มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๙)




ตอนที่ (๘) อ่านที่นี่

หมวดศีลนิเทศ
ตอนที่ ๓ อินทรียสังวรศีล


ภิกษุผู้ตั้งอยู่ในปาฏิโมกขสังวรศีลนั้น เห็นรูปด้วยจักษุวิญญาณที่สามารถในการเห็นรูป โดยมีจักษุเป็นเหตุ จักษุไม่เห็นรูปเพราะจักษุไม่มีจิต จิตก็ไม่เห็นรูปเพราะจิตไม่มีจักษุ แต่เมื่อจักษุกับอารมณ์กระทบกัน เราจึงเห็นรูปด้วยจิต มีจักษุประสาทเป็นที่ตั้ง

คำพูดเช่นนี้ชื่อว่า สสัมภารกถา เหมือนคำว่า ยิงธนู เป็นต้น เพราะเหตุนั้น การเห็นรูปด้วยจักษุวิญญาณเป็นความหมายในคำว่า การเห็นรูปด้วยจักษุเฉยๆ เมื่อภิกษุเห็นรูปแล้วไม่ถือเอาว่าหญิงหรือชาย ไม่เห็นว่าสวยหรือไม่สวยอะไรเลย หยุดอยู่ในอาการสักแต่ว่าเห็นเท่านั้น

นอกจากนี้ก็ไม่มองดูถึงมือ เท้า ศีรษะ และการหัวเราะ การพูด การฉอเลาะ การแลเหลียว เป็นต้น (อนุพยัญชนะ) เพราะเป็นเครื่องทำให้กิเลสปรากฏในภายในต่อไป เหมือนพระมหาติสสเถระแห่งเจติยบรรพต

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [27 ก.พ. 2549 , 06:57:02 น.] ( IP = 61.91.127.188 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระมหาติสสเถระ


หญิงคนหนึ่งทะเลาะกับสามี แต่งตัวสวยงามเหมือนนางฟ้าออกจากอนุราธปุระแต่เช้า เดินทางกลับไปบ้านเกิด ในระหว่างทางได้พบพระมหาติสสะเถระเดินทางจากเจติยบรรตมาบิณฑบาตที่อนุราธปุระ เธอเกิดมีจิตวิปลาส หัวเราะขึ้นมา พระเถระเหลือบดูว่า นี่กระไร กลับได้อสุภสัญญาเก่าในฟันของหญิงนั้น แล้วบรรลุพระอรหัต ฝ่ายสามีเดินติดตามมาพบพระเถระเข้าจึงถามว่า

สามี หลวงพ่อ เห็นผู้หญิงมาทางนี้บ้างไหม

พระเถระ ฉันไม่ทราบว่าหญิงหรือชายเดินไปจากที่นี้ แต่เห็นเป็นร่างกระดูกเดินไปในทางโน้น

ธรรมทั้งหลายมีอภิชฌาเป็นต้น พึงติดตามผู้ไม่สำรวมจักขุนทรีย์ ผู้มีจักษุทวารไม่ปิดด้วยสติ จึงต้องปฏิบัติเพื่อปิดจักขุนทรีย์นั้นด้วยสติ ผู้ปฏิบัติอยู่เช่นนั้น ย่อมรักษาจักขุนทรีย์

อนึ่ง ความสำรวมหรือไม่สำรวมมิได้มีในจักขุนทรีย์ เพราะสติหรือความหลงลืมสติ มิได้อาศัยจักษุประสาทเกิดขึ้นในเวลาที่รูปารมณ์มาสู่วิสัยจักษุ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [27 ก.พ. 2549 , 06:57:52 น.] ( IP = 61.91.127.188 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อภวังคจิตเกิดดับไปสองขณะ แล้วมโนธาตุทำหน้าที่อาวัชชนกิจ(การนึกหน่วงอารมณ์) เกิดขึ้นแล้วดับไป จากนั้นจักขุวิญญาณทำหน้าที่ทัสสนกิจ(การเห็น) เกิดขึ้นแล้วดับไป จากนั้นมโนธาตุที่เป็นวิบากให้สำเร็จสัมปฏิจฉันนกิจ (ทำหน้าที่การรับเอา) เกิดขึ้นแล้วดับไป

จากนั้น มโนวิญญาณธาตุซึ่งเป็นอเหตุกวิบากให้สำเร็จสันตีรณกิจ(ทำหน้าที่การตรึกตรอง) เกิดขึ้นแล้วดับไป ครั้นแล้วมโนวิญญาณธาตุ ซึ่งเป็นอเหตุกกิริยาให้สำเร็จโวฏฐัพพนกิจ (ทำหน้าที่กำหนดเอา) เกิดขึ้นแล้วดับไป

ลำดับนั้น ชวนจิตจึงแล่นไป ความสำรวมหรือความไม่สำรวมในภวังคสมัย หรือในวิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้นไม่มีเลย แต่ทว่าในขณะแห่งชวนะจิต ถ้าความทุศีล ความหลงลืมสติ ความไม่รู้ ความไม่อดทน หรือความเกียจคร้าน เกิดขึ้นไซร้ ความไม่สำรวมก็มีขึ้น

ถาม ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์เกิดมีเพราะเหตุใด?
ตอบ เมื่อความไม่สำรวมมีอยู่ แม้ทวารก็ไม่ได้รับการคุ้มครอง รวมทั้งภวังคจิตและวิถีจิต มีอาวัชชนะ เป็นต้น ก็ขาดการคุ้มครองไปตามกัน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [27 ก.พ. 2549 , 06:58:22 น.] ( IP = 61.91.127.188 : : )


  สลักธรรม 3

ข้อเปรียบเทียบ


เมื่อประตูพระนครทั้ง ๔ ด้าน ที่บุคคลไม่ระวังแล้ว แม้ภายในเรือนซุ้มประตูและห้องเป็นต้นที่ระวังดีแล้ว ถึงอย่างนั้น สิ่งของทั้งหมดภายในพระนครก็ชื่อว่าเป็นการไม่ได้รับการหรือไม่ได้คุ้มครองอยู่นั่นเอง เพราะพวกโจรพึงเข้าไปทางประตูพระนคร แล้วทำสิ่งที่ตนต้องการได้ เมื่อความทุศีลเป็นต้นเกิดขึ้นในชวนจิต ก็เหมือนกัน ครั้นความไม่สำรวมมีอยู่แม้ทวารก็ชื่อว่าไม่ได้คุ้มครอง ถึงภวังคจิต วิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้น ชื่อว่าไม่ได้คุ้มครองเช่นกัน

แต่เมื่อศีลสังวรเป็นต้นเกิดขึ้นในชวนจิตนั้นแล้ว แม้ทวารก็ได้รับการคุ้มครอง วิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้น ก็ได้รับการคุ้มครองด้วย

เมื่อประตูพระนครที่มีคนระวังดีแล้ว แม้ภายในเรือนเป็นต้น เขาไม่ระวัง ถึงกระนั้นสิ่งของทั้งหมดภายในพระนครก็ชื่อว่าได้รับการรักษาคุ้มครองดีแล้วทั้งหมด เพราะเมื่อประตูพระนครปิดแล้ว ทำนองเดียวกันพวกโจรก็ไม่มีช่องทางเข้าไปได้

เมื่อสีลสังวรเป็นต้นเกิดขึ้นในชวนจิต แม้ทวารก็ได้รับการคุ้มครอง ภวังคจิตและวิถีจิตมีอาวัชชนะเป็นต้น ก็ได้รับการคุ้มครองด้วย เพราะฉะนั้น ความสำรวมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะแห่งชวนะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ความสำรวมในจักขุนทรีย์ในข้อว่า ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส เป็นต้น ก็มีนัยเหมือนกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [27 ก.พ. 2549 , 06:59:45 น.] ( IP = 61.91.127.188 : : )


  สลักธรรม 4

มาศึกษาและทำความเข้าใจต่อ ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2549 , 11:02:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5


มาศึกษาต่อค่ะ ภาษาเข้าใจยากเหมือนกันนะคะ

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 ก.พ. 2549 , 14:23:50 น.] ( IP = 61.91.198.220 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาหาความรู้ต่อค่ะ...ขอบพระคุณค่ะ

โดย . (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 ก.พ. 2549 , 22:10:52 น.] ( IP = 58.10.88.109 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org