มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๑๐)




ตอนที่ (๙) อ่านที่นี่

อาชีวปาริสุทธิศีล


สิกขาบท ๖ ข้อที่พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้อย่างนี้ คือ เพราะอาชีวะเป็นเหตุ และเห็นตัวการ ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำแล้ว พูดอวดอุตตริมนุสสธรรมไม่มีในตน ต้องอาบัติปาราชิก

เพราะอาชีวะเป็นเหตุ และเป็นตัวการ ภิกษุเป็นผู้ชักสื่อชายหญิงเป็นสามีภรรยากัน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

เพราะอาชีวะเป็นเหตุ และเป็นตัวการ ภิกษุพูดว่า ภิกษุอยู่ในวิหารของท่านเป็นพระอรหันต์ เมื่อเธอยืนยันอยู่ ต้องอาบัติถุลลัจจัย

เพราะอาชีวะเป็นเหตุ และเป็นตัวการ ภิกษุไม่เป็นไข้ ขอโภชนะที่ประณีตเพื่อประโยชน์แก่ตน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เพราะอาชีวะเป็นเหตุและเป็นตัวการ ภิกษุณีไม่เป็นไข้ ขอโภชนะที่ประณีตเพื่อประโยชน์แก่ตน ต้องอปาฏิเทสนียะ เพราะอาชีวะเป็นเหตุและเป็นตัวการ ภิกษุไม่เป็นไข้ ขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์แก่ตน ต้องทุกกฎทั้งหมดนี้คือสิกขาบท ๖ ที่กล่าวแล้ว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 06:59:50 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บาปธรรม ๕ อย่างในพระบาลี


ถาม การล่อลวงเป็นอย่างไร

ตอบ การแสร้งทำหน้าสะยิ้ว ทำหน้าเบ้ ล่อลวงเขาให้งงงวยด้วยวิธีลวง เช่น การแสร้งปฏิเสธปัจจัย การพูดเลียบเคียง การแสร้งวางท่า เพราะเห็นแก่ลาภสักการะและความสรรเสริญ มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำแล้ว เรียกว่าการล่อลวง

ถาม การป้อยอเป็นอย่างไร

ตอบ การพูดทักเขาก่อน พูดโอ่ พูดเอาใจ พูดยกยอ พุดผูกพัน พูดคาดคั้น พูดประจบเขา พูดลดตัว พูดเล่นปนจริง พูดประจ๋อประแจ๋ สำหรับภิกษุผู้เห็นแก่ลาภสักการะและความสรรเสริญ มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำแล้ว เรียกว่าการป้อยอ

ถาม การทำใบ้เป็นอย่างไร?

ตอบ การทำบุ้ยใบ้ บอกใบ้ พูดเคาะ พูดแคะไค้ พูดเลียบเคียง พูดหว่านล้อมแก่ผู้อื่น สำหรับภิกษุผู้เห็นแก่ลาภสักการะและความสรรเสริญ มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำแล้ว เรียกว่า การทำตัวเป็นใบ้

ถาม การบีบบังคับเป็นอย่างไร?

ตอบ การด่าเขา พูดข่มเขา พูดติเขา พูดขับเขา พูดไล่เขา พูดเย้ยเขา พูดหยันเขา พูดเหยียดเขา พูดหยามเขา พูดโพนทะนาเขา พูดขู่เข็ญ เรียกว่า การบีบบังคับ

ถาม การหาลาภด้วยลาภเป็นอย่างไร?

ตอบ ภิกษุเห็นแก่ลาภสักการะและความสรรเสริญ มีความปรารถนาลามกครอบงำ ได้นำสิ่งของที่ตนได้แต่เรือนนี้ไปที่เรือนโน้น หรือนำสิ่งที่ตนได้ในที่โน้นมาที่นี้ การใฝ่หาเสาะหา แสวงหาอามิสเช่นนี้ เรียกว่า การหาลาภด้วยลาภ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:00:51 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 2

ลักษณะของการหลอกลวง


การทำให้ชาวบ้านงงงวย เมื่อเขาต้องการถวายจีวร ทั้งๆ ที่ตนเองมีความต้องการ แต่แสร้งปฏิเสธเพราะความคิดเลวๆ เนื่องจากรู้ดีว่าชาวบ้านมีศรัทธามั่นคงในตัวเอง

เมื่อชาวบ้านกล่าวว่าตนเองมีคุณธรรม มักน้อยสันโดษ และเป็นโชคลาภที่พวกเขาได้มาพบตนเข้า และขอร้องให้รับอะไรๆ ไว้สักหน่อย จึงทำเป็นเหมือนอนุเคราะห์และรับไว้เสียบ้าง แต่หวังจะได้มากกว่าเล่มเกวียนอีกด้วยซ้ำไป นี้คือการหลอกลวงในลักษณะการแสร้งปฏิเสธไทยทาน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:01:19 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 3

เกี่ยวด้วยปัจจัย


เมื่อคฤหบดีต้องการถวายจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย และเภสัชชบริขาร ภิกษุมีความปรารถนาเลวๆ ถูกความต้องการครอบงำแล้ว แม้มีความต้องการอยู่ แต่แสร้งไม่รับจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัย เภสัชชบริขาร เพราะต้องการมากกว่านี้ และกล่าวว่า

"ประโยชน์อะไรของสมณะด้วยจีวรที่มีค่ามาก สมณะพึงเลือกหาผ้าที่เขาทิ้งแล้วจากป่าช้า จากกองหยากเยื่อ หรือจากตลาดมาทำเป็นผ้าสังฆาฏิครอง

ประโยชน์อะไรของสมณะด้วยบิณฑบาตที่มีค่า สมณะพึงเลี้ยงชีวิตด้วยก้อนข้าวที่ได้มาด้วยปลีแข้ง โดยเที่ยวบิณฑบาตตามี ตามได้

ประโยชน์อะไรของสมณะด้วยเสนาสนะที่มีค่ามาก สมณะพึงเป็นผู้อยู่โคนไม้หรืออยู่ในที่กลางแจ้ง

ประโยชน์อะไรของสมณะด้วยคิลานปัจจัย เภสัชชบริขารที่มีค่ามาก สมณะพึงทำยาด้วยน้ำมูตรเน่าหรือด้วยชิ้นสมอ"

เพราะเหตุนั้น ภิกษุจึงแสร้งครองจีวรที่ปอน ฉันบิณฑบาตที่หยาบ อยู่เสนาสนะที่คว่ำ ฉันคิลานปัจจัย เภสัชชบริขารถูกๆ คฤหบดีที่เข้าใจว่าภิกษุรูปนี้เป็นผู้มักน้อย สันโดษ สงัด ไม่ระคนด้วยหมู่มาก เพียรปฏิบัติธรรม กล่าวธรรมขจัดกิเลส ดังนี้ จึงถวายจีวร เป็นต้น ให้มากขึ้น ท่านแสร้งกล่าวว่า

"เมื่อความพร้อม ๓ ประการมีอยู่ ผู้มีศรัทธาย่อมได้บุญมาก เพราะความพร้อมแห่งศรัทธา ไทยธรรม ทักขิไณยบุคคล ศรัทธาของท่านทั้งหลายมีอยู่โดยแท้ด้วย ไทยธรรมก็มีพร้อมด้วย ปฏิคาหกคืออาตมาก็มีอยู่เช่นกัน ถ้าอาตมาไม่รับ ท่านทั้งหลายก็จักคลาดจากบุญไป อาตมาไม่ต้องการด้วยของนี้ แต่ต้องรับไว้ เพื่ออนุเคราะห์ท่านทั้งหลาย

เพราะเหตุนั้น ท่านก็รับจีวรบิณฑบาต เสนาสนะและเภสัชมากๆ การแสร้างทำหน้าสะยิ้ว ทำหน้าเบ้ ล่อลวงให้งงงวยเช่นนี้ เรียกว่า การแสร้งปฏิเสธปัจจัย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:01:55 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 4

การพูดเลียบเคียง


การทำให้ชาวบ้านงงงวย ด้วยวาจาแสดงการบรรลุอุตตริมนุสสธรรมแห่งภิกษุผู้มีความคิดเลวๆ นั้น พึงทราบว่าเป็นลักษณะของการพูดเลียบเคียง ภิกษุบางรูปมีความคิดเลวๆ ถูกความอยากได้ครองงำ ประสงค์จะให้เขายกย่อง โดยคิดว่าชาวบ้านจักยกย่องตนด้วยอาการเช่นนี้ แล้วกล่าววาจาอิงอริยะธรรมด้วยการพูดว่า

"ภิกษุที่ครองจีวรเช่นนี้ เป็นสมณะมเหสักข์ ภิกษุที่ใช้บาตร กระบอกกรองน้ำ ผ้ากรองน้ำ กุญแจ ประคด รองเท้า เช่นนี้เป็นสมณะมเหสักข์ พระอุปัชฌายะ พระอาจารย์ ภิการ่วมอุปัชฌายะ ร่วมอาจารย์ ผู้เป็นมิตร ผู้เป็นเกลอ ผู้ชอบพอกัน ผู้สหายของผู้ใด เป็นเช่นนี้ผู้อยู่ในวิหาร โรงยาว ประสาท เรือนโล้น คูหา ที่เร้น กระท่อม เรือนยอด ป้อมโรงกลม ศาลายาว หอประชุม มณฑป โคนไม้ เช่นนี้ ย่อมเป็นสมณะมเหสักข์

เธอแสดงอาการน่าเกลียดหนักเข้า หน้าด้านเข้า ลวงเขามากเข้า พูดป้อยอหนักเข้า แล้วเสนอหน้าตัวเอง กล่าวถ้อยคำซับซ้อน เกี่ยวด้วยโลกุตตรธรรมและสุญญตาของตนว่า เป็นผู้ได้วิหารสมาบัติอย่างละเอียดเช่นนี้ ทั้งหมดนี้เรียกว่า การพูดเลียบเคียง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:02:24 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 5

เกี่ยวด้วยอิริยาบถ


ภิกษุบางรูปมีความคิดเลวๆ ถูกความอยากได้ครอบงำ แล้วประสงค์จะให้เขายกย่องตนในลักษณะต่างๆ แล้วแสร้งบรรจงเดิน ยืน นั่ง นอน ตั่งท่าเดิน ยืน นั่ง นอน เหมือนทำสมาธิเดิน สมาธิยืน สมาธินั่ง หรือสมาธินอน และแสร้งเข้าฌานให้คนเห็นการวางท่า ตั้งท่าแต่งอิริยาบถ รวมทั้งการแสร้งทำหน้าสะยิ้ว ทำหน้าเบ้ ล่อลวงให้งงงวย เช่นนี้เรียกว่า การวางอิริยาบถ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:04:25 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 6

ลักษณะการทักทาย


การที่ภิกษุเห็นคนมาวัด แล้วพูดทักทายปราศรัย และถามถึงวัตถุประสงค์ แล้วให้กลับไปก่อนและยินดีช่วยเหลือตอนหลังอย่างดี ชื่อว่าการทักทาย (อาลปนา)

ภิกษุเสนอตนเข้าหาชาวบ้าน พูดชักชวนเข้าหาตนโดยการบอกชื่อเสียงตนเอง และชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ไปหาสู่ตนเป็นประจำ เมื่อเขาถามนิดหน่อยก็พูดกันเสียมากมาย เมื่อภิกษุกลัวญาติโยมเขาจะหน่ายแหนง พูดอ่อนน้อมยอมให้โอกาสเขา ชื่อว่า การพูดเอาใจ

การพูดยกให้เขาสูงขึ้นกว่าพื้นเพที่เขาเป็นอยู่ว่า พี่ใหญ่ อาจารย์ใหญ่ โยมใหญ่ ชื่อว่า การยกพูด

การพูดทำให้เขาลอยตัวไปเสียทุกอย่าง ชื่อว่า การพูดยอ

การผูกมัดเขาด้วยคำพูดถึงทานในอดีตของเขา เพื่อให้เขาทำทานอีก จนเขาต้องรับเพียงแต่ผลัดไปก่อนเช่นนี้ เรียกว่า การพูดผูก

เมื่อเห็นเขาถือของกินแล้วถามถึงที่ไปที่มา คุณภาพ และพูดเป็นเชิงเกรงใจที่จะหยิบดูหรือลองชิมดูต่างๆ นานา จนทำให้ต้องยอมถวายสิ่งนั้น การพูดผูกหลายรูปแบบทุกท่าทุกทางไป เรียกว่า การพูดพัน

การพูดปั้นเรื่องขึ้นว่า ตนรู้จักตระกูลนี้ดี หากไทยธรรมเกิดขึ้นเขาให้แก่ตนผู้เดียว เรียกว่า การพูดคาดเอาไว้ก่อน

การพูดคาดเอาไปเสียทุกอย่าง ชื่อว่า การพูดคั้นให้ได้ การพูดพร่ำทำให้เขาชอบไปท่าเดียว ไม่ต้องหวง ควรหรือไม่ควร ชื่อว่า คนพูดประจบ

การประพฤติตนต่ำ หรือการวางตนไว้ต่ำๆ ชื่อว่า ลดตัวลง

การพูดมีสารบ้าง ไม่มีสารบ้าง เช่นเดียวกับแกงถั่วสุกบ้าง ดิบบ้าง เรียกว่า การพูดเหมือนแกงถั่ว (พูดพล่อยๆ)

การพูดปลอบโยน เล่นหัวไปมาอย่างแม่กับลูกอ่อน ชื่อว่า การพูดเหมือนแม่ลูกอ่อน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:05:20 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 7

การสื่อความหมาย


การแสดงกายกรรม หรือวจีกรรม บอกให้ชาวบ้านถวายสิ่งของแก่ตน ชื่อว่า นิมิตร (บุ้ยใบ้)

เมื่อภิกษุเห็นเขาถืออาหารเดินไป แล้วบุ้ยใบ้เป้นเชิงถามว่า เขาได้อาหารอะไรมา เป็นต้น ชื่อว่า นิมิตรกรรา (บอกใบ้)

การพูดเกี่ยวโยงปัจจัย ชื่อว่า โอกาส (พูดแคะ)

เมื่อภิกษุเห็นเด็กเลี้ยงโคแล้ว แสร้งถามว่าลูกโคนี้เป็นโคนมหรือลูกโคเปรียง เมื่อเขาตอบว่าเป็นโคนม แล้วพูดแคะว่า ไม่ใช่โคนม ถ้าเป็นโคนมพวกตนคงได้ดื่มนมสด จนเด็กๆ ต้องไปบอกพ่อแม่ให้ถวายนมสด ชื่อว่า โอภาสกรรม (พูดแคะได้)

การพูดถึงวัตถุประสงค์ ชื่อว่า พูดเลียบเคียง

หลวงตารูปหนึ่งต้องการอาหาร จึงเข้าไปเรือนโยมอุปัฏฐาก หญิงแม่เรือนเห็นหลวงตาแล้วไม่อยากจะให้ จึงบอกไปว่า ข้าวสารไม่มีแล้ว ทำทีจะไปหาข้าวและหนีไปสู่เรือนคนที่คุ้นเคยกันเสีย

หลวงตาเข้าไปในห้องมองดูเห็นท่อนอ้อยที่ซอกประตู เห็นน้ำอ้อยงบ เห็นปลาแห้ง เห็นข้าวสาร และเปรียง แล้วจึงออกมานั่งคอย

แม่เรือนกลับมาถึง แสร้งบอกว่าไม่ได้อะไร

"โยม ฉันเห็นลางก่อนแล้วว่าวันนี้หาอาหารไม่สำเร็จ"
"ลางอะไรเจ้าข้า"

"ฉันเห็นงูคล้ายท่อนอ้อยที่ซอกประตู จึงคิดจะตีมัน แต่มองไปเห็นพังพานคล้ายปลาแห้งตะกร้า งูนั้นถูกตีด้วยก้อนหินและก้อนดินคล้ายก้อนน้ำอ้อยงบที่ภาชนะทำแผ่เบี้ยขึ้น เมื่อมันจะกัดก้อนดิน ก็เห็นเขี้ยวของมันคล้ายเมล็ดข้าวสารในหม้อ พอมันทำเสียงจัดก็เห็นน้ำลายเจือพิษที่ออกจากปากงูคล้ายเปรียงที่ใส่ไว้ในกระออม"

แม่เรือนนั้นเห็นว่า ไม่สามารถจะลวงหลวงตาหัวโล้นได้ จึงถวายอ้อยแล้วหุงข้าวถวายพร้อมกับเปรียง น้ำอ้อยงบ และปลา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:06:49 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 8

ลักษณะการด่าว่า


การด่า หมายถึงการข่มขู่ การพูดใส่ร้าย การพูดไล่ส่ง การพูดเหยียดหยาม การพูดดีต่อหน้า ลับหลังกลับนินทา ทั้งหมดนี้มีลักษณะไม่เห็นความดีผู้อื่นเอาเสียเลย หรือไม่ก็เป็นการทำลายความดีงามผู้อื่นด้วยวาจาของตน โดยหวังผลประโยชน์แก่ตนอย่างเดียว

เมื่อการให้วาจาทุกรูปแบบแล้วยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงหันมาใช้วิธีการที่เรียกกันว่า ดิรัจฉานวิชาต่างๆ กล่าวคือ การทำนายโหงวเฮ้ง การทำนายดวงชะตา การทำนายลางสังหรณ์ การทำนายฝัน การทำนายอุกกาบาต การทำนายหนูกัดผ้า การทำพิธีบวงสรวง และการทำพิธีบังหวนควัน ทั้งหมดเป็นมิจฉาชีพสำหรับภิกษุ และขัดต่ออาชีวะปาริสุทธิศีลโดยตรง

มิจฉาชีวะที่เป็นไปเพราะการละเมิดสิกขาบท ๖ ข้อ ที่ทรงบัญญัติเพราะอาชีพเป้นเหตุ หรือเพราะบาปธรรมทั้งหลาย เช่น การลวง การป้อยอ การขู่เข็ญ และการแสวงหาลาภด้วยลาภ การงดเว้นจากมิจฉาชีวะทุกประการ ชื่อว่า อาชีวปาริสุทธิศีล

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 07:07:16 น.] ( IP = 61.91.127.235 : : )


  สลักธรรม 9

การบวชเป็นภิษุและถือครองศีลได้งดงาม ประเสริฐเป็นอย่างยิ่ง
แต่ การทำศีลให้บริสุทธ์นี่ยากจริงๆ และไม่ควรอยู่กับคนหมู่มากจริงๆ
ขอบพระคุณค่ะพี่เณร

โดย น้องอุ๊ [28 ก.พ. 2549 , 21:01:28 น.] ( IP = 221.128.111.248 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org