มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๑๐)






ตอนที่ (๑๑๐) อ่านที่นี่

เรื่องอภิชฌานั้น ผมก็คิดว่าได้บรรยายไปพอสมควรแล้ว คงจะทำให้ท่านนักศึกษาเข้าใจได้เหตุผลเพื่อจะเอาไว้ใช้เป็นหลักตัดสินได้ ต่อจากนี้ไปผมจะได้บรรยายถึงอกุศลมโนกรรมตัวที่ ๒ อันได้แก่ พฺยาปาท ต่อไป

คำว่า พฺยาปาทะ นั้น ในภาษาไทยเราพูดกัน เราใช้กันอยู่ทั่วไปจนชินหูว่าพยาบาทหรือความพยาบาท แปลตามความหมายที่ชาวบ้านโดยมากเข้าใจกันก็คือ การปองร้ายผู้อื่นหรืออาฆาตมาดร้ายทำลายล้างผู้อื่น

คำว่า พยาปาท นั้นเป็นภาษาบาลี แต่ก็ได้ใช้พูดกันในภาษาไทยว่า พยาบาท กันมาจนเคยแล้ว จนกลายเป็นภาษาไทย ความหมายก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปทั้งภาคเหนือไปจนถึงภาคใต้ เมื่อพูดคำว่าพยาบาทขึ้นมา ทุกๆ คนก็มีความเข้าใจเรื่องราวดี แต่พยาบาทที่ใช้กันนั้น จะมีเนื้อความตรงกันกับ "พฺยาปาทะ"ในหลักธรรมหรือไม่ แล้วในหลักธรรมนั้นมีเนื้อความว่ากระไร

พฺยาปาท คืออะไร

มีแสดงวจนัตถะว่า "พฺยาปิชฺชติ หิตสุขํ เอเตนาติ = พยาปาโท"
ประโยชน์และความสุขย่อมเสียหายไปด้วยโทสะนี้ ฉะนั้น โทสะนี้จึงชื่อว่า พยาบาท

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:50:32 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บุคคลโดยมากมีความเข้าใจว่า พยาบาทนั้น จะต้องคิดปองร้ายผู้อื่น เช่น มีคนมานินทาว่าให้บังเกิดความเสียหาย ก็คิดแค้นอาฆาต ผูกใจเจ็บ แล้วคิดแก้แค้นตอบแทนหรือมีคนมากดขี่ บีบบังคับให้ตนต้องเสียทรัพย์สินไปมากมาย จึงไปซุ่มคอบแอบทำร้ายร่างกาย อย่างน้อยก็ต้องคอยคิดปองร้ายผู้อื่น ดังนั้นจึงได้พูดกันโดยทั่วไปว่า พยาบาทปองร้าย

ความเข้าใจของคนทั้งหลายดังกล่าวมาก็นับว่าถูกต้อง แต่ทว่าความถูกต้อง แต่ทว่าความถูกต้องนั้นยังไม่มีความสมบูรณ์เต็มที่ ถูกเพียงส่วนเดียวในจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่อีกหลายส่วน และถ้าความเข้าใจคับแคบดังนี้ ก็นับว่าน่าเสียดาย

ก่อนอื่น ท่านนักศึกษาก็จำเป็นต้องศึกษาถึงคำว่า พยาปาทะ และสาเหตุของพยาปาทะเสียก่อนว่า พยาปาทะ หรือพยาบาทนั้นคืออะไร และคำว่าพยาบาทนี้มีสาเหตุเกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง

ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่า สัตว์ทั้งหลายมีสัญชาตญาณเห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่อยากจะได้ อยากจะดี อยากจะเด่น อยากจะเป็นใหญ่เป็นโตด้วยกันทุกรูปทุกนาม จะแตกต่างกันอยู่บ้างก็เพียงแต่ว่า ความอยากมีจำนวนน้อยหรือมากกว่ากันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงต่างก็แสวงหาอารมณ์อันเกิดขึ้นตามทวารต่างๆ ที่ตนต้องการอยู่ตลอดเวลา จึงได้ท่องเที่ยวซอกซอนแสวงหาไปในสารทิศทั้งปวง ทั้งกลางคืนและกลางวัน จะเว้นบ้างก็ต่อเมื่อนอนหลับสนิท

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:51:14 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

ความปรารถนาในอารมณ์ต่างๆ ที่แต่ละคนเสาะแสวงหาอยู่นั้น ก็ได้แก่ความพยายามกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้อารมณ์ที่ดีที่ตนชอบใจเท่าที่จะทำได้ในทวารทั้ง ๖ นั่นเอง เช่น ใฝาหาอารมณ์ที่ดีที่ชอบใจอันเกิดขึ้นทางตา ดิ้นรนแสวงหาที่จะให้ได้ยินสำเนียงอันไพเราะที่เกิดขึ้นทางหู หรือหาหนทางที่จะคิดนึกในเรื่องราวที่สนุกสนานเพลิพเพลินจากทางใจ เป็นต้น

