มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๒๘)






ตอนที่ (๑๒๗) อ่านที่นี่

คำบรรยายพระอภิธรรมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๑ (ครั้งที่ ๑๘)
ณ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
วันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๐๘


เมื่อคราวก่อนผมได้บรรยายถึงเรื่องอกุศลกรรมบถ ในมโนกรรมตัวสุดท้าย คือ มิจฉาทิฏฐิชนิดนิยตมิจฉาทิฏฐิจบลงแล้ว เพื่อให้ท่านนักศึกษาได้เข้าถึงเหตุผลในความยึดมั่นผิดๆ ในเรื่องของชีวิตที่สำคัญๆ อันได้แก่การไม่เชื่อผลของกรรมว่าจะมีความสามารถให้ผลได้ ไม่เชื่อว่า สัตว์ทั้งหลายล้มตายลงแล้ว ถ้ากิเลสยังมิได้สิ้นลงไป ก็จะต้องเกิดอีกได้ ทั้งจะไปเกิดเป็นสัตว์อะไรก็ได้มากมายหลายชนิด แล้วแต่อำนาจของกรรมจะนำให้ไปสู่ทิศทางไหน

ผู้มีความเห็นผิดชนิดนี้จึงตกอยู่ในฐานะที่น่าหวาดกลัวต่อชีวิตของตัวเองในอนาคตเพียงใด แต่เขาเหล่านั้นก็หาได้มีความหวาดกลัวไม่ เพราะไม่มีความเข้าใจ เหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไร้เดียงสาชอบเล่นสนุกอยู่ปากเหวลึก เพราะไม่ทราบถึงอันตรายที่จะบังเกิดขึ้นกับตน

สำหรับในวันนี้ ผมจะได้พาท่านนักศึกษาเข้ามาสู่เรื่องราวของอกุศลที่ได้ศึกษากันมาตั้งแต่เริ่มต้น คือ อกุศล ๑๒ แล้วก็ได้พาท่านนักศึกษาแตกแขนงออกไปในอกุศลในแง่มุมต่างๆ เสียนาน คือในเรื่องของอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ที่เพิ่งได้ศึกษาจบลงไปเมื่อคราวที่แล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ท่านนักศึกษาได้มีความรู้กว้างขวางขึ้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:09:18 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อย่างไรก็ดี เมื่อได้ศึกษาเข้าใจกว้างขวางขึ้นแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องรวบรวมบรรดาอกุศลทั้งหลายที่ได้ศึกษามาเหล่านั้นให้เข้ามาสู่หลักเดิมอันเป็นรากเง่าของบรรดาอกุศลธรรมทั้งปวง กล่าวคือ อกุศลจิต ๑๒ มีโลภมูล ๘ โทสมูล ๒ โมหมูล ๒ เพื่อสรุปหรือเพื่อสงเคราะห์อกุศลกรรมบถทั้ง๑๐ นั้น ให้เข้าไปสู่ขอบข่ายของอกุศลจิตทั้ง ๑๒ แล้วก็จะต้องศึกษารายละเอียดถึงตัวอกุศลจิตทั้ง ๑๒ ตลอดจนถึงวิธีการที่จะสกัดกั้นทำลายอกุศลเหล่านั้นให้พ่ายแพ้ไปด้วย

โลภะ ซึ่งได้แก่ความโลภ ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ทั้ง ๖ ทวารนั้น ย่อมเกิดขึ้นกับบุคคลทั้งหลายทั่วไปอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดี หรือเป็นไพร่ ไม่ว่าจะเป็นพระยามหากษัตริย์ หรือเป็นกระยาจกวณิพก เมื่อเห็นอะไรที่ดีๆ ก็อยากจะได้ เมื่อได้ยินเสียงอะไรที่ไพเราะก็อยากจะฟัง เมื่อมีเรื่องอะไรที่สนุกสนานเพลิพเพลินใจก็อยากจะคิด แล้วก็ทุ่มโถมจิตใจลงไปในเรื่องนั้นๆ หรือเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันกับสิ่งที่ชอบใจติดใจนั้นอย่างเหนียวแน่นลึกซึ้ง ซึ่งบางทีก็จนถอนตัวขึ้นมาไม่ไหว

เมื่อความปรารถนาของหัวใจรุนแรงขึ้นมา นั่นก็ได้แก่อำนาจ หรือความสามารถของความยินดีติดใจเหล่านั้นเข้ามามีบทบาทหนุนเนื่องอยู่ข้างหลัง หรือเรียกว่าความบันดาลใจให้กล้ากระทำการทุจริตต่างๆ ได้ทุกๆ อย่าง และถ้าความยินดีติดใจเกิดขึ้นชนิดเหนียวแน่น เช่นมีความยึดมั่นในเงินทองว่าเป็นของมีค่าอย่างเหลือเกิน อำนาจของความยินดีติดใจในเงินทองดังกล่าว ก็จะสร้างกำลังอำนาจขึ้นภายในจิตใจ ก็จะเกิดความสามารถกระทำอะไรลงไปได้แม้อย่างร้ายแรง

เช่น เผาห้องแถวที่ตนอยู่เพื่อหวังจะได้เงินประกัน ใครจะพลอยเดือดร้อนอดอยากลำบากก็ไม่คำนึงถึง หรืออาจจี้ปล้น ทำร้ายร่างกายไปจนถึงฆ่าคนตาย หรือวางแผนการอย่างร้ายแรงเร้นลับลึกซึ้งเพื่อฉ้อโกงประชาชนทั้งประเทศ หรือขายได้แม้กระทั่งแผ่นดินและบ้านเมืองของตนเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:09:50 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : )


  สลักธรรม 2

อำนาจของความโลภ คือความยินดีติดใจดังกล่าว เกิดขึ้นมาได้และเป็นไปถึงขนาดทุจริต กล้ากระทำผิดถึงขั้นอุกฤษ หรือร้ายแรงมากจนไม่น่าที่จะเป็นไปได้ดังนี้ ก็เพราะขาดความยับยั้งชั่งใจ และเพราะมิได้รับการศึกษา มิได้อบรมมาในทางที่ถูกต้องว่า ความโลภคือความยินดีติดใจนั้นเป็นต้นเหตุของความทุกข์ยากลำบากทั้งปวง บุคคลนี้เป็นผู้ที่ขาดเหตุ ขาดผล หรือขาดทั้งเหตุทั้งผลในความจริงของเรื่องชีวิต ไม่ได้ศึกษาถึงความจริงว่า ชีวิตนั้นคืออะไร มีความเป็นมาและเป็นไปอย่างไร ไม่เชื่อว่าบาปหรือบุญนั้นจะก่อผลให้เกิดขึ้นมาได้

ดังนั้น จึงได้มีความกล้าหาญชาญชัยถึงดังนี้ หรือมิได้คิดพิจารณาให้แยบคาย มิได้ครุ่นคิดที่จะระแวงใจถึงผลที่ผู้อื่นจะได้รับความเสียหาย ได้รับความทุกข์ยากลำบากจากตน และผลที่ตนจะได้รับอย่างน่าตกใจในอนาคต โดยคิดเฉพาะแต่ที่ตนจะได้เอาใจใส่แต่ที่จะให้สมปรารถนาของตนเองในอารมณ์ๆ เท่านั้น

ด้วยเหตุผลดังที่ผมได้บรรยายมา ความโลภคือความยินดีติดใจ จึงเป็นตัวการก่อให้เกิดอกุศลกรรมบถขึ้นได้ เช่น เมื่อมีความยินดีติดใจในทางเพศเกิดขึ้นรุนแรง ก็มีความสามารถเอาบุตรภรรยาของผู้ที่มีเจ้าของหวงแหนมาเป็นสมบัติของตน จึงเกิดผิดกาเมสุมิจฉาจาร การประพฤติผิดในบุตรภรรยาผู้อื่น

เพราะความอยากได้ในทรัพย์สมบัติผู้อื่นอย่างถึงขนาด จึงได้วางแผนการณ์ปล้น จี้ ฉ้อโกงผู้อื่น จึงประพฤติผิดอกุศลกรรมบถ คือ อทินนาทาน การลักทรัพย์ฉ้อโกงขึ้น ดังนี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:10:09 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : )


  สลักธรรม 3

โลภมูลจิตทั้ง ๘ ประเภทนั้นมีทุจริตอันเป็นอกุศลกรรมบถเกิดได้ ๓ ทวาร คือ

๑. อกุศลที่เกิดขึ้นทางกาย หรือทางกายกรรม มี ๒ ได้แก่
อทินนาทาน การลักขโมย การฉ้อโกง จี้ หรือปล้น
กาเมสุมิจฉาจาร การประพฤติผิดในบุตรภรรยาของผู้อื่น

๒. อกุศลที่เกิดขึ้นทางวาจา หรือทางวจีกรรม มี ๓ ได้แก่
มุสาวาท การกล่าวคำเท็จ
ปิสุณวาจา การกล่าววาจาส่อเสียดยุยงให้เขาแตกกัน
สัมผัปปลาปะ การกล่าววาจาเพ้อเจ้อในเรื่องที่ทำให้หลงใหล

กาเมสุมิจฉาจารนั้น เกิดขึ้นทางวาจาไม่ได้ ต้องเกิดขึ้นทางกายอย่างเดียว จึงเป็นทุจริตทางกายกรรม

สำหรับอกุศลวจีกรรมนั้นมีอยู่ ๔ ท่านนักศึกษาคงจะสังเกตเห็นได้ว่าได้ขาดไปเสีย ๑ ซึ่งได้แก่ตัวผรุสวาจา คือการกล่าวคำหยาบคาย

ทำไมผรุสวาจาจึงเกิดขึ้นมาพร้อมกับจิตที่เป็นฝ่ายโลภะไม่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะผรุสวาจาคือการกล่าวคำหยาบคายนั้นมีองค์เป็นโทสะ จะต้องกล่าวออกมาพร้อมกับความโกรธความไม่ชอบใจ เมื่อเข้ากับโลภะไม่ได้ดังนี้ จึงต้องเว้นหรือเอาออกเสีย

๓. อกุศลที่เกิดขึ้นทางใจ หรือทางมโนกรรม มี ๒ ได้แก่
อภิชฌา ความเพ่งเล็งในทรัพย์สมบัติของผู้อื่น
มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นที่ผิดไปจากความจริงจากสภาวธรรม

อกุศลที่เกิดขึ้นทางใจนั้นมี ๓ คือ อภิชฌา พยาปาทะ และมิจฉาทิฏฐิ การที่แสดงอกุศลทางใจขาดพยาปาทะไปนั้น ก็เพราะว่า พยาปาทะเป็นพวกโทสะ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:10:35 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : )


  สลักธรรม 4

โทสะ ซึ่งได้แก่ความโกรธ ความเกลียด ความตกใจ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน เป็นต้น เมื่อได้อารมณ์ไม่พึงปรารถนา หรือเมื่อมีอะไรมากระทบเทือนทำให้ไม่ชอบใจ โทสะก็ย่อมจะเกิดขึ้นมาอยู่เสมอแก่บุคคลทั้งหลาย เมื่อได้รับอารมณ์ที่ไม่ถูกใจ บางทีในบางวันหนึ่งนับจำนวนไม่ไหว

และเมื่อโทสะเกิดขึ้นมาอยู่เป็นประจำดังนี้ ก็ย่อมจะถูกสั่งสมอยู่ภายในจิตใจ หรือเก็บเอาไว้ในใจมากขึ้นๆ แล้วอำนาจของโทสะ คือความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน ความไม่ได้อารมณ์ที่ต้องการ ก็อาจจะมีกำลังมากขึ้นๆ จนถึงสามารถกระทำการร้ายๆได้เป็นอันมาก เช่นความพยาบาทเฝ้าแต่คิดร้ายผู้อื่น การทรมานผู้อื่น หรือการเข่นฆ่ากันเป็นต้น อันเป็นการกระทำที่เรียกว่าทุจริตให้เกิดขึ้นมาได้

โทสมูลจิตทั้ง ๒ ประเภทนั้น มีทุจริตอันเป็นอกุศลกรรมบถเกิดได้ ๓ ทวาร คือ

๑. อกุศลที่เกิดขึ้นทางกาย หรือทางกายกรรม มี ๒ ได้แก่
ปาณาติบาต การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
อทินนาทาน การลักทรัพย์

