| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๒๔)
ตอนที่ (๑๒๓) อ่านที่นี่
ผมได้แสดงมาแล้วถึงนิยตมิจฉาทิฏฐิประเภทที่ ๓ คืออกิริยทิฏฐิ อันเป็นบุคคลจำพวกหนึ่งที่ไม่เชื่อการทำบุญการทำบาป การทำดีหรือการทำชั่วว่าให้ผลต่อไปได้ เพราะการกระทำทั้งหลายก็สักแต่ว่ากระทำลงไปเท่านั้นเอง ผมได้อธิบายถึงผลอันเกิดขึ้นกับผู้ที่ไม่เชื่อผลของกรรมดังกล่าวว่า จะก่อทุกข์โทษภัยให้แก่ตนเองอย่างไร ทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อๆ ไป สำหรับในวันนี้ ผมก็จะได้ขอเสนอความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐิในรายละเอียดเพิ่มเติมอีก
ธรรมดาของความมืดกับความสว่างนั้นเป็นของคู่กัน แต่ก็หาได้กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ หากแต่เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน หรือเป็นธรรมที่ตรงกันข้าม เมื่อมีความสว่างเกิดขึ้น ความมืดก็จะหนีหน้าไปหมดสิ้น แต่ถ้าความมืดเข้ามา ความสว่างก็อยู่ต่อไปไม่ได้ ผลัดกันเกิดผลัดกันดับอยู่เช่นนี้
อันความคิดเห็นของคนเราก็เหมือนกัน ย่อมจะมีความคิดเห็นเป็นอันหนึ่งอันเดียวหรือสอดคล้องกันก็ได้ มีความคิดเห็นชนิดตรงกันข้าม เป็นฟ้ากับดินเลยก็มี เช่นความคิดเห็นว่า คนตายแล้วก็สูญ คนตายแล้วก็เกิดได้ หรือทำบุญทำบาปแล้วให้ผลในวันข้างหน้าไม่ได้ และทำบุญทำบาปลงไปแล้ว จะต้องให้ผลได้ในวันหนึ่งอย่างแน่นอน โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 มี.ค. 2549 , 09:40:29 น.] ( IP = 203.172.117.2 : : )
สลักธรรม 1
ความเห็นผิดกับความเห็นถูก หรือความโง่กับความฉลาดนั้น ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้เช่นเดียวกับความมืดความสว่างเหมือนกัน ความเห็นผิดกับความมีปัญญานั้นมีสภาพตรงกันข้าม แม้จะเห็นว่าเป็นคนเหมือนกัน มีหน้า ตา แขน ขา อย่างเดียวกัน มีรูปร่างงดงามสวยสง่าน่ารักหรือน่าเกรงขาม ก็ไม่ต่างกัน มีการศึกษามาดี มีความเฉลียวฉลาดสารพัดอย่างไรก็ตาม แต่ก็หาได้มีหลักประกันอันใดไม่ในความคิดอ่าน เพราะความคิดเห็นที่อยู่ภายในนั้น อาจไกลกันลิบลับจนนับจำนวนของความห่างไกลไม่ได้เลย
เช่นผู้หนึ่งเข้าใจว่าบาปบุญที่ทำไปแล้วให้ผลไม่ได้เลย แต่อีกคนหนึ่งมีความเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เชื่อในกรรมและผลของกรรม เชื่อว่าตายลงไปแล้วย่อมจะปฏิสนธิ คือมีชีวิตขึ้นมาใหม่ได้ มีจิตศรัทธา มีวิริยะ มีสติ และมีสมาธิ ตลอดไปจนถึงมีปัญญาพิจารณาในเรื่องของชีวิตอย่างลึกซึ้ง
ในเรื่องนี้ ย่อมเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ ใครๆ ก็พากันอยากจะทราบว่า ด้วยเหตุผลเป็นไฉน ทำไมคนจึงได้มีความคิดเห็นแตกต่างกันมากมายดังนั้นได้ สัตว์ทั้งหลายผู้ซึ่งยังมีกิเลสอันได้แก่ตัวการที่ทำให้จิตเศร้าหมองเร่าร้อนแอบแฝงอยู่ภายในจิตใจนั้น ก็ย่อมจะกระทำการใดๆ ลงไปด้วยอำนาจของเจตนาที่เป็นบุญบ้างเป็นบาปบ้าง แล้วเจตนาที่เป็นบุญที่เป็นบาปนั้นไม่ได้สูญหายไปไหน ย่อมจะฝังประทับอยู่อย่างมั่นคงภายในจิตใจ แล้วก็พร้อมที่จะแสดงผลของตนขึ้นมาได้ และอยู่เสมอตลอดเวลา ถ้าสิ้นชีวิตลงเมื่อใด อำนาจของกิเลสที่ประทับอยู่ภายในจิตใจนั้น ก็จะผลักส่งให้เกิดการปฏิสนธิขึ้นมาในชาติใหม่ภพใหม่ต่อไป
สัตว์ทั้งหลายที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ภายในสังสารวัฏนั้น ก็ย่อมจะได้ฝึกฝนการกระทำของตนในชาติต่างๆ มาหลายสิ่งหลายอย่าง บางอย่างก็ฝึกฝนเสียจนมีความสันทัดจัดเจน บางอย่างก็มีความชำนิชำนาญชนิดที่เรียกว่า ชำนาญเป็นพิเศษ บางอย่างก็มีความรู้ความชำนาญเล็กๆ น้อยๆ และในบางอย่างก็ไม่รู้และไม่มีความสนใจในเรื่องนั้นๆ เลย โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 มี.ค. 2549 , 09:41:58 น.] ( IP = 203.172.117.2 : : )
สลักธรรม 2
ด้วยเหตุนี้เอง บางคนจึงมีความสนใจรักที่จะเป็นนายช่าง บางคนก็ถนัดในการที่จะเป็นนักประพันธ์ และบางคนก็มีความสันทัดจัดเจนในทางดนตรี บางคนก็มีความรักในการที่จะกระทำความชั่ว แต่ทว่าบางคนกลัวเกรงหรือหวาดเสียวในการกระทำชั่วมากเหลือเกิน บางคนเห็นแก่ตัวมากจนน่าตกใจ เพราะจะต้องเอาให้ได้ไม่ว่าใครเขาจะเดือดร้อนทุกข์ทรมานประการใดก็ตาม และบางคนเห็นแก่ตัวน้อย มีจิตคิดสงสาร มีเมตตากรุณาเผื่อแผ่ไปทั้งคนและสัตว์เดรัจฉาน จนไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะคิดแต่จะช่วยให้คนอื่นอยู่รอดแล้วปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา บ่อยครั้งทีเดียวที่ช่วยเหลือผู้อื่นจนตนเองต้องลำบาก
ความเห็นผิดที่เรียกว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินั้น ก็เกิดขึ้นมาได้จากการอบรมนั่นเองเป็นการอบรมความเห็นที่ผิดๆ นั้นมาตั้งแต่ชาติก่อนๆ แล้วก็รวมทั้งการกระทำในชาตินี้ลงไปด้วย เพราะไม่มีสัปบุรุษผู้รู้ทั้งหลายเข้ามาแนะนำชักจูงให้หันไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือเพราะความรู้ ความฉลาด ความสามารถมากของตนเองด้วย ได้ศึกษาวิชาการในแขนงต่างๆ ในทางโลกมากมาย เป็นผู้มีความรู้มีเหตุผลในวิชาการต่างๆ มากเหลือเกินจนคิดว่าตนนั้นแสนจะวิเศษ
ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้มีความเห็นผิดไปว่า เรื่องของกรรม เรื่องบาป เรื่องบุญ เรื่องตาย เรื่องเกิดนั้น เป็นเรื่องประโลมโลกของคนโบราณ เป็นเรื่องเพ้อฝันของคนสมัยก่อน เป็นเรื่องลมๆ แล้งๆ สำหรับนักวิชาการเช่นเขา และเขาจะไม่ยอมศึกษาไม่ยอมแตะต้องธรรมะที่มีผู้เฝ้ายุให้เขาเข้ามาค้นคว้าหาความจริง ด้วยเชื่อแต่ความรู้ของตนเองมาแต่ต้นเป็นหลัก ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า เพราะผลแห่งการอบรมผิดๆ มาแต่ในชาติอดีต และเพราะความรู้ ความฉลาด ความสามารถมากของตนในปัจจุบันนี่เองที่เป็นกำแพงเข้ามาสกัดกั้นแสงสว่างของชีวิตที่ควรจะได้รับเสียสิ้น โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 มี.ค. 2549 , 09:42:41 น.] ( IP = 203.172.117.2 : : )
สลักธรรม 3
ความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ที่เรียกว่ามิจฉาทิฏฐิ หรือแม้ความเห็นที่ถูกต้องอันเรียกว่าสัมมาทิฏฐิหรือปัญญานั้น เกิดขึ้นมาได้จากหลายเหตุด้วยกัน แต่เหตุที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือ การสั่งสมอบรมมาทั้งในอดีต คือชาติก่อนๆ และในชาติปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี ความเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่นที่เรียกว่านิยตมิจฉาทิฏฐินั้น จะเป็นเพราะการสั่งสมอบรมมาแต่ในชาตินี้และชาติก่อนเพียงชาติเดียวเท่านั้นก็หาไม่ หากแต่ได้มีความเห็นผิดชนิดนี้มาหลายชาติแล้ว จึงได้มีความคิดเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่น และน่ากลัวเช่นนี้ขึ้นมาได้
แม้ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังนิ่งเฉยเสียไม่ตอบคำถามของบุคคลบางคนจนผู้นั้นหลีกหนีไปเอง แล้วพระองค์ได้เล่าให้ฟังในภายหลังว่า บุคคลนี้ในสมัยอดีตชาติได้เคยมีความเห็นชนิดที่เหนียวแน่นนี้มาแล้วมากชาติทีเดียว แม้พระองค์จะสอนอย่างไรก็ยากที่จะเปลี่ยนใจได้ เพราะเขาเพ่งเล็งแต่จะใช้สำนวนโวหารข่มขู่หักล้าง เขามุ่งแต่ที่จะเอาความรู้ต่างๆ เข้ามาทับถม เพื่อที่เขาจะเอาความชนะหรือเพื่อให้คู่สนทนาอับจน ทั้งนี้ก็เพราะว่าเขามีความคิดเห็นผิดชนิดเหนียวแน่นอยู่ภายในจิตใจไม่สามารถที่จะคลายได้ เขาได้เอาความเห็นผิดนี้เข้ามาเป็นเครื่องปิดบังขวางกั้นมิให้เกิดปัญญาขึ้นแก่ตนเอง เสมือนเมฆหมอกอันหนาทึบมาบังดวงจันทร์เสีย
สำหรับท่านที่เป็นสัมมาทิฏฐิ คือมีความเห็นอันถูกต้องนั้นก็เช่นเดียวกัน ก็เพราะได้เคยอบรมบ่มนิสัยมาแล้วมากมายในอดีต ได้รับอุปการะหรือได้รับปัจจัยสนับสนุนมามิใช่เล็กน้อย จึงได้บังเกิดศรัทธา มีความเชื่อมั่นในเหตุผลที่ถูกต้องในเรื่องของชีวิต บังเกิดวิริยะพากเพียรศึกษาและพิจารณาอย่างลึกซึ้ง บังเกิดสติมิให้จิตไหลไปในทางอกุศล พร้อมทั้งตั้งอยู่ในสมาธิมีความสงบเยือกเย็น และบังเกิดปัญญาจากการศึกษาเล่าเรียน จากการคิดพิจารณา ตลอดจนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 มี.ค. 2549 , 09:43:30 น.] ( IP = 203.172.117.2 : : )
สลักธรรม 4
ในบรรดาอกุศลทั้งหลาย ย่อมไม่มีอกุศลอะไรที่จะนับว่าดีได้เลย เพราะธรรมดาของอกุศลนั้นๆ เป็นธรรมฝ่ายต่ำย่อมนำไปสู่ทุกข์โทษภัยเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงทุกข์โทษภัยใหญ่หลวง อกุศลต่างๆ ถ้าปรียบเหมือนน้ำก็มีแต่จะไหลลงสู่เบื้องต่ำฝ่ายเดียว ไม่มีกำลังในตัวของมันเองที่จะไหลขึ้นไปสู่ที่สูงๆได้
แม้อกุศลจะเป็นธรรมฝ่ายต่ำ เป็นธรรมที่จะนำไปสู่ททุกข์โทษภัยได้ก็จริง แต่เมื่อเปรียบบรรดาอกุศลทั้งหลาย มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น กับความคิดเห็นผิดชนิดที่เหนียวแน่นไม่คลอดแคลนเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ ไม่ชื่อบุญ ไม่เชื่อบาป ไม่เชื่อผลของกรรมว่าจะให้ผลได้ ไม่เชื่อว่าทำดีแล้วจะได้ดี ทำชั่วแล้วจะได้รับผลร้าย ไม่เชื่อการตายการเกิดแล้ว อกุศลที่เรียกว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินั้นก็จะให้ผลเสียหาย ชีวิตจะได้รับทุกข์โทษภัยร้ายแรงยิ่งเสียกว่าอกุศลอื่นๆ ดังกล่าวมาแล้วมากมาย
ทั้งนี้ก็เพราะว่า ความยึดมั่นผิดๆ ชนิดเหนียวแน่นนี้จะเกิดขึ้นมาตามอารมณ์ต่างๆ อยู่เสมอ เข้ามาสนับสนุนคือเป็นอำนาจหนุนหลังทั้งโดยตรงและโดยปริยายให้อารมณ์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา แล้วมิจฉาทิฏฐินี้ก็จะค่อยๆ เจริญยิ่งๆ ขึ้น อารมณืต่างๆ จะได้รับการต้อนรัลจากมิจฉาสังกัปปะ คือการยกขึ้นสู่อารมณ์ที่ผิดๆ บ่อยๆ มิจฉาวายามะความเพียรต่างๆ ก็ผิดๆ อยู่ตลอดไปอยู่เสมอ มิจฉาสมาธิ แม้สมาธิที่เกิดขึ้นตามอารมณ์นั้นๆ เป็นขณะๆ ติดต่อกันไป เช่นความตั้งใจก็ไม่ถูกต้อง ทั้งความไม่ถูกต้องนี้เกิดขึ้นติดต่อกันไปในกาลอันยืดยาว
แม้จะทำกุศลหรืออกุศลจิตจะเกิดขึ้นมาบ้าง ก็จะมีกำลังอ่อนได้ผลน้อยเพราะความเหนียวแน่นในความเห็นผิดนั้นเข้ามาขวางกั้น ทำให้กำลังแรงของเจตนาที่จะเป็นบุญกุศลนั้นลดน้อยลงไป แม้กุศลที่จะเกิดขึ้นมาก็มักจะเกิดเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งมาหนุนหลัง เช่น การทำบุญ การให้ทาน หรือการรักษาศีล จะเกิดขึ้นก็เพราะด้วยหวังประโยชน์ต่างๆเพื่อสนับสนุนอาชีพของตน เช่น เป็นนายอำเภอ ก็กระทำกุศลลงไปให้ใครๆ เขามีความเข้าใจว่าเป็นคนใจบุญ เพื่อจะได้มีเพื่อนฝูงมาก และเพื่อจะได้รื่นเริงเบิกบานใจ เช่นการทำบุญร่วมกับมีมหาสพ หรือดื่มสุรายาเมากันใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [2 มี.ค. 2549 , 09:43:55 น.] ( IP = 203.172.117.2 : : )
สลักธรรม 5ก็เพราะความสั่งสมความเห็นที่ผิดๆ มาจนกระทั้งปัจจุบัน จึงทำให้เป็นมิจฉาทิฏฐิ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [2 มี.ค. 2549 , 21:21:02 น.] ( IP = 58.10.90.40 : : )
สลักธรรม 6ความเห็นผิดกับความเห็นถูก หรือความโง่กับความฉลาด ที่ท่านอาจารย์อธิบายความมานั้น ผมเห็นว่ามีความสำคัญต่อชีวิตมากๆเลยนะครับ
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมีขึ้นในชีวิตก็เพราะความเห็นนี้เป็นสำคัญเลยนะครับผม และผมจะเพียรหาความรู้เพื่อสร้างเหตุแห่งความเห็นถูกและเพื่อกำจัดความเห็นผิดออกไปจากชีวิตให้มากขึ้นตามลำดับครับผม
การขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงและเทิดพระคุณไว้เหนือเกล้าครับท่านอาจารย์ที่เคารพ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [3 มี.ค. 2549 , 08:13:17 น.] ( IP = 58.8.90.2 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |