| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
โลกที่แสนจะอบอุ่น
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ต้นตอของปัญหา ครับ.. สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจอะไรเลย เพราะนี่คือบรรยากาศของสังคมแบบบริโภคนิยมที่ห่างเหินจากวิถีชีวิตแบบพุทธไปนั่นเอง เหตุผลง่ายๆ ที่จะช่วยอธิบายให้เราเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น คือ
การที่ชีวิตประจำวันของคนเราในยุคนี้ถูกปลูกฝังให้เกิดค่านิยมบริโภคตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง(ผ่านสื่อต่าง ๆ)ทำให้คนเรายุคนี้มีความเชื่อกันทุกคนว่า ชีวิตจะมีความสุข ต่อเมื่อได้เสพบริโภควัตถุ ดังนั้นทุก ๆ ชีวิตจึงต่างมุ่ง(แก่งแย่ง)แข่งขันกันหาเงินหาทอง(ทุกรูปแบบ) เพื่อนำเงินมาซื้อหาความสุขเหล่านั้น ทีนี้ให้ลองวาดภาพดูว่า การที่นำเอาคนที่มีความคิดแก่งแย่งแข่งขันแบบนี้มาอยู่รวมกันมาก ๆ บรรยากาศของสังคมมันจะเป็นเช่นไร
สรุปว่าความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง ที่เกิดขึ้นกับคนในยุคนี้ เกิดจากระบบความคิดแสวงหาผลประโยชน์เข้าครอบงำจิตใจผู้คน จนกลายเป็นกระแสของสังคม ทำให้คนเราแต่ละคนไม่มีเวลาที่จะมานึกถึง ห่วงใยกันและกัน ทั้งนี้เพราะมัวแต่ไปคิดไขว่คว้าหาความสุขจากวัตถุภายนอกนั่นเอง . โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 07:28:14 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 2ภาวะไร้ปัญหา เปลี่ยนระบบคิดใหม่ ให้ทวนกระแสความคิด แบบบริโภคนิยม ที่ครอบงำจิตใจของเราอยู่ คือ แทนที่เราจะมองว่า การหาทรัพย์สินเงินทองเป็นเรื่องใหญ่ แต่ให้มองว่าความสัมพันธ์ ระหว่างเพื่อนมนุษย์นี้ต่างหากเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ด้วยวิธีคิดเพียงเท่านี้ ความรู้สึกทุกข์ใจต่าง ๆ ของเราจะหายไปเองโดยธรรมชาติ ทั้งนี้เกิดจากความคิดของเรามีความสอดคล้องกับธรรมชาติของสังคมมนุษย์นั่นเอง
วิธีการฝึกคิด ๑. ดำเนินชีวิตที่ประกอบไปด้วยความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ด้วยการฝึกหายใจเข้าออก อย่างมีสติในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สติของท่านมีความพร้อม ที่จะคิดสร้างสรรค์คุณธรรม "กรุณา" ได้ทุกขณะจิต
๒. ให้นึกถึงความเมตตากรุณา ของคุณพ่อคุณแม่ที่ท่านคอยโอบอุ้มช่วยเหลือเรา ในสมัยเยาว์วัย คือนับตั้งแต่เมื่อครั้งเรายังเป็นทารกตัวเล็กๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการน้อมนำให้คุณธรรมข้อ "กรุณา" ให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของเรา สำหรับชาวพุทธที่มีความรักศรัทธาในพระพุทธองค์ ให้นึกถึงพระมหากรุณาของพระพุทธองค์เป็นหลัก
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 07:33:24 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 3๓. เมื่อจิตใจได้สัมผัสถึงความกรุณาของพระพุทธองค์ หรือ คุณพ่อคุณแม่แล้ว ให้มองสิ่งรอบๆ ตัวของท่าน และคิดในใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวของท่าน ต่างล้วนมีความกรุณาต่อท่าน เหมือนพ่อแม่ที่รักลูกเช่นเดียวกัน
"หน้าต่างประตู" มีความกรุณาต่อท่าน ช่วยนำแสงสว่างเข้ามาในบ้าน ให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
"หลังคาบ้าน " มีความกรุณาต่อท่าน ช่วยให้ร่มเงา บังแดดบังฝนแก่ท่าน
"ช้อนชาม ถ้วย แก้ว " มีความกรุณาต่อท่าน ช่วยให้ความสะดวกในการรับประทานอาหารแก่ท่าน
"ต้นไม้ ดอกไม้ ผีเสื้อ " มีความกรุณาต่อท่าน ช่วยให้ความสดชื่นแจ่มใส แก่จิตใจของท่าน
"เพื่อนบ้านของท่าน " มีความกรุณาต่อท่าน ที่ไม่คิดทำร้าย หรือ เบียดเบียนท่าน
"ผู้คนในสังคม " มีความกรุณาต่อท่าน ที่ได้ทำหน้าที่ของเขาเพื่อให้ความสะดวกสบายต่อท่าน
ฯลฯโดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 07:37:09 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 4๔. ให้ท่านมีสติดูลมหายใจเข้าออก อย่างมีความสุข มองสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง ในความ "กรุณา" ของสรรพสิ่งที่มีต่อท่าน ให้ท่านตระหนักรู้ว่า ชีวิตของท่านเปราะบางยิ่งนัก ต้องอาศัยสิ่งต่าง ๆ มากมาย (ปัจจัย ๔) จึงจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ ในการปฏิบัติท่านอาจจะภาวนาคำว่า "กรุณา" ในใจทุกลมหายใจเข้าออก ในขณะที่มองสิ่งต่างๆ ไปด้วยก็ได้
๕. ตามหลักของธรรมชาติ เมื่อเราเป็นผู้รับแล้วก็ควรที่จะเป็นผู้ให้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นขั้นตอนต่อไป ท่านจึงควรแสดงความกรุณาตอบแทนต่อสรรพสิ่งและชีวิตทั้งหลาย
๖. ความกรุณา คือความรู้สึกที่แผ่กว้างออกไป เป็นความรุ้สึกที่ไว ต่อความทุกข์ยากของสรรพสัตว์ทั้งหลาย จนเกิดเป็นแรงจูงใจ คิดกระทำการเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์
ในการปฏิบัติให้ท่านระลึกอยู่เสมอว่าสิ่งต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกรอบตัวท่านนั้น ล้วนแต่มีความทุกข์เป็นเบื้องหลังทั้งสิ้น ให้ท่านรู้สึกไวต่อ ความทุกข์ของสรรพสัตว์ทั้งหลายทุกลมหายใจเข้าออก เช่นเดียวกับพระพุทธองค์
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 07:41:10 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 5ยกตัวอย่าง
"ต้นไม้" ให้ความร่มรื่นแก่ท่าน แต่ทุกข์ของต้นไม้ก็คือ หากไม่ได้น้ำก็ต้องเหี่ยวแห้งตาย อีกทั้งยังมีทุกข์จากโรคและแมลงอีกมากมาย ให้ท่านรู้สึกรับรู้ถึงความทุกข์ยากของต้นไม้ จนรู้สึกอยากจะตอบแทนด้วยการคอยดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ
"สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ " ให้ความสะดวกสบายแก่ท่าน แต่ทุกข์ของสรรพสิ่ง คือความเสื่อมโทรม เปลี่ยนแปลง ทนได้ยาก หน้าที่ของเราที่ควรเกี่ยวข้องด้วยความกรุณา คือ ช่วยรักษาดูแลให้คงสภาพที่ดีงามไว้ให้มากที่สุด เช่น การช่วย รักษาความสะอาดเป็นต้น
