| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๒๙)
ตอนที่ (๑๒๘) อ่านที่นี่
ตามที่ผมได้แสดงอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการมาแล้วนั้น ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า กาเมสุมิจฉาจาร การกระทำผิดในกาม อภิชฌา ความโลภ เพ่งเล็งในทรัพย์สมบัติของผู้อื่น และมิจฉาทิฏฐิ ความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง รวมกันทั้ง ๓ ประการนี้ ล้วนแต่มีโลภะคือความโลภ เป็นตัวสนับสนุนให้เกิดขึ้นมา เช่น
เพราะความยินดีชอบใจในเพศตรงข้าม จึงได้ประพฤติผิดในกาม จิตใจตกอยู่ภายใต้อำนาจของความโลภ จึงอดทนไม่ไหว แม้ประพฤติผิดในกามอันเป็นทุจริตก็กล้าที่จะกระทำได้
เพราะความติดอกติดใจในเงินทองข้าวของ จึงกล้ากระทำการทุจริตคิดคดโกง หรือลักขโมย โดยมิได้รู้ว่าจะเป็นปฏักปักอยู่กลางหลังของตนแล้วจะติดตามตัวไปในอนาคตอย่างไร
เพราะความยินดีติดใจในความคิดเห็นที่ผิดๆ ของตน ซึ่งคิดเอาจากความคิดเห็นตื้นๆ เผินๆ มิได้คิดพิจารณาในปัญหาของชีวิตอย่างลึกซึ้ง จึงได้เห็นผิดชนิดเหนียวแน่น เป็นนิตยมิจฉาทิฏฐิ มีความเชื่อว่า บาปบุญ ความดีหรือความชั่ว ที่ได้กระทำลงไว้นั้น ไม่มีผลเกิดขึ้นมาได้ในอนาคต สัตว์ทั้งหลายตายลงไปแล้วก็สูญสิ้นไป เกิดอีกไม่ได้ กราบไหว้บูชาอย่างไรๆ ก็จะมีผลเกิดขึ้นมาหาได้ไม่ อันเป็นทุจริตขึ้นในจิตใจ แล้วก็จะมีความเห็นผิดชนิดที่น่ากลัวอันตรายที่ติดตามไปในชาติต่างๆ ชั่วกาลนาน
สรุปแล้วก็คือ กาเมสุมิจฉาจาร อภิชฌา และมิจฉาทิฏฐินั้น ได้รับการสนับสนุนให้เกิดขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของโลภมูลจิต
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 มี.ค. 2549 , 10:36:56 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1
ในอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการนั้น มีอกุศลกรรมบถ ๓ ประการ ที่เกิดขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของโทสมูลจิต หรือมีโทสะเป็นตัวสนับสนุนให้เกิดขึ้นมา และถ้าโทสะนี้มีกำลังมากแล้วก็สามารถที่จะเป็นทุจริตขึ้นมาได้เสมอ อกุศลกรรมบถทั้ง ๓ ประการนี้ คือ ปาณาติบาต ผรุสวาจา และพยาปาทะ
ด้วยกำลังแรงของโทสะ ซึ่งได้แก่ความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน อันประกอบพร้อมด้วยมีความเห็นผิดหนุนอยู่ภายใน จึงมีความกล้าสามารถที่จะกระทำปาณาติบาตฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือถึงฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองได้
ด้วยกำลังแรงของโทสะ ซึ่งได้แก่ความโกรธ ความเสียใจ ความทุกข์ร้อน จึงกล้าแสดงผรุสวาจา กล่าวคำหยาบคาย จนก่อให้เกิดขึ้นซึ่งความเสียหายอย่างร้ายแรงขึ้นมาได้
และด้วยอำนาจของโทสะดังกล่าว เมื่อมีกำลังแรงมากแล้ว ก็มีความสามารถที่จะผูกพยาบาท อาฆาต จองเวร ตามล้างตามผลาญกันไปจนเกิดความเสียหายใหญ่โตขึ้นมาได้
ด้วยเหตุดังแสดงมานี้ ก็จะเห็นได้ว่า ปาณาติบาต ผรุสวาจา พยาบาท ทั้ง ๓ ประการนี้เกิดขึ้นมาได้ด้วยอำนาจของโทสะ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 มี.ค. 2549 , 10:37:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
ผมได้แสดงถึงอกุศลกรรมบถทั้ง ๖ ประการไปแล้ว ยังมีอกุศลกรรมบถอีก ๔ ประการคือ อทินนาทาน มุสาวาท ปิสุณวาจา และสัมผัปปลาปะ เหล่านี้เกิดขึ้นมาโดยอาศัยอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดขึ้นบ้าง
อทินนาทาน มุสาวาท ปิสุณวาจา และสัมผัปปลาปะนี้ มีสาเหตุเกิดขึ้นมาได้ ๒ อย่าง คือ โลภะเป็นตัวสนับสนุน หรือมีโทสะเป็นตัวสนับสนุนก็ได้ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ในเวลานั้นมีเจตนาอย่างไร หรือในขณะจิตเหล่านั้นมีอะไรหนุนนำ เช่น
อทินนาทาน การลักขโมย หรือการคดโกงนั้น อาจจะเกิดขึ้นมาได้จากความโลภอยากจะได้เงินทองข้าวของ ซึ่งความโลภเป็นตัวหนุนให้เกิดการกระทำขึ้น หรือลักขโมยและคดโกงลงไปเพราะด้วยอำนาจของโทสะ คือ ความโกรธ ความไม่พอใจ จึงได้คิดกลั่นแกล้งก็ได้
มุสาวาท การพูดเท็จนั้น อาจจะเกิดขึ้นมาเพราะอำนาจของความโลภก็ได้ เพราะอยากได้เงินทองข้าวของ อยากจะได้ชื่อเสียง จึงได้พูดเท็จ หรืออาจจะเป็นเพราะความโกรธ ความไม่พอใจ จึงได้พูดเท็จก็ได้ ซึ่งเป็นไปด้วยอำนาจของโทสะ
ปิสุณวาจา พูดส่อเสียด และ สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อก็เหมือนกัน อาจเกิดขึ้นมาได้ด้วยสาเหตุหนุนนำ ๒ ประการ คือ โลภะ และโทสะ ดังได้กล่าวมาแล้ว โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 มี.ค. 2549 , 10:38:08 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
ตามที่ผมได้บรรยายอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการมาแล้ว ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า อกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการเหล่านั้นมิได้มีโมหมูลจิตเป็นตัวการทำให้เกิดอกุศลดังกล่าวขึ้นมาโดยตรงเลย หากแต่ได้อาศัยโลภมูลหนุนให้เกิดบ้าง ได้อาศัยโทสมูลหนุนให้เกิดขึ้นบ้าง แต่มิได้มีโมหมูลจิตสนับสนุนค้ำจุนให้เกิดอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ขึ้นมาโดยตรง
อย่างไรก็ดี แม้ว่าอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการ หรือทุจริตทั้ง ๑๐ ประการนี้จะได้อาศัยโลภะบ้าง โทสะบ้าง เป็นมูลเป็นตัวการอุดหนุนให้อกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ นี้เกิดขึ้นมาก็จริง อกุศลที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้ก็หาหนีรอดไปจากโมหะได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าเมื่อบาปอันใดเกิดขึ้นมาแล้ว โมหะก็เกิดร่วมด้วยทุกครั้ง เพราะโมหะอันได้แก่ความโง่ ความหลงนั้น เป็นมูลเป็นรากเป็นเง่าของอกุศลกรรมทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวกันว่า
โลภมูลจิต เกิดขึ้นมาได้เพราะมีโลภะเป็นเหตุหนุนนำส่งเสริม แล้วก็มีโมหะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดโลภะร่วมด้วยอีกชั้นหนึ่ง
โทสมูลจิต เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะมีโทสะเป็นเหตุหนุนนำส่งเสริม แล้วก็มีโมหะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดโทสะร่วมด้วยอีกชั้นหนึ่ง
แต่โมหมูลจิต เกิดขึ้นมาได้ มิใช่เพราะมีโลภะหรือมีโทสะหนุนนำส่งเสริมแต่ประการใด มีโมหะเป็นปัจจัยให้เกิดแต่อย่างเดียวเท่านั้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [7 มี.ค. 2549 , 10:38:31 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4ตาทอ่านเนื้อหาสาระต่อมาถึงตรงนี้แล้ว ผมได้ข้อคิดมากมายเลยครับท่านอาจารย์พร้อมๆกับใจที่สงสารผู้ที่มิมีโอกาสมาอ่าน มาหาความรู้ในสิ่งที่วนเวียนอยู่กับตนเอง หรือเกิดขึ้นภายนอกตนเองแต่เมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถนำมาพิจรณาให้เห็นโทษภัยของใจที่ไม่รู้ได้ครับท่านอาจารย์.
กราบขอบพระคุณครับท่านอาจารย์ที่เคารพและระลึกถึงพระคุณไว้เหนือเกล้าเสมอมาครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [7 มี.ค. 2549 , 12:25:49 น.] ( IP = 61.90.118.77 : : )
สลักธรรม 5มาติดตามอ่าน อกุศลใดบ้างที่เกิดจากกิเลสชนิดใดเป็นมูลเหตุให้เกิดขึ้น
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [7 มี.ค. 2549 , 23:24:21 น.] ( IP = 58.10.90.211 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |