มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๒๒)






ตอนที่ (๑๒๑) อ่านที่นี่

คำบรรยายพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่ ๑๗)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘


เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้แสดงถึงความเห็นผิดที่เรียกว่า มโนกรรมตัวที่ ๒ คือ อเหตุกทิฏฐิ ว่ามีความเห็นที่ไม่ถูกต้องอย่างไรบ้าง ผมได้ชี้ให้เห็นถึงผู้ที่มีความคิดเห็นปฏิเสธเหตุ มีความเชื่อว่า ความสุข ความทุกข์ ความมั่งมีหรือยากจน ตลอดถึงความเป็นไปของสัตว์ทั้งหลายนั้น ย่อมไม่มีเหตุในอดีตเข้ามาร่วมหรือเข้ามาสนับสนุน โดยเชื่อแต่เหตุผลตื้นๆ เผินๆ ที่เกิดขึ้นต่อหน้าจากการกระทำเฉพาะในปัจจุบัน ตามที่พระพุทธโฆสาจารย์แสดงไว้ในสามัญญผลสูตรอรรถกถาว่า

"นตฺถิ เหตูติ วทนฺโต อุภยํ ปติพาหติ" แปลความว่า ผู้ที่มีความเห็นว่า ความทุกข์ ความสุขของสัตว์ทั้งหลาย มิได้เกี่ยวเนื่องมาจากเหตุ นั่นก็คือ ปฏิเสธทั้งเหตุทั้งผลไปด้วย

สำหรับในวันนี้ ผมก็จะได้บรรยายถึงนิยตมิจฉาทิฏฐิตัวที่ ๓ คือ อกิริยทิฏฐิ ต่อไป ในพระบาลีสามัญผลสูตรแห่งศีลขันธวรรค ว่า

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 09:36:35 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

"กโรโต การยโต ฉินฺทโต เฉทาปยโต ปจโต ปจาปยโต โสจยโต โสจาปยโต กิลมยโต กิลมาปยโต ผนฺทโต ผนฺทาปยโต ปาณมติปาตยโต อทินฺนํอาทิยโต สนฺธึฉินฺทโต นิลฺโลปํหรโต เอกคาริกํกโรโต ปริปนฺเถติฏฐโต ปรทรํคจฺฉโต มุสาภณโต กโรโตนกรียติปาปํ"

ผู้ที่มีความเห็นผิดชนิดที่เรียกว่า อกิริยทิฏฐิ คือเห็นว่า การกระทำดี การกระทำชั่วของสัตว์ทั้งหลาย จะทำเองหรือใช้คนอื่นทำก็ตาม ไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาปหรือเป็นบุญ

การทำร้ายโดยการตัดอวัยวะของผู้อื่น เช่นการเชือดเฉือนอวัยวะของผู้อื่น จะเป็นผู้กระทำเองหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำก็ตาม ก็ไม่ได้ชื่อว่ากระทำบาป

การลงโทษผู้อื่นโดยปรับเงินทองหรือเฆี่ยนตีทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จะทำเองหรือใช้ให้คนอื่นทำ ก็ไม่ชื่อว่าทำบาป

การยึดถือเอาวัตถุสิ่งของต่างๆ หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเศร้าโศกเสียใจ โดยจะทำเองหรือใช้ให้คนอื่นทำก็ตาม ไม่ชื่อว่าทำบาป

การลงโทษตนเองโดยทรมานให้อดอยากลำบากหรือยอมติดอยู่ในเรือนจำ หรือแนะนำสั่งสอนผู้อื่นที่เชื่อถือตนให้ได้รับความทุกข์ทรมานโดยสอนให้คนอื่นกระทำตาม ก็ไม่ได้ชื่อว่ากระทำบาป

ความทุกข์ความเดือดร้อนของตนหรือทำให้ผู้อื่นทุกข์ระทมขมขื่นอย่างไร ก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาป

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยตนเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า ก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาป

การลักทรัพย์ด้วยตนเอง หรือใช้ผู้อื่น ก็ไม่ชื่อว่าเป็นขโมยหรือไม่ได้ชื่อว่าเป็นบาป

