| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ด้วยรักจากพ่อถึงลูก
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
จงถามตนเองว่า วันนี้เรามีความดีเป็นทุน มีบุญกำลังเลี้ยง แต่เรามีเสบียงเพียงพอหรือยัง เมื่อยังมีไม่พอ ก็ต้องเรียนต้องศึกษาหาปัญญาให้กับตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนพระอภิธรรม จะทำให้ เรา เก่งกว่าเดิม ดีกว่าเดิม สุขกว่าเดิม และ หมั่นตรึกเสมอๆว่า ชีวิตคนเราต้องมีกำลัง หรือที่เรียกว่าแรง ซึ่งประกอบด้วย แรงกาย แรงปัญญา แรงปรารถนา และ แรงกรรม
อย่างเช่นพวกเราทุกคน มีแรงปรารถนาที่จะพ้นทุกข์ แรงกายยังมี ก็ต้องถามตนเองว่าแรงปัญญามีพอหรือไม่ และที่สำคัญอย่าลืมนึกถึงแรงกรรม เพราะไม่มีใครทราบได้ว่า ความตายจะมาถึงเราเมื่อไร เราอาจมีกรรมตัดรอนให้ตายก่อนที่จะลงมือปฏิบัติก็ได้ ฉะนั้นจงลงทุนทำเสียแต่วันนี้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง และอย่าทอดอาลัยว่าแก่แล้ว เรียนไม่ไหว ปฏิบัติไม่ได้ เราอาจมีเหตุอดีตที่ดีมาก็ได้
หลวงพ่อยังเตือนลูกๆ ทุกคนว่า มนุษย์ทุกคนไม่มีสิทธิ์พัก มีแต่เพียงสิทธิ์ที่จะรักดีเท่านั้น ที่สำคัญชีวิตเรานอกจากจะต้องมีสายวัดแล้ว เรายังจะต้องทำชีวิตเป็นแก้วน้ำ ที่สามารถเติมได้
จดจำมาเพียงแค่นี้ น้องๆคนใดมีอะไรก็ช่วยเพิ่มเติมก็แล้วกันนะคะ
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูง
![]()
โดย วยุรี [16 ก.พ. 2549 , 19:54:17 น.] ( IP = 203.151.140.116 : : 203.113.38.9 )
สลักธรรม 2อนุโมทนาในกุศลของพี่วยุรีค่ะ
ธรรมะในวันนี้เป็นคำสอนที่นำมาเป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตอย่างยิ่งค่ะ
น้องอุ๊ว่าที่พี่วยุรีจำได้แค่นี้ สมบูรณ์ในเนื้อหามากเลยล่ะค่ะ
และขอเพิ่มเติมในเกร็ดย่อยสักนิดนะคะ(เท่าที่จำได้)
ในเรื่องของการวางเป้าหมายของชีวิต
แม้จะเดินตามเป้าหมายบ้างหยุดบ้าง
ขอให้ตั้งเจตนาต่อเป้าหมายนั้นอย่างมั่นคง
เพราะหากทำเป้าหมายขวางทาง
ย่อมเดินทางไปไม่ถึงเป้าหมาย
ในเรื่องของสายวัด หากเป็นสายวัดที่เป็นไม้บรรทัด แม้จะวัดได้ตรง
แต่ในสถานการณ์บางอย่างที่ต้องอยู่ร่วมกันก็อาจทำให้แตกหักได้ง่าย
จึงควรใช้สายวัดที่สามารถวัดได้ดี และอ่อนโยนยิ่งขึ้น
และ
การทำชีวิตให้เหมือนแก้วน้ำย่อมสามารถเติมในสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ง่าย
ในเรื่องราวของความสุขที่ปราณีตนั้น
เริ่มต้นจากการครองชีวิตด้วยการมีศีล
ซึ่งศีลอาจจะมีหลายระดับ เช่น ศีล 5 ศีล 8 ศีล10 ศีล 227
และความสุขที่ปราณีตย่อมมีได้ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนา
เพื่อสู่ความพ้นทุกข์ นั่นเอง อันเป็นความสุขที่ได้เข้าถึงสุขจากกระแสพระนิพพาน
และโดยส่วนตัวได้ข้อคิดว่าไม่ควรประมาทในวัย
เรียกได้ว่า 40 กว่าๆ ควรเดินไปหาซื้อโลงได้แล้ว ส่วน 50 ขึ้นไป ควรเปิดฝาโลง และจัดท่าลงได้แล้ว
แต่ก็รู้สึกว่ารอบๆ ตัว เริ่มมีเพื่อน เลข 4 หลายคน
โดย น้องอุ๊ [16 ก.พ. 2549 , 22:11:37 น.] ( IP = 61.47.119.30 : : )
สลักธรรม 3พ่อของเรา
ยังได้สอนใจให้เรานั้นหัดรู้และหัดคิดให้ถูกเสมอด้วยนะครับ โดยที่หลวงพ่อได้สอนให้เราทุกคน หมั่นสำรวจตรวจดูเสมอในแรงทั้ง ๔คือ..
๑. แรงกาย
๒. แรงปัญญา
๓. แรงปรารถนา
๔. แรงกรรม
๑. แรงกายนั้นหลวงพ่อสอนว่า ถ้าเรายังสามารถเดิน ยืน นั่ง นอนได้อยู่ แม้กระทั่งจะแก่ร่างกายไม่ค่อยแกร่งเหมือนก่อน แต่ก็ไม่ควรที่จะปฏิเสธการทำความดีด้วยกาย มีการปฏิบัติเป็นต้น ท่านยกตัวอย่างว่าในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น ไม่ใช่ให้ไปเดิน (เช่นเดินธุดงธ์) นั่งอยู่ก็พิจรณาได้ในรูปนั่ง เพื่อสังเกตให้รู้ว่า นั่งนั้นก็เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง ใช้โยนิโสมนสิการนั่นเอง ไม่ใช่มัวปฏิเสธว่าแก่แล้ว ไม่ไหวแล้วนะครับ
๒. แรงปัญญานั้นหลวงพ่อสอนว่า..เราต้องรู้ตัวเองว่าเรามีปัญญาแค่ไหน เอาตัวรอดได้หรือยัง ถ้ายังก็ไม่ควรที่จะปฏิเสธการศึกษาหาปัญญา ให้เกิดมียิ่งๆขึ้น
เพราะปัญญาเท่านั้น ที่จะอำนวยความสุขมาให้ครับ.โดย พี่เณร [17 ก.พ. 2549 , 07:18:49 น.] ( IP = 58.8.43.45 : : )
สลักธรรม 4๓. แรงปรารถนา นั้นหลวงพ่อสอนว่า..ให้หมั่นสังเกตใจตนเองว่า มีความปรารถนากันอย่างไร ความปรารถนาที่มีอยู่นั้น เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ไหม ? ท่านบอกว่าเราทุกคนมีสิทธิ ที่จะปรารถนาอะไรก็ได้ แต่ต้องมีปัญญารู้ด้วยว่า ความรู้สึกต้องการที่เกิดขึ้นมานั้น เรามีแรงปัญญา แรงกาย พอเพียงไหม ท่านยกตัวอย่างว่าถ้ามีแรงปรารถนาที่จะไปจากความทุกข์แล้ว เราเองนั่นแหละ ดำเนินหรือยัง ท่านสอนว่าขอให้มีศรัทธาที่จะก้าวเดินไปตามหลักทางพ้นทุกข์ เสมือนตั้งหัวรถจักรให้ถูกทิศนั่นเอง และอาศัยความเพียรไป จะถึงเร็วหรือช้านั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญของให้หัวรถจักร (แรงปรารถนา) นั่นวางอยู่บนราง ไม่ใช่ขวางหัวรถจักรขวางรางอยู่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ถึงจะมีปัญญา(หัวรถจักร)สักแค่ไหน ก็ไม่มีวันที่จะถึงเป้าหมายได้แน่นอน เพราะมันวางขวางรางอยู่ (รางเปรียบเสมือนเส้นทางที่ปัญญาวิ่งไป)นั่นเอง.
๔. แรงกรรม นั้นหลวงพ่อสอนว่า..ให้เราระลึกเสมอว่าแรงกรรมนั้น เราจะส่งผลเราอย่างไร เมื่อใดนั้นเราไม่มีทางรู้ได้เลย ดังนั้นจะประมาทไม่ได้.ถ้าเราคิดว่าเราทำดีแล้ว อยู่ทุกวันนี้ก็ดีแล้ว ทำดีเพียงพอแล้วเป็นต้น..อย่าลืมว่าเรายังมีกรรมที่ทั้งคอยเบียดเบียน และกรรมตัดรอนอยู่ ซึ่งกรรมทั้งสองนี้ อาจมาส่งผลตัดรอนชีวิตเราลงเมื่อใดก็ได้..เช่นกันถ้าเราคิดว่าเราคงทำไม่ได้ ปฏิบัติไม่ลุเป้าหมายได้ เกิดท้อแท้ใจเป็นต้น ก็อย่าลืมว่า อดีตกรรมที่เราเคยสร้างสมบารมีมาไว้ อาจจะส่งผลมาเบียดเบียนและตัดรอน ให้เราสามารถพ้นจากโลกียวิสัยได้เช่นกัน หลวงพ่อจึงเตือนให้เราให้ไม่ประมาทในกรรมนั่นเองครับ.โดย พี่เณร [17 ก.พ. 2549 , 07:38:41 น.] ( IP = 58.8.43.45 : : )
สลักธรรม 5นอกจากเรื่องแรงทั้ง ๔ นี้แล้ว หลวงพ่อยังให้ข้อคิดในเรื่องอริยสัจจ์ ๔อีกว่า..การที่เรารู้จักเพียงชื่อ และความหมายของ ทุกข์ สมุทัย นิโรธและมรรค เท่านั้นไม่ได้ เพราะในอริยสัจจ์นั้น ต่างก็มีกิจของเขาอยู่ เราต้องทำตรงกิจจึงจะเรียกได้ว่า เป็นผู้รู้ได้นั่นเองครับ.
ท่านสอนว่า..ทุกขํงอริยสัจจงฺปริญญายํ คือการรู้เท่าทันทุกข์นั่นเองครับ (ทุกข์คือขันธ์ ๕)
ส่วนสมุทัย เสมือนเชื้อโรคที่เรามีหน้าที่กำจัดให้หมดไป
นิโรธกิจคือต้องทำให้แจ้ง (ตามโรคนั้นๆ)
มรรคท่านบอกว่าเราต้องลงมือทำ คือลงมือแก้ไขโรคนั้นนั่นเองครับ
พี่เณรก็ช่วยจำมาเสริมเติมต่อคำพ่อ ให้สมบรูณ์มากขึ้นนะครับ และขออนุโมทนากับคุณวยุรีและน้องอุ๊ด้วยครับผม.
![]()
โดย พี่เณร [17 ก.พ. 2549 , 07:52:43 น.] ( IP = 58.8.43.45 : : )
สลักธรรม 6๏ ๏ ๏ เดินตามพ่อ ๏ ๏ ๏
เก็บกลืนไว้ในใจไม่เปิดเผย
คำอ้างเอ่ยเพ้อพร่ำรำพันถ้อย
ไม่ให้หลุดจากปากแม้หนึ่งน้อย
มิยอมแพ้แก่รอยที่กรีดใจ
พงหนามก่ายเป็นลายเนื้อถูกเกี่ยว
จะไม่เลี้ยวหลบหนามที่ตามไล่
มุ่งหมายจรดรอยเท้าก้าวต่อไป
เดินตามทางพ่อสร้างไว้ให้ลูกเดิน
หยาดเหงื่อพ่อล้อแสงแดดที่แผดกล้า
แผ้วมรรคานำไปไม่ขัดเขิน
ประทับตาตรึงใจให้เผชิญ
ทางดำเนินตามคำสอนมิผ่อนคลาย
ทุกคำพ่อก่อสัญญาให้ฝ่าฟัน
รู้อดทน..มุ่งมั่น..เพื่อเป้าหมาย
รู้สละ...ช่วยเหลือ....เพื่อนรอบกาย
กตัญญู..อย่ารู้หน่าย..ในพระคุณ
เดินตามพ่อ...ก่อพลังพรั่งดวงจิต
พ่อคือผู้ลิขิตเพื่ออุดหนุน
พ่อคือผู้เติมต่อก่อต้นทุน
เกื้อการุณแก่ลูกนี้ไม่มีเทียม
ขอบคุณทุกๆท่านนะคะ ที่นำเรื่องที่หลวงพ่อสอนมาให้อ่าน เพื่อประโยชน์ส่วนรวมกันอีกนะคะ เพราะอ่านแล้วซึ้งใจจังเลยคะ ที่มีพ่อผู้คอยตักเตือนและให้กำลังใจเสมอมาแก่ลูกทุกๆคน พี่ดอกแก้วจึงได้นำกลอน..เดินตามพ่อมาร่วมไว้ด้วยในกระทู้นี้คะ.
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [17 ก.พ. 2549 , 08:45:56 น.] ( IP = 58.8.69.113 : : )
สลักธรรม 7ขออนุโมทนา สาธุ ครับ ขออนุญาต พี่เณร นำสลักธรรม 3 และ 4 copy ไปเผยแพร่ในเว็บธรรม อื่นๆ นะครับ
โดย เม้าตาอิน [17 ก.พ. 2549 , 09:12:06 น.] ( IP = 58.8.96.104 : : )
สลักธรรม 8ด้วยความยินดีครับคุณเม้าตาอิน เพราะจะได้เป็นประโยชน์แก่เพื่อนร่วมทุกข์กันต่อๆไปครับผม
อนุโมทนาในกุศลจิตกับคุณด้วยนะครับโดย พี่เณร [17 ก.พ. 2549 , 09:20:08 น.] ( IP = 58.8.96.104 : : )
สลักธรรม 9ดีใจจังเลยค่ะที่เปิดมาพบกระทู้นี้ ได้อ่านในสิ่งที่มีค่าอีกครั้ง ซึ่งชอบและก็จำไว้ว่า ...อย่าทำตัวเป็นแก้วน้ำที่เต็มแล้ว เพราะจะทำให้เสียประโยชน์ในการศึกษา...
อนุโมทนาทุกท่านที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วยเมตตาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.พ. 2549 , 09:23:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 10
กราบขอบพระคุณพี่วยุรี น้องอุ๊ พี่เณร
และอนุโมทนาสาธุ..สาธุ..สาธุ
เช่นกันค่ะดีใจมากที่เปิดเจอกระทู้นี้ มื่อคืนนี้ยังนั่งระลึกทบทวนถึงคำสอน คำเตือนของหลวงพ่ออยู่เลยแต่ไม่ได้รายละเอียดเท่าที่อ่านในกระทู้นี้...แรงกาย ยังมีไหม?........ยังพอมี ...แรงปัญญา มีพอหรือยัง?......ยังไม่พอ ...แรงปรารถนา มั่นคงหรือยัง?....ยังไม่มั่นคงพอ ...แรงกรรม รู้ไหม?....ไม่มีทางรู้เลย
ครบเครื่องเลยว่า ในแรง ๔ ประการนี้ยังไม่มีอะไรมั่นคงเลย
โดย พี่ดา [17 ก.พ. 2549 , 11:17:15 น.] ( IP = 58.9.190.54 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |