| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๑๗)
สลักธรรม 1ธุดงค์ ๑๓
ต่อไปนี้เราจะพูดถึงธุดงคกถา เพื่ออธิบายความมักน้อย สันโดษ เป็นต้น ให้สมบูรณ์แท้จริง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงอนุญาตธุดงค์ไว้ถึง ๑๓ ข้อ สำหรับผู้สละโลกามิสแล้ว ไม่อาลัยในร่างกายและชีวิต ปรารถนาอนุโลมปฏิปทาให้สำเร็จธุดงค์ ๑๓ เหล่านี้ ได้แก่
๑. ปังสุกูลิกังคะ............การทรงผ้าบังสุกูล
๒. เตจีวริกังคะ............การทรงไตรจีวรชุดเดียว
๓. ปิณฑะปาติกังคะ.....การเที่ยวบิณฑบาต
๔. สปาทานจาริกังคะ.. การเดินบิณฑบาตตามลำดับบ้าน
๕. เอกาสนิกังคะ......... การฉันมื้อเดียว
๖. ปัตตปิณฑิกังคะ...... การฉันอาหารจากบาตร
๗. ขลุปัจฉาภัตติกังคะ. การไม่ฉันอะไรอีกครั้งที่สอง
๘. อารัญญิกังคะ......... การอยู่ป่า
๙. รุกขมูลิกังคะ.......... การอยู่โคนไม้
๑๐. อัพโภกาสิกังคะ.... การอยู่ในที่แจ้ง
๑๑. โสสานิกังคะ......... การอยู่ในป่าช้า
๑๒. ยถาสันถติกังคะ... การอยู่ในเสนาสนะตามที่จัดให้
๑๓. เนสัชชิกังคะ........ การมีอิริยาบถนั่งประจำ
ควรทราบข้ออธิบายธุดงค์เกี่ยวกับลักษณะต่อไปนี้
(๑) ความหมาย......... (๒) ลักษณะ
(๓) การสมาทาน...... (๔) วิธีปฏิบัติ
(๕) ประเภท............ (๖) ความแตก
(๗) อานิสงส์............. (๘) กุสลติกะ
(๙) จำแนกศัพท์....... (๑๐) ความย่อและพิสดาร
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มี.ค. 2549 , 07:04:08 น.] ( IP = 61.91.127.157 : : )
สลักธรรม 2อธิบายความหมาย
(๑) ผ้าที่เปื้อนฝุ่นในที่ต่างๆ เพราะกองหรือวางอยู่บนกองฝุ่น ตามตรอก ป่าช้า หรือกองหยากเยื่อเป็นต้น จึงชื่อว่า ปังสุกูล(ผ้าเปื้อนฝุ่น)
อีกนัยหนึ่ง ผ้าชื่อว่าปังสุกูล เพราะเป็นผ้าที่บุคคลเกลียด หรือเป็นผ้าที่เขาเกลียด ดุจฝุ่น การทรงผ้าปังสุกูลที่กล่าวแล้วเช่นนั้น ชื่อปังสุกูลิยะ การทรงผ้าปังสุกูลเป็นปกติของภิกษุนั้นจึงชื่อว่าปังสุกูลิยะ องค์แห่งภิกษุปังสุกูลิยะชื่อว่าปังสุกูลิกังคะ คำว่าองค์เป็นชื่อการสมาทานความเป็นปังสุกูลิยะแห่งภิกษุนั้น
(๒) การทรงผ้าไตรจีวร กล่าวคือ สังฆาฏิ (ผ้าพาด) อุตตรสงค์(ผ้าจีวร) และอันตรวาสก(ผ้าสบง) เป็นปกติแห่งภิกษุนั้น ชื่อว่า เตจีวริกะ
การสมาทานเตจีวริกะ ชื่อว่า เตจีวริกังคะ
(๓) การตกแห่งภิกษา ชื่อว่า บิณฑบาต อีกนัยหนึ่งการตกลงแห่งก้อนข้าวที่ชนเหล่าอื่นให้แล้ว ชื่อว่า บิณฑบาต กล่าวคือการตกลงในบาตรแห่งก้อนข้าวที่คนอื่นให้
ภิกษุแสวงหา หรือเข้าไปสู่ตระกูลนั้นๆ เพื่อแสวงหาบิณฑบาต ชื่อว่า ปิณฑปาติกะ (ผู้แสวงหาบิณฑบาต) อีกอย่างหนึ่ง การเที่ยวไปเพื่อก้อนข้าวเป็นวัตรของภิกษุนั้น ชื่อว่า ปิณฑปาตี ปิณฑปาตีนั่นแหละชื่อว่าปิณฑปาติกะ
การสมาทานปิณฑปาติกะ ชื่อว่า ปิณฑปาติกังคะ(การสมาทานเที่ยวไปเพื่อก้อนข้าวเป็นวัตร)
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มี.ค. 2549 , 07:05:07 น.] ( IP = 61.91.127.157 : : )
สลักธรรม 3(๔) การขาดตอนเรียกว่า ทานะ การปราศจากทานะชื่อว่าอปทานะ หมายถึงการไม่ขาดตอน
การเที่ยวที่เป็นไปกับอปทานะนั้น ชื่อว่า สปทานะ หมายถึงการเที่ยวไปเว้นจากการขาดตอน คือเที่ยวไปตามลำดับเรือน