กาตัดช่องย่องเบาหรือใช้ผู้อื่นก็ไม่เป็นบาป

การช่วงชิงทรัพย์สินเงินทองด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่น ก็ไม่ได้ชื่อว่ากระทำบาป

การบุกรุก การแย่งชิงทรัพย์สินด้วยตนเองหรือใช้ผู้อื่น ก็ไม่เป็นบาป

การประพฤติผิดในกามในภรรยาของผู้อื่น ไม่เป็นบาป

การพูดมุสา ไม่เป็นบาป

การกระทำต่างๆ ดังกล่าวไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเองก็ดี หรือจะใช้ให้คนอื่นทำก็ดี เหล่านี้ก็ชื่อว่าไม่เป็นบาปทั้งนั้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 09:37:21 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

ความเห็นผิดชนิดอกิริยทิฏฐินี้ เป็นความเห็นที่ปฏิเสธกรรมอันเป็นตัวต้นเหตุ ดังนั้นจึงเท่ากับปฏิเสธผลของกรรมสำเร็จไปด้วย ดังที่พระพุทธโฆสาจารย์แสดงไว้ในสามัญญผลสูตรอรรถกถาว่า

"กมฺมํ ปฏิพาหนฺเตนาปิ วิปาโก ปติหาหิโต โหติ"
แปลว่า เมื่อปฏิเสธการทำบาป การทำบุญ อันเป็นตัวเหตุแล้ว ก็เหมือนกับการปฏิเสธผลของการทำบาปทำบุญนั้นด้วย


ความเห็นผิดในแง่มุมต่างๆ นั้นมีมากมาย ทั้งนี้ก็เพราะว่า เรื่องของชีวิตมีความกว้างขวางลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ยากที่ผู้ใดที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนให้ถึงแก่น หรือมิได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษแล้ว จะเข้าถึงความจริงได้ ยิ่งที่มีความรู้ ศึกษาเล่าเรียนมาในทางวิทยาศาสตร์ หรือวิชาสาขาอื่นๆ เช่น ชีววิทยา หรือจิตวิทยา เมื่อศึกษาวิชาการทางโลกอื่นๆ มามากแล้ว ก็จะมีเหตุผลเป็นของตนเอง ก็มักจะเห็นผิดในเรื่องของกรรมเป็นส่วนมาก ก็ย่อมจะปฏิเสธเหตุผลต่างๆ ในเรื่องของกรรม บางท่านก็โดยสิ้นเชิง แล้วไม่ยอมหันหน้าเข้ามาหาความจริงจากพระธรรมที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิต เห็นเรื่องชีวิตในทางพระอภิธรรมเป็นเรื่องเพ้อฝันไป

หลายท่านทีเดียว ทั้งๆ ที่มีชื่อในสำมะโนครัวว่านับถือพระพุทธศาสนา แต่ไม่เคยได้ศึกษาเล่าเรียนพุทธศาสนาอย่างจริงๆ เลย ไม่เคยได้รับการอบรมในหลักธรรมะที่ละเอียดมาให้เพียงพอ ก็ไม่เคยเชื่อผลของการทำบาปทำบุญ ว่าบาปบุญที่ทำลงไปแล้วนั้น มีความสามารถที่จะสนองตอบแก่ผู้กระทำได้ ดังนั้น จึงได้ถกเถียงไปในแง่มุมต่างๆ พยายามที่จะเอาเหตุผลในวิชาการทางโลกเข้ามาหักล้าง เพื่อหวังจะได้ชนะแต่ประการเดียว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตรงต่ออุดมการณ์ของตนที่ได้ยึดถือเอาไว้แล้วแต่อดีต

