| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๒๕)
ตอนที่ (๑๒๔) อ่านที่นี่
นอกจากที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐินี้ยังจะมาสกัดกั้นทางที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์ หนทางอันเอกในโลกที่มีอย่หนทางเดียวเท่านั้น คือพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปเสียด้วย ความเห็นผิดชนิดนี้ ไม่มีหวังที่จะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดญาณปัญญาขึ้นมาได้
ปัญญาของผู้นั้นจะไม่มีหนทางที่จะเข้าไปสู่กระแสธารแห่งความเป็นอริยบุคคลได้เลยแม้แต่น้อย จะต้องเวียนว่ายตายเกิด ได้รับทุกข์โทษภัยต่อไปอีกจนนับชาติไม่ได้ จนกว่าสิ่งแวดล้อมและการอบรมใหม่ๆ ที่ถูกต้องจะเข้าถึงจิตใจแล้วหันหลังให้กับมิจฉาทิฏฐินั้นๆ ได้ อาจจะเป็นสิบเป็นร้อยหรือเป็นพันชาติก็ได้
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า นิยตมิจฉาทิฏฐินี้เป็นโทษที่ร้ายแรงที่สุด สมดังพระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงไว้ในอังคุตรพระบาลีว่า " ปรมานิ ภิกฺขเว วชฺชานิ " ซึ่งแปลความว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นผิดชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐินี้ มีโทษอันยิ่งใหญ่ที่สุด
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 มี.ค. 2549 , 09:30:20 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 1
บรรดาลัทธิหรือศาสนาต่างๆ ส่วนใหญ่ย่อมสนับสนุนให้คนกระทำความดี แล้วสอนให้เห็นโทษของความชั่วว่าจะทำให้ได้รับโทษอย่างไร ด้วยเหตุดังนี้ ใครๆ จะนับถือศาสนาอะไรๆ ก็ยังดี ใครๆ จะยึดพระผู้เป็นเจ้าหรือพระพรหมก็ยังไม่เป็นไร ด้วยยังได้มีที่พึ่งพาอาศัยของใจ ไม่ให้หันเหล่องลอยไปตามสายน้ำในลำธารไหลลงสู่เบื้องต่ำถ่ายเดียว
สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่องศาสนา ไม่มีศาสนาที่จะนับถือ หรือไม่เคยนับถือศาสนาไหนเลย หรือไม่มีความเข้าใจว่า ศาสนาไหนจะถูกต้องเลยแม้แต่ศาสนาเดียว คิดว่าศาสนาเป็นยาเสพติดที่มีแต่อันตราย คิดแต่ว่าศาสนาเป็นเครื่องมือสำหรับกอบโกยผลประโยชน์ของบุคคลบางคน หรือคิดแต่ว่า ศาสนาทำให้โลกไม่เจริญ นำความล้าหลังมาให้ประชาชาติ
และคิดว่าศาสนาเป็นตัวทุกข์โทษภัยที่จะนำมาให้แก่ประชาชน(ตำหนิติเตียนในหลักการ ไม่ว่าเฉพาะบุคคลบางคนที่หลงงมงาย) พร้อมทั้งมีความเห็นผิดชนิดมิจฉาทิฏฐิเข้าด้วยแล้ว โทษอันนั้นก็จะร้ายแรงหรือแรงกล้าอย่างสุดที่จะพรรณนาทีเดียว เพราะนิรยภูมิอันเป็นที่สิงสถิตชีวิตของสัตว์จำพวกโอปปาติกะ มีกายอันละเอียดแล้วได้รับทุกข์ทรมานอยู่ชั่วกาลนานนั้น จะกลายเป็นบ้านเรือนที่อยู่อันถาวรสำหรับจะอยู่อาศัยของเขา โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 มี.ค. 2549 , 09:31:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 2
ผมได้กล่าวมาแล้วว่า แม้จะทำบาป ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือประพฤติผิดในกาม จะนำทุกข์โทษภัยมาให้ก็จริง แต่เมื่อเปรียบกับนิยตมิจฉาทิฏฐิแล้ว นิยตมิจฉาทิฏฐิให้ผลร้ายแรงกว่า ยืนยาวกว่า ทำความเสียหายให้กว้างขวางกว่า เพราะว่าการกระทำบาปต่างๆ นั้น แม้ว่าจะได้รับผลร้ายแรงก็จริง แต่เมื่อชำระหนี้สินร่อยหรอลดลงแล้ว ก็อาจมีใจเป็นกุศลเกิดทำบุญให้ทานได้ง่าย คือตกนรกแล้ว ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนใจบุญได้
แต่ความเห็นผิดที่เหนียวแน่นนี้ จะเกาะกินใจอยู่ทุกชาติๆ จะสนับสนุนให้กระทำการอันไม่ถูกต้องที่จะเป็นบุญกุศล แม้จะทำบุญกุศลก็ได้รับผลน้อย แต่ตรงกันข้ามทำบาปกลับได้รับผลบาปมาก แม้ตกนรกแล้ว ความเห็นผิดๆ ก็ยังติดตัวไปเกิดใหม่ทุกหนทุกแห่งหนุนหลังให้การแสดงออกในความเห็นผิดแทบทุกอารมณ์ต่อไปอีก
ถ้าจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่มีความเห็นผิดชนิดนี้มีโอกาสบ้างหรือไม่ ที่จะได้เปลี่ยนใจของตนให้หันกลับมาในทางที่ถูกต้องจนถึงความเป็นพระอริยบุคคลพ้นไปจากทุกข์โดยสิ้นเชิง
หรือจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่ยึดนิยตมิจฉาทิฏฐินั้นมีโอกาสปฏิบัติจนถึงมรรคผลนิพพานบ้างหรือไม่ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 มี.ค. 2549 , 09:31:50 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 3
ในเรื่องนี้ ผมขอยกคำที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้ในพระบาลีมหาปัฏฐานว่า " อริยา มิจฺฉตฺตนิยเต ปหีน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ กิเลเส ชานนฺติ มิจฺฉตฺตนิยเต ขนฺเธ อนิจฺจโต วิปสฺสนฺติ"
แปลความว่า พระอริยเจ้าทั้งหลายที่เคยเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิ ย่อมพิจารณากิเลสคือนิยตมิจฉาทิฏฐิที่ตนได้ประหาณไปแล้ว ย่อมเห็นกิเลสนิยตมิจฉาทิฏฐิที่เคยเกิดมาแล้วในสันดานของตน ย่อมพิจารณานิยตมิจฉาทิฏฐิขันธ์โดยความเป็นอนิจจะ
ตามที่แสดงมานี้ ก็จะเห็นได้ว่า พระอริยบุคคลทั้งหลายเคยเป็นนิยตมิจฉาทิฏฐิมาแล้วในกาลก่อนนั้นมีได้ แต่แน่ละ อาจจะนานแสนนานที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏสงสารได้ระหกระเหินเดินทางไกล ต้องเกิดต้องตายในอบายภูมิ และสุคติภูมิมามากมายเสียจนนับไม่ไหว
ในบางสมัยเมื่อทุกข์โทษภัยเข้ามาเบียดเบียนหนักเข้าซ้ำๆ ซากๆ จนทนไม่ไหว จึงได้บังเกิดปัญญาพิจารณาปัญหาชีวิตของตน เบื่อหน่ายชีวิตที่มีแต่การต้องแก้ปัญหามิได้สร่างซา จึงหมดความอาลัยไยดีอีกต่อไป ปัญญาจึงได้เกิดขึ้นมาทีละน้อยๆ เรื่อยๆ ไปหลายๆ ชาติจนแก่กล้าสามารถพาชีวิตของตนไปให้ปลอดภัยได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [3 มี.ค. 2549 , 09:32:13 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 4ท่านอาจารย์ครับความเห็นผิด ที่เป็นนิยตมิจฉาทิฏฐินี้น่ากลัวมากเลยนะครับ โดยเฉพาะเป็นการสกัดกั้น มรรคผลนิพพานไม่ให้เกิดขึ้นได้นี้
อ่านดูแล้วสลดใจมากเลยครับและท่านอาจารย์ได้บอกอีกว่าแม้จะกลับใจได้ก็ใช้เวลานานแล้นนานนั้น
ตรงนี้ทำให้ผมสยองกับความทุกข์นานัปประกระที่ชีวิตนั้นจะต้องเวียนว่ายอยู่ในวังวนแห่งกิเลสตัณา แค่นึกว่าเราจะต้องมีการเกิดอย่างไม่รู้ว่าเมื่อใดจะยุติลงได้ก็แสนเศร้าใจแล้วครับ ยิ่งถ้าต้องมีชีวิตที่ไม่รู้หนทางที่จะสร้างความพ้นทุกข์ได้ไปนานแสนนานยิ่งน่ากลัวกว่ามากมายนักครับ
ตรงนี้ตอนผมอ่านอยู่ก็ตั้งจิตอธิฐานทันทีเลยครับว่า ขออย่าได้มีทิฏฐิอันร้ายแรงนั้นเกิดขึ้นกับชีวิตเลย และผมก็ต้องพากเพียรเรียนหัดชีวิตให้ตั้งมั่นอยู่ในคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ แม้เวลาจะนานแค่ไหนก็ตามก็คงไม่แสนสาหัสเท่ากับการมีชีวิตด้วยนิยตมิจฉาทิฏฐินะครับท่านอาจารย์
กราบของพระคุณที่ท่านอาจารย์การุณย์ต่อชีวิตผม และมองแสงสว่างให้แก่ผมเสมอมาครับ ผมระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์เสมอมาและเทิดคุณไว้เหนือเกล้าตลอดมาครับผม.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [3 มี.ค. 2549 , 09:43:33 น.] ( IP = 58.8.69.64 : : )
สลักธรรม 5กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
โดย เซิ่น [3 มี.ค. 2549 , 21:23:44 น.] ( IP = 58.10.91.191 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |