มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๑๖)




ตอนที่ (๑๕) อ่านที่นี่

โทษแห่งสีลวิบัติ


อนึ่ง บุคคลผู้ทุศีลย่อมได้รับความลำบากหลายประการ คือ
(๑) ไม่เป็นที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์
(๒) เพื่อนพรหมจารีทั้งหลายไม่พึงพร่ำสอน
(๓) ต้องทุกข์ใจเพราะคำติเตียน
(๔) ร้อนใจในเพราะคำสรรเสริญผู้มีศีลคนอื่น
(๕) ผู้มีผิวพรรณหมอง

อนึ่ง ผู้ทุศีลเป็นผู้มีสัมผัสหยาบ เพราะนำอบายทุกข์มาให้คนเอาเยี่ยงอย่าง และเป็นผู้มีราคาถูก เพราะทำไทยธรรมของทายกให้มีราคาถูกลง ดุจผ้าป่านดิบมีสีทราม สัมผัสหยาบและราคาถูก รวมทั้งเป็นคนชำราให้บริสุทธิ์ได้ยาก

เหมือนหลุมคูถที่หมักหมมมานาน ยากแก่การชำระให้สะอาด และเป็นผู้พลาดจากประโยชน์ทั้งสอง เหมือนดุ้นฟืนเผาศพที่เปื้อนคูถ ไม่มีใครใช้ทั้งป่าและในบ้าน
การปฏิญญาความเป็นภิกษุก็ไม่สำเร็จอยู่นั่นเอง เหมือนลาที่เดินตามฝูงโค ก็ยังเป็นลาอยู่จนตาย
คนทุศีลเป็นผู้หวาดอยู่เนืองนิตย์ เหมือนคนมีเวรต่อคนทั่วไป จึงเป็นคนไม่ควรอยู่ร่วมด้วยเหมือนซากศพ แม้จะมีการศึกษาก็ไม่ควรแก่การบูชาของเพื่อนพรหมจารีด้วยกัน เหมือนไฟในป่าช้า ไม่ควรแก่การบูชาของพวกพราหมณ์

คนทุศีลเป็นคนอาภัพในการบรรลุคุณวิเศษ เหมือนคนตาบอดอาภัพในการเห็นรูป เป็นผู้ไร้ความหวังในพระสัทธรรม เหมือนเด็กจัณฑาลไม่มีหวังในราชสมบัติ แม้คิดว่ามีสุขก็ชื่อว่ามีทุกข์ เพราะเป็นผู้มีทุกข์ดังที่ตรัสไว้ในอัคคิขันโธปมสูตรนั่นเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:10:20 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธเจ้าทรงเห็นกรรมและวิบากชัดเจน เมื่อจะทรงแสดงให้เห็นทุกข์เผ็ดร้อนยิ่ง เนื่องจากยินดีในสุขเป็นปัจจัย เพียงแต่นึกถึงก็ทำให้เกิดความร้อนไหม้ดวงหทัยได้ พร้อมทั้งทำให้กระอักโลหิตอุ่นๆ ความยินดีที่เกิดขึ้นในกามคุณ และในสามีกิกรรมที่คนอื่นทำ มีการไหว้ การแสดงความนับถือ เป็นต้น

"ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอมองเห็นกองไฟใหญ่ลุกเป็นเปลวโชติช่วงอยู่โน่นไหม"

"เห็น พระเจ้าข้า"

"เธอทั้งหลายจะคิดยังไง หากมีใครเข้าไปนั่งกอด นอนกอด นั่งเคล้า นอนเคล้า สตรีขัตติยานี พราหมณีคนปตานี ผู้มีฝ่ามือ ฝ่าเท้านุ่มเหมือนปุยนุ่น กับการนั่งกอดหรือนอนกอดกองเพลิงใหญ่ที่มองเห็นข้อไหนจะมีความสุขมากกว่ากัน

"การนั่งกอด หรือนั่งเคล้าขัตติยานี มีความสุขมากกว่ากองไฟพระเจ้าข้า"

"เราจะบอกให้ทราบ การเข้าไปนั่งกอดหรือเข้าไปนอนกอดกองไฟใหญ่ดีกว่านะ ภิกษุผู้ทุกศีล มีธรรมลามก มีสมาจารไม่สะอาด ทุกคนรังเกียจ มีการงานซ่อนเร้น ไม่ใช่สมณะก็บอกว่าเป็นสมณะ ไม่ใช่พรหมจารีก็บอกว่าเป็นพรหมจารี เป็นคนเน่าใน เปียกชื้นด้วยกิเลส"

"เพราะเหตุไรจึงเป็นเช่นนั้น"

"ภิกษุนั้นพึงตายหรือทุกข์ปางตาย เพราะไปนั่งกอดหรือเข้าไปนอนกอดกองไฟใหญ่นั้นก็จริง หากมีการตายก็มิได้เกิดในอบาย ทุคติวินิบาต นรก เพราะไฟไหม้ตาย หากแต่เป็นเพราะการเป็นคนทุศีลมีธรรมลามก มีอาจาระไม่สะอาด จึงทำให้เกิดนรกเป็นต้น และเสวยทุกข์อยู่ตลอดกาล"(องฺ.สตฺตก. ๒๓/๑๒๙)

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:11:17 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : )


  สลักธรรม 2

ตายดีกว่าอยู่


ครั้งทรงแสดงทุกข์มีการบริโภคกามคุณ ๕ เนื่องด้วยสตรีเป็นปัจจัย ซึ่งอุปมาด้วยกองเพลิงเช่นนี้แล้ว จึงทรงแสดงทุกข์ที่เกิดจากการอภิวาท การทำอัญชลี และการใช้จีวรบิณฑบาต เตียง ตั่ง และวิหาร อุปมาด้วยเชือกฟั่น ด้วยขนหางสัตว์ หอกอันคม แผ่นเหล็ก เตียงเหล็ก หรือตั่งเหล็ก และหม้อเหล็กต่อไป

"ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพากันคิดอย่างไร ชายมีกำลัง เอาเชือกฟั่นด้วยขนหางสัตว์ พันแข้งทั้งสองแล้วชักสีไปมาจนเชือกตัดผิวหนัง ตัดหนังตัดเนื้อ ตัดเส้นเอ็น ตัดกระดูก จนเยื่อในกระดูก และการที่ภิกษุทุศีลพึงยินดีต่อการอภิวาทของกษัตริย์ พราหมณ์ หรือคฤหบดีผู้ยิ่งใหญ่ ข้อไหนจะประเสริฐกว่ากัน"

"ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจะคิดอย่างไร เมื่อชายมีกำลังใช้หอกชะโลมน้ำมัน แล้วแทงเข้าหน้าอกตนเอง และการที่ภิกษุทุศีลพึงยินดีการทำอัญชลีของกษัตริย์ พราหมณ์ และคฤหบดีผู้ยิ่งใหญ่ ข้อไหนจะประเสริฐกว่ากัน"

"ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจะคิดกันอย่างไร ชายมีกำลังพึงจับเท้าขึ้นศีรษะลง แล้วซัดลงไปในหม้อโลหะที่ร้อนเป็นแสงโชติช่วง เขาถูกต้มเดือดพล่าน เป็นฟองลอยขึ้น จมลงไป หรือลอยขวางไป อยู่ในหม้อโลหะนั้น และการที่ภิกษุทุศีลอยู่อารามที่เขาถวายด้วยศรัทธาของกษัตริย์ ข้อไหนจะประเสริฐกว่ากัน"

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:12:00 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : )


  สลักธรรม 3

สรุปโทษของศีล


ความสุขจักไม่มีแก่ผู้ทุกศีล ไม่ละกามสุข ซึ่งมีผลเป็นทุกข์เผ็ดร้อนยิ่งกว่าทุกข์ เพราะกอดกองไฟ ความสุขจากการยินดีการกราบไหว้ จักไม่มีแก่คนมีสีลวิบัติ ผู้จะต้องรับทุกข์ยิ่งกว่าทุกข์ ซึ่งเกิดแก่การสีด้วยเชือกขนหางสัตว์เหนียวเป็นไหนๆ ความสุขจากการยินดีอัญชลีกรรมแห่งคนผู้มีศรัทธา เป็นเหตุทุกข์เหลือประมาณกว่าทุกข์ เกิดแต่การแทงด้วยหอก จักมีแก่คนไม่มีศีลได้อย่างไร

ความสุขในการใช้จีวรของตน (ทุศีล) ผู้ไม่สำรวมแล้ว ผู้เสวยสัมผัสแห่งแผ่นเหล็กร้อนในนรกสิ้นกาลนาน จักมีอย่างไร

อาหารมีรสอร่อย ก็เปรียบด้วยยาพิษที่แรงกล้าสำหรับผู้ไม่มีศีลจะต้องกลืนก้อนเหล็กร้อนตลอดเวลานาน การใช้ตะเกียงและตั่ง ที่สมมติกันว่าเป็นสุข แต่ก็เป็นทุกข์สำหรับผู้ไม่มีศีล ต้องเป็นทุกข์เพราะเตียงและตั่งตลอดกาลนาน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:12:26 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : )


  สลักธรรม 4

ความยินดีในการอยู่อาศัยในอารามที่เขาให้ด้วยศรัทธา จักมีแก่ผู้ทุศีลที่ตกอยู่กลางหม้อเหล็กร้อนอย่างไร เมื่อพระบรมครูของโลกทรงตำหนิคนทุศีลว่าเป็นคนมีสมาจารที่น่ารังเกียจ เป็นคนรกด้วยหยากเยื่อคือกิเลส เป็นคนเปียกชื้นด้วยกิเลส เป็นคนลามก และว่าเป็นคนเน่าใน ชีวิตของคนทุศีล ไม่มีปัญญา ทรงเพสสมณะแต่ไม่ใช่สมณะ จนทำให้ตนประสบหายนะ จึงเป็นชีวิตน่าตำหนิ

คนผู้มีศีล ย่อมหลีกคนทุศีล ดุจคนผู้รักสวยงาม หลีกคูถ หลีกซากศพ ชีวิตของคนทุศีลหาประโยชน์มิได้

คนทุศีลไม่พ้นจากภัย แต่พ้นจากมรรคผลทั้งหมด เขาปิดประตูสวรรค์เสียสนิท ขึ้นสู่ทางอบายไปชั่วกาลนาน

ไม่มีใครจะน่าสงสารเท่ากับคนทุศีล สำหรับผู้ชอบสงสารคนอื่นเลย โทษของการทุศีลมีมากมายเหลือเกินจะนับ และอานิสงส์ของศีลก็เหลือจะนับเช่นกัน

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:13:07 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : )


  สลักธรรม 5

สรุปอานิสงส์ศีล


ศีลของภิกษุผู้ใดหมดมลทิน มีอาการทรงบาตรและจีวรเป็นที่น่าเลื่อมใส ย่อมทำให้บรรพชามีผลมาก

จิตใจของภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์ ไม่เคยได้รับการตำหนิติเตียนให้เสียหายจากตนและผู้อื่น ดุจพระอาทิตย์ปราศจากความมืด

ภิกษุงามในกลางวัน ย่อมงามด้วยความสมบูรณ์แห่งศีล ดุจพระจันทร์งามด้วยรัศมีในกลางคืน

แม้กลิ่นกายของภิกษุผู้มีศีล ทำความชื่นบานแก่เทวดา กลิ่นศีลฟุ้งขจรไปทุกทิศเหนือคันธชาติทั้งมวล

สักการะที่ทายกทำแล้วเพียงเล็กน้อยในท่านผู้มีศีล ย่อมมีผลมาก ผู้มีศีลจึงเป็นดุจภาชนะรองรับเครื่องบูชาและสักการะทั้งปวง

อาสวะในปัจจุบันย่อมไม่เบียดเบียนผู้มีศีล และผู้มีศีลย่อมขุดรากทุกข์ในสัมปรายภพอีกด้วย

เมื่อผู้มีศีลปรารถนาสมบัติ มนุษย์และเทวดานั้นมิใช่สิ่งที่จะพึงได้ยาก อนึ่ง จิตของผู้มีศีลที่สมบูรณ์แล้ว ย่อมแล่นไปสู่นิพพานสมบัติ ซึ่งเป็นที่สงบระงับกิเลสอย่างสุดยอด

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 07:13:59 น.] ( IP = 61.91.127.99 : : )


  สลักธรรม 6

คนผู้มีศีล ย่อมหลีกคนทุศีล ...อ่านแล้วก็เกิดความสงบกายและใจ การได้รับรู้โทษและคุณของศีลนั้นทำให้ชีวิตมีทางเดินที่งดงามขึ้น และก็น่าสงสารผู้ทุศีล โดยเฉพาะภิกษุที่อาศัยอาหารของผู้อื่นเพื่อยังชีพ

ขอบพระคุณมากนะคะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2549 , 09:07:52 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาในกุศลนี้ครับ

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2549 , 00:02:23 น.] ( IP = 203.113.37.12 : : )


  สลักธรรม 8

มาศึกษาโทษภัยของการทุศีลและอานิสงส์ของการมีศีล ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [9 มี.ค. 2549 , 12:43:09 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org