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 09:37:44 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงได้เห็นคนเป็นอันมากพูดล้อๆ กันว่า กำดีกว่าแบ เพราะแบแล้วไม่ได้อะไรเลย หรือพูดว่า กรรมมองไม่เห็นตัว กรรมไม่มีตัวไม่มีตนจะมาให้ผลได้อย่างไร หรือยกตัวอย่างว่า ถ้ากรรมทำให้เกิดผลได้จริงๆแล้ว เหตุไฉนจึงไม่ทำให้คนขี้โกง คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่เสมอๆ คนที่ชอบจี้ชอบปล้น ให้ล่มจมหรือล้มตายลงไปต่อหน่าต่อตา ทำไมคนที่ทำผิดคิดร้ายถึงดังนี้ จึงร่ำรวยอยู่เย็นเป็นสุขขึ้นทุกวันๆ

บรรดาบุคคลเหล่านี้ อย่างมากก็จะเชื่อผลของกรรมชนิดที่ตื้นๆ เผินๆ ที่เป็นผลเกิดขึ้นต่อหน้าที่เห็นๆ อยู่เท่านั้น ทั้งเป็นการพูดๆ กันไปโดยที่ไม่มีน้ำหนักอะไร เช่นเป็นคนลักขโมยจึงได้ถูกจับไปติดตะราง เป็นคนขี้โกงจึงได้ประสบภัยพิบัติต่างๆ หรือคนไปยิงสัตว์ในป่าเสมอแล้วถูกปืนเข้าเป็นต้น นอกจากนั้นเขาจะยกเอาความบังเอิญขึ้นมา โดยอ้างว่าบังเอิญเป็นดังนั้น บังเอิญเป็นดังนี้ แต่ตามหลักของพระพุทธศาสนาแล้ว ความบังเอิญไม่มี ความเป็นไปของสัตว์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นมาแต่เหตุทั้งนั้น

บางคนในสมัยนี้ ก็ยังกล้ากล่าวแสดงความเห็นผิดที่น่ากลัวอันตรายเหมือนกับคนในสมัยพุทธกาล คือพวกเดียรถีย์ เช่นพูดว่า เมื่อเราเอาดาบฟันผู้อื่นให้ตาย ดาบก็เป็นวัตถุ เป็นสสาร ร่างกายของคนก็เป็นวัตถุ เป็นสสารด้วยกัน ทำให้ผู้อื่นล้มตายลงแล้ววัตถุสสารจะเป็นบาปได้อย่างไร

ความเห็นรุนแรงที่น่ากลัวนี้เกิดขึ้นกับผู้ใด เขาจะทำบาปไม่ว่าจะร้ายแรงเพียงใดได้ทุกชนิด เขาจะต่อสู้เอาเปรียบเบียดเบียนอย่างไม่มีความปรานีใคร ขอแต่ให้เขาได้อะไรที่ต้องการให้สมกับปรารถนาเท่านั้น อย่างมากเขาก็จะกลัวว่า มีคนรู้คนเห็น หรือกลัวผิดกฎหมายบ้านเมือง ถ้าเขามีทางที่จะหลีกเลี่ยงจากคนรู้คนเห็นได้ ถ้าเขาเห็นว่าจะหลีกมือกฎหมายไปให้พ้นได้ เขาก็จะกระทำลงไปอย่างสุดเหวี่ยงทีเดียว ทั้งนี้ไม่ว่าบาปจะมากสักแค่ไหน


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [28 ก.พ. 2549 , 09:38:02 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

การที่ไม่เชื่อว่าการกระทำนั้นเป็นบาป ทั้ง ๑๓ หัวข้อที่ท่านอาจารย์อธิบายมานั้น ผมนึกไม่ถึงเลยนะครับว่าจะแยกออกมาได้แบบนี้ครับ ละเอียดลึกซึ้งมาเลยครับ

เพราะถ้าขาดความเข้าใจแล้ว ก็จะไม่รู้ว่าตนเองนั้นมีความเห็นผิดด้วยซ้ำ และเข้าข้างตนเองไปแบบไร้ปัญญาเลยทีเดียวครับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ในคำอธิบาย พระคุณของท่านอาจารย์ผมระลึกเสมอและเทิดทูนไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [28 ก.พ. 2549 , 09:50:28 น.] ( IP = 58.8.94.103 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย น้องอุ๊ [28 ก.พ. 2549 , 19:33:24 น.] ( IP = 221.128.111.248 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org