มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๑๕)






ตอนที่ (๑๑๔) อ่านที่นี่


ความเห็นที่ว่าผิดไปจากความจริงนั้น อาจจะผิดไปจากความจริงได้ก็มีเป็นอันมาก เช่น เรื่องดินฟ้าอากาศ ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ตลอดไปจนถึงวิชาสมุทรศาสตร์ ดาราศาสตร์ จิตศาสตร์ และไสยศาสตร์ เป็นต้น วิชาไหนศาสตร์ใดใครเล่าที่ว่าตรงที่ใดผิดไปจากความจริง

เรื่องทั้งหลายดังกล่าวมา ก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงกันมาเป็นร้อยๆปี จนถึงบัดนี้ก็ยังมิได้ยุติลงไปได้แม้แต่สักวิชาหนึ่ง ข้อถกเถียงก็ย่อมจะเกิดอยู่อีกมากมาย และบางทีก็อาจจะถกเถียงกันไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต หรือจนกว่าโลกจะแตกก็ยังยุติลงไม่ได้

เพราะเราไม่อาจจะสรุปลงไปได้ว่า อะไรคือความจริง อะไรคือความเท็จ ความจริงและความเท็จดังกล่าวนั้น เป็นความจริงหรือความเท็จของใครกัน เป็นความจริงความเท็จของคนกลุ่มนี้หรือกลุ่มนั้น ของคนในประเทศนี้หรือในประเทศโน้น ของโลกนี้หรือของโลกอื่น

วิทยาการในโลกนั้นมีมากมายยิ่งนัก แต่ละสาขาวิชาก็ยังต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไปอีกนานเท่าใด ก็หาได้จบสิ้นลงไม่ เราจะเอาความจริงแท้จากวิชาการเหล่านั้นได้อย่างไร แล้วใครเล่าจะเป็นผู้ประกาศว่า นั่นคือความจริง นี่คือความจริง ให้เป็นที่ยอมรับนับถือจากสาธารณชนคนทั่วไป ทั้งในประเทศนี้และประเทศอื่น ทั้งในโลกนี้และโลกอื่น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ก.พ. 2549 , 10:22:09 น.] ( IP = 203.172.117.90 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มิจฉาทิฏฐินั้น มิจฉา แปลว่า วิปริตหรือผิดไป ส่วนทิฏฐิ แปลว่า ความเห็น รวมกันเข้าก็แปลว่า มีความเห็นวิปริต หรือมีความเห็นผิดและความเห็นที่ว่าผิดดังกล่าวนี้ ก็หาใช่เป็นความเห็นผิดในเรื่องของสภาวธรรม หรือเรื่องของชีวิต ซึ่งได้แก่รูปนาม หรือเรื่องของขันธ์ ๕ เท่านั้น

การที่จะค้นคว้าวิทยาการใดๆ ก็ตาม แม้แต่วิชาเดียวเพื่อให้เข้าถึงความถูกต้องสมบูรณ์จริงๆ นั้นก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว กาลเวลาที่ล่วงเลยไป ความจริงที่ค้นคว้าได้ใหม่ๆ อาจจะทำลายล้างความจริงที่ยึดมั่นกันมาแต่ก่อนให้สั่นคลอนหรือหลุดถอนออกไปเลยก็ได้ เช่นในอดีตเราเคยศึกษากันมาว่า วัตถุสสารทั้งหลายเมื่อแยกย่อยเล็กลงไปจนถึงเป็นปรมาณูแล้วก็ไม่สามารถที่จะแยกย่อยออกไปอีกได้ เดี๋ยวนี้ทฤษฎีใหม่ๆ มาทำลายล้างกฎเกณฑ์นี้เสียแล้ว เพราะปรมาณูนั้นเมื่อถูกยิงก็จะแตกออกเป็นประจุไฟฟ้าบวก ไฟฟ้าลบ และพลังงานได้

เราเคยเรียนกันมาแต่อดีตว่า สสารก็คือสสาร พลังงานก็คือพลังงาน แต่ทฤษฎีของไอสไตน์ก็มากลับความคิดเห็นเสียใหม่ อันเป็นที่ยอมรับนับถือกันในระหว่างนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายว่า สสารนั้นเป็นพลังงานได้ และพลังงานกลายกลับมาเป็นสสารอีกก็ได้ และเราเคยเรียนรู้มาแต่ก่อนว่า โลกของเรานี้แตกออกมาจากดวงอาทิตย์ เราเชื่อว่าเป็นความจริงแท้แน่นอนมานานนักหนานับเป็น ๑๐๐ ปี แต่เดี๋ยวนี้เรากลับได้เรียนรู้ใหม่จากนักดาราศาสตร์ว่า โลกทั้งหลายมาจากการรวมตัวของละอองปรมาณูที่ลอยละล่องอยู่ในอวกาศ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ก.พ. 2549 , 10:22:46 น.] ( IP = 203.172.117.90 : : )


  สลักธรรม 2

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนักศึกษาก็คงจะได้เห็นแล้วว่า วิทยาการทั้งหลายที่เราได้ศึกษามานั้น เราจะปักมั่นในความจริงเหล่านั้นได้แน่นอนลงไปทีเดียวมิได้ เพราะทฤษฎีใหม่ๆ อาจจะมากลับใจให้เรามีความเห็นตรงกันข้ามอย่างหน้ามือเป็นหลังมือกับอดีตก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี ยังมีความจริงแท้แน่นอน ความจริงที่ถูกต้องสมบูรณ์ ความจริงที่ไม่มีวันกลับกลอกด้วยกาลเวลาหรือด้วยสถานที่ คือ ไม่ว่าเวลานี้ หรือเวลาจะล่วงเลยไปอีกกี่หมื่นกี่แสนล้านปี ไม่ว่าจะเป็นโลกนี้หรือเป็นโลกอื่น และไม่ว่าจะอยู่ภายใต้อาทิตย์ดวงนี้หรืออาทิตย์ดวงไหนๆ ทั้งสิ้น ความจริงมีอยู่อย่างไร มันก็จะยินความจริงอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเลยนั้นมีอยู่ ซึ่งเราเรียกว่า พระอภิธรรม หรือปรมัตถธรรมอันเป็นวิทยาการที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตอย่างลึกซึ้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบ แล้วเผนแพร่ออกสู่ประชาชน

เรื่องอันเกี่ยวแก่ชีวิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนนั้น เป็นความจริงแท้แน่นอนเป็นความจริงอย่างสมบูรณ์ชั้นสุดยอด บรรดาผู้รู้ทั้งหลายในกาลข้างหน้า ไม่อาจจะมาทำลายล้างทฤษฎีที่พระองค์ได้วางเอาไว้เสียได้ และทฤษฎีเหล่านั้นเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้น หรือเป็นไปตามธรรมดาสามัญ ไม่มีใครเสกสรรค์หรือดลบันดาลขึ้นมา

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ก.พ. 2549 , 10:23:21 น.] ( IP = 203.172.117.90 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องอันเกี่ยวแก่ชีวิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนนั้น ไม่เหมือนกับวิทยาการในทางโลกที่ศึกษาค้นคว้าเท่าใด หรือจะเกิดอีกสักกี่ชาติ ก็ศึกษาค้นคว้าหาได้จบสิ้นลงไม่ แม้ในวิชาการแขนงหนึ่ง ไม่เหมือนกับเรื่องของชีวิตและหนทางพ้นทุกข์ที่เมื่อศึกษาปฏิบัติแล้วก็ถึงที่สุดได้ ผู้ใดศึกษาปฏิบัติไปสุดหนทางหรือหมดสิ้นลงได้ เหมือนพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อสำเร็จมรรคผลใหม่ๆ ประกาศว่าได้มาถึงที่สุดของทุกข์แล้ว ไม่มีอะไรที่จะทำเพื่อความพ้นทุกข์ยังเหลืออยู่อีกต่อไป

เรื่องอันเกี่ยวแก่ชีวิตที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นพบนั้น นอกจากไม่ผันแปรเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ยังคงทนต่อการพิสูจน์อีกด้วย เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้เสมอ และมีผู้พิสูจน์กันอยู่ทั่วไป มีบุคคลผู้ซึ่งศึกษาวิทยาการสมัยใหม่มามากๆ หลายท่านเป็นห่วงว่าในอนาคตพุทธศาสนาคงจะโยกคลอนด้วยทนต่อความรู้อันทันสมัยมาสั่นไหวไม่ได้ แต่การณ์กลับตรงกันข้าม เพราะยิ่งมีความรู้มีความฉลาดในวิทยาการทางโลกทางวิทยาศาสตร์มากเท่าใด ก็ย่อมจะศึกษาพุทธศาสนาได้ง่านมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงได้ท้าทายให้ใครๆ ที่มีความรู้ความสามารถมากๆ มีเหตุผลดีๆ ให้เข้ามาพิสูจน์หาความจริง

เรื่องของมิจฉาทิฏฐิที่แปลว่า ความเห็นผิด แล้วผมได้อธิบายว่า เฉพาะเจาะจงในเรื่องของชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ความเห็นผิดในวิทยาการต่างๆ แต่ในเรื่องของชีวิตนั้น ก็ยังมีความกว้างขวางอยู่มากนัก ดังนั้น ก็คงจะมีผู้ตั้งคำถามต่อไปอีกว่า จะเอาความเห็นผิดในเรื่องของชีวิตตรงไหน เรื่องอะไร ดังนั้นผมจึงต้องขอแยกความเห็นผิดทั้งหมดลงไปเสียก่อนว่ามีอะไรบ้าง ว่าความเห็นผิดเหล่านั้นเป็นเรื่องอะไร แล้วความเห็นผิดอันไหนที่จัดว่าเป็นมโนทุจริตตามความมุ่งหมายของอกุศลกรรมบถมโนกรรมตัวที่ ๓ ที่เรียกว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิ ทั้งนี้ก็เพราะว่า มิจฉาทิฏฐิคือความเห็นผิดนั้นมีมากด้วยกัน และมโนทุจริตนั้นก็ไม่ใช่มิจฉาทิฏฐิทั้งหมด

ตามสภาวธรรมแยกความเห็นผิดเห็น ๒ ประการ คือ

๑. ทิฏฐิชนิดที่เป็นสามัญ
๒. ทิฏฐิชนิดพิเศษ


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 ก.พ. 2549 , 10:23:40 น.] ( IP = 203.172.117.90 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านที่ท่านอาจารย์บรรยายไว้ในวันนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีมากๆในจิตเลยครับ เพราะรู้ว่าตนเองโชคดีจังที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และที่ยิ่งดีก็ตรงที่ได้เข้ามาศึกษาศาสนาที่ตนนับถือ จึงได้รู้ว่า สิ่งที่เราเคารพนับถือนับสมคสรที่สุด เพราะเพรียกพร้อมไปด้วยเหตุผลครับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงและระลึกถึงพระคุณของท่านไว้เหนือเกล้าเสมอครับ


โดย พี่เณร [21 ก.พ. 2549 , 12:57:42 น.] ( IP = 61.90.12.87 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
หลายๆครั้งที่จำเป็นต้องศึกษาทฤษฎีต่างๆในโลก
ต้องทำใจแบบจำใจ..แต่ก็ต้องแยก โลก และธรรมไว้ก่อน
เพราะ เมื่อเรียนรู้ของจริง แล้ว ไปเจอของปลอม มันทำใจยากนะคะ

เวลาเรียนอภิธรรม ตาโต จิตตื่น แต่พอเรียนบางวิชาทางโลกอ่านไปหลับไปเสมอ

โดย น้องอุ๊ [21 ก.พ. 2549 , 21:36:12 น.] ( IP = 221.128.110.157 : : )


  สลักธรรม 6

รู้สึกเช่นกันค่ะ..เป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นความจริงแท้แน่นอน
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [21 ก.พ. 2549 , 23:51:44 น.] ( IP = 58.10.89.141 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org