มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิธีในการนิเทศของพระพุทธเจ้า 45 วิธี





จากการที่พระเดชพระคุณเจ้าคุณอาจารย์พระเทพดิลกได้นำหลักการนิเทศในทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักการที่ใช้สอนนักศึกษามหาบัณฑิต ที่เจ้าคุณอาจารย์ได้เป็นอาจารย์สอนนี้ เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่นำไปใช้ในการสื่อสารความเข้าใจ
และการเผยแผ่พระศาสนานี้ต่อไป จึงขอนำหลักการนี้มาแสดง



พุทธวิธีในการนิเทศของพระพุทธเจ้า 45 วิธีคือ
1.วิธีทรงเรียกลำดับผล เหตุ ของฝ่ายที่ละและฝ่ายที่ควรประพฤติ นั่นคือหลักของอริยสัจ ๔ ประการตามปกติแล้วจะทรงเรียงลำดับเป็นสองเหตุสองผล สามารถตั้งคำถามออกเป็น 4 คำถาม คืออะไรคือทุกขสัจมาจากไหน คือสมุทัยสัจ เพื่ออะไร คือนิโรธสัจ และหลักและวิธีการอย่างไร คืออริยมรรคองค์ 8 ประการ อาจ จะเรียงเป็นสภาพปัญญา สาเหตุของปัญญา ความไม่มีปัญญา หลักการวิธีการในการแก้ปัญหา
2. วิธีสอนมาก่อนแล้วตามด้วยการซักซ้อมความเข้าใจของผู้ฟ้งเช่นทรงแสดงในอนัตตลักขณสูตรโดยทรงชี้ให้เห็นว่าขันธ์ 5 เป็นอนัตตามาตามลำดับ จากนั้นจึงรับสั่งให้ท่านเหล่านั้นตอบว่า ท่านเหล่ามีความคิดเห็นในเรื่องขันธ์ว่าเป็นอย่างไรคือเที่ยงหรือไม่เที่ยง เป็นทุกข์หรือเป็นสุข มีความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดาหรือไม่ท่านเหล่านั้นกราบทูลตอบว่า ขันธ์ไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดาจากนั้นทรงสรุปให้ท่านเหล่านั้นตัดสินใจว่า เมื่อขันธ์มีฐานะดังกล่าวเป็นการสมควรไหมที่เราจะยึดถือว่า ขันธ์ 5
เป็นของเรา เราเป็นขันธ์หรือขันธ์5 เป็นตัวตนของเราท่านเหล่ากราบทูลว่าไม่เป็นการสมควรเลยพระพุทธเจ้าเป็นตัน


โดย T [7 มี.ค. 2549 , 08:55:41 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


42.ทรงสอบแบบปรัชญาของชีวิต ที่มีความเกิดดับอย่างต่อเนือง เช่นทรงอุปมาขันธ์ 5 ไปตามลำดับว่า รูปเหมือนฟองน้ำ เวทนา เหมือนต่อมน้ำ สัญญาเหมือนพยับแดด สังขาร เหมือนกอกล้วย และวิญญาณเหมือนภาพมายาแนวเอาวัตถุนอกตัวเป็นบทเรียนสอนเข้ามาหาตัวมีอยู่เป็นอันมาก โดยเฉพาะในจตุกนิบาต อังคุตตรนิกาย
43. ทรงสอนแนวนำเข้าหาเหตุผลตามวิถีของความเป็นมนุษย์ ครอบครัว สังคม องค์กร ที่จะต้องมีความสัมพันธ์ในทางสร้างสรรค์ โดยจัดความสัมพันธ์ของตนกับคนอื่นให้เหมาะสมแก่กรณีนั้นเช่นทรงสอนเรื่องหน้าที่คนต้องทำต่อคนที่เกี่ยวข้องกับตนในเรื่องทิศหก ที่ทรงแสดงแก่สิงคาลมาณพ ในรูปของกิริยา ปฎิกิริยา โดยให้ตนเป็นคนเริ่มต้นก่อน ตามฐานะของคนที่คนเกี่ยวข้องสัมพันธ์ แต่เพราะทรงสอนจากเด็กที่เป็นลูก ในพระสูตรจึงทรงเริ่มที่ตัวกุลบุตร ในกรณีคือสิงคาลมาณพ เป็นตัวแทนของคนทั้งหลาย โดยให้ทำหน้าที่ของตนด้วยสำนึกรับผิดชอบเช่นในฐานะของลูก ต้องสำนึกถึงคุณของพ่อแม่ แล้วทดแทนบุญคุณของท่านใน 5 สถานะคือ ท่านเลี้ยงตนมาแล้วต้องเลี้ยงท่านตอบ ช่วยเหลือแบ่งเบาภารกิจการงานของท่าน ดำรงวงศ์สกุล วางตนให้เหมาะสมแก่การเป็นทายาทของตระกูล เมื่อท่านตายไปแล้วทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้



44.ทรงสอนแนวให้คิดจากสภาพจิต ที่ปรุงแต่ด้วยกุศล อกุศลก่อให้เกิดผลเป็นความสุข ความทุกช์ ที่คนเหล่านั้นได้สัมผัสทางประสาทสัมผัสของตน คือทรงสอนสวรรค์ นรก นิพพาน ทางประสาทสัมผัส ตามควรแก่กิจที่ทำหน้าที่เสวยอารมณ์ในขณะนั้นๆเช่น จิตโลภ เหมือนเปรต จิตโกรธ เป็นเหมือนตกนรก จิตหลง เป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉาน จิตมีหิริโอตตัปปะ เป็นเทวดา จิตมีพรหมวิหาร ๔ เป็นเหมือนพรหม จิตที่ดับกิเลสได้แม้ในบางขณะจัดว่าได้สัมผัสนิพพานอ่อนๆเป็นต้น
45 .ทรงสอนแนวการนำเอาสิ่งต่างๆมาเป็นอ .ทรงสอนแนวการนำเอาสิ่งต่างๆมาเป็น
อุปมเทียบเคียงกับกิเลสหรือธรรมะตามสมควรแก่กรณีที่ทรงแสดงแก่ใคร ? ที่ไหน ? อย่างไร
เช่นทรงอุปมาชีวิตเหมือนดอกไม้ 4 คู่ คือรูปไม่สวย กลิ่นไม่หอม รูปสวย แต่กลิ่นไม่หอม รูปไม่
สวยแต่กลิ่นหอมรูปสวยด้วย กลิ่นหอมด้วย แล้วแต่จะทรงสอนอะไร ? เช่นความรู้ กับความประพฤติของตน ประเภทแรกความรู้ก็ไม่ดี ความประพฤติก็ไม่ดี หรือความรู้ไม่ดี
แต่ความประพฤติดี เป็นต้น


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [7 มี.ค. 2549 , 09:21:05 น.] ( IP = 58.10.87.246 : : )


  สลักธรรม 12

ขอบคุณมากค่ะคุณธีรวัส

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2549 , 10:50:50 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 13

สรุปพุทธวิธีในการนิเทศหรือการนำสื่อของพระพุทธเจ้าทั้ง45วิธี


1.วิธีทรงเรียกลำดับผล เหตุ ของฝ่ายที่ละและฝ่ายที่ควรประพฤติ นั่นคือหลักของอริยสัจ ๔
2. วิธีสอนมาก่อนแล้วตามด้วยการซักซ้อมความเข้าใจของผู้ฟ้งเช่นทรงแสดงในอนัตตลักขณสูตรโดยทรงชี้ให้เห็นว่าขันธ์ 5 เป็นอนัตตา
3. ทรงสอนให้หลักคิดแบบง่ายๆ ตามปกติแล้วจะสอนผู้เยาว์ เช่นทรงว่าชื่อว่าอะไรชื่อว่าหนึ่งอะไรคือชื่อว่าสอง
4. ทรงสั่งสอนโดยให้วิธีการสาธิต คือมีตัวอย่างให้ผู้ฟังศึกษาจากสิ่งที่เป็นธรรมดา ธรรมชาติ
5. ทรงสั่งสอนแนวให้ผู้ฟ้งเรียนรู้ความจริงด้วยประสบการณ์ตรงของตนก่อน
6. ทรงสอนแบบอนุวัตรตามความปักใจฝังใจของผู้ฟังแต่ทรงนิยามเรื่องนั้นเสียใหม่เช่นทรงแสดงความเป็นพราหมณ์โดยธรรม



7. ทรงสอนด้วยการกำราบดัวยอิทธิปาฎิหาริย์ เช่นทรงทรมานโจรองคุลิมาล
8. ทรงสอนให้คิดจากสิ่งที่ตนคาดหวัง เช่นภิกษุรูปหนึ่งต้องการจะสึก โดยคิดว่าตนสามารถสร้างหลักฐานให้แก่ตัวเองด้วยการขายผ้า
9. ทรงสอนให้พยายามรักษาจิตตนเองเป็นหลัก เช่นภิกษุรูปหนึ่งท่านรู้สึกว่าพระวินัยที่ตนต้องรับผิดชอบปฎิบัต
10.ทรงสอนแบบแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ตรง เช่นทรงแสดงปาฎิหาริย์ทรมานนักบวชนอกศาสนาตอนที่แสดงยมกปาฎิหาริย์
11. ทรงสอนด้วยวิธีสร้างสถานการณ์ให้เกิดความกลัวก่อน เช่นกรณีของเพื่อนๆนางวิสาขาเข้าเฝ้าฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าโดยพกเอาสุราไปดื่มด้วย ในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอยู่


โดย t [9 มี.ค. 2549 , 10:26:09 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : )


  สลักธรรม 14


12. ทรงสอนในแนวร้าวขวัญกำลังใจให้แก่คนที่หดหู่ใจ เสียใจ ในรูปของการปลุกปลอบให้เกิดขวัญกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่อไป อย่างกรณีของพระวักกลิ
13.ทรงสั่งสอนด้วยการนำศึกษาหาประสบการณ์เสริมสร้างความคิด เช่นกรณีของพระนันทะ
14. ทรงสอนแบบทรมานให้ละมานะทิฐิของตน จนมีความพร้อมด้วยตนเอง เช่นกรณีการเสด็จไปโปรดท่านปุราณชฎิล
15. ทรงสอนแบบนำเอาตัวอย่างบุคคลในประวัติศาสตร์มาเป็นตัวอย่าง ในการศึกษาพิจารณา
17.ทรงสอนแนวของการใช้หลักจิตวิทยา ให้ความอบอุ่นใจเชื่อมั่นแก่ผู้ฟัง จนเขามีความพร้อมที่จะฟังธรรม
18.ทรงแสดงแบบอุปมา อุปมัยเช่นทรงอุปมาให้เห็นว่าคนเปรียบเหมือนดอกบัว 4 เหล่า



19.ทรงสอนให้ทำใจยอมรับความจริงตามคติธรรมดา เช่นทรงสอนเรื่องสังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง
20.ทรงสอนในรูปของตอบคำถามของคนที่มาสอบสอบถามตามลักษณะของคำถาม เช่นมีการกราบทูลถามว่าเทวดาเละมนุษย์ทั้งหลายได้พากันมงคล
21. ทรงสอนแนวทรงประทานพระโอวาท ตามปกติแล้วทรงประทานแก่พุทธบริษัท
22.ทรงสอนแบบทรงตั้งเงื่อนไขให้ยอมนับถือก่อนมีลักษณะการทดสอบ ทดลองไปด้วยเช่นทรงว่างเงื่อนไขก่อนที่จะทรงประทานบรรพาอุปสมบทเป็นภิกษุของพระนางปชาบดีโคตรมี
23.ทรงสอนโดยวิธีลงโทษสร้างนึกให้เกิดก่อน เช่นการลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันทะ
24.ทรงสอนแนวกำหราบอย่างแรงโดยการคว่ำบาตร เช่นในกรณีคนทำตนเป็นปฎิปักษ์ต่อพระรัตนตรัย
25. ทรงสอนให้ท่านผู้ฟังเรียนรู้ความจริงจากตนเอง กรณีนี้อาจจะเรียนเรื่องทุกขสัจ
26. ทรงสอนแนวการอดกลั้นอดทนไม่หวั่นไหวต่อแรงกระแทกจากข้างนอก ในกรณีนี้อาจจะตามด้วยอุปมาเทียบเคียงเช่นในคราวที่พระพุทธเจ้าถูกพระนางมาคัณฑิยา


โดย tvb [9 มี.ค. 2549 , 10:27:31 น.] ( IP = 58.10.87.77 : : )


  สลักธรรม 15


27 .ทรงสอนแนวของการฝึกปรือพัฒนาสติ สัมปชัญญะความเพียรพยายามในทุกๆกรณีดังที่ทรงจำแนกแสดงหลักการเจริญสติในสัมมาสติ
28.ทรงสอนแนวของการสร้างผู้ฟังที่เป็นมิตรแม้เขาจะเริ่มจากมีจิตคิดประทุษร้าย อย่างในกรณีที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดอาฬวกยักษ์
29.ทรงสอนให้ทดลองปฏิบัติธรรมด้วยตนโดยแสดงเป็นรูปของหลักการ วิธีการและผลดีที่เกิดจาการปฏิบัติที่ผู้ทำตามจะสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเองเช่นทรงแสดงเมตตาปิสังสูตร
30.ทรงสอนด้วยโสมวิธีอย่างในกรณีที่พระพุทธเจ้า ถูกนางจิญจมาณวิกากล่าวหาว่าพระองค์ได้เสียกับนางจนมีท้องโจทก์พระองค์
31.ทรงสอนในแนวของการปฎิปุจฉา คือทรงตรัสถามให้คนผู้นั้นตอบด้วยตัวเอง เป็นทำนองเอาอัฐยายซื้อขนมยาย



32.ทรงสอนแนวทางการสร้างบทกวีขึ้นโต้ตอบคำประพันธ์ของท่านผู้นั้น อย่างในกรณีของเอกรกฎาคมนาคราชได้สอนให้ลูกสาวกล่าวคาถาแสดงความสนใจในการบังเกิดของพระพุทธเจ้า
33.ทรงสอนแนวทางนำเอาหลักการวิธีการของนักรบในอดีต มาเป็นอุปกรณ์ในการขจัดความหวาดกลัวของพระภิกษุสามเณรในยามที่ท่านปฎิบัติธรรมในป่า
34.ทรงสอนให้พยายามขจัดความหวาดกลัวต่ออมนุษย์ ด้วยการทำตนเป็นคนดีมีคุณธรรมแล้วสร้างเมตตาจิตแผ่ไปในสรรพสัตว์ในที่นั้นๆ
35.ทรงสอนในแนวของกระตุ้นความสนใจในแนวตรรกศาสตร์ เพื่อให้การเสริมสร้างความคิดของผู้ฟังเช่นทรงรับสั่งให้ชาวนาได้ยินดีพระพุทธดำรัสที่ทรงตรัสเรียกถุงเงินว่า อานนท์เธอเห็นอสรพิษไหม
36ทรงสอนแนวของการสร้างอารมณ์กรรมฐาน ตัวอย่างให้สอดรับกับบารมีธรรมของท่านเหล่านั้น เช่นพระจุลลปันถก
37. ทรงสอนแบบการสร้างปรัชญาทดแทน โดยการทำความเข้าใจกับองค์ประกอบของร่างกาย อันที่ตั้งแห่งความรัก ความชัง


โดย tvb [9 มี.ค. 2549 , 10:30:27 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : )


  สลักธรรม 16


38. ทรงสอนให้มองเห็นโทษของการจองเวร และคุณของการไม่จองเวร
39 ทรงสอนแนวของการทรงพยากรณ์ความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาจจะทรงยกตัวอย่างบคคล การปฎิบัติตนเป็นคนดี คนชั่ว
40. ทรงสอนให้มีความตระหนักสำนึก ในการรักษาภาพลักษณ์ของตนให้เป็นไปตามสมควรแก่สถานะชื่อเสียง เช่น ทรงแสดงบรรพชิต ควรพิจารณาเนืองๆ
41.ทรงสอนแบบสอบถามให้ผู้ฟังตอบในลักษณะต่างๆเช่น ทรงสอบถามปัญจวัคคีย์ถึงความจริงของไตรลักษณ์ว่า เที่ยงหรือไม่เที่ยง
42.ทรงสอบแบบปรัชญาของชีวิต ที่มีความเกิดดับอย่างต่อเนือง เช่น
ทรงอุปมาขันธ์ 5 ไปตามลำดับว่า รูปเหมือนฟองน้ำ



43. ทรงสอนแนวนำเข้าหาเหตุผลตามวิถีของความเป็นมนุษย์ ครอบครัว สังคม องค์กร ที่จะต้องมีความสัมพันธ์ในทางสร้างสรรค์
44.ทรงสอนแนวให้คิดจากสภาพจิต ที่ปรุงแต่ด้วยกุศล อกุศลก่อให้เกิดผลเป็นความสุข ความทุกข์
45 .ทรงสอนแนวการนำเอาสิ่งต่างๆมาเป็นอาจารย์ทรงสอนแนวการนำเอาสิ่งต่างๆมาเป็น อุปมาเทียบเคียงกับกิเลสหรือธรรมะตามสมควรแก่กรณีที่ทรงแสดงแก่ใคร ? ที่ไหน ? อย่างไร



โดย ธีรวัส [9 มี.ค. 2549 , 10:33:30 น.] ( IP = 202.93.62.122 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org