๒. อกุศลที่เกิดขึ้นทางวาจา หรือทางวจีกรรม มี ๔ ได้แก่
มุสาวาท การกล่าวคำเท็จ
ปิสุณวาจา การกล่าววาจาส่อเสียดยุยง
ผรุสวาจา การกล่าวคำหยาบคาย
สัมผัปปลาปะ การกล่าววาจาเพ้อเจ้อให้ผู้อื่นหลงใหล

๓. อกุศลที่เกิดขึ้นทางใจ หรือทางมโนกรรม มี ๑ ได้แก่
พยาปาทะ คิดปองร้ายผู้อื่น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:11:01 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : )


  สลักธรรม 5

ตัวโมหะซึ่งได้แก่ความโง่ ความหลง ไม่มีความเข้าใจในปัญหาของชีวิต บางทีก็คิดว่า เกิดหนเดียว ตายหนเดียว บาปหรือบุญทั้งหลายมิได้เข้ามาเกี่ยว ดังนั้นเมื่อได้รับกระทบอารมณ์อะไรจึงมิได้เข้าใจตามความเป็นจริงนั้นๆ แล้วก็ได้หลงใหลไปตามความหลอกลวงของสิ่งที่แวดล้อม จึงเป็นเหตุให้เกิดการกระทำทุจริตคิดมิชอบขึ้นมาได้โดยไม่ยากอะไรเลย

โมหมูลจิตทั้ง ๒ ประเภทนั้น มีทุจริตอันเป็นอกุศลกรรมบถเกิดได้ ๓ ทวาร คือ

๑. อกุศลที่เกิดขึ้นทางกาย หรือทางกายกรรม มี ๓ ได้แก่
ปาณาติบาต การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
อทินนาทาน การลักทรัพย์
กาเมสุมิจฉาจาร การผิดในบุตรภรรยาผู้อื่น

๒. อกุศลที่เกิดขึ้นทางวาจา หรือทางวจีกรรม มี ๔ ได้แก่
มุสาวาท การกล่าวคำเท็จ
ปิสุณวาจา การกล่าววาจาส่อเสียดยุยง
ผรุสวาจา การกล่าวคำหยาบคาย
สัมผัปปลาปะ การกล่าววาจาเพ้อเจ้อให้ผู้อื่นหลงใหล

๓. อกุศลที่เกิดขึ้นทางใจ หรือทางมโนกรรม มี ๓ ได้แก่
อภิชฌา ความเพ่งเล็งในทรัพย์สมบัติของผู้อื่น
พยาปาทะ คิดปองร้ายผู้อื่น
มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นที่ผิดไปจากความจริงจากสภาวธรรม

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [6 มี.ค. 2549 , 07:11:30 น.] ( IP = 58.136.205.134 : : )


  สลักธรรม 6

ตอนนี้ยิ่งเห็นชัดของบาปธรรมทั้งหลายที่มีมูลต่างกันเลยครับท่านอาจารย์ และเห็นชัดมากๆคือทางใจของเราเองว่า ใจนั้นสามารถเกิดบาปธรรมได้ครบทั้งหมดเลยครับ น่ากลัวมากๆเลยครับ

จึงนึกไปถึงพระพุทธภาษิตที่ท่านเตือนว่า.. จิตตํ ทนฺตํ สุขาวหํเลยครับท่านอาจารย์ที่เคารพ ผมจะตั้งใจหาความรู้ และสร้างความสามารถในการรักษาจิตให้จงได้ครับผม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และรำลึกในพระคุณของท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [6 มี.ค. 2549 , 10:28:09 น.] ( IP = 58.8.111.173 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [6 มี.ค. 2549 , 17:15:04 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ชีวิตในแต่ละขณะมีความเสี่ยงจริงๆค่ะ
เพราะมีโอกาสกระทำอกุศลได้โดยง่าย
และเรามักจะพลาดที่ไม่ค่อยจะนึกถึงผลที่จะเกิดในภายหน้า

โดย น้องอุ๊ [6 มี.ค. 2549 , 19:54:14 น.] ( IP = 125.25.130.148 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org