มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๐๔)






ตอนที่ (๑๐๓) อ่านที่นี่

คำบรรยายพระอภิธรรมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่ ๑๔)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๘


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้แสดงถึงเรื่องของปิสุณวาจา คือการกล่าววาจาส่อเสียดยุยงให้ผู้อื่นต้องแตกแยกกัน อาจจะเป็นไปด้วยอำนาจของความรัก ความใคร่ ความเสียใจ ความโกรธ หรือความอิจฉาริษยาก็ได้ อกนาจของเจตนาที่ได้กระทำลงไปนั้นย่อมเป็นอกุศลกรรมบถปิสุณวาจา ถ้าผู้ที่ถูกยุยงนั้นต้องแตกร้าวกันด้วยแล้ว ผู้กล่าวก็ย่อมจะได้รับโทษได้ชื่อว่า ล่วงอกุศลกรรมบถ และมีกำลังมากพอที่จะเป็นชนกกรรมนำสู่การปฏิสนธิได้ สำหรับในวันนี้ผมจะได้บรรยายถึงอกุศลวจีกรรมอันเป็นอกุศลกรรมตัวที่ ๓ ซึ่งได้แก่ผรุสวาจาต่อไป

ผรุสวาจา ได้แก่การกล่าววาจาหยาบคายต่อผู้อื่น ในการกล่าวคำหยาบคายนี้ท่านนักศึกษาก็จะได้ยินพูดกันอยู่เสมอๆ ในที่ทั่วๆ ไป โดยผู้กล่าวส่วนมากมิได้คำนึงถึงผลอันเกิดขึ้นกับตนทั้งในปัจจุบันและอนาคต ว่าจะมีโทษภัยประการใดบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนให้บังเกิดความเข้าใจในสภาวะ คือ ปรมัตถธรรมนั่นเอง การกล่าววาจาหยาบคาย คือ ผรุสวาจานั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

๓. ผรุสวาจา คืออะไร
ผรุสวาจาแยกออกได้เป็น ๒ บท คือ ผรุส + วาจา
ผรุส แปลว่า อย่างหยาบ
วาจา แปลว่า คำพูด
เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็แปลว่า คำพูดที่หยาบคาย ดังมีวจนัตถะว่า "ผรุสํ กโรตีติ = ผรุสา" คำพูดอันใดย่อมกระทำให้เป็นอย่างหยาบ ฉะนั้น คำพูดนั้นชื่อว่า ผรุสา อันได้แก่การด่าว่าด้วยประการต่างๆ ที่หยาบคาย การสาปแช่งให้เป็นไปในทางร้ายๆ

หรือวจนัตถะว่า "หทยํ ผรมานา อุสติ ทหตีติ = ผรุสา" คำพูดอันใด ย่อมกระทำความเดือดร้อนให้แผ่ไปในหัวใจ ฉะนั้น คำพูดนั้นจึงชื่อว่า ผรุสา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ก.พ. 2549 , 09:57:03 น.] ( IP = 203.172.117.62 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ท่านนักศึกษาก็อาจจะคัดค้านหรืออาจจะตั้งคำถามว่า การกล่าวคำหยาบคายที่ชื่อว่า ผรุสวาจานั้น จะกินความถึงแค่ไหน ด้วยเหตุว่า บางคนกล่าววาจาหยาบคายก็จริง แต่ก็มิได้ตั้งใจที่จะให้ใครต้องเดือดร้อนเลย มิหนำซ้ำบางทีก็มิได้ก่อความใดที่จะเป็นภัยหรือเป็นไปในทางร้าย เป็นการกล่าวเพราะเกิดขึ้นมาด้วยความชำนาญเคยพูดคำด่าคำอยู่เสมอ บางคนก็พูดหยาบคายเพื่อตลกคะนองสนุกสนานเท่านั้นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ จะมีอกุศลเกิดขึ้นทีเดียวหรือ

สำหรับในเรื่องนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องหันเข้ามาหาองค์แห่งผรุสวาจาเสียก่อน เมื่อได้องค์ได้หลักแล้ว การตัดสินใจก็จะไม่ยากเท่าใด

องค์แห่งผรุสวาจามี ๓ คือ
๑. โกโป มีความโกรธ
๒. อุปกุฏฺโฐ มีผู้ถูกด่า
๓. อกฺโกสนา กล่าววาจาด่า

มีคาถาแสดงว่า
ผรุสาย ตโย โกโป อุปกุฏฺโฐ อกฺโกสนา
มมฺ มจฺเฉทกรา ตคฺฆ ผรุสา ผรุสา มตาฯ


แปลความว่า องค์แห่งผรุสวาจามี ๓ คือ มีความโกรธอย่างหนึ่ง มีผู้ถูกด่าอย่างหนึ่ง กล่าววาจาด่าออกไปอย่างหนึ่ง บัณฑิตพึงทราบเจตนาอย่างหยาบที่สามารถทำให้ผู้ฟังเจ็บใจ เหมือนหนึ่งฝีที่กำลังกลัดหนอง ถูกกระทบกระทั่งให้แตกเท่านั้น ชื่อว่า ผรุสวาจา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ก.พ. 2549 , 09:57:43 น.] ( IP = 203.172.117.62 : : )


  สลักธรรม 2

ตามหลักฐานที่ผมได้แสดงมานี้ ก็เพียงพอที่จะตัดสินได้ว่า การใช้ถ้อยคำหยาบคายที่มิได้เจตนาให้ใครต้องเดือดร้อน หรือเป็นไปเพื่อความสนุกสนานในหมู่เพื่อนฝูงเท่านั้น แม้ว่าการกล่าวคำหยาบจะไม่ดี ไม่เป็นการสมควร แต่ก็หาได้ชื่อว่าเป็นผรุสวาจาไม่

นอกจากจะมีผู้ด่า และมีผู้ถูกด่าแล้ว ผู้ด่าก็จะต้องมีความโกรธรวมอยู่ด้วย ความไม่พอใจ ความประสงค์ร้าย เป็นตัวบงการแอบแฝงอยู่ภายใน ฉะนั้น องค์ธรรมของผรุสวาจาก็จะต้องได้แก่ เจตนาที่เกิดขึ้นพร้อมกับโทสมูลจิตนั่นเอง และเพราะอำนาจแห่งแห่งโทสมูลจิตนี้เอง เมื่อเกิดขึ้นมีกำลังมากแล้ว ก็มีความสามารถที่จะสรรหาถ้อยคำมาด่ากันอย่างเจ็บแสบเผ็ดร้อน

อาจจะมีบางท่านตั้งคำถามขึ้นว่า บิดามารดาดุด่าลูก แน่ละ ย่อมจะมีความโกรธเกิดขึ้นได้พร้อมกับการด่าว่านั้น ถ้าเช่นนี้มิกลายเป็นว่า บิดามารดาได้กล่าวผรุสวาจาไปหรือ และเมื่อได้ด่าว่าอยู่เสมอๆ แล้ว ในที่สุดก็คงจะไปตกนรกเพราะการด่าว่านั้น

เรื่องนี้ ในอัฏฐสาลินีอรรถกถา ได้แสดงว่า บิดามารดาที่ได้แช่งด่าลูก หรือแม้ครูอาจารย์ที่ด่าว่าศิษย์ของตน ก็มิได้มีเจตนาร้ายแต่ประการใด ด่าว่าลงไปก็ด้วยความหวังดีเท่านั้น แม้ว่าการด่าว่าเหล่านี้จะมีความโกรธหรือมีความไม่พอใจรวมอยู่ด้วยก็ตาม

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ก.พ. 2549 , 09:58:11 น.] ( IP = 203.172.117.62 : : )


  สลักธรรม 3

ท่านอรรถกถาจารย์ได้ยกตัวอย่างขึ้นมาให้เห็นว่า มารดาห้ามบุตรชายไม่ให้ไปเที่ยวในป่า แต่บุตรชายหาได้เชื่อฟังได้ ขัดขืนไปจนได้ มารดาจึงได้แช่งว่า "ถ้าเจ้าไม่เชื่อขืนจะไป ก็ขอให้ควายป่าขวิดเสียให้ตายเถิด" ถ้อยคำของมารดาดังได้กล่าวมานี้ไม่จัดว่าเป็นผรุสวาจา

การที่มารดาแช่งบุตรชายว่า ให้ควายป่าขวิดเสียให้ตายนั้น เป็นการกล่าวออกไปเฉยๆ แต่ในใจหาได้คิดที่จะให้บุตรชายของตนตายไปจริงๆไม่ ถ้าบุตรชายเกิดตายไปจริงๆ ก็จะมีความเสียใจไม่น้อยเลย

ผรุสวาจา แปลว่า การกล่าวคำหยาบคาย หรือด่าว่าเสียดสีต่างๆ แต่ในบางครั้งบางคราว แม้คำกล่าวนั้นจะไพเราะ คำกล่าวนั้นถ้าผู้ฟังฟังแล้วมิได้ติดตามดูเรื่องให้ตลอดก็อาจจะคิดว่า คงจะเป็นเรื่องที่ดีที่มีกุศล เพราะเป็นถ้อยคำที่อ่อนหวาน ทั้งหน้าตาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ความจริงอาจเป็นผรุสวาจาก็ได้ ตัวอย่างเช่น

ในสมัยโบราณ พระราชาประจำแคว้นหนึ่งของประเทศอินเดีย หลังจากชนะในการสงครามจับเชลยมาได้ ซักถามความเป็นไปภายในก็มิได้ตอบให้เป็นที่พอใจ พระองค์จึงได้ตรัสว่า " เมื่อเขาไม่ให้ความร่วมมือ ก็ส่งเขาไปยังที่ๆ เขามาเถิด" บรรดาทหารที่เป็นเพชรฆาตก็มีความเข้าใจ จึงจับเชลยคนนี้ไปหระหารชีวิตโดยผลักให้ตกลงไปในเหวลึกที่มีไม้ไผ่กลาวเสียจนแหลม แล้วปักเอาไว้ก้นเหวเป็นอันมาก ให้ทางแหลมโผล่ขึ้นมารองรับร่างกายของนักโทษ ร่างของนักโทษก็จะเสียบปลายไม้แหลมเหล่านั้น ดิ้นและร้องครวญครางอยู่

ถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน บางคำก็เสียดแทงจิตใจของฝ่ายหนึ่งให้เจ็บแสบเหมือนฝีที่กำลังกลัดหนองได้เหมือนกัน เช่นการพูดเยาะเย้ยถากถางหลังจากการต่อสู้แพ้ชนะกันแล้ว ฝ่ายชนะก็จะพูดเยาะเย้ยด้วยอำนาจของความถือตัวว่า "หวังว่าท่านคงจะท่องเที่ยวไปหาอาจารย์ผู้มีฝีมือมากกว่านี้" ฝ่ายแพ้ก็จะพูดออกไปด้วยความโกรธว่า "วันหนึ่งคงจะได้พบกันอีก หวังว่าท่านคงจะไม่ตายเสียก่อนนะ"

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 ก.พ. 2549 , 09:58:32 น.] ( IP = 203.172.117.62 : : )


  สลักธรรม 4

ท่านอาจารย์ครับ การพูดจาที่เกิดขึ้นจากความโกรธหรือความไม่พอใจนั้น มีอันตรายนะครับ ผมเองก็ประสบบ่อยๆครับ แต่ก็ไม่รู้สึกอะไรไปมากกว่า เฮ้อ!วิบากมาอีกแล้วซิเรา

แต่ถ้ามามองดูถึงผู้พูดแล้ว น่าวิตกกว่า เพราะได้กระทำกรรมใหม่ที่ไม่ดีด้วยนะครับ บางคนนั้นก็ไม่รู้เลยว่านั่นเป็นบาป แต่บางคนทั้งๆเรียนรู้แล้ว แต่ขาดสติในขณะนั้นจึงพูดไป ก็ตกอยู่ในความประมาทมากเลยนะครับ

ทุกวันนี้ผมเองรู้สึกถึงความน่ากลัวกับการพูดมากๆเลยครับ นอกจากจะไม่ดีแล้ว ทำให้เรื่องราวต่างๆมากมายไม่ยุติได้ง่ายๆเลยครับ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และขอเทิดพระคุณนี้ไว้เหนือเกล้าครับ.


โดย พี่เณร [10 ก.พ. 2549 , 13:25:54 น.] ( IP = 58.8.95.26 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ [10 ก.พ. 2549 , 19:11:49 น.] ( IP = 61.47.119.183 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org