| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๐๕)
ตอนที่ (๑๐๔) อ่านที่นี่
วัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งการด่าว่า การกล่าวที่เรียกกันว่า อักโกสวัตถุ นั้นมีมากหมายด้วยกัน อาจจะด่าในเรื่องเชื้อชาติหรือสกุลกันก็ได้ ทั้งจะเป็นสกุลต่ำหรือสกุลสูงก็ได้ด้วย เช่นด่าว่า ชาติไพร่ ชาติยาจกวนิพก หรือว่า แม่ผู้ดีแปดสาแหรก หรือพ่อมหาเศรษฐี
อาจจะด่า เรื่องเป็นโรคว่า เจ้าขี้เรื้อนกุดถัง หรือเจ้าตัวโรคสำส่อน อาจจะด่า เรื่องรูปร่างว่า เจ้าคนแคระ หรือว่า ช่างสวยเก๋เหลือเกิน อาจจะด่า คำสูงหรือคำต่ำๆ เช่น สันดานเลวทราม หรือด่าไปถึงพ่อแม่เลยก็ได้ อาจจะด่า เกี่ยวกับกิเลสก็ได้ เช่น คนอิจฉาริษยา คนตัณหาจัด หรือด่าว่าคุณน่ะถึงอาบัติปาราชิกแล้ว
ในเรื่องของผรุสวาจามีปโยคะคือ ความพยายามให้เกิดขึ้นได้ ๒ อย่าง คือ ๑. กายปโยคะ การกล่าวคำหยาบที่แสดงออกทางกาย ๒. วจีปโยคะ การกล่าวคำหยาบทางวาจา
ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่า กล่าวมุสา คือการพูดเท็จ กล่าวปิสุณวาจา คือการส่อเสียดยุยงนั้น เกิดขึ้นทางกายก็ได้ ดังนั้น จึงขอให้ท่านนักศึกษาทราบด้วยว่า การกล่าวคำผรุสวาจา คือการพูดคำหยาบคายนั้น ก็สามารถแสดงออกทางกายก็ได้เหมือนกัน เช่น แสดงกิริยาอาการทางกายให้ผู้อื่นรู้ความหมาย มีชี้หน้า ทำท่าทางที่เกิดจากความโกรธ เป็นต้น หรือเขียนหนังสือด่าว่าให้เจ็บใจ เหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นทางหน้าตา ท่าทางก็จริง ก็ได้ชื่อว่า ผรุสวาจากล่าวคำหยาบคายที่เป็นอกุศลกรรมบถ ส่วนการคำกล่าวหยาบคายที่เกิดขึ้นทางวาจานั้น ก็เป็นการชัดเจนอยู่แล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติมอีก โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ก.พ. 2549 , 00:04:15 น.] ( IP = 58.136.212.39 : : )
สลักธรรม 1
ผรุสวาจาจำแนกออกเป็นอัปปสาวัชชะ และมหาสาวัชชะ
การกล่าวคำหยาบคาย ด่าว่าผู้มีอุปการะคุณ หรือผู้ที่มีศีลธรรมประจำใจ เช่น บิดา มารดา ครู อาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ ภิกษุสามเณร ผู้บำเพ็ญศีล ก็ย่อมจะเป็นอกุศลมีกำลังมาก เรียกมหาสาวัชชะ แต่ถ้าการด่าว่าหยาบคายต่อผู้ที่ไม่มีศีลธรรมก็ย่อมจะมีโทษน้อย เป็นอัปปสาวัชชะ
อาจจะมีบางท่านเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า เพราะเหตุใด การด่าว่า กล่าวคำหยาบคายเพียงเท่านั้น ไม่ถึงได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอย่างไร มิได้ทำให้ทรัพย์สินของท่านผู้ใดให้ต้องเสียหายเลยแม้แต่น้อย แต่เหตุไฉนจึงได้เกิดอกุศลขึ้นมากมาย จนกลายเป็นมหาสาวัชชะ มีกำลังมากพอที่จะนำส่งให้ไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิได้
ในเรื่องนี้จะต้องพิจารณาที่ตรงเจตนาอันถือว่า เป็นกรรมเสียก่อน ผู้ที่แสดงผรุสวาจา คือด่าทอคนอื่นให้เขาเจ็บใจ ได้อาย หรือเสียใจทุกข์ร้อนนั้น ผู้กล่าวย่อมจะมีจิตใจเต็มไปด้วยโทสะคุกรุ่นอยู่ภายใน เพราะอำนาจแห่งโทสะ อาจจะเป็นความเสียใจ หรือความโกรธก็ได้ เป็นตัวบอกบทบงการอยู่ข้างหลัง เจตนาร้ายคิดทำลายผู้อื่นเกิดขึ้นเสียก่อนแล้ว ถ้อนคำทุกๆ ถ้อยคำ กิริยาอาการที่แสดงออกมาทุกๆ อย่างอันเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวดุร้าย อันปรากฏขึ้นมาภายนอกให้ใครๆ ได้เห็น เช่นหน้าตาน่ากลัว ถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจ ย่อมเกิดขึ้นมาได้จากอไนาจหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่เป็นหัวหน้าหรือเป็นตัวการที่สำคัญนั้น ก็ได้แก่จิตใจ อำนาจจิตคิดเคียดแค้นดุร้ายอย่างไร ก็ย่อมจะบังคับรูปให้แสดงออกไปอย่างนั้น
ในการที่จิตบัญชาให้รูปเป็นไปดังนี้ ในทางธรรมะเรียกชื่อว่า "จิตตชรูป" จิตผลิตรูปต่างๆ เช่นทำให้น้ำเสียงโกรธแค้นดุร้าย ทำให้กิริยาอาการหยาบคายกระด้างดูไม่ได้ ท่านนักศึกษาคงจะไม่ปฏิเสธว่า ความเป็นไปทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นมาก็เพราะอำนาจของเจตนา หรือความปรารถนาที่ไม่ดีต่อผู้อื่นที่มีอยู่ภายในหนุนเนื่องติดต่อกันให้เกิดขึ้นมามิได้ขาดสายจนกว่าจะได้หยุดลง เจตนาร้ายอย่างไร รูปก็จะเกิดขึ้นมาอย่างนั้น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ก.พ. 2549 , 00:05:01 น.] ( IP = 58.136.212.39 : : )
สลักธรรม 2
อำนาจของกรรมคือเจตนาร้ายต่อผู้อื่นเหล่านี้ เมื่อแสดงออกมาแล้ว ก็มิได้สูญสิ้นหายไปไหน หากแต่เก็บเอาไว้ภายในจิตใจหมดทั้งสิ้น แม้รูปทั้งหลายที่แสดงออกมาทางกายและใจก็ถูกจิตเก็บเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน
ผลของกรรมอันเป็นบาปที่เก็บเอาไว้ในจิตเหล่านี้ ในทางธรรมะเรียกว่า วิบาก วิบากคือผลของกรรม ก็ย่อมจะแสดงผลของมันขึ้นมาในโอกาสใดโอกาสหนึ่งในอน่าคตอย่างแน่นอน ชีวิตของผู้นั้นก็จะตกอยู่ในความทุกข์ยาก ลำบากโดยประการทั้งปวง ไม่วันใดก็วันหนึ่งโดยไม่ต้องสงสัย
แน่นอนทีเดียว บุญและบาปย่อมเกิดขึ้นมาได้มากมายจนนับไม่หวาดไหวในชั่วของชีวิตหนึ่ง อำนาจของกุศลผลบุญก็ย่อมจะบันดาลให้ความสุขความเจริญเกิดขึ้นมา ถ้ากำลังของบาปมีมากขึ้นก็ย่อมจะมาหักล้างทำลายบุญที่ควรได้รับนั้นให้ลดน้อยถอยลงไปหรือสะดุดหยุดลงเลย แล้วมีความทุกข์ความเดือดร้อนทับถมเข้ามาแทยที่ต่อไป และถ้าช่วงจังหวะเหมาะสม เพราะจิตสร้างสมกำลังอำนาจของโทสะเอาไว้มาก ด้วยเหตุที่ใช้ผรุสวาจาอยู่เสมอๆ หรือการดุการว่าผู้มีอุปการะคุณ หรือผู้ที่ทรงศีลอยู่บ่อยๆ ก็จะสามารถเป็นชนกกรรมนำให้ไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิ ได้รับความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ก.พ. 2549 , 00:05:35 น.] ( IP = 58.136.212.39 : : )
สลักธรรม 3
การกล่าววาจาหยาบคายด้วยความประสงค์ร้ายดังนี้ จะติดตามตัวไปในชาติข้างหน้า ทำให้หาความสุขได้ยาก จะได้ยินแต่เสียงที่ไม่เป็นมงคลอยู่เสมอ ไปนั่งนองอยู่ที่ไหน ไปพักผ่อนหรือต้องการหาความสงบสักเพียงใด ความปรารถนานี้ก็จะสมประสงค์ได้แสนยากยิ่ง แล้วตัวเองก็มิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตให้มีความเข้าใจ จึงได้คิดไปตามประสาผิดๆ ของตนว่า คนนั้น คนนี้ สิ่งนั้นบ้าง สิ่งนี้บ้าง มาเป็นมารผลาญความสุขความสงบของตน จึงได้คิดโกรธแค้น หรือเสียใจในความเป็นไปที่ตนเองได้รับ โดยหาได้ทราบไม่ว่าเหตุการณ์เป็นไปดังกล่าว ตัวเองเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นมาเป็นส่วนใหญ่
นอกจากนั้น ความชำนิชำนาญที่ได้ใช้อำนาจโทสะอยู่เสมอตลอดมาก็ย่อมจะก่อให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไวยิ่งขึ้น เกิดไปชาติข้างหน้า ก็จะต้องมีจิตเศร้าหมองไม่ผ่องใส ชอบคิดแต่ในแง่ร้าย ชอบคิดแต่ในเรื่องทุกข์โทษภัยให้แก่ตนเอง กระทบกับอะไรเข้าแม้สักเล็กน้อย ก็ครุ่นคิดเสียยกใหญ่เป็นวรรคเป็นเวร ใครๆ เขาก็นอนหลับกันไปหมดแล้ว ตัวเองยังคงเก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นมาสร้างภาพเสียให้ใหญ่โตจนหลับได้ยากเย็น บางทีก็ถึงกับมีความน้อยเนื้อต่ำใจ จนถึงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เป็นผู้เป็นคนต่อไป
ตามที่ผมได้บรรยายมาโดยย่อนี้ ท่านนักศึกษาก็คงจะเห็นแล้วว่า ผรุสวาจานั้นเมื่อดูเผินๆ ก็เสมือนหนึ่งว่า เป็นเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ หรือเป็นอกุศลนิดหน่อยเท่านั้นเอง แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวเพียงใด บุคคลทั้งหลายผู้ซึ่งไม่มีความเข้าใจจึงกล้าเข้าไปเล่นอยู่ใกล้ๆ กับปากเหวลึกที่มีอันตราย แล้วก็มิได้มีความหวั่นไหวอะไรเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 ก.พ. 2549 , 00:06:02 น.] ( IP = 58.136.212.39 : : )
สลักธรรม 4เรื่องผรุสวาจา ยิ่งอ่านผมยิ่งเห็นความน่ากลัวมากๆเลยครับท่านอาจารย์ ถ้าไม่ได้อ่านได้ศึกษาแล้วแน่นอนเลยครับ ย่อมพลาดโอกาสทองของชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย
เพราะการได้รู้รายละเอียดเช่นที่อาจารย์อธิบายไว้ว่า
อาจจะด่า เรื่องเป็นโรคว่า เจ้าขี้เรื้อนกุดถัง หรือเจ้าตัวโรคสำส่อน
อาจจะด่า เรื่องรูปร่างว่า เจ้าคนแคระ หรือว่า ช่างสวยเก๋เหลือเกิน
อาจจะด่า คำสูงหรือคำต่ำๆ เช่น สันดานเลวทราม หรือด่าไปถึงพ่อแม่เลยก็ได้
อาจจะด่า เกี่ยวกับกิเลสก็ได้ เช่น คนอิจฉาริษยา คนตัณหาจัด หรือด่าว่าคุณน่ะถึงอาบัติปาราชิกแล้ว
ซึ่งบัญฑิตไม่พึงกระทำนั้น ผมว่ามีคนรู้น้อยมากครับ เพราะเห็นชอบมีการใช้วาจาเช่นนี้มากมายเลยครับรวมทั้งผมเองก็พลาดไปแล้วด้วยครับ โดยไม่ได้รู้เลย พอมาอ่านที่อาจารย์ยกตัวอย่างแล้วสลดเลยครับผม
และตั้งใจจะระมัดระวังวาจาให้มากกว่านี้ครับท่านอาจารย์ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และจะจดจำพระคูรท่านไว้เหนือเกล้าครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [11 ก.พ. 2549 , 06:52:08 น.] ( IP = 61.90.12.192 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
โดย น้องอุ๊ [11 ก.พ. 2549 , 15:14:52 น.] ( IP = 221.128.113.3 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |