่นานเท่าใด คนเขาก็เกลียดในนิสัย เห็นว่า หรือส่อว่าเป็นคนที่ไว้วางใจไม่ได้ในคำพูด ตัวเองจึงได้รับความทุกข์ ได้รับความเร่าร้อนใจ บางทีก็เร่าร้อนเสียจนแทบจะทนไม่ไหว ด้วยเข้ารวมหมู่รวมพวกกับใครแล้ว ก็มีเรื่องราวที่บางทีก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทั้งตนเองก็คิดไม่ออกว่า ได้กระทำความผิดอะไร แล้วก็เลยกล่าวหาว่าโลกนี้มิได้มีความยุติธรรมแก่ตนเลย ทั้งนี้ก็เพราะขาดปัญญาพิจารณาในปัญหาของชีวิตที่เกี่ยวกับอกุศลมุสาวาทอันซ่อนเร้นอยู่อย่างลึกซึ้ง แล้วกษรให้ผลก็สลับซับซ้อนเกินกว่าปัญญาของตน

เรื่องของมุสาวาท ที่ผมได้บรรยายมาแล้วโดยย่อนี้ ผมคิดว่าพอให้ท่านนักศึกษาเห็นรูปร่างหน้าตาเอาไว้บ้างได้พอสมควร เวลาที่ยังเหลืออยู่ ผมก็จะได้บรรยายถึงอกุศลกรรมบถตัวที่ ๒ ของวจีกรรม คือ ปิสุณวาจา ต่อไป


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 ก.พ. 2549 , 10:04:07 น.] ( IP = 203.172.117.43 : : )


  สลักธรรม 6

เรื่องของการใช้คำพูดนั้น ยากจริงๆเลยนะครับท่านอาจารย์ ยิ่งคิดไปจะเห็นได้ชัดว่าเข้าข่ายคำว่าผิด อยู่ที่ว่าจะผิดมากน้อยเพียงใดดั่งที่ท่านอาจารย์กล่าวมาแล้วนะครับ

ด้วยความเป็นผู้ไม่ละเอียดละออในการคิด ตามหลักธรรม จึงทำให้ผิดพลาดได้ง่ายเลยนะครับผม

จึงเห็นประโยชน์ของคำเตือนที่ว่า..ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด เพราะพูดมากผิดมาก ไม่พูดเลยไม่ผิดเลย ที่หลวงพ่อเสือเตือนเสมอๆนะครับท่านอาจารย์ เพราะมาอ่านตรงนี้แล้วของท่านอาจารย์เลยได้คำตอบกับใจตนอย่างชัดเจนมากเลยครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และจดจำพระคุณ ระลึกเทิดทูนไว้เหนือเกล้าขอรับท่านอาจารย์.


โดย พี่เณร [7 ก.พ. 2549 , 10:21:01 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 7

ผู้ที่กล่าวมุสาอยู่เสมอๆ จนเคยชินแล้ว ต่อๆไปก็กล้ากล่าวมุสาที่เป็นทุจริตเป็นอกุศลกรรมบถครบองค์ได้ และยังทำให้พูดอะไรลงไป..มักไม่ค่อยมีใครเชื่อถือด้วย
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [7 ก.พ. 2549 , 15:04:37 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย น้องอุ๊ [7 ก.พ. 2549 , 20:33:30 น.] ( IP = 125.25.128.76 : : )


  สลักธรรม 9


กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [8 ก.พ. 2549 , 14:47:47 น.] ( IP = 61.91.198.227 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org