| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๓๐)
ตอนที่ (๑๒๙) อ่านที่นี่
เมื่อผมได้บรรยายเรื่องของอกุศลกรรมบถทั้ง ๑๐ ประการจบลง ผมก็ได้ยกอกุศลกรรมบถเข้ามาสงเคราะห์กันกับอกุศลจิตทั้ง ๑๒ เพื่อให้ท่านนักศึกษาได้เข้าใจกว้างขวางยิ่งขึ้น และอกุศลจิตทั้ง ๑๒ ก็คงจะจบลงในวันนี้แล้ว แต่ก่อนที่จะจบลง ผมก็ได้นำธรรมะอีก ๒ ประการมาแสดงด้วยเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าขาดไปเสียก็น่าเสียดาย คือ
๑. เหตุที่จะทำให้เกิดอกุศลจิตนั้นมีเหตุอะไรบ้าง ๒. อกุศลจิตที่เกิดขึ้นมานั้นจะควรละหรือควรทำลายอย่างไร
๑. เหตุที่จะให้เกิดอกุศลจิต
สมเด็จพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเอาไว้ว่า อกุศลจิตทั้ง ๑๒ ประเภท มีโลภะมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ และโมหมูลจิต ๒ ที่เกิดขึ้นมาได้นั้นก็เพราะจิตขาดปัญญารู้เท่าทันความจริง เป็นจิตที่ประกอบด้วย "อโยนิโสมนสิการ" คือ การทำจิตใจไม่แยบคาย หรือการคิดพิจารณาไม่ลึกซึ้งนั่นเอง
ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่มีอโยนิโสมนสิการ หรือพิจารณาเรื่องราวของชีวิตไม่ลึกซึ้ง อกุศลจิตที่ยังไม่เกิดก็ย่อมจะเกิดขึ้นมา และอกุศลจิตที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อมจะเจริญยิ่งขึ้น
แล้วก็โดยทำนองเดียวกันนี่เอง เมื่อมีอโยนิโสมนสิการ หรือพิจารณาเรื่องราวของชีวิตไม่แยบคายแล้ว กุศลจิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมาก็ถูกสกัดกั้นลงเสีย และกุศลจิตที่เกิดขึ้นมาแล้วก็จะถูกทำลายลงโดยทันที โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 09:12:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 1
เมื่ออโยนิโสมนสิการ คือการทำใจไม่แยบคายเป็นตัวการทำให้อกุศลจิตเกิดขึ้นมาเช่นนี้ ตัวอโยนิโสมนสิการเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเล่า เพราะธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งสิ้น จะเกิดขึ้นมาเฉยๆ ลอยๆ โดยปราศจากเหตุนั้นย่อมจะเป็นไปไม่ได้ อโยนิโสมนสิการก็ย่อมจะมีเหตุเป็นแดนเกิดเหมือนกัน
เหตุให้เกิดอโยนิโสมนสิการ มี ๕ ประการ คือ
๑. ปุพฺเพอกตปุญฺญตา ไม่ได้สร้างสมบุญไว้ในปางก่อน ๒. อปิปฏิรูปเทสวาส อยู่ในประเทศที่ไม่สมควร (ไม่มีสัปบุรุษ) ๓. อสปฺปริสูปนิสฺสย ไม่ได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ ๔. อตฺตมิจฺฉาปณิธิ ตั้งตนไว้ผิด
ในข้อแรกคือ ปุพฺเพอกตปุญฺญตา แปลว่า ไม่ได้สร้างสมไว้ในปางก่อน คำว่า บุญ นั้นหมายถึงความดีงาม หมายถึงกุศลธรรม เมื่อได้พิจารณาตามหลักของสภาวธรรมแล้วก็ย่อมจะเห็นได้ว่า บุญนั้นแบ่งออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ๒ ประการด้วยกัน บุญอย่างหนึ่งนั้นเป็นบุญที่เกิดขึ้นมาโดยปราศจากปัญญาเข้าไปพิจารณา เมื่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายสั่งสอน หรือได้ฟังใครมาพูดว่าให้ทานต่อคนยากจน คนง่อยเปลี้ยเสียขาพิการนั้นได้บุญมาก หรือถวายจตุปัจจัยต่างๆ แก่ภิกษุ ก็ควรกระทำ หรือรักษาศีลนั้นดีมีบุญเกิดมาก หรือเจริญกรรมฐานต่างๆ นั้นเป็นกุศลสูงที่สุด จึงได้ลงมือกระทำกุศลเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
อย่างไรก็ดี ผู้กระทำบางท่าน ได้แต่การทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แต่ขาดปัญญาที่จะพิจารณาถึงผลในการกระทำของตน เพราะมิได้ศึกษาเล่าเรียน หรือมิได้มีใครช่วยเสนอแนะนำความเข้าใจในปัญหาที่ว่า บุญคืออะไร บุญที่ทำเอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ที่ไหน บุญที่ได้ทำเอาไว้แล้ว จะก่อให้เกิดผลขึ้นมาได้อย่างไร จะเป็นความจริงหรือไม่ แล้วจะเกิดผลแห่งบุญนั้นๆ ขึ้นเมื่อใด โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 09:12:57 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 2
บางท่านเมื่อไม่มีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ ก็ทำไปเรื่อยๆ ด้วยหวังว่าทำเผื่อเอาไว้ เผื่อบุญที่ทำไปแล้วจะบังเกิดผลขึ้นมาได้บ้าง ถ้าไม่บังเกิดขึ้นมาเลยก็แล้วไป ก็ยังทำให้จิตใจแช่มชื่น หรือคิดว่าทำบุญเสมอๆ แล้วก็คงจะช่วยให้ร่ำรวยขึ้นได้ หรือคิดว่าเป็นการทำลายสัญชาตญาณเห็นแก่ตัวออกไปเสียบ้าง
และในเรื่องนี้บางคนคงจะเป็นนักธุรกิจคิดจะค้ากำไรจากธรรมชาติ เอาข้าวใส่บาตรไปขันเดียวแล้วอธิษฐานว่า ขอให้กุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้บริจาคทานนี้ จงได้ส่งเสริมให้ข้าพเจ้าเกิดขึ้นในชาติใดฉันใด ขอให้มีกินมีใช้อย่าได้ขาดตกบกพร่องเลย ยิ่งกว่านั้นบางคนเอาข้าวใส่บาตรพระไปขันเดียว ขอให้เกิดชาติหน้าให้ได้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีก็มี
นอกจากบุญที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ยังมีบุญอยู่อีกประการหนึ่ง ซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นบุญที่เกิดจากปัญญาในปัญหาของชีวิต มีความรู้ว่า คนตายลงแล้วเกิดอีกได้จริงหรือไม่ บาปและบุญที่ได้ทำไปแล้วนั้น จะคืนสนองมายังผู้กระทำได้จริงอย่างไร ทั้งนี้โดยได้รับการศึกษาเล่าเรียน หรือการฟังธรรมะ หรือการคิดพิจารณาให้แยบคาย ความเห็นที่ผิดๆ จึงเกิดขึ้นมาไม่ได้
คำสอนที่ว่า แต่ปางก่อนนั้นหมายถึง ชาติที่เกิดขึ้นมาแล้วก่อนๆ นั่นเอง อาจจะเป็นชาติที่แล้วมา หรืออาจจะเป็นชาติที่ในๆ เข้าไปยิ่งกว่านั้นอีกหลายชาติก็ได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 09:13:20 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 3
การกระทำทั้งหลายเมื่อได้กระทำลงไปแล้ว ก็มิได้สูญสิ้นหายไปไหน หากแต่เก็บเอาไว้ภายในจิตใจ แล้วรอคอยโอกาสที่จะแสดงผลของมันขึ้นมา เหมือนกับผู้ที่สนใจการศึกษาประวัติศาสตร์ หรือการดนตรีมาในอดีตอันยาวไกล ครั้นมาเกิดในสมัยนี้ จึงได้ชอบประวัติศาสตร์ และการดนตรีเป็นพิเศษ ทั้งเมื่อศึกษาแล้วก็ก้าวหน้ายิ่งกว่าใครๆ ด้วยการงานที่ทำมาแล้วเป็นปัจจัยสนับสนุนให้จนผู้คนทั้งหลายพากันพูดว่า มีพรสวรรค์ แต่คนทั้งหลายก็ไม่มีใครเคยอธิบายให้เห็นจริงได้ว่า พรสวรรค์นั้นคืออะไร
ธรรมชาติอย่างหนึ่งชนิดที่ชอบหนุนเนื่องให้จิตของตนเป็นไปในกุศลต่างๆ จะเป็นการทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาก็เหมือนกัน เมื่อจิตใจขาดเหตุผลข้อเท็จจริงในการกระทำของตน แม้จะทำอยู่เสมอแล้วได้ชื่อว่า มีบุญมาก ได้ชื่อว่ามีจิตเป็นกุศลซึ่งจะช่วยให้ชีวิตของตนดำเนินไปได้ดีในอนาคตก็จริงก็ได้ชื่อว่าเป็นบันไดเบื้องต้นเท่านั้น หาใช่บันไดขั้นสูงที่ใกล้จะถึงขั้นบนไม่
เหตุนี้เอง จึงเป็นกุศลจิตที่ยังอยู่ในระดับที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนานเท่านาน ไม่เหมือนกับปัญญาบารมี ไม่เหมือนกับกุศลจิตที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมีความเข้าใจฝนปัญหาของชีวิต ซึ่งเรียกว่า โยนิโสมนสิการมาตั้งแต่อดีต ซึ่งก็คือในอดีตเคยอบรมสั่งสมมามาก หรือได้เคยพิจารณาในปัญหาชีวิตมาแล้วมากมาย จึงมีกุศลจิตเกิดขึ้นพร้อมกับมีปัญญาบารมีด้วย
เมื่อในชาติอดีตมีจิตที่เป็นกุศลที่ทีกำลังไม่มาก เพราะด้วยเหตุแห่งการอบรมบ่มนิสัยมาไม่เพียงพอ จึงได้ชื่อว่ามิได้สร้างสมบุญเอาไว้ในชาติปางก่อน และเพราะมิได้สร้างบุญเอาไว้ให้มีกำลังเพียงพอในชาติปางก่อนนี่เอง จึงได้ไม่ถูกนำพาให้มาเกิดในประเทศที่สมควร คือไม่มีสัปบุรุษอันเป็นข้อที่สอง โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 09:13:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 4
แม้จะมาเกิดอยู่ในประเทศที่มีพุทธศาสนา ในประเทศที่มีสัปบุรุษ ก็เหมือนอยู่ห่างไกล เพราะอำนาจแห่งกุศลผลบุญมิได้ให้กำลังชักนำให้เพียงพอ แม้จะอยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ไกล แม้ได้ยินได้ฟังมาบ้างก็ไม่ได้สนใจ ไม่ได้คิดพิจารณา หรือมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมายเหลือเกินที่จะต้องคิดต้องทำ แล้วก็คิดก็ทำไปตามความสนใจนั้นเพลิดเพลินไป จึงเกิดอโยนิโสมนสิการ ทำใจให้แยบคายไม่ได้
เมื่อมิได้เกิดอยู่ในประเทศที่สมควรแล้ว ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะไม่ได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษอันเป็นข้อที่ ๓ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายที่เกิดขึ้นมาเป็นคนแล้วมีความคิดพิจารณามีเหตุมีผลเป็นของตนดีแล้ว แต่ขาดความคิดหรือมิได้เอาใจใส่ที่จะเข้าไปพิจารณาหาความจริงความลึกซึ้งในเรื่องของชีวิตเสีย
เมื่อไม่ได้คบหาสมาคมกับสัปบุรุษ มิได้ฟังธรรมของสัปบุรุษดังนี้แล้ว จิตใจก็อาจตั้งไว้ผิดๆ ได้โดยง่ายเมื่อจิตใจตั้งไปผิดได้ง่ายดังนี้แล้ว อกุศลจิตจึงได้โอกาสเกิดขึ้นมา และในขณะนี้ก็ได้ชื่อว่า อโยนิโสมนสิการ คือการทำใจไม่แยบคายด้วยมิได้พิจารณาในปัญหาของตนเองให้เข้าใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [8 มี.ค. 2549 , 09:14:08 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 5พอดีเลยครับผมสำหรับเรื่องนี้ เพราะผมกำลังคุยกับน้องที่เข้ามาถามเรื่องการทำบุญในส่วนตัวเพราะรับปากไว้ และผมก็กำลังให้ข้อคิดที่ว่า..คิดให้ดีก่อนอย่าทำดีโดยไม่คิดพอคุยกันพอรู้เรื่องผมก็เข้ามาอ่านตรงนี้พบคำว่า.. อโยนิโสมนสิการซึ่งตรงประเด็นเลยครับผม เป็นคำบอกที่ชัดที่สุดในเรื่องการวางใจนะครับท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณในแสงสว่างที่อาจารย์ให้มาตลอดครับผม และเทิดพระคุณนี้ไว้ด้วยความรำลึกเหนือเกล้าเสมอมาครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [8 มี.ค. 2549 , 09:50:40 น.] ( IP = 58.8.94.62 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
มาติดตามอ่านต่อ เพื่อจะได้หลีกเหตุให้เกิดอโยนิโสมนสิการ ค่ะโดย เซิ่น [9 มี.ค. 2549 , 12:36:42 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |