มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๐๓)






ตอนที่ (๑๐๒) อ่านที่นี่

ปิสุณวาจา จำแนกออกเป็นอัปปสาวัชชะ และมหาสาวัชชะ อย่างไร

การส่อเสียดเพื่อให้เขาเกิดแตกแยกจากกัน ด้วยความปรารถนาอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นอกุศลนั้น เมื่อเกิดการแตกแยกออกจากกันดังที่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้แล้ว ก็เป็นอันว่าได้ล่วงอกุศลกรรมบถ เพราะองค์แห่งปิสุณวาจาก็ครบทั้ง ๔ แล้ว ทั้งความสามัคคีก็ได้ถูกทำลายลงสมความปรารถนาด้วย

อย่างไรก็ดี อกุศลกรรมบถที่ล่วงนั้น แม้จะมีกำลังมากก็จริง แต่โทษที่ว่ามีมากนั้นก็ยังแบ่งออกไปอีกเป็นชั้นๆ เพราะว่า

ถ้าผู้ที่ถูกส่อเสียดให้เกิดการแตกแยกกันนั้นเป็นบุคคลอันธพาล หรือเป็นคนไม่มีศีลธรรม ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม ผู้แสดงส่อเสียดต่อบุคคลดังกล่าวนี้มีโทษไม่มากนักเป็นอัปปสาวัชชะ

ถ้าผู้ที่ถูกส่อเสียดยุยงจนแตกกันนั้นเป็นบัณฑิต หรือเป็นคนดีมีศีลธรรม เป็นผู้กระทำประโยชน์อันดีให้แก่สังคม ผู้ส่อเสียดจนบุคคลดีๆ เหล่านี้แตกความสามัคคีกันก็จะได้รับโทษมาก เป็นมหาสาวัชชะ

ในวันนี้ผมได้บรรยายอกุศลกรรมบถวจีกรรม คือ มุสาวาท กับปิสุณวาจา มาโดยย่อๆ พอให้ท่านได้เห็นเป็นหนทางแล้ว ก็เป็นเวลาพอสมควร ต่อไปนี้ท่านผู้ใดมีข้อสงสัยจะซักถามประการใด ก็ขอเชิญได้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:04:10 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม ตามที่ว่า มีผู้หลงเชื่อตามเรื่องราวที่ได้มุสานั้นแล้วได้รับความเสียหายก็เป็นอันว่าล่วงกรรมบถ แต่ถ้าผู้ฟังไม่เชื่อก็ไม่เป็นอันล่วงกรรมบถ ในเรื่องนี้ถ้ามีตัวอย่างประกอบด้วยก็จะดี เพราะบางทีหลงเชื่อเรื่องที่เท็จนั้นว่าเป็นจริงเป็นจังเหมือนกัน แต่ก็มิได้มีความเสียหายประการใด จะล่วงกรรมบถหรือไม่?

ตอบ ผมขอเล่าเรื่องให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง ขอให้ท่านจงได้พิจารณา ก็จะตัดสินเอาได้ด้วยตนเอง ในสมัยโบราณนานมาแล้ว มีสามีภรรยาที่ลำบากยากไร้อยู่คู่หนึ่ง ความยากจนขัดสนขนาดหนักจนถึงต้องอาศัยอยู่ในศาลาแห่งหนึ่งที่นอกประตูเมือง ภรรยาเริ่มตั้งครรภ์ขึ้นมาแล้วเกิดแพ้ท้องอยากจะกินของที่หาได้ยากมาก คือจะต้องเป็นอาหารที่พระราชาทรงเสวย ถ้าไม่ได้อาหารชนิดนี้มากินแล้ว นางก็จะต้องได้รับความเร่าร้อนใจขนาดหนักจนแทบว่าจะตายลงไปทีเดียว นางได้อ้อนวอนสามีว่า เพื่อเห็นแก่ชีวิตของนาง ขอให้สามีหาอาหารอย่างดีที่พระราชาทรวงเสวยมาให้ด้วย