ความปรารถนาในอารมณ์ที่ดีๆ ของบุคคลทั้งหลายดังกล่าวมาก็หาได้สมความปรารถนาดังที่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้เสมอไปไม่ เพราะว่ามักจะมีเหตุการณ์ที่คาดฝันเอาไว้บ้าง ที่ไม่ได้คาดฝันเอาไว้บ้างมาขัดขวางตัดรอนเอาไว้เสียให้ไม่ได้อารมณ์ที่ดีที่ตนชอบสมกับความตั้งใจ และบางทีก็เกิดอยู่เสมอ

ส่วนมากก็หาได้ทราบไม่ว่าตัวการที่มาขัดขวางความปรารถนาของตนในส่วนที่สำคัญลึกซึ้งนั้นได้แก่อะไร ก็มักจะคิดเอาแต่เหตุตื้นๆ เผินๆ ที่เห็นกันได้ง่ายๆ เท่านั้น เช่นว่า เพราะคนนั้นคนนี้มาขัดใจ เพราะบังเอิญให้มีเหตุอะไรต่างๆ มาขัดขวางเสีย จึงไม่ได้รับผลสมความมุ่งหมาย หรือเพราะสิ่งนี้มาเป็นอุปสรรคขวางกั้นทำให้เสียหาย และเหตุอันลึกซึ้งแห่งอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้ ผู้ที่มิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตเสียให้เข้าใจก็มักจะไม่โทษตัวเอง แต่จะกลับโทษสิ่งอื่น หรือโทษดินฟ้าอากาศว่ามาขัดขวางให้ตนไม่ได้รับผลตามที่ต้องการ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:51:39 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ความปรารถนาที่จะให้ได้อารมณ์ที่ดีๆ นั้นเกิดอยู่แทบทุกนาที แต่เราก็มักจะได้รับอารมณ์ที่ไม่ดีเสียเป็นส่วนมาก เช่น ต้องการจะเห็นจะได้ยินในสิ่งที่ตนชอบใจ แล้วก็ไม่ได้รับสมดังใจ ได้พยายามที่จะประกอบธุรกิจการงานอย่างเต็มความสามารถ ด้วยหวังที่จะให้ได้เงินทองข้าวของ ก็ไม่สมหวัง สู้อุตส่าห์กระทำทุกทางเพื่อจะให้ดีให้เด่นด้วยหวังว่าจะได้รับคำชมเชยจากผู้อื่น ก็ไม่สำเร็จ และได้ออกความเห็นเสียมากมาย คิดว่าคงจะเป็นการถูกต้อง แต่ก็กลับล้มเหลวไม่มีใครเขาเห็นด้วย

ความปรารถนาในอารมณ์ต่างๆ คือมีความยินดีพอใจติดใจนั้นเป็นโลภะ คือความโลภ ความคิดเห็นในเรื่องราวของชีวิตที่ไม่ถูกต้องตรงกับสภาวธรรม เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นผิด และความมุ่งหวังที่จะยกตัวถือตัวนั้นเป็นมานะ คือ ถือตนอวดดีกว่าคนอื่น รวมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมาดังกล่าวก็คือ โลภะ ทิฏฐิ มานะ

ความไม่สมประสงค์ในโลติกะ ๓ ซึ่งได้แก่ โลภะ ความโลภ ทิฏฐิ ความเห็นผิด มานะ ความอวดตัวยกตัว นี่เอง ที่เป็นปัจจัยให้ได้รับอารมณ์ที่ตนไม่ปรารถนา คือ ความโกรธ ความเสียใจ ความไม่พอใจ ความทุกข์ร้อน ความเศร้าหมองใจ อันเป็นโทสะ เพราะปรารถนาจะได้อะไรที่สวยงามน่ารัก ก็ไม่สำเร็จ แสดงความคิดเห็นอะไรออกไปก็มีคนคอยขัดคอเพราะไม่เห็นด้วย และอยากจะยกตนโอ้อวดบ้างก็ไม่มีคนสนับสนุน ฉะนั้นท่านจึงได้สอนว่า

"พฺยาปิชฺชติ หิตสุขํ เอเตนาติ = พฺยาปาโท"
ประโยชน์กับความสุขย่อมเสียหายไปด้วยโทสะนี้ ฉะนั้น โทสะนี้จึงชื่อว่าพยาบาท

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:53:01 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

ดังนั้น ความพยาบาทที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ จึงเป็นความเข้าใจที่คับแค้นเพราะว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ทำให้จิตของตนบังเกิดขึ้น ซึ่งความโกรธ ความเสียใจ ความไม่พอใจ ความทุกข์ร้อน ความเศร้าหมองใจ ก็เรียกว่า ผู้ทำประโยชน์และความสุขให้เสียหายไปด้วยโทสะแล้ว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าความไม่พอใจ หรือความโกรธนั้นจะจัดว่าเป็นพยาบาทก็จริง แต่จำเป็นจะต้องแยกออกไปว่าพยาบาทที่เป็นกายคันถะ ไม่จัดเป็นมโนทุจริต ทั้งการให้ผลก็มีกำลังน้อยนั้นอย่างหนึ่ง และพยาบาทที่เป็นมโนทุจริต การให้ผลกำลังมากนั้นอีกอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น

เพราะตนได้อุตส่าห์อดทนทำการงานมาอย่างเต็มความสามารถ ด้วยหวังว่าเจ้านายจะให้เงินเดือนขึ้นก็ไม่ได้ดังที่ตั้งใจเอาไว้ จึงบังเกิดความโกรธความเสียใจ

เพราะว่าได้อุตส่าห์อดทนประจบเจ้านายเสียยกใหญ่ ด้วยหวังว่าเจ้านายจะได้เห็นใจแล้วจะได้เงินเดือนขึ้น แต่ก็ล้มเหลว จึงได้มีความเศร้าหมองเร่าร้อนใจ ไม่พอใจ

เพราะว่าค้าขายหรือทำธุรกิจอะไร คิดว่าคงจะได้กำไรดี แต่กลับพลั้งพลาดขาดทุนมากมาย ด้วยมีผู้คดโกง จึงได้เสียใจทุกข์ร้อน

เพราะได้ค้นคว้ามานานว่า คนทำบาปทำบุญแล้ว จะให้ผลได้แในชาตินี้เท่านั้น ให้ผลในชาติหน้าไม่ได้ คนตายแล้วก็ต้องสูญไป ด้วยว่าอุปนิสัยใจคอหรือจิตนั้นมาจากยีนส์ที่แฝงประจำอยู่ในเซลล์ต่างหาก ก็มีผู้มาขัดคอ จึงมีความโกรธ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:53:53 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

เพราะได้ประกาศไปว่า พระเจ้าหรือพระพรหมนั้นเป็นผู้สร้างโลก สร้างสัตว์และสร้างสิ่งสารพัดทั้งปวง ก็กลับมีคนมาถามว่า ใครสร้างพระเจ้า ใครสร้างพระพรหมจึงได้เกิดความไม่พอใจ

เพราะว่าเสียเงินไปหลายสิบ อุตส่าห์ไปเสริมสวยที่ร้านที่มีชื่อเสียง ทั้งแต่งตัวเสียอย่างประณีตด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยม หวังว่าจะให้สามีชมว่า "สวย" สักคำ สามีก็มิได้มีความสนใจ มัวยุ่งอยู่กับอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง มีตาเสียเปล่าหาได้มีแววไม่ จึงไม่มีความพอใจ

ด้วยอำนาจของโลภะ คือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ แล้วไม่ได้สมใจ ด้วยอำนาจของทิฏฐิ ความเห็นผิดของตนที่มีผู้ไม่เห็นด้วย และด้วยมานะ ความอยากใหญ่ยกตนว่าเก่ง ว่าดีกว่าคนอื่น แล้วไม่บังเกิดผล จึงได้เป็นเหตุบันดาลใจให้เกิดพยาปาทะขึ้นมา ได้แก่ ความไม่พอใจ ความเสียใจ ความโกรธ

ถ้าความไม่พอใจ ความเสียใจ ความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วก็แล้วกันไป ไม่เอามาผูกไว้ในใจ ครุ่นคิดเคียดแค้นไม่รู้แล้วรู้รอด ก็จะเป็นพยาปาทกายคันถะ คือโทสะที่เป็นไปตามธรรมดาสามัญ มีกำลังไม่มาก ไม่เรียกว่า มโนทุจริต


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 ก.พ. 2549 , 09:54:25 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6


กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [17 ก.พ. 2549 , 11:29:58 น.] ( IP = 58.9.190.54 : : )


  สลักธรรม 7

ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงเลยครับ ที่กรุณาแจกแจงอำนาจของพยาปาท อันเกิดมาจากเหตุ ดังที่อาจารย์อธิบายและยกตัวอย่างมานั้น ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นในเรื่องของพยาปาทครับ และยังเกิดความกลัวบาปธรรมเช่นนั้นติดตามมามากขึ้นครับ

เพราะถ้าขาดความรู้อย่างละเอียดแล้ว แน่นอนที่สุดเลยครับว่าการกระทำของเราที่แสดงออกทางใจนั้น ย่อมล้นปรี่ไปด้วยความเห็นผิด และเป็นบาปมากๆเลยนะครับท่านอาจารย์

ขอกราบบูชาระลึกในพระคุณและเทิดพระคุณนั้นไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [17 ก.พ. 2549 , 13:53:47 น.] ( IP = 58.136.209.214 : : )


  สลักธรรม 8

ก็เพราะความไม่สมความปรารถนาใน โลภะ ทิฏฐิ มานะ ...จึงเกิดโทสะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [17 ก.พ. 2549 , 17:57:35 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org