๗. ความกรุณาต่อเพื่อนมนุษย์จะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อท่านเริ่มมองเห็นว่าทั้งตัวท่านเองและเพื่อนมนุษย์ทุก ๆ คนในสังคม ไม่ว่าจะยากดีมีจน ล้วนแต่ต้องตกอยู่ภายใต้ชะตากรรมเดียวกัน คือ ต้องพบกับความทุกข์กายและใจ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ร่างกายไม่พ้นจากอำนาจแห่งความเสื่อมโทรมแก่เฒ่าชรา และในที่สุดท่านเองและทุกๆ คนย่อมไม่พ้นจากความตาย สภาวะทุกข์พื้นฐานเหล่านี้ ทุกๆชีวิตจะต้องได้พบเสมอกัน
การมองเพื่อนมนุษย์ด้วยวิธีคิดเช่นนี้จะทำให้เกิดมหากรุณาขึ้นภายในจิตใจของท่าน ท่านจะเกิดความรักต่อเพื่อนมนุษย์มากขึ้น จนกลายเป็นความรักที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ
หากท่านมองผู้คนด้วยสายตาแห่งความกรุณาเช่นนี้ บรรยากาศแห่งชุมชนชาวพุทธย่อมเกิดขึ้นภายในจิตใจของท่านอย่างแน่นอน
ยกตัวอย่าง
พบเห็นคนร่ำรวยเงินทอง ท่านคิดในใจว่า ถึงเขาจะร่ำรวยสักเพียงใด แต่เขาก็ยังมีหัวอกเดียวกับเรา คือ ไม่รอดจากความแก่ เจ็บ และ ตาย คิดแล้วก็รู้สึกกรุณา เห็นอกเห็นใจคนร่ำรวยขึ้นมาทันที
พบเห็นคนมีอำนาจ ท่านคิดในใจว่า ถึงเขาจะมีอำนาจล้นฟ้าสักเพียงใด เขาก็ไม่สามารถจะต่อรองกับความ แก่ เจ็บ ตายได้ ตรงนี้เองที่เขาเสมอกับเรา คือไม่มีใครสามารถต่อรองกับความตายได้เลย คิดแล้วทำให้ท่านเกิดความกรุณา รู้สึกเมตตาสงสารคนที่มีอำนาจว่า เขาก็ต้องพบกับความทุกข์เช่นเดียวกับเราเหมือนๆ กัน หัวอกเดียวกันแท้ ๆ ฯลฯโดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 08:06:13 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 6๘. มหากรุณาสามารถเกิดขึ้นได้โดยวิธีมองผ่านวัตถุสิ่งของต่าง ๆ ที่ให้ความสะดวกสบายรอบๆตัวท่าน โดยคิดเชื่อมโยงไปถึงความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลังของสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเหล่านั้น
ยกตัวอย่าง
"เก้าอี้นั่ง" ด้วยสายตาแห่งความกรุณา ท่านมองเห็น ความยากลำบาก ของเพื่อนมนุษย์ที่ต้องทำงาน หลังขดหลังแข็งกับสิ่งเหล่านี้ ความยากลำบากของพนักงานขนส่ง ความทุกข์ใจ ของผู้ประกอบธุรกิจ ความยากลำบากของคนงาน ที่ต้องไปตัดไม้ในป่า ตลอดจนเห็นความทุกข์ของต้นไม้ที่ต้องถูกตัดโค่นลง ฯลฯ
"ข้าวปลาอาหาร" ด้วยสายตาแห่งความกรุณา ท่านมองเห็น ความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ ที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อผลิตข้าวปลาอาหารให้แก่ท่าน เห็นชีวิตสัตว์ต่างๆ มากมายที่ต้องล้มตายลงไปมากมายเพื่อให้ชีวิตของท่าน ได้อยู่รอด
ด้วยสายตาแห่งความกรุณานี้เอง ทำให้ท่านเกิดความรักต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 08:10:02 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 7๙. หากทุกลมหายใจเข้าออกของท่าน มีสติระลึกรู้อยู่ทุกขณะ มองเห็นความกรุณาของสรรพสิ่ง ที่มีต่อท่าน พร้อมๆ กับท่านเอง ก็มีความกรุณาต่อสรรพสิ่งทั้งปวงเช่นเดียวกัน
ด้วยการปฏิบัติเพียงเท่านี้ โลกแห่งความกรุณาก็จะเกิดขึ้นภายในจิตใจของท่าน เป็นที่โลกที่แสนอบอุ่น ท่านจะพบว่าโลกที่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้างได้หายหมดไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นโลก ที่มีบรรยากาศอบอวลไปด้วยความเมตตากรุณา และ นี่คือ "โลกของชาวพุทธ" ที่แท้จริง
"ปัญญา และ กรุณา ช่วยให้ท่านมองเห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจ และ เห็นใจ "
เครือข่ายชาวพุทธฯ ขอเชิญชวนท่านที่ได้นำเทคนิค "โลกแห่งความกรุณา คือ โลกที่แสนจะอบอุ่นนี้ " ไปทดลองปฏิบัติแล้ว หากได้ผลเป็นประการใด ขอความกรุณาช่วยเขียนบอกเล่าประสบการณ์ของท่านมาลงเผยแพร่ ณ ที่นี้ด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง
ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมให้ชาวพุทธคนรุ่นใหม่ได้เกิดกำลังใจในการปฏิบัติ ทำให้สามารดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีความสุข เพื่อจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ฟื้นฟูพุทธศาสนาและสังคมไทย ให้เจริญงดงามไปตลอดกาลนาน.
โดย ทับตะวัน..นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 08:14:59 น.] ( IP = 61.90.12.237 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณมากค่ะ ที่นำวิธีการฝึกคิดแบบชาวพุทธมาฝาก เพราะการมองให้เห็นภาพจริงของชีวิตว่าเป็นทุกข์ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยปัญญา การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความกรุณา ที่นำไปสู่มหากรุณา ซึ่งนำพาความสุขให้แผ่ไปได้อย่างกว้างขวาง
โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.พ. 2549 , 10:29:29 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )
สลักธรรม 9โลกแห่งความกรุณา จะเกิดขึ้นถ้าแต่ละคนมีจิตใจที่ประกอบด้วยความเมตตากรุณา เห็นว่าสรรพสิ่งมีทุกข์แล้ว มีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อย่าเพิ่มความทุกข์ให้มากขึ้นอีก
ขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [9 ก.พ. 2549 , 13:01:37 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 10ขอบคุณค่ะ อ่านไปแต่ละตอน ทำให้รู้สึกเข้าใจถึงความกรุณาได้ชัดเจน
และทำให้มองทุกสิ่งมีคุณค่าทางจิตใจ
ทางลบ ก็กลายเป็นทางบวก
ทางบวก ก็กลายเป็นบวกยิ่งขึ้น
มีสิ่งมากมายที่มีคุณค่ากับจิตใจ
แค่สิ่งแวดล้อมที่ได้รับรอบๆบ้าน ก็รู้สึกว่า ร่มเย็นๆ
ทำให้รู้สึกว่า ยังกรุณา ต้นไม้น้อยไปหน่อย
ทั้งที่ การะเวก และดอกสัตตบรรณ ให้กลิ่นหอม ในยามเย็น (17-18 น.) โมก วาสนา และต้นหวาย ให้กลิ่นหอมในยามค่ำคืน (19-22 น.) ดอกมะม่วงให้กลิ่นหอมในยามเช้าตรู่ (4.-6 น.)
และฤดูกาลนี้จักขอบคุณต้นไม้ทุกๆต้น และขอบคุณคนในบ้านที่ทำหน้าที่ดูแลแทนโดย น้องอุ๊ [9 ก.พ. 2549 , 22:11:43 น.] ( IP = 61.47.111.158 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |