มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๑๘)




ตอนที่ (๑๗) อ่านที่นี่

ลักษณะแห่งธุดงค์


ธุดงค์ทั้งหมดมีสมาทานเจตนาเป็นลักษณะ ผู้สมาทานได้แก่บุคคล ธรรมเครื่องสมาทานได้แก่จิตและเจตสิก สมาทานเจตนาเป็นตัวธุดงค์ สิ่งที่ห้ามคือข้อปฏิบัติ

ธุดงค์ทั้งหมดนั่นมีการจำกัดความละโมบเป็นหน้าที่ มีการปราศจากความโลเลเป็นผลปรากฏ มีความมักน้อยเป็นต้นเป็นฐานรองรับ

การสมาทานและวิธีปฏิบัติ


เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พึงสมาทานธุดงค์ทั้งหมดจากพระองค์ เมื่อเสด็จปรินิพพานแล้วพึงสมาทานจากพระมหาสาวก เมื่อพระมหาสาวกไม่มี พึงสมาทานจากพระขีณาสพ พระอนาคามี พระโสดาบัน ภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎก ภิกษุผู้ทรงทวิปิฎก ภิกษุผู้ทรงเอกปิฎก ภิกษุทรงนิกายเดียว

พระอรรถกถาจารย์ภิกษุผู้ทรงธุดงค์ เมื่อท่านผู้ทรงธุดงค์ไม่มี พึงกวาดลานพระเจดีย์แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ กล่าวสมาทานเหมือนอย่างกล่าวเฉพาะพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:37:29 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

(๑) การสมาทานปังสุกูลิกังคะ


ภิกษุพึงกล่าวคำสมาทานปังสุกูลิกังคะด้วยคำ ๒ คำ ดังนี้

(๑) คหปติทานจีวรํ ปฏิกฺขิปามิ (ข้าพเจ้างดผ้าอันเป็นของคฤหบดีถวาย) หรือ

(๒) ปํสุกูลิกงฺคํ สมาทิยามิ (ข้าพเจ้าสมาทานวัตรของภิกษุผู้มีการทรงผ้าบังสุกุลเป็นปกติ) การสมาทานปังสุกูลิกังคะถือว่าสำเร็จด้วยคำดังกล่าว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:39:14 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 2

วิธีปฏิบัติ


ภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลพึงยินดีผ้าในลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) โสสานิกะ...... ผ้าทิ้งไว้ที่ป่าช้า
(๒) ปาปณิกะ.......... ผ้าทิ้งอยู่ตามตลาด
(๓) รถิยโจฬะ.......... ผ้าทิ้งอยู่ตามตรอก
(๔) สังการโจฬะ...... ผ้าทิ้งอยู่ที่กองหยากเยื่อ
(๕) โสติยะ............. ผ้าที่เช็ดอนามัยแล้วทิ้ง
(๖) นหานโจฬะ........ ผ้าผลัดอาบน้ำมนต์แล้วทิ้ง
(๗) ติตถโจฬะ......... ผ้าทิ้งอยู่ตามท่าน้ำ
(๘) คตปัจจาคตะ..... ผ้านุ่งไปป่าช้าแล้วทิ้ง
(๙) อัคคิทัฑฒะ....... ผ้าถูกไฟไหม้แล้วทิ้ง
(๑๐) โคขาติยะ........ ผ้าโคเคี้ยวแล้วทิ้ง
(๑๑) อุปจิกาขาติยะ.. ผ้าปลวกกัดแล้วทิ้ง
(๑๒) อุนทูรขาติยะ... ผ้าหนูกัดแล้วทิ้ง
(๑๓) อันตัจฉินนะ....ผ้าขาดริมแล้วทิ้ง
(๑๔) ทสัจฉินนะ..... ผ้าขาดชายแล้วทิ้ง
(๑๕) ธชาหฏะ...... ..ผ้ายกเป็นธงแล้วทิ้ง
(๑๖) ถูปจีวระ......... ผ้าห่มจอมปลวกแล้วทิ้ง
(๑๗) สมณจีวระ...... ผ้าของภิกษุด้วยกัน
(๑๘) อาภิเสกิกะ..... ผ้าทิ้งไว้ที่ราชาภิเษก
(๑๙) อิทธิมยะ........ ผ้าสำเร็จด้วยฤทธิ์
(๒๐) ปันถกะ.......... ผ้าที่ตกอยู่ตามหนทาง
(๒๑) วาตาหฏะ....... ผ้าลมหอบไปไม่มีเจ้าของติดตาม
(๒๒) เทวทัตติยะ..... ผ้าที่เทวดาถวาย
(๒๓) สามุททิยะ...... ผ้าที่คลื่นทะเลซัดขึ้นฝั่ง

เมื่อพระโยคาวจรได้สมาทานธุดงค์แล้วเช่นนี้ พึงถือเอาผ้ามาฉีกเนื้อผ้าที่เปื่อยทิ้งแล้ว ซักเนื้อผ้าที่ยังดีทำเป็นจีวร ทิ้งจีวรผืนเก่าแล้วใช้ต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:41:24 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 3

ข้ออธิบายเพิ่มเติม


บรรดาผ้าเหล่านั้น ผ้าที่ตกอยู่ตามป่าช้า ชื่อว่า โสสานิกะ

ผ้าที่ตกอยู่ตามทางเข้าตลาด ชื่อว่า ปาปณิกะ

ผ้าที่ผู้ต้องการบุญทิ้งลงตามตรอก ทางหน้าต่าง ชื่อว่า รถิยโจฬะ

ผ้าที่เขาใช้เป็นผ้าอนามัย ชื่อว่า โสตถิยะ

พวกหมอผีให้ใครอาบน้ำดำเกล้าแล้วผลัดทิ้งผ้าไป ชื่อ นหานโจฬะ

ผ้าเก่าที่เขาทิ้งไว้ตามท่าอาบน้ำ ชื่อว่า ติตถะโจฬะ

คนผู้ที่ไปป่าช้า กลับมาอาบน้ำแล้วทิ้งผ้าเสีย ชื่อว่า คตปัจจาคตะ

ผ้าที่ถูกไฟไหม้บางส่วน ชื่อว่า อัคคิทัฑฒะ คนผู้ทิ้งผ้าที่ไฟไหม้เสียก็เหมือนกัน

ผ้าอีก ๕ อย่าง มีผ้าที่ชื่อว่า โคขาติยะ เป็นต้นชัดเจนอยู่แล้ว คนทั้งหลายย่อมทิ้งผ้าเช่นนั้นๆ เสียเหมือนกัน เมื่อคนจะขึ้นเรือผูกผ้าเป็นธงไว้แล้วจึงขึ้นไป ชื่อว่า ธชาหฏะ

ภิกษุจะถือเอาผ้านั้น เมื่อสุดสายตาคนเหล่านั้นแล้วก็สมควร ผ้าที่เขาผูกเป็นธงปักไว้ในยุทธภูมิ เมื่อทหารทั้งสองฝ่ายหนีไปแล้ว ภิกษุจะถือเอาผ้านั้นก็สมควร

ผ้าที่เขาห่มจอมปลวก เวลาทำพลีกรรม ชื่อว่า ถูปจีวระ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:42:09 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 4

ผ้าเป็นของภิกษุด้วยกัน ชื่อว่า สมณจีวระ

ผ้าที่เขาทิ้งไว้ในสถานราชาภิเษก ชื่อว่า อาภิเสกิกะ

จีวรของเอหิภิกษุ ชื่อว่า อิทธิมยะ

ผ้าที่ตกอยู่ตามเส้นทาง ชื่อว่า อปันถิกะ

ผ้าที่ตกลงเพราะความหลงลืมสติแห่งเจ้าของ ภิกษุควรรักษาไว้ชั่วคราวแล้วจึงถือเอาผ้าที่ลมพัดไปตกที่ไกล ชื่อว่า วาตาหฏะ เมื่อภิกษุไม่เห็นเจ้าของ จะถือเอาผ้านั้นก็เป็นการสมควร

ผ้าที่เทวดาถวาย ดุจผ้าที่เทวดาถวายแก่พระอนุรุทธเถระ ชื่อว่า เวทัตติยะ

ผ้าที่คลื่นทะเลซัดขึ้นบก ชื่อ สามุททิยะ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:42:47 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 5

ส่วนผ้าที่ทายกกล่าวคำว่า "สังฆัสสะ เทมะ" (ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายแก่สงฆ์) แล้วถวายผ้าที่ภิกษุผู้เที่ยวไปภิกขาได้มานั้น ไม่เป็นผ้าบังสุกุล อนึ่ง แม้ผ้าที่ภิกษุด้วยกันให้นั้น หากผ้าที่ภิกษุเจ้าหน้าที่แจกให้ตามลำดับพรรษา หรือจีวรประจำเสนาสนะ ก็ไม่เป็นผ้าบังสุกุล

บรรดาผ้าบังสุกกุลนั้น ผ้าที่ทายกทอดไว้แทบเท้าภิกษุรูปหนึ่ง แต่ภิกษุนั้นนำไปวางถวายในมือพระปังสุกูลิยะอีกทอดหนึ่ง ชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายเดียว ผ้าที่ทายกวางถวายในมือภิกษุรูปหนึ่ง แล้วภิกษุนั้นนำไปทอดไว้แทบเท้าพระปังสุกูลิยะ ชื่อว่า บริสุทธิ์ฝ่ายเดี่ยวเช่นกัน
ผ้าที่ทายกทอดไว้แทบเท้าภิกษุรูปหนึ่ง และภิกษุนั้นก็ถวายแก่พระปังสุกูลิยะอีกเช่นกัน ชื่อว่าบริสุทธิ์สองฝ่าย ผ้าที่ภิกษุได้มาเพราะทายกวางถวายในมือ แล้วภิกษุนั้นได้นำไปวางถวายในมือของพระปังสุกูลิยะเหมือนกัน ชื่อว่า จีวรบังสุกุลชนิดไม่อุกฤษฎ์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:43:16 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 6

ประเภทแห่งพระปังสุกูลิยะ


พระปังสุกูลิยะมี ๓ จำพวก คือ
(๑) ผู้ถืออย่างหนัก
(๒) ผู้ถืออย่างกลาง
(๓) ผู้ถืออย่างเบา

ภิกษุ ๓ จำพวกนั้น ผู้ถือเอาแต่ผ้าที่ตกอยู่ตามป่าช้าเท่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้ถืออย่างหนัก

ผู้ถือเอาจีวรที่ผู้ปรารถนาบุญ ทอดทิ้งไว้ด้วยคิดว่าบรรพชิดจักถือเอา ชื่อว่าผู้ถืออย่างกลาง

ผู้ถือเอาผ้าที่เขาวางถวายแทบเท้า ชื่อว่าผู้ถืออย่างเบา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:43:39 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 7

ความแตกและอานิสงส์แห่งปังสุกูลิกังคะ


ธุดงค์แห่งพระปังสุกูลิกะทั้ง ๓ จำพวกนั้น ย่อมแตกหรือหมดสภาพ เมื่อท่านนิรดีผ้าที่คฤหัสถ์ถวายตามความชอบใจตน นี้เป็นการหมดสภาพแห่งปังสุกูลิกังคะ

บัณฑิตพึงทราบอานิสงส์ดังต่อไปนี้ คือ

(๑) ได้ปฏิบัติที่สมควรแก่นิสัย ตามบทอนุศาสน์ข้อว่า บรรพชาอาศัยบังสุกุลจีวร
(๒) ได้ตั้งตนอยู่ในอริยวงศ์
(๓) ไม่ต้องลำบากเพราะการรักษา
(๔) ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น
(๕) ไม่กลัวโจรภัย
(๖) ไม่มีตัณหาในการบริโภค
(๗) มีบริขารตามสมควรแก่สมณะ
(๘) มีปัจจัย
...๑. เป็นของเล็กน้อย
...๒. เป็นของหาได้ง่าย
...๓. เป็นของหาโทษมิได้
(๙) เป็นผู้น่าเลื่อมใส
(๑๐) ความมักน้อยเป็นต้นย่อมอำนายผล
(๑๑) สัมมาปฏิบัติเพิ่มพูนขึ้น
(๑๒) ทำให้ชุมชนผู้เกิดในภายหลังได้ตัวอย่าง

ข้อความสรุป


ภิกษุผู้สำรวมทรงผ้าบังสุกุล เพื่อกำจัดมารและเสนามาร ย่อมงดงามดังกษัตริย์ทรงสวมเกราะ แล้วสง่างามที่สนามรบ แต่องค์พระบรมครูของโลกทรงผ้าอย่างดีๆ แห่งชาวกาสี เป็นต้น แล้วมาทรงใช้ผ้าบังสุกุลใครเล่าจะไม่พึงปฏิบัติตาม เมื่อภิกษุระลึกถึงคำปฏิญญาของตน พึงยินดีผ้าบังสุกุล ซึ่งอนุกูลแก่การบำเพ็ญเพียรต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 07:44:50 น.] ( IP = 61.91.127.4 : : )


  สลักธรรม 8

เข้ามาศึกษาหาความรู้ต่อค่ะ ขอบพระคุณมากนะคะที่นำมาฝาก

โดย น้องกิ๊ฟ [10 มี.ค. 2549 , 10:09:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 9

เข้ามาทำความเข้าใจต่อค่ะ…ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [10 มี.ค. 2549 , 13:00:59 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org