มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๓๒)






ตอนที่ (๑๓๑) อ่านที่นี่

ธรรมชาติที่ดองในขันธสันดานของสัตว์ทั้งหลาย ที่เรียกว่า อนุสัยกิเลส นั้นไม่มีใครจะมีความรู้ถึงความจริงอันเร้นลับนี้ได้ ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร มันทำงานอย่างไรกัน เพราะมันนิ่งสงบเงียบไม่ปรากฏในทางใดทางหนึ่งขึ้นมาให้เห็นเลย แต่อาศัยพระสัพพัญญุตญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้พบความจริงอันลึกซึ้งเหล่านี้ จึงได้สั่งสอนให้ประชาชนทั้งหลายได้ทราบแล้วได้ให้บทพิสูจน์ความจริงเหล่านี้เอาไว้พร้อมบริบูรณ์ รอคอยผู้มีปัญญาทั้งหลายหรือผู้ที่ปรารถนาจะพิสูจน์ให้เข้ามาศึกษาหาความรู้ ทั้งในด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติเพื่อให้เห็นจริง

คำว่า อนุสัยกิเลส นั้น มีวจนนัตถะว่า
" สนฺตาเน อนุ อนุ เสนฺตีติ = อนุสยา"
แปลว่า ธรรมชาติเหล่าใดที่นอนเนื่องอยู่ในความสืบต่อแห่งรูปนาม ฉะนั้น ธรรมชาติเหล่านั้นชื่อว่าอนุสัย

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 09:43:10 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ปุถุชนทั้งหลายที่หนาไปด้วยกิเลสอยู่ภายในขันธสันดาน เป็นเสมือนหนึ่งมีพืชเชื้อที่อยู่ภายในเม็ด เช่นเม็ดมะม่วงที่แก่แล้ว ก็ย่อมจะมีธรรมชาติที่แอบแฝงซ่อนร้อนอยู่ภายในเม็ด อันผู้ใดมองเห็นไม่ได้ ตรวจค้นเท่าใดก็ไม่พบ เพราะมองดูหรือแม้จะเอากล้องมาส่องขยายดูก็ไม่สามารถเห็นได้ว่ามีอะไร แต่ถ้าเอาเม็ดมะม่วงนี้มาฝังไว้ในดิน เมื่อมันได้อากาศที่อบอุ่นตามสมควร ได้รับน้ำที่ชุ่มชื้นเหมาะสม ไม่ช้าไม่นานเท่าไรนัก มันก็จะแตกออกมาเป็นลำต้น เป็นใบ เป็นรากของต้นมะม่วง แล้วก็จะเติบโตเป็นต้นใหญ่ขึ้นมาใหม่

พืชเชื้อที่อยู่ในเม็ดมะม่วงที่เรามองไม่เห็น ที่ทำให้ลำต้น ใบ และรากเกิดขึ้นมาได้นั้น ย่อมมีอยู่ในเม็ด หรือเกิดขึ้นมาจากเม็ดอย่างแน่นอน เพราะถ้าเอาเม็ดนี้ไปต้มเสียก่อน ทำลายพืชเชื้อที่จะเกิดเป็นต้นต่อไปเสียแล้ว จะเอาไปปลูกเท่าใดก็จะปลูกไม่ขึ้นเลยเป็นอันขาด

ผมยกเรื่องเม็ดมะม่วงขึ้นมา ก็เพื่อจะเป็นการเปรียบเทียบให้ท่านได้เห็นว่า จิตใจของสัตว์ทั้งหลายนั้นย่อมมีอนุสัยกิเลสซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิดเพียงใด แม้จะมองไม่เห็น แต่เมื่อถูกกระทบกระเทือนแล้วก็จะเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ เช่น ความโลภ ความโกรธที่มีอยู่ในจิตใจอย่างมิดชิด มองเท่าใดก็ไม่เห็นหน้าตามันเลย แต่เมื่อมีใครมาด่าว่า ก็จะโกรธขึ้นมาทันที เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 09:48:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

กิเลสอย่างละเอียดนั้นมีอยู่ ๗ ประการด้วยกัน ผมขอแสดงอย่างย่อๆ พอให้ท่านได้เห็นแนวทาง คือ

๑. กามราคานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความยินดีติดใจในกามคุณารมณ์ องค์ธรรมก็ได้แก่โลภมูลจิตที่เกิดอยู่ในโลภมูลจิต ๘ กามราคานุสัย ได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ เมื่อเห็นรูปที่สวยงามน่ารักก็มีความติดใจผูกพันในรูปที่สวยงามนั้น ดิ้นรนที่จะให้ได้มา จนบางครั้งบังเกิดความเร่าร้อนแก่จิตใจอันเป็นกิเลสอย่างกลางขึ้น

๒. ภวราคานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความติดใจในรูปฌาน อรูปฌาน เป็นต้น องค์ธรรมได้แก่โลภะที่เกิดอยู่ในทิฏฐิคตวิปปยุตจิต ๔

๓. ปฏิฆานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความโกรธ ความเสียใจ ทุกข์ร้อน กังวลห่วงใย องค์ธรรมได้แก่โทสะที่เกิดอยู่ในโทสมูลจิต ๒ ความโกรธหรือความเสียใจนี้ แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจ ดังนั้น เมื่อเวลามีอะไรมากระทบกระเทือนใจเข้าแล้วจึงอดโกรธอดเสียใจไม่ได้ ไม่เหมือนพระอรหันต์ทำลายกิเลสชนิดนี้ออกไปจากจิตใจเสียจนสิ้นแล้ว ใครมากระทบกระเทือนอย่างไร ก็จะโกรธจะเสียใจไม่ได้เลย

๔. มานานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความเย่อหยิ่ง ถือตัว หรืออวดดี องค์ธรรมได้แก่มานเจตสิกที่เกิดอยู่ในทิฏฐิคตวิปปยุตจิต ๔ ธรรมดาบุคคลทั้งหลายย่อมจะยกตีวถือตัวอวดว่าดีกว่าคนอื่น ทั้งนี้ก็เพราะมีพืชเชื้อความยกตัวนี้อยู่ภายในจิตใจ ฉะนั้น จึงได้พยายามเป้นนักหนาที่จะโอ้อวดตัวเองด้วยประการต่างๆ

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 09:51:20 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

๕. ทิฏฐานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความเห็นผิดไม่มีความเข้าใจในเรื่องชีวิต องค์ธรรมได้แก่ทิกฐิเจตสิกที่เกิดอยู่ในทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔

๖. วิจิกิจฉานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน คือความสงสัยลังเลใจในสิ่งที่ควรเชื่อถือ เช่นการเวียนว่ายตายเกิดเป็นต้น องค์ธรรมได้แก่วิจิกิจฉาเจตสิกที่เกิดอยู่ในวิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต

๗. อวิชชานุสัย ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน อันได้แก่ ความโง่ ความหลง ไม่รู้เรื่องของชีวิตตามความเป็นจริง องค์ธรรมได้แก่ โมหเจตสิกที่เกิดอยู่ในอกุศลจิตทั้ง ๑๒

ตามที่ผมได้แสดงมาแล้วถึงอนุสัยทั้ง ๗ ประการ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้แล้วว่า ปุถุชนทั้งหลายย่อมจะมีอยู่ครบบริบูรณ์ทั้ง ๗ ประการ แต่อาจจะมีอันใดอันหนึ่งมีกำลังมากหรือน้อยกว่าอันอื่นๆ ก็ได้ เช่น คนบางคนมีปฏิฆานุสัย คือโทสะร้าย มีเรื่องราวอะไรกระทบใจสักนิดหน่อยก็อดคิดวุ่นวาย อดคิดมากไม่ได้ บางทีก็ถึงนอนไม่หลับ หรือบางคนมีมานานุสัยเป็นใหญ่ ชอบให้ใครมายกย่องชมเชยมากมาย แต่ถ้าใครๆ มาติเตียนแม้แต่นิดหน่อยก็ไม่ชอบใจ เหล่านี้เป็นต้น


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [10 มี.ค. 2549 , 09:51:49 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

เป็นเสมือนหนึ่งมีพืชเชื้อที่อยู่ภายในเม็ดซึ่งสามารถแสดงออกมาซึ่งผลได้เป็นอย่างดีเมื่อมีปัจจัยไปกระตุ้นนะครับท่านอาจารย์

อนุสัยทั้ง ๗ ประการที่มีอยู่ครบในชีวิตปุถุชนน่ากลัวมากจังครับ และก็กำจัดยามมากๆเสียด้วยครับ ต้องอ่านต่อไปเรียนต่อไป และรู้วิธีกำจัดให้ได้นะครับ จะได้กำจัดพืชเชื้อให้หมดไปได้

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และระลึกในพระคุณที่ท่านอาจารย์กรุณามาตลอดเทิดไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2549 , 10:19:14 น.] ( IP = 58.8.69.167 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
อนุสัยเป็นกิเลสอย่างเหนียวแน่นภายในจิตใจที่เราต้องหาวิธีที่จะละลดออกไป

โดย เซิ่น [10 มี.ค. 2549 , 13:00:46 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org