ฝ่ายสามีก็มีความรักภรรยาอย่างท่วมท้นหัวใจ แล้วมีความสงสารภรรยาอย่างสุดแสนด้วย เกรงว่านางจะเสียใจจนตาย จึงได้ครุ่นคิดถึงอุบายที่จะนำอาหารของพระราชามาให้ได้ ถึงลำบากยากเย็นเพียงใดก็ไม่ได้คำนึงถึง

ต่อมาสามีใช้อุบายปลอมตนเป็นพระอุ้มบาตรเข้าไปในพระราชวัง เพื่อหวังจะรับบิณฑบาต โดยได้พยายามสำรวมกิริยามารยาทอย่างเต็มที่ ในขณะนี้ก็เป็นเวลาใกล้จะเพลพอดี ทั้งพระราชาก็กำลังเสวยพระกระยาหารอยู่ด้วย เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระปลอมองค์นี้กิริยามารยาทสำรวมดี จึงได้บังเกิดความเลื่อมใสศรัทธา แล้วเข้าพระทัยผิดไปว่า พระองค์นี้คงจะไม่ใช่พระธรรมดาสามัญ ดูท่าทางคงจะต้องมีคุณพิเศษอะไรในตนสักอย่างเป็นแน่ พระองค์จึงได้เอาอาหารที่จะทรงเสวยนั้นใส่บาตรให้แก่พระปลอมองค์นี้

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:09:16 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อพระปลอมรับบาตรแล้วคล้อยหลังไป พระราชาจึงรับสั่งให้อำมาตย์ผู้หนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดสนิทกับพระองค์เป็นพิเศษ สะกดรอยตามดูพระองค์นี้ไป เพื่อให้ทราบแน่ว่าท่านมาจากทางทิศใด แล้วไปพักอยู่ที่ไหน มีคุณวิเศษอะไรบ้าง

ฝ่ายอำมาตย์ก็เกิดสะกดรอยตามพระปลอมนั้นไปโดยระวังมิให้รู้สึกตัว จนถึงศาลาอันเป็นที่พักอาศัย ได้เห็นชายผู้นี้เอาเครื่องปลอมแปลงออกจากร่างกาย แล้วก็เป็นคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ได้เห็นชายผู้นี้เอาอาหารที่ได้จากบิณฑบาตนั้นออกมาให้ภรรยาของตนกิน อำมาตย์ก็รู้แน่แก่ใจว่าบุคคลนี้หลอกลวงพระราชา แต่งกายปลอมเป็นพระ

อำมาตย์ผู้นี้เป็นผู้มีความคิดพิจารณา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจอย่างวู่วาม โดยเอาความเท็จนี้ไปแจ้งแก่พระราชาให้ทรงทราบ ซึ่งแน่ละผลร้ายก็ย่อมจะตกอยู่แก่ชายผู้นี้ คงจะได้รับโทษถึงประหารชีวิตในความผิดที่ปลอมแปลงร่างกายไปหลอกพระราชา เมื่อสามีถูกประหารชีวิตเสียแล้วภรรยาผู้ตั้งครรภ์จะอยู่ไปได้อย่างไรเล่า สามีภรรยาคู่นี้ยากจนมากเหลือเกิน แม้บ้านของตนเองก็ไม่มีจะอยู่อาศัย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:09:33 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )


  สลักธรรม 3

อำมาตย์ผู้มีปัญญากลับไปคิดพิจารณาถึงพระราชาด้วย ว่าพระราชาได้ทราบข่าวอันไม่เป็นมงคลจากพระปลอมเช่นนี้ พระราชาก็คงจะทรงพิโรธ จิตใจก็จะตกอยู่ในความเร่าร้อน ทำให้พระองค์ไม่สบายพระทัยมาก มิหนำซ้ำศรัทธาที่พระองค์มีอยู่อย่างแรงกล้าต่อพระปลอมก็จะถูกอกุศลเข้าหักล้างทำลายลงเสียในทันใด ประโยชน์ก็ไม่เห็นว่ามีใครจะได้ ด้วยความคิดที่ฉลาดและมากด้วยความเมตตากรุณา ที่จะรักษาประโยชน์เอาไว้ไม่ให้เสียหายทั้ง ๒ ฝ่าย อำมาตย์ผู้นี้จึงได้ทูลพระราชาว่า ข้าพเจ้าสะกดรอยตามพระองค์นั้นไปจนถึงนอกเมือง พระองค์นี้ก็หายวับไปกับตา ไม่เห็นมีพระเลย พระราชาทรงฟังดังนี้แล้ว ก็บังเกิดความปีติโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ตรัสว่าแน่แล้วๆ พระองค์นี้คงจะเป็นพระอรหันต์ ด้วยเหตุที่ท่านเป็นพระอรหันต์ ดังนี้ทานของเราที่บริจาคไปแล้วก็จะต้องเป็นทานอันประเสริฐเป็นแน่

ตามตัวอย่างที่เป็นเรื่องราวนี้ ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่า คำของอำมาตย์นั้นเป็นเท็จกล่าววาจาไม่ตรงกับความเป็นจริง อันเป็นเหตุให้พระราชาเข้าพระทัยผิดไป ก็ได้ชื่อว่ากล่าวมุสา เพราะเรื่องราวที่กล่าวนั้นไม่เป็นความจริง มีจิตคิดจะมุสา พยายามกล่าวมุสานั้น ผู้ฟังได้หลงเชื่อว่าเป็นจริงตามไป ครบองค์ทั้ง ๔ โดยบริบูรณ์สำเร็จเป็นมุสาวาท แต่อย่างไรก็ดี แม้มุสาวาทนั้นจะได้ครบทั้ง ๔ องค์ก็จริง แต่หาได้ทำความเสื่อมเสีย หรือก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ที่หลงเชื่อนั้นไม่ กลับจะเกิดประโยชน์ให้แก่ทั้งสองฝ่าย

ด้วยเหตุดังนี้ จึงตัดสินได้ว่า เป็นมุสาวาทจริง แต่ไม่ล่วงกรรมบถ และกำลังของกรรมอันเป็นส่วนน้อยที่จะได้รับเพราะการกล่าวเท็จนี้แล้ว ก็ไม่ควรลืมเสียว่า ความปรารถนาดีที่จะช่วยให้แต่ละบุคคลมีความสุข มีความโสมนัสในผลบุญที่ได้ทำของอำมาตย์นั้น ก็ย่อมจะมีกุศลเจือปนอยู่บ้างเป็นธรรมดา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:09:52 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม ผมได้ฟังการตอบพร้อมด้วยยกตัวอย่างของการกล่าวเท็จด้วยความปรารถนาดีมาแล้ว แสดงว่าเป็นบาปครบองค์ แต่นำสู่อบายภูมิไม่ได้ มิหนำซ้ำกลับได้บุญแถมพกเสียอีกด้วย ถ้าเช่นนั้น ผมเห็นสัตว์ได้รับบาดเจ็บสาหัสทรมานอยู่ ทิ้งไว้ก็ทรมานเจ็บปวดลำบากไปอีกนานกว่าจะตาย ผมก็เลยฆ่าเสียให้ตาย ถ้าเช่นนั้นมิเป็นการฆ่าโดยความปรานีไปหรือ คงจะได้บุญด้วยกระมัง?

ตอบ คำถามนี้นับว่าดี ตรงต่อเรื่องราวที่ผมได้ตอบไปแล้ว ดังนั้นผมจึงขอตอบโดยย่อก็เห็นจะเพียงพอ ผมขอให้ท่านนักศึกษาระลึกถึงจิตใจของเรา ตามที่ได้ศึกษามาแล้วว่า ย่อมจะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาโดยรวดเร็ว จิตเมื่อรับอารมณ์เห็นแล้วดับลง จิตที่สืบต่อไปจึงจะรับอารมณ์ได้ยินต่อไปได้ และเมื่อจิตใดขึ้นมาทำการงานดับลงแล้ว ก็ย่อมจะเก็บอารมณ์เหล่านั้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นบาปหรือเป็นบุญอย่างไร

ผมขอให้ท่านนักศึกษาระลึกถึงเรื่องของเจตนาที่ว่าเป็นกรรมว่า เมื่อจิตเกิดขึ้นมารับอารมณ์อะไรแล้ว จิตนั้นจะต้องมีเจตนา มีกรรมเสมอ (มียกเว้นบ้าง) ทุกๆ ครั้งที่จิตขึ้นมาทำงานต่างๆ เช่น เห็นหรือได้ยินก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเห็นสัตว์ได้รับความทุกข์ยากลำบากคิดอยากจะช่วย จิตที่เกิดขึ้นนี้ก็ย่อมจะเป็นกุศลจิต และเมื่อจิตสั่งให้ฆ่า อกุศลจิตก็ย่อมจะเกิดขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเป็นคนละขณะหรือคนละครั้งมิได้ปะปนกัน ผู้กระทำดังกล่าวมาก็ย่อมจะได้รับทั้งบุญและทั้งบาปทั้ง ๒ ประการ แต่จะเป็นบาปมากนั้น หรือบุญมากนั้น ก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ในเรื่องนี้จะว่าเป็นการฆ่าด้วยความปรานี ก็ล้วนแต่สมมุติจะพูดกัน

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:10:12 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )


  สลักธรรม 5

ถาม ขอตัวอย่างการพูดเท็จที่นำไปสู่อบาย เช่นอย่างไร และขอทราบด้วยว่าการพูดเท็จที่ครบองค์กรรมบถแล้วบังเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นนั้น ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเราก็ย่อมจะมีมากมายหลายครั้ง พูดเท็จอันไหนเล่าที่นำไปสู่อบาย แล้วพูดเท็จที่เหลือนอกนั้นจะให้ผลอีกเมื่อใด ให้ผลอย่างไร?

ตอบ มุสาวาทที่ล่วงกรรมบถแล้วนำไปสู่อบายภูมิได้นั้น มีอยู่มากมายนับไม่หวาดไหว ผมจะขอยกมาให้เห็นสักตัวอย่างหนึ่ง เช่นการเป็นพยานเท็จภายในโรงศาลทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายในทรัพย์สิน หรือต้องได้รับโทษติดขังอยู่ในเรือนจำ ความมีชีวิตที่เป็นอิสระอันเป็นความปรารถนาของคนทั้งหลายไม่ว่าใครทั้งนั้น ก็จะต้องถูกทำลายให้พินาศไปต้องเสียชื่อเสียงตลอดไปจนถึงวงศาคณาญาติ ต้องพลัดพรากจากบุตรภรรยาหรือสามีและสูญเสียญาติมิตรอันเป็นที่รัก ต้องได้รับความทุกข์ระทมขมขื่นใจอยู่เป็นเวลานาน และบางทีก็ต้องเสียชีวิตอนาคตไปหมดสิ้น ความเสียหายใหญ่หลวงนี้ เกิดจากการเป็นพยานเท็จ ซึ่งมิใช่เป็นเรื่องเล็กน้อยเลย

การที่บุคคลพูดเท็จ เป็นอกุศลกรรมบถครบองค์ แล้วบังเกิดความเสียหายขึ้นแก่บุคคลอื่นนั้น ก็ย่อมจะมีกำลังในการผลักส่งให้ไปปฏิสนธิได้ในอบายภูมิในชาติที่ ๒ แต่ถ้าอกุศลกรรมดังกล่าวนั้น โดยได้กระทำมามากครั้งด้วยกัน ก็อาจจะเป็นอกุศลชนิดที่มีกำลังมากในครั้งใดครั้งหนึ่งก็ได้ หรือเป็นกรรมชนิดที่มีความสันทัดจัดเจน คือชำนาญมาก เช่น รับจ้างเป็นพยานเท็จตั้งหลายครั้งด้วยหวังว่าจะได้เงินไปซื้อฝิ่นสูบ (ในสมัยก่อน) เป็นต้น อกุศลจะส่งให้ต้องเกิดในชาติใหม่ ก็ต้องเป็นอารมณ์อันเดียวเท่านั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตาย มีกำลังให้ผลนำปฏิสนธิได้ ส่วนอกุศลที่เหลือก็จะให้ผลในปวัตติกาล คือเกิดขึ้นมาเสียก่อนแล้วจึงจะให้ผลต่อไป หรือจะพูดว่าให้ผลเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ได้

อย่างไรก็ดี ไม่ควรลืมว่า ถ้าอกุศลนั้นมีกำลังแรงมาก แล้วยังมิได้ให้ผล อกุศลกรรมเหล่านี้ก็จะตามติดใจไปจนถึงชาติใหม่ซึ่งเป็นชาติที่ ๒ อกุศลแต่ชาติก่อนคือที่เคยเป็นพยานเท็จเอาไว้ เมื่อได้โอกาสก็อาจมาเป็นอารมณ์ให้เมื่อตอนใกล้จะตายในชาติที่ ๒ นี้ก็ได้แล้วให้ผลในปฏิสนธิกาล คือเกิดในชาติต่อไป ถ้าหากว่าในชาติที่ ๒ นั้น ตลอดชีวิตมาทำบุญทำบาปเล็กๆ น้อยๆ ไม่หนักหนาอะไรทั้ง ๒ อย่าง ผมหมายความว่า การพูดเท็จจนผู้อื่นเกิดความเสียหายหลายๆ ครั้งแล้ว มิได้ให้ผลหรือให้ผลไม่ได้เมื่อตอนตาย แต่ในการเกิดใหม่ในชาติที่ ๒ นี้ อาจจะเอาอกุศลทุจริตที่เคยเป็นพยานเท็จเหล่านั้นอันใดอันหนึ่งที่มีกำลังมากเล้วนึกขึ้นมาได้ เกิดเป็นอารมณ์ขึ้นมาในตอนใกล้จะตายของชาติที่ ๒ นี้อีกก็ได้ โดยทำหน้าที่ให้ปฏิสนธิเกิดในชาติที่ ๓ ต่อไป เมื่อกรรมที่ได้ทำมาแล้วในชาตินั้นไม่มีโอกาสให้ผลได้


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [9 ก.พ. 2549 , 09:10:33 น.] ( IP = 203.172.117.41 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านเนื้อเรื่องที่ท่านอาจารย์เล่ามานั้น ทำให้เห็นค่าของชีวิตที่มีไหวพริบดีครับ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ตนเองบรรเทาจากบาปรุนแรงได้ คือไม่ถึงล่วงกรรมบถนะครับ

แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังเห็นความน่ากลัวของการมีชีวิตอยู่นั่นเอง เพราะมีโอกาสพลาดไปในบาปได้ตลอดเวลาเลยครับ จะเห็นว่าการมีชีวิตนั้น การได้สำรวมกาย วาจา ใจ นั้นเป็นทางเดียวที่ควรดำเนินจริงๆครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่เพียรพยายามแนะนำยกตัวอย่างในการกระทำ พูด คิด ที่จะไม่ให้ชีวิตตกต่ำไปกว่าที่เป็นครับ

ขอเทิดพระคุณของท่านอาจารย์ไว้ด้วยความเคารพเหนือเกล้าครับ.


โดย พี่เณร [9 ก.พ. 2549 , 09:18:56 น.] ( IP = 58.8.69.206 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
มีตัวอย่างประกอบทำให้เข้าใจมากขึ้นค่ะ

โดย เซิ่น [9 ก.พ. 2549 , 13:02:54 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ เรื่องของการพูด แม้ว่าเราจะพูดดี แต่บางทีก็ไม่ตรงกับอารมณ์ของผู้รับ ขอพูดน้อยๆดีกว่าค่ะ ไม่เกิดโทษภัยกับตนเอง

โดย น้องอุ๊ [9 ก.พ. 2549 , 22:21:08 น.] ( IP = 61.47.111.158 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย พี่ดา [10 ก.พ. 2549 , 14:32:32 น.] ( IP = 61.91.198.188 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org