มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อนาคตเมืองไทยต้องมีภิกษุณีจริงหรือ




















อนาคตเมืองไทยต้องมี "ภิกษุณี" "ภิกษุณีสัทธา สุมนา" วัดศรีดุสิตาราม ศรีลังกา
เผย...ประเทศไทยมีคนนับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในโลก แต่กลับ ต่อต้าน ไม่ให้ผู้หญิงบวช ยันผู้หญิงมีความสำคัญ ในการรักษา และเผยแพร่คำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าได้ไม่แพ้ผู้ชาย และผู้หญิง ก็เป็นคนเหมือนกับผู้ชาย ผู้หญิงก็มีสิทธิที่จะแสวงหาธรรมและทางดับทุกข์ได้เช่นกัน

ภิกษุณีสัทธา สุมนา เจ้าอาวาสวัดศรีดุสิตาราม ประเทศศรีลังกา กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" อย่างมั่นใจว่า ในอนาคตประเทศไทย ต้องมีพุทธบริษัทครบองค์ 4 ซึ่งประกอบด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา อย่างแน่นอน เนื่องจากการบรรพชาสามเณรีเมื่อเร็วๆ นี้ จะช่วยเสริมสร้าง และสนับสนุน ให้เกิดภิกษุณีขึ้นในประเทศไทย นอกจากนี้แล้ว ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยมีชาวพุทธมากที่สุด เท่าที่ทราบมีมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาก็คือประเทศพม่า 87 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 3 เป็นศรีลังกา

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าเสียดาย เป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ที่มีการต่อต้านการบรรพชาสามเณรี ทั้งๆ ที่ประเทศไทย เป็นชาติที่มีประชากร นับถือศาสนา พุทธมากที่สุดในโลก และศาสนาพุทธก็เป็นศาสนาประจำชาติ แต่กลับไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงได้เป็นนักบวชเหมือนชาติอื่นๆ เท่ากับปิดโอกาส สำหรับการเผยแพร่ พระพุทธศาสนาสำหรับผู้หญิง

แม้แต่ประเทศศรีลังกามีประชากรประมาณ 2 ล้านคน มีภิกษุณีประมาณ 200 รูป สามเณรีประมาณ 400-500 รูป และแม่ชีศีล 10 ประมาณ 1,500 คน แต่ก็ยังสามารถผลักดัน ให้เกิดภิกษุณีในประเทศได้ สถานภาพทางสงฆ์ของภิกษุณีและสามเณรีสังคมในประเทศศรีลังกา ได้ให้การยอมรับ อย่างเท่าเทียม เหมือนกับพระภิกษุสงฆ์ ส่วนประเทศไทยมีแม่ชีกว่าหมื่นคน จุดนี้เองต้องยิ่งสนับสนุนให้ผู้หญิงบรรพชา เป็นภิกษุณีได้ เพื่อจะได้ช่วยสืบสานพระพุทธศาสนา

ในระยะเริ่มต้นของการบวชภิกษุณีในศรีลังกา ปัญหาการไม่ยอมรับภิกษุณีก็มีมากเช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ความเห็น นี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมศรีลังกา เพราะได้มีการนิมนต์ภิกษุณีไปช่วยสอนหนังสือ หรือเรียกว่า เป็นการปฏิบัติธรรมของผู้หญิง จึงทำให้องค์กรต่างๆ ในศรีลังกา ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ได้มีความร่วมมือ กันมากขึ้น ที่สำคัญ คือ รัฐบาลของศรีลังกาได้อนุญาตให้ผู้หญิงที่เป็นนักบวชใช้คำนำหน้า "ภิกษุณี" ในบัตรประจำตัวประชาชนได้

นอกจากนี้แล้วพระสงฆ์ส่วนใหญ่ ในประเทศศรีลังกา ก็ยอมรับให้ภิกษุณี เข้าร่วมสังฆกรรม ในพิธีกรรม ทางศาสนา พร้อมกัน เช่น หากมีญาติโยมนิมนต์ ไปฉันอาหารเช้าหรือเพล จะมีพระสงฆ์ นั่งสวดฝั่งขวา ส่วนพระภิกษุณี จะนั่งสวด ในฝั่งซ้าย ส่วนงานศพก็ร่วมสังฆกรรมเช่นเดียวกัน

ภิกษุณี สัทธา สุมนา กล่าวถึงขั้นตอนการเป็นภิกษุณีในประเทศศรีลังกาว่า เริ่มจากการกรอก ในใบสมัคร ก่อนที่จะมีการบรรพชา อยู่ในระหว่างบวชเป็นแม่ชีศีล 10 อย่างน้อยไม่ค่ำกว่า 5 ปี รวมทั้งมีการศึกษ าไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หากคุณสมบัติไม่ครบถ้วนต้องมีการศึกษาธรรมะ พระอภิธรรม และภาษาบาลี เพิ่มเติม

เหตุผลที่กำหนดคุณสมบัติเช่นนี้ เพื่อให้ภิกษุณีเป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพ อีกทั้ง หากผู้ที่สืบทอดศาสนาไม่มีความรู้ไม่มีความสามารถ ก็คงไม่สามารถสืบทอดศาสนาได้

สำหรับขั้นตอนการบรรพชาสามเณรีมีเพียงภิกษุณีมาเป็น ปวัตตินี (อุปัชฌาย์) รูปเดียวก็พอ แต่ถ้าเป็นการบรรพชาภิกษุณีจะต้องมีภิกษุสงฆ์ 5 รูป และภิกษุณี 5 รูป ซึ่งเป็นบทบัญญัติแรกเริ่มของพระพุทธศาสนา ภิกษุณีในศรีลังกาจะออกบิณฑบาตเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งเท่านั้น

การบรรพชาสามเณรี ในศรีลังกากลุ่มแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2531 หลังจากนั้น ทางคณะสงฆ์ของ ศรีลังกาที่เขามีความคิดเปิดกว้างได้มีการบวชให้ แม้ตอนแรกจะยังไม่มีพระสงฆ์รูปใดยอมรับภิกษุณี แต่ปัจจุบันนี้คณะสงฆ์ ส่วนใหญ่ให้การยอมรับ ด้วยเหตุผลที่ว่า "ผู้หญิงมีความสำคัญ ในการรักษา และเผยแพร่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้ไม่แพ้ผู้ชาย และผู้หญิงก็เป็นคนเหมือนกับผู้ชาย ผู้หญิงก็มีสิทธิที่จะแสวงหาธรรมและทางดับทุกข์ได้เช่นกัน"


โดย รักชาติ [28 ก.พ. 2545 , 16:34:53 น.] ( IP = 203.170.141.180 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

เจ้าอาวาสวัดศรีดุสิตราราม ยังกล่าวถึงรูปแบบการปกครอง พระสงฆ์และภิกษุณีในศรีลังกาอีกว่า ภิกษุสงฆ์กับภิกษุณี ได้มีการแยกกันคนละอาราม ไม่มีการปะปนอยู่ในอารามเดียวกัน นอกจากนี้แล้ว การปกครองของ สงฆ์ในศรีลังกาได้มีการแบ่งแยกออกเป็น 3 นิกาย คือ สยามนิกาย อัมราบุระ และรามันยะ แต่ละนิกายก็มีสังฆราชปกครอง แยกออกจากกัน ซึ่งมีความแตกต่างจาก ประเทศไทย ที่มีสมเด็จ พระสังฆราช สูงสุดในการปกครองสงฆ์

นอกจากนี้แล้ว ภิกษุณีสัทธา สุมนา ยังกล่าวถึงความเป็นมา ของตนเองว่า "อาตมาบวชเป็นแม่ชีมาแล้วกว่า 40 ปี จากนั้นก็บวชเป็นภิกษุณีอีก 5 ปี โดยบวชในสยามนิกาย ทั้งนี้การแบ่งนิกายที่ศรีลังกา จะไม่เหมือนประเทศไทย ที่นั้นมี 3 นิกาย ประกอบด้วย อัมราบุระนิกายของพม่า รามันยะนิกายของมอญ ส่วนนิกายจากประเทศไทยเรียกได้ 2 อย่าง คือ สยามนิกาย หรือ นิกายลังกาวงศ์

ทางด้าน สามเณรีธัมมนันทา เจ้าอาวาส วัตรทรงธรรมกัลยาณี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีแม่ชีแจ้งความประสงค์บวชเป็นสามเณรีจำนวนมาก แต่ทางวัตรมีโครงการบรรพชาสามเณรีเพียงปีละ 1 ครั้ง เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อคัดเลือกและควบคุมคุณภาพผู้ที่จะมาบรรพชาอย่างจริงจัง หากใครต้องการ ที่จะบรรพชาเป็นสามเณรีจะต้องฝึกปฏิบัติในการเตรียมตัวที่จะบรรพชาก่อนเข้าพรรษา อย่างน้อยต้องมาอยู่ที่วัตรทรงธรรมกัลยาณี 3 เดือน เหตุผลที่บรรพชา สามเณรีเพียงปีละครั้งนั้น เพื่อต้องการให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ เพราะหากมีการปฏิบัติที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม

โดย รักชาติ [28 ก.พ. 2545 , 16:37:05 น.] ( IP = 203.170.141.180 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org