การเที่ยวไปโดยปราศจากการขาดตอน เป็นปกติของภิกษุนั้น จึงชื่อว่า สปทานจารี สปทานจารีนั้นเป็นสปทานจาริกะ
การสมาทานสปทานจาริกะนั้น ชื่อว่า สปทานจาริกังคะ
(๕) การฉันที่เดียว ชื่อว่า เอกาสนะ การฉันที่เดียวเป็นปกติของภิกษุนั้นชื่อว่า เอกาสนิกะ
การสมาทานเอกาสนิกะนั้น ชื่อว่า เอกาสนิกังคะ
(๖) ก้อนข้าวจำเพาะในบาตรใบเดียว เพราะงดการใช้ภาชนะอื่นๆ ชื่อว่า ปัตติปิณฑะ หมายถึงการถือเอาก้อนข้าวจำเพาะในบาตร เหตุนั้น ภิกษุนั้นจึงชื่อปัตตปิณฑิกะ (ฉันข้าวเฉพาะบาตร)
การสมาทานปัตติปิณฑิกะนั้น ชื่อว่า ปัตตปิณฑิกังคะโดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มี.ค. 2549 , 07:05:45 น.] ( IP = 61.91.127.157 : : )
สลักธรรม 4(๗) ภัต(อาหาร) ที่ภิกษุได้มาหลังจากหยุดฉันแล้ว ชื่อว่า ปัจฉาภัต การฉันอาหารนั้นก็ชื่อว่า ปัจฉาภัต ดังนั้น การฉันปัจฉาภัตป็นปกติของภิกษุนั้นชื่อว่า ปัจฉาภัตติกะ (ผู้มีการฉันปัจฉาภัตเป็นปกติ) ภิกษุไม่ฉันปัจฉาภัตเป็นปกติ ชื่อว่า ขลุปัจฉาภัตติกะ
นกชนิดหนึ่งชื่อ ขลุ เมื่อคาบเอาผลไม้ได้แล้ว หากบังเอิญว่าผลไม้นั้นตกไปเสีย ก็จะไม่กินผลไม้อื่นอีก ในวันนั้น ภิกษุผู้ปฏิบัติเช่นนั้นจึงชื่อว่า ขลุปัจฉาภัตติกะ (ผู้ไม่ฉันปัจาภัตเป็นปกติเหมือนนกขลุ)
การสมาทานขลุปัจฉาภัตติกะนั้น ชื่อว่า ขลุปัจฉาภัตติกังคะ
(๘) การอยู่ในป่าชื่อว่า อรัญญะ การเข้าอยู่ในป่าเป็นปกติของภิกษุนั้น ชื่อว่า อารัญญิกะ(ผู้เข้าอยู่ในป่าเป็นปกติ)
การสมาทานอารัญญิกะนั้น ชื่อว่า อารัญญิกังคะโดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มี.ค. 2549 , 07:06:15 น.] ( IP = 61.91.127.157 : : )
สลักธรรม 5(๙) การอยู่ที่โคนไม้ ชื่อ รุกขมูล การอยู่ที่โคนไม้เป็นปกติของภิกษุ จึงชื่อว่า รุกขมูลิกะ
การสมาทานรุกขมูลิกะนั้น ชื่อว่า รุกขมูลิกังคะ
(๑๐-๑๑) นัยแห่งอัพโพกาสิสังคะและโสสานิกังคะ ก็ดุจนัยนี้เช่นกัน
(๑๒) เสนาสนะที่จัดไว้แล้ว ชื่อว่า ยถาสันถตะ คำว่า ยถาสันถตะนี้ เป็นชื่อแห่งเสนาสนะที่ภิกษุผู้รับผิดชอบมอบหมายแต่แรก การอยู่ในเสนาสนะที่จัดแล้วเช่นนั้น จึงชื่อว่า ยถาสันถติกะ
การสมาทานยถาสันถติกะนั้น ชื่อว่า ยถาสันถติกังคะ
(๑๓) การที่งดการนอนเสีย และอยู่ด้วยการนั่งเป็นปกติของภิกษุชื่อว่า เนสัชชิกะ
การสมาทานเนสัชชิกะนั้น ชื่อว่า เนสัชชิกังคะ
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [9 มี.ค. 2549 , 07:06:55 น.] ( IP = 61.91.127.157 : : )
สลักธรรม 6ติดตามมาศึกษาต่อ ขอบพระคุณมากค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2549 , 09:11:36 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )
สลักธรรม 7ตามเข้ามาศึกษาทำความเข้าใจต่อค่ะ... ขอบพระคุณค่ะ
โดย เซิ่น [9 มี.ค. 2549 , 21:43:31 น.] ( IP = 58.10.92.182 : : )
สลักธรรม 8มาติดตามความเกี่ยวข้องธุดงค์ค่ะ
ซึ่งทำให้นึกถึง พระมหากัสสป ผู้เป็นเลิศทางธุดงค์ต่อค่ะ
การดำเนินชีวิตด้วยการธุดงค์ต้องใช้ความอดทนและความเพียรอย่างยิ่ง
ขอบพระคุณค่ะโดย น้องอุ๊ [9 มี.ค. 2549 , 21:47:17 น.] ( IP = 125.25.137.29 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |