| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บาปบุญนั้นเกิดได้อย่างไร?
ต้องการให้พวกพี่ๆช่วยอธิบายให้ครับว่า..
บุญและบาปนั้นเกิดได้อย่างไร? ไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ไม่เข้าใจครับโดย นักศึกษาใหม่ [2 มี.ค. 2549 , 08:09:39 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สวัสดีเจ้าค่ะท่านนักศึกษาใหม่ คงเคยศึกษาพระอภิธรรมมานะคะ
จึงถามคำถามแบบนี้มา
ยินดีด้วยนะคะ เพราะการศึกษาพระอภิธรรมเท่านั้น
สามารถจะบ่งชี้ให้เห็นถึง สภาพการเกิดของจิตบุญจิตบาปได้ค่ะ
ตามธรรมชาติของจิต เมื่อมีอารมณ์มาปรากฏทางทวารใด จิตหรือวิญญาณจะเกิดขึ้นเพื่อรับอารมณ์
ทางทวารนั้น เช่น... เมื่อมีเสียงมาปรากฏทางหู
โสตวิญญาณวิถีจะเกิดขึ้นเพื่อรับรู้เสียงนั้น โสตวิญญาณจะเกิดดับเร็วมาก เป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน สลับกับมโนวิญญาณวิถีที่เกิดขึ้นทางใจ ...เพื่อตีความหมายของเสียงที่กำลังปรากฏอยู่ เมื่อรู้ความหมายว่าเป็นเสียงที่มาชื่น หรือที่ถูกใจก็จะมีความยินดีพอใจ
แต่หากเป็นเสียงด่าก็จะเกิดโทสะขึ้นมา เรียกว่าเกิดโทสะชวนะค่ะ
ถ้ามีสติยับยั้งไว้ได้ก็ดีไป แต่เมื่อใดที่ขาดสติก็จะเกิดการตอบโต้ ทางกาย (กายกรรม) เช่น ไปชี้หน้า ตบหน้าผู้ที่กำลังด่าเรา หรือทางวาจา (วจีกรรม)
เช่น ต่อว่าต่อขานหรือไม่ก็ด่าตอบไปทันที ซึ่งเป็นการสร้างกรรมใหม่ ที่จะต้องได้รับผลของกรรม (วิบาก) ในอนาคตต่อไปค่ะ
ใจจะเป็นผู้สั่งให้เกิดการกระทำ ทางกายและทางวาจา ทั้งที่เป็นบุญ (กุศลกรรม) และที่เป็นบาป (อกุศลกรรม) บางครั้งก็เพียงแต่คิดไว้ในใจ (มโนกรรม) โดยที่ไม่ได้แสดงออกทางกาย หรือ ทางวาจาเลยก็มี การแสดงออกทางกายและทางวาจาที่เป็นบุญ เรียกว่า กายสุจริต วจีสุจริต ส่วนการแสดงออกทางกายและทางวาจา ที่เป็นบาป เรียกว่า กายทุจริต วจีทุจริต
กรรมที่ทำด้วยเจตนาดีนั้น ผลลัพธ์จะออกมาเป็นความสุข ท่านเรียกว่า บุญ
ส่วนกรรมที่ทำด้วยเจตนาไม่ดี มีจิตเศร้าหมอง
และจะส่งผลออกมาเป็นความทุกข์ ท่านเรียกว่า บาป
กรรมที่กระทำไว้แล้ว ไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมไม่สูญหายไปไหน เพราะกรรมสามารถติดตามไปให้ผลได้ ทั้งในชาตินี้แล้ชาติหน้าค่ะโดย น้องแก้ว [2 มี.ค. 2549 , 08:15:29 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 2เราสั่งสมกรรมไว้ได้อย่างไร ...มีที่เก็บไว้อย่างไร ...ใครเป็นผู้เก็บไว้ให้นั้น ..ท่านต้องเข้าใจนะคะว่า
คือบุญบาปที่เราทำไว้นั้น ไม่ต้องมีใครมาติดตามจดบันทึกไว้ เพราะจิตมีอำนาจวิเศษอย่างหนึ่ง ในการสั่งสมบุญและบาป เมื่อเราได้กระทำกรรมใด ๆ ลงไป ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว แม้จะนานสักเพียงใดก็ตาม
จะกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ผู้กระทำย่อมจะต้องได้รับผลของบุญ และบาปเมื่อกรรมมีโอกาสส่งผล
ถึงแม้จิตจะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุญ หรือเป็นบาป ก็จะไม่สูญหายไปพร้อมกับการดับของจิตแต่ละดวง ทั้งนี้ เพราะจิตดวงที่เกิดขึ้นใหม่ มีเหตุปัจจัยมาจากจิตดวงเก่าดับลงและจิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้นมานั้น
ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้แก่จิตดวงต่อไปเช่นกันค่ะโดย น้องแก้ว [2 มี.ค. 2549 , 08:18:06 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 3การที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้น จะต้องอาศัยผลของบุญกุศลในอดีต
ครั้นหมดเหตุหมดปัจจัยของบุญกุศล ก็ต้องตายไปจากโลกมนุษย์
เมื่อตายไปแล้วก็ต้องเกิดอีก การเกิดใหม่ก็ต้องอาศัยเหตุปัจจัยชุดใหม่ ทำให้ชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่อีก สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยใหม่นี้จะเป็นกุศลหรืออกุศล
ถ้าเป็นกุศลก็จะปฏิสนธิ (เกิด) ในสุคติภูมิ คือเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา
ถ้าเป็นอกุศลก็จะปฏิสนธิในอบายภูมิ คือ เกิดเป็นสัตวนรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน แล้วแต่เวรกรรมของตน เพราะชีวิตของคนเราและสัตว์ทั้งหลายต้องเวียนเกิดเวียนตาย ตามอำนาจของกรรมและกิเลส อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ
![]()
โดย น้องแก้ว [2 มี.ค. 2549 , 08:20:32 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 4อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณนักศึกษาใหม่ คุณน้องแก้ว
ขอขอบคุณคุณนักศึกษาใหม่มาก ๆ ค่ะ ที่กรุณาตั้งคำถามที่น่าสนใจนี้
และขอขอบคุณ พร้อมอนุโมทนาสาธุคุณน้องแก้วค่ะ
ที่กรุณาอธิบายได้อย่างละเอียดและลึกซึ้ง เกี่ยวกับบุญและบาป
พร้อมกันนั้นที่มาที่ไปของบุญและบาป
ทำให้ได้ทราบถึงความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ในแต่ละครั้ง
พร้อมกับอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดในสภาพใด ภพใด
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ทำบุญได้บุญ ทำบาปได้บาป
ทำให้สุขได้สุข ทำให้ทุกข์ได้ทุกข์
โดย แม่พลอย [2 มี.ค. 2549 , 08:21:59 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 5คำถามของคุณนักศึกษาใหม่นี้
ฟังดูว่าง่ายๆ
แต่การที่จะตอบให้เข้าใจได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นับเป็นความโชคดี (วิบากดี) ที่น้องแก้วเข้ามาตอบ
เพราะนอกจากจะรู้ว่า บุญ และบาปเกิดได้อย่างไรแล้ว น้องแก้วยังเพิ่มเติมให้อีกว่า .... เก็บไว้ที่ไหน และจะมีผลอย่างไร
ซึ่งทำให้พวกเราพลอยได้รับประโยชน์ไปด้วย นับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับชีวิต เพราะความเข้าใจในเรื่องนี้จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะทำให้เรามีฉันทะที่จะเดินตามโอวาท ๓ ของพระพุทธองค์ได้
ขอบคุณ "คุณนักศึกษาใหม่"มากนะคะ
ที่ตั้งคำถามเข้ามาโดย วยุรี [2 มี.ค. 2549 , 08:24:40 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 6โอ้โห ... น้องแก้วเก่งจังเลยค่ะ ... ต้องขอแอบสารภาพว่า จริงๆตัวเองก็เกิดความสงสัยหลายๆอย่างหลังจากการเรียนรู้เรื่องวิถีจิตเหมือนกันค่ะ อย่างเรื่องการเกิดขึ้นของบุญกับบาปที่คุณนักศึกษาใหม่ถามก็นี่ก็เหมือนกัน ได้ความกระจ่างมากขึ้นจากคำอธิบายที่น้องแก้วบอกว่า
"เมื่อมีเสียงมาปรากฏทางหู"..โสตวิญญาณวิถีจะเกิดขึ้นเพื่อรับรู้เสียงนั้น โสตวิญญาณจะเกิดดับเร็วมาก เป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน สลับกับมโนวิญญาณวิถีที่เกิดขึ้นทางใจ ...เพื่อตีความหมายของเสียงที่กำลังปรากฏอยู่
เมื่อรู้ความหมายว่าเป็นเสียงที่มาชื่น หรือที่ถูกใจก็จะมีความยินดีพอใจ "
จากความรู้ข้างต้นบวกกับที่เคยได้ฟังอาจารย์อุ๊สอนเรื่องวิถีจิตมา ทำให้เข้าใจว่ากระทำที่เป็นบุญกับบาปจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ชวนะดวงที่1 หลังโวฏฐัพพนะซึ่งเป็นวิบากจิตไม่ทำให้เกิดบุญเกิดบาปได้ (เข้าใจถูกหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ) พอได้ทราบอย่างนี้ ก็เกิดสนุกค่ะ แอบกลับมาลองสังเกตการรับอารมณ์ของตัวเองดูด้วยวิธีต่างๆ (คืออยากจะรู้ว่าจิตของเรามันเกิดดับๆๆทำงานได้รวดเร็วขนาดไหนน่ะค่ะ)
ที่นี้ด้วยความที่ยังรู้น้อยอยู่ พอดูไปดูมา ก็เลยงงค่ะ เกิดข้อสงสัยอยู่ในใจว่า วิถีการรับอารมณ์ทางทวารของจิตกับการตีเทียบตามสัญญาว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นอะไรนั้น มีทำงานเป็นลำดับขั้นตอนอย่างไร เพราะถ้าในวิถีการรับอารมณ์ทางทวารที่เกิดขึ้นเป็นลำดับแรกทำหน้าที่เพียงแค่การรับเสียง โดยไม่มีการนำมาตีเทียบด้วยสัญญา (ซึ่งกำลังจะเกิดในมโนวิญญาวิถี) ชวนะของวิถีการรับอารมณ์ทางทวารที่เกิดขึ้นในช่วงแรกก็ยังไม่ได้เป็นบาปเป็นบุญใช่ไหมคะ (เท่าที่ลองคิดเอง รู้สึกว่า ถ้าเรายังไม่ได้ตีเทียบด้วยสัญญาว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นอะไร เราก็ยังไม่เกิดความรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจ) ไม่ทราบว่าเข้าใจอย่างนี้ถูกหรือเปล่าคะน้องแก้ว
โดย โด่ง [2 มี.ค. 2549 , 08:27:45 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 7ส่วนเรื่องการเกิดดับของจิตก็เหมือนกัน ฟังน้องแก้วอธิบายแล้วก็ทึ่งในความสามารถของจิตนะคะ ทำงานเยอะแยะเหลือเกิน .... เคยคิดเหมือนกันว่า ในเมื่อจิตเกิดดับอยู่ตลอดเวลาแล้ว อะไรจะเป็นตัวเก็บเอาสัญญา ความจำได้หมายรู้ต่างๆตามไปให้จิตอีกดวงนึง วันนี้ได้คำตอบที่ชัดเจนจากน้องแก้วแล้วค่ะว่า
"ถึงแม้จิตจะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุญ หรือเป็นบาป ก็จะไม่สูญหายไปพร้อมกับการดับของจิตแต่ละดวง ทั้งนี้ เพราะจิตดวงที่เกิดขึ้นใหม่ มีเหตุปัจจัยมาจากจิตดวงเก่า และจิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้นมานั้น ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้แก่จิตดวงต่อไปเช่นกัน"
โอ้โห กระจ่างเลยค่ะ ทำงานกันเป็นระบบดีจัง... เรื่องของอภิธรรมนี่สนุกจริงๆเลย มิน่านักปราชญ์ทั่วโลกจึงยกให้อภิธรรมเป็นอภิปรัชญาทางพระพุทธศาสนา
ว่าแต่ว่าสำหรับตัวเองแล้ว คงรบกวนต้องขอให้น้องแก้วช่วยอธิบายอย่างข้างบนนี้อีกเยอะๆเลยนะคะ เมื่อกี้ลองนั่งเปิดตำราอ่านๆดูเอง ยากจังเลยค่ะ แหะ แหะ ...โดย โด่ง [2 มี.ค. 2549 , 08:30:20 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 8อิอิ..อิอิ ...ได้แต่กล่าวคำว่า
....ตะลึง ..ตะลึง...ตะลึง...
ในคำตอบค่ะ...สาธุ... ล้ำเลิศนัก
โดย น้องกิ้ฟ [2 มี.ค. 2549 , 08:32:17 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 9สวัสดีค่ะพี่วยุรี น้องโด่ง และน้องกิ้ฟ
น้องแก้วขอบคุณมากๆค่ะที่มาเป็นกำลังใจให้
และยังมอบความมั่นใจให้น้องแก้วมากมายเลยนะคะ
ความเข้าใจที่น้องโด่งเล่ามานั้นถูกต้องค่ะ แต่จะต้องคำนึงเสมอนะคะว่าเร็วเกินเห็นได้จริงๆ เพียงแต่เราเข้าใจเท่านั้นนะคะ จะไปมองเห็นเช่นนั้นไม่ได้หรอกคะ ที่เข้าใจอย่างนี้ก็ทำลายทิฐิได้มากมายแล้วค่ะโดย น้องแก้ว [2 มี.ค. 2549 , 08:40:00 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : )
สลักธรรม 10จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ หรือธรรมชาติที่ทำหน้าที่
เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สึกต่อการสัมผัสถูกต้องทางกาย และรู้สึกนึกคิดทางใจ
จิตนี้ไม่ว่าจะเกิดแก่สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา หรือพรหมก็ตาม ย่อมมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ เหมือนกันทั้งสิ้นนะคะ
จิต เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มองไม่เห็น สัมผัสด้วยกายไม่ได้ ไม่มีรูปร่างสัณฐาน สีสัน วรรณะใด ๆ แต่เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริงๆ เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติฝ่ายนามธรรม ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับ ไปอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยเหตุอาศัยปัจจัยต่าง ๆ
ทำให้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามกฎของธรรมชาติค่ะ
อำนาจของจิตมีอยู่มากมาย เช่น มีอำนาจในการกระทำ การพูด การคิด การสั่งสมกรรมดี กรรมชั่ว นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการสร้างฤทธิ์ ทำสมาธิ ทำฌาน ทำอภิญญา
และอื่น ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์
จิต จะเกิดดับอย่างรวดเร็วมากคะ ชั่วเวลาลัดนิ้วมือเดียว จิตจะมีการเกิดดับถึงแสนโกฏิขณะ คือ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ครั้ง (หนึ่งล้านล้านครั้ง)
จึงเป็นการยากที่บุคคลจะรู้เท่าทันได้ค่ะโดย น้องแก้ว [2 มี.ค. 2549 , 08:44:56 น.] ( IP = 58.8.10.123 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |