| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๐๙)
ตอนที่ (๑๐๘) อ่านที่นี่
คำบรรยายพระอภิธรรมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่ ๑๕)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๐๘
เมื่อคราวที่แล้ว ผมได้บรรยายถึงสัมผัปปลาปะ คือการพูดเพ้อเจ้อ อันเป็นกุศลวจีกรรมตัวที่ ๔ ซึ่งเป็นตัวสุดท้ายจบลงแล้ว ผมก็ได้ยกเรื่องราวและสภาวธรรมขึ้นมาให้ท่านได้ทราบว่า ความเพ้อเจ้อนั้น ก็ได้แก่การพูดจาเหลวไหลไร้สาระแก่นสารโดยเห็นแต่ความสนุกสนาน มิได้มีศีลธรรม หรือหลักธรรมอะไรที่จะเป็นประโยชน์ หรือเป็นคติสอนใจ ผู้ที่ชอบพูดเพ้อเจ้อนั้นย่อมจะได้รับผลอันเป็นโทษ คืออัปปสาวัชชะมีโทษน้อย และมหาสาวัชชะมีโทษมาก ก็ได้ทั้งสองอย่าง แล้วแต่เจตนาในขณะนั้นเป็นอย่างไร สำหรับในวันนี้ผมจะได้บรรยายถึงอกุศลกรรมบถที่เรียกว่า มโนกรรม ซึ่งได้แก่ อภิชฌา พยาปาทะ และมิจฉาทิฏฐิต่อไป
อกุศลที่ผมได้แสดงแล้วนั้น ก็มีกายกรรม ๓ ได้แก่ การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม อกุศลวจีกรรม ๔ ได้แก่ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
ต่อจากนี้ไปท่านจะได้ศึกษาเรื่องอกุศลมโนกรรม อันหมายถึงการทำผิด ทำบาป ทางมโน คือทางใจ อีก 3 ได้แก่
๑. อภิชฌา = เพ่งเล็งในทรัพย์สมบัติของผู้อื่น ๒. พยาปาทะ = ความพยาบาทปองร้ายผู้อื่น ๓. มิจฉาทิฏฐิ = ความคิดเห็นอันไม่ต้องกับความเป็นจริง
ผมจะได้บรรยายตามลำดับต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:08:39 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 1
การกระทำอกุศลที่เรียกว่ามโนกรรม ก็ได้แก่เจตนา คือการกระทำผิดที่มิได้เกิดขึ้นทางกายที่เรียกว่า กายวิญญัติรูป มีการฆ่าสัตว์ หรือลักทรัพย์เป็นต้น ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางกายเป็นส่วนมาก แล้วก็มิได้มีการแสดงออกทางวาจาที่เป็นบาป คือวจีวิญญัติรูป มีการพูดเท็จ พูดส่อเสียด เป็นต้น ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางวาจาเป็นส่วนมาก
อกุศลมโนกรรมนั้น ก็เป็นการกระทำบาปเหมือนกัน แต่มิได้กระทำทางกายหรือทางวาจา เป็นเจตนาที่เกิดขึ้นทางมโนทวาร หรือเกิดขึ้นทางจิตใจ มีการนึดคิดต่างๆ
ผู้ที่ขาดการศึกษา ขาดปัญญาพิจารณาความจริงของเรื่องชีวิต ได้ตกอยู่ในฐานะมีความเห็นผิดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะความเห็นที่ผิดไปเหล่านั้นจะกลับมาฆ่าตัวเอง ความเห็นที่ผิดไปเหล่านั้นจะมาทำให้ทิศทางที่ควรจะเดินผิดไป และนอกจากนั้น ความเห็นผิดดังกล่าวจะทำให้ได้รับความทุกข์โทษภัยใหญ่หลวงก็ได้โดยไม่ยากอะไร
ในบางท่านก็มีความคิดเห็นเอาง่ายๆ ด้วยตนเองว่า บาปหรือบุญนั้นไม่เห็นมีตัวมีตนทำลงไปแล้ว ผลจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ตายแล้วเกิดขึ้นมาใหม่ก็เป็นเรื่องล้าสมัย เป็นเรื่องเพ้อฝันกันไป เพราะใครเล่าจะมาพิสูจน์ได้ เมื่อมีความเห็นผิดดังกล่าวเหล่านี้เกิดขึ้นภายในจิตใจแล้วการกระทำทั้งหลายก็จะถูกความเห็นที่ไม่ถูกต้องนั้นเข้ามามีส่วนหนุนเนื่องบงการเอาได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:09:23 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 2
ประชาชนส่วนใหญ่ที่มิได้ศึกษาธรรมะให้เข้าใจ มักจะมีความสำคัญผิด แล้วคิดว่า ตัวเองนั้นประพฤติแต่ความดีมีศีลธรรม มิได้มีอกุศลเจือปนเลย ดังนั้น บางคนจึงได้พูดว่า "ฉันไมได้ทำบาปอะไรเลย เพราะแต่ละวันที่ผ่านมา ฉันไม่ด้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ผิดในกาม และไม่ได้ดื่มสุรายาเมาอะไรด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปวัดไปวา หรือไปศึกษาเล่าเรียนอะไรให้เสียเวลาก็ได้ รักษาตัวดีมีศีลธรรมอยู่แล้ว"
คนโดยมากพากันคิดว่า ทำเพียงเท่านี้ก็ดีอยู่แล้ว ความจริงก็ดีจริงๆเหมือนกันแต่ทว่าดีน้อย ไม่ใช่ดีมาก และไม่ใช่ดีมากที่สุด เพราะดีมากที่สุดนั้นจะต้องศึกษาเล่าเรียนธรรมะ โดยจะฟังวิทยุ จะอ่านหนังสือที่เกี่ยวด้วยเรื่องของชีวิต และมาเรียนจริงๆ ที่เปิดบรรยายกันอยู่ในเวลานี้ก็หลายแห่ง เพื่อให้เกิดปัญญาในปัญหาต่างๆ ของชีวิตควรจะต้องเริ่มต้นสร้างปัญญา แล้วก็จะไม่ได้ชื่อว่าตั้งอยู่ในความประมาท ชีวิตจึงได้ถูกชักพาไปสู่แดนอันเกษม ในที่สุดก็จะพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดต่อไป
บรรดาทุกข์ใหญ่น้อยทั้งหลายก็จะเข้ามากล้ำกรายไม่ได้ ถ้ามีปัญญาติดตัวไปแล้ว เมื่อไปเกิดอยู่ในสารทิศใด ได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างไร ไม่ช้าไม่นาน อำนาจของปัญญาที่ได้มีติดตัวมาจะได้ช่วยชักพาให้ออกไปยังทิศทางที่ถูกต้อง แต่ถ้ามิได้ศึกษาเล่าเรียนให้เกิดปัญญาอันถูกต้องแล้ว การเดินทางไหลของชีวิต ก็จะเอากำหนดแน่ไม่ได้ ไม่ทราบว่าอีกสักเมื่อใดจึงจะพ้นไปจากวัฏฏะอันน่าหวาดกลัวนี้เสียได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:09:43 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 3
บุคคลทั้งหลายมีความเข้าใจว่า บาปจะเกิดขึ้นมาได้นั้น จะต้องเกิดจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม และเสพสุรายาเมา แต่เพียงเท่านั้น จึงคิดได้ว่า ตัวเองก็มีความประพฤติดีมีศีลธรรม บาปต่างๆ ดังกล่าวก็มิได้คิดที่จะประพฤติเลย จึงไม่จำเป็นต้องทำอย่างใดอีก
ความเข้าใจดังกล่าวนี้ ยังไม่ตรงข้อเท็จจริงของสภาวธรรม จึงไม่มีกำไรแก่ชีวิต เป็นการเข้าใจผิดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมจะมีความมักได้เห็นแก่ตัวที่เรียกกันว่า เป็นสัญชาติญาณติดตัวมา คิดที่จะได้ในสิ่งสารพัดทั้งปวง จนเป็นเหตุการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีได้ไม่มาก เพราะอยากที่จะเอาดีเอาเด่นให้ล้ำเลิศยิ่งกว่าใครๆ ทั้งหลาย จึงทำกระทำการใดๆ ลงไปเพื่อการนั้น ทั้งนี้เกิดขึ้นมาจากความคิดเห็นที่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของชีวิตนั่นเอง
ตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาในเวลาเช้า ไปจนถึงหลับนอนลงในเวลากลางคืน โลภะ โทสะ โมหะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ประดังกันเข้ามาปะปนอยู่ในจิตเสียนับจำนวนไม่ได้ แต่อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลงนั้น ยากหนักหนาที่จะเข้ามาแฝงอยู่ประจำใจ เปรียบเหมือนเรื่อที่ไหลไตามสายน้ำในลำธาร น้ำมันจะไหลพาให้เรือล่องลงไปอยู่วันยันค่ำ เรือจะไม่มีโอกาสแล่นทวนขึ้นไปเหนือน้ำได้เองเลยเป็นอันขาด เว้นไว้แต่เราจะออกแรงพาย ถ้าออกแรงน้อย เรือก็จะแล่นขึ้นไปเหนือน้ำได้น้อย ถ้าออกแรงมากเรือจะแล่นขึ้นไปเหนือน้ำได้มาก ถ้าไม่ออกแรงเลย คืออยู่เฉยๆ เรือก็จะกลับไหลลงไปเป็นอัตโนมัติ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:10:05 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 4
อำนาจของอนุสัยกิเลส ตัวการที่ทำให้จิตใจต้องตกลงไปอยู่ในความเร่าร้อน คือกามราคานุสัย มีความอยากได้ในสิ่งสารพัดทั้งปวง มานานุสัย มีความอยากใหญ่ปรารถนาให้คนทั้งหลายยกย่องสรรเสริญ ทิฏฐานุสัย ความเห็นผิดไปจากความจริงต่างๆ และ อวิชชานุสัย ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นตามอารมณ์ในทวารทั้ง ๖ เป็นต้น
เหล่านี้จะได้ชักพาชีวิตให้เดินไปตามทิศทางที่อนุสัยกิเลส หรือที่เรียกกันว่า สัญชาตญาณ ที่ติดตามตัวมาทุกๆ ชาติ เพื่อให้เดินไปตามทิศทางของมันเหมือนสายน้ำไหล เราผู้ซึ่งเป็นเรือน้อยก็จะล่องลอยตามมันไป ถ้าเราไม่ออกแรงพายแล้ว ถึงอย่างไรมันก็จะแล่นทวนน้ำขึ้นไปไม่ได้ แล้วแน่นอนที่จะต้องไหลเข้าไปสู่แดนทุรกันดาร
สัญชาตญาตนั้นมีอยู่ด้วยกันทุกคน สัญชาตญาณนั้นทำให้คนคิดถึงแต่ตนเองเป็นใหญ่ และสัญชาตญาณนั้น ทำอะไรก็หวังที่จะได้อะไรกลับคืนมา แต่เพราะมนุษย์มีความฉลาดรู้จักการอบรม รู้จักการกล่อมเกลาสัญชาตญาณของตนเองอยู่บ้าง จึงมิได้เอาแต่จะได้ไปเสียทั้งหมดตลอดเวลา และนี่เองทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกับสัตว์เดรัจฉาน
ความเห็นแก่ตัวที่จะชักพาเราไปดังกล่าวมาแล้วนั้น จะสะดุดหยุดลงได้เป็นครั้งเป็นคราวเมื่อจิตเกิดขึ้นมาแล้วทำลายความเห็นแก่ตัวนั้นลง โดยการทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เช่น บังเกิดความสงสารจึงได้คิดบริจาคทาน หรือเพราะปรารถนาจะให้จิตมีความสงบ จึงได้อดทนนั่งทำสมาธิ เป็นต้น ซึ่งจะเกิดขึ้นมาในวันหนึ่งๆ ได้ยากหรือได้น้อยอย่างเหลือเกิน ความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดขึ้นมาจนนับจำนวนไม่ไหว แต่ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เกิดขึ้นมานับจำนวนได้ง่ายๆ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:13:13 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 5
อย่างไรก็ดี บุญกุศลนั้นแม้ว่า จะเกิดได้ยากหรือเกิดได้น้อยก็จริง แต่ก็มีกำลังมากเพราะออกกำลังต้องมีความสามารถหักหาญทำลายความเห็นแก่ตัวลงได้แม้ชั่วขณะหนึ่งก็ตาม ซึ่งเป็นเหมือนการออกแรงพายเรือให้แล่นทวนขึ้นไปเหนือน้ำ อันเป็นการทวนกระแสของจิตซึ่งเป็นการทำได้ยาก แต่เมื่อกระทำลงไปได้แล้วชื่อว่ามีกำลังมาก เพราะแม้ว่าเราจะบริจาคให้ขอทานสัก ๑ บาท เราก็จะต้องทำลายความเห็นแก่ตัวต้องเสียสละ แล้วจึงจะทำลายความตระหนี่หวงแหนได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง การทำกุศล แม้จะน้อยสักเท่าใดๆ แม้เพียงจิตคิดแต่เรื่องที่ดีเท่านั้นก็เรียกว่า "มหากุศล"
ตามที่ผมได้บรรยายมา ท่านทั้งหลายก็จะเห็นได้โดยระลึกถึงตัวเอง ว่าในวันหนึ่งๆนั้น บุญหรือบาปใครจะเกิดมากกว่ากันสักเท่าใด เราได้กระทำจิตของเราให้พ้นไปจากบาปอกุศล ทั้งน้อยและใหญ่มากหรือไม่ ในวันหนึ่งๆ นั้นเราหันหลังให้อกุศล มีความโลภ ความโกรธ ความหลงเข้ามาครอบงำจิตใจ แล้วหันหน้าเข้ามาหากุศล ยอมเสียสละ ทำลายความเป็นแก่ตัวลงได้สักกี่ครั้ง
ผมได้นำทางให้ท่านนักศึกษาให้เข้ามาในเหตุผลดังกล่าวแล้ว ท่านก็คงจะพิจารณาเห็นได้เองว่า อกุศลได้ครอบงำจิตของเรามากสักเท่าใด ยิ่งมิได้ศึกษาเล่าเรียนด้วยแล้ว ก็อาจจะเข้าใจผิดไปด้วยว่า ไม่ได้ฆ่าสัตว์ ไม่ได้ลักทรัพย์ ไม่ได้ผิดในกาม ไม่ได้เสพสุรายาเมาแล้ว จิตจะเป็นกุศลไปเสียก็ได้ อาจจะจัดเอาอกุศลเล็กๆน้อยๆ ที่เกิดขึ้นมาเป็นประจำวัน แล้วเหมาว่าเป็นกุศลไปเสีย
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [15 ก.พ. 2549 , 14:13:43 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
หนูมาศึกษาเพื่อเสริมสร้างสุขอันปราณีตค่ะ
และยังทำลายความเห็นผิดได้ดียิ่งขึ้น
การได้ชนะความตะหนี่ แม้เพียงเล็กน้อย หรือมากก็ตาม หรือการได้คิดดีเพียงชั่วครู่ก็ตาม หากเข้าใจแล้ว มหากุศลย่อมเกิดได้ง่ายจริงๆโดย น้องอุ๊ [15 ก.พ. 2549 , 17:40:40 น.] ( IP = 61.47.98.252 : : )
สลักธรรม 7ตามติดมาหากำไรชีวิตครับท่านอาจารย์ เพราะถ้าขาดความเข้าใจที่ดีแล้ว ย่อมขาดทุนชีวิตอย่างน่าเสียดาย มิหน่ำซ้ำยังเกิดบาปได้ง่ายมากๆเลยนะครับ
ในการพายเรือทวนกระแสน้ำแห่งความตระหนี่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับท่านอาจารย์ แต่ลงทำได้ก็จะเกิดปิติมากๆทุกครั้งเลยครับผม
กราบขอบพระคุณม่านอาจารย์อย่างสูงครับและระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์เสมอและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [15 ก.พ. 2549 , 18:40:52 น.] ( IP = 58.8.95.161 : : )
สลักธรรม 8เป็นกำไรชีวิตที่ได้ศึกษาเรื่องความจริงของชีวิต ทำให้รู้ว่าบาปทางใจเกิดได้มากมายถ้าเราขาดสติขาดปัญญา
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [16 ก.พ. 2549 , 16:20:18 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |