| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๓๓)
ตอนที่ (๑๓๒) อ่านที่นี่
ผมได้บรรยายมาแล้วว่า การทำลายกิเลสต่างๆ ให้ออกจากจิตใจนั้น ถ้าผู้ใดคิดที่จะทำลาย ก็จะทำได้ตามสมควรตามกำลังของการศึกษาเล่าเรียนและการปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ดี ก็จำเป็นที่จะต้องรู้เท่าทัน หรือมีความเข้าใจอยู่บ้าง หาไม่แล้วก็อาจจะไม่บังเกิดผลขึ้นมาเลยก็ได้
การจับผู้ร้ายนั้น จะต้องอาศัยกำลังของตำรวจที่คู่ควรกัน ถ้าเป็นผู้ร้ายที่ใจดำอำมหิต เคยฆ่าคนตายมาแล้ว เฉลียวฉลาดมีความสามารถมากแล้ว เราก็จะต้องอาศัยฝีมือของตำรวจที่มีความสามารถทัดเทียมกัน หรือเหนือกว่า จะเอาตำรวจที่ไม่เคยออกทำงานนอกสถานที่ เคยแต่พิมพ์หนังสืออยู่ที่โต๊ะทำงาน ให้ไปจับผู้ร้ายใจฉกรรจ์เหล่านี้ งานก็ย่อมจะล้มเหลวลงอย่างแน่นอน
การงานปราบกิเลสก็ต้องอาศัยกำลังโดยทำนองเดียวกันนี้ จะต้องหาตัวการปราบกิเลสอันเป็นคู่ปรับที่พอจะฟัดเหวี่ยงกันได้ ให้สมน้ำสมเนื้อกัน ทั้งจะต้องสร้างสมกำลังความสามารถให้เข้มแข็งขึ้นด้วย โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 มี.ค. 2549 , 01:12:18 น.] ( IP = 58.136.205.225 : : )
สลักธรรม 1
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงค้นคว้าพบแล้ว และได้เผยแพร่ไปยังพุทธมามกะทั้งหลาย ถ้าผมกล่าวขึ้นมาเมื่อใด ท่านทั้งหลายก็คงจะจำได้ คือพระองค์ได้สอนให้ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นตัวปราบกิเลสอันเป็นศัตรูร้าย
อำนาจของศีล ใช้ทำลายวีติกมกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกทางกาย ทางวาจา ให้ย่อยยับไป
อำนาจของสมาธิ ใช้ทำลายปริยุฏฐานกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างกลางที่มีจิตใจขุ่นมัวเร่าร้อน ไม่ให้เกิดขึ้นมาได้
อำนาจของปัญญา ใช้ทำลายอนุสัยกิเลส อันเป็นกิเลสอย่างละเอียดที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจให้หลุดถอนออกไปจากจิตได้ โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 มี.ค. 2549 , 01:12:50 น.] ( IP = 58.136.205.225 : : )
สลักธรรม 2
กิเลสอย่างหยาบที่แสดงออกทางกาย ทางวาจา เช่นตบตีหรือด่าทอกันนั้น เราจะใช้สมาธิก็ข่มมันไม่ไหว เพราะออกมาถึงกายหรือวาจาแล้ว ส่วนสมาธินั้นเล่า ก็ไม่อาจที่จะลบล้างกายหรือวาจาที่แสดงออกไปได้ มีอยู่ทางเดียวที่จะไม่ให้ทันเกิดขึ้นมาก็คือ การรักษาศีล เมื่อรักษาศีลแล้ว ก็ไม่อาจจะฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือพูดเท็จได้
กิเลสอย่างกลางที่ทำให้จิตใจขุ่นมัวเศร้าหมอง หรือเร่าร้อน เมื่อใจมันขุ่นมัวทุกข์ร้อน ดิ้นรนกระวนกระวาย ศีลที่รักษาก็ช่วยป้องกันมิให้จิตใจต้องถูกกระทบกระเทือนไม่ไหว แม้กายและวาจาจะมีความสงบอย่างไรเท่าที่ตาเห็น แต่จิตใจนั้นแสนที่จะกลัดกลุ้มรุ่มร้อน ดังนั้น จึงจำจะต้องอาศัยสมาธิเป็นตัวปราบปราม ต้องเอาสมาธิเข้ามาข่มทำให้จิตใจสงบระงับมีอารมณ์เป็นอันเดียวเสีย
กิเลสอย่างละเอียดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจนั้น เราจะใช้ศีลเข้าทำลายศีลท่รักษาไม่ให้ก้าวล่วงเข้ามาในอกุศล คือ ทำให้กายวาจาเรียบร้อยนั้น ก็ไม่มีความสามารถเข้าทำลายได้ ครั้นจะใช้สมาธิเข้าข่ม สมาธินั้นก็ได้แต่ทำให้จิตใจสงบระงับไม่ซัดส่ายไปมา หามีความสามารถที่จะทำลายอนุสัยกิเลสอรยในขันธสันดานได้ไม่ ด้วยเหตุที่ศีลและสมาธิทำลายกิเลสอย่างละเอียดไม่ได้นี่เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนให้สร้างปัญญาให้เกิดขึ้นเพื่อทำลายอนุสัยกิเลส คือกิเลสอย่างละเอียดนั้นเสีย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 มี.ค. 2549 , 01:13:14 น.] ( IP = 58.136.205.225 : : )
สลักธรรม 3
สำหรับการศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชวิตจากพระอภิธรรมปิฎก ดังที่ท่านกำลังศึกษาอยู่นี้ เป็นการเสริมสร้างปัญญาให้เกิดมีขึ้นในตน ให้ได้เห็นความจริงว่า กรรมนั้นคืออะไร ผลของกรรมที่ได้ทำเอาไว้แล้วมีความสามารถก่อให้เกิดผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้าอย่างไร สัตว์ทั้งหลายเมื่อล้มตายลงแล้ว ถ้ากิเลสยังมิได้สิ้นก็จะต้องเกิดในภพชาติต่อๆ ไป อีกอย่างแน่นอน
การศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกนั้น เป็นการสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นมาเหมือนกัน แต่เป็นสุตมยปัญญา และจินตามยปัญญา อันเป็นปัญญาจากการฟัง การศึกษา และการพิจารณา ปัญญาชนิดนี้ก็มีความสามารถประหาณกิเลสที่มีอยู่ในจิตใจได้เป็นตทังคปหาน คือทำลายกิเลสลงได้เป็นคราวๆ ทำให้กิเลสอย่างหยาบเกิดขึ้นมาได้ยาก จึงไม่กล้าใช้กิริยาวาจาที่หยาบออกไป แม้จิตใจที่เคยเร่าร้อนก็สงบระงับลงไปมากกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
และกิเลสอย่างละเอียดก็โดนกระทบกระเทือนหวั่นไหว ตัวการก่อให้เกิดความพลุ่งพล่านเร่าร้อนก็จะสงบระงับลงได้เป็นอันมาก ความคิดอ่านและการกระทำก็จะได้ถูกหันเหไปในทิศทางที่ไม่มีอันตราย จิตใจก็จะมีความเยือกเย็นแจ่มใส ได้รับความสุขความสบายยิ่งกว่าเดิมโดยมิได้รู้สึกตัวว่าเป็นผลอันเกิดขึ้นมาจากการศึกษาเรื่องราวของชีวิตเข้าใจ ไม่ได้เคี่ยวเข็ญหามาจากที่ไหนอย่างที่ใครๆ เขาท่องเที่ยวไปแสวงหา โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 มี.ค. 2549 , 01:13:42 น.] ( IP = 58.136.205.225 : : )
สลักธรรม 4
ส่วนปัญญาอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า ภาวนามยปัญญา เป็นปัญญาอันเกิดขึ้นมาจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ผู้ปฏิบัติจะเกิดปัญญาขึ้นมาทำการประหาณกิเลสอย่างละเอียดให้เด็ดขาดลงได้ในทันที ทั้งกิเลสที่ประหาณลงไปแล้วจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นมาใหม่ได้อีกเลย ในขณะนี้จิตจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ ผู้ใช้ปัญญาชนิดนี้ประหาณกิเลสลงได้ในพระพุทะศาสนาเรียกชื่อว่า เป็นอริยบุคคล เป็นบุคคลผู้ประเสริฐเพราะห่างไกลจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง
ท่านนักศึกษาทั้งหลาย บัดนี้เวลาแห่งการบรรยายก็ได้ล่วงเลยไปแล้ว ผมก็ได้รวบรัดให้การบรรยายจบเรื่องของอกุศลกรรมบถ ผมก้หวังว่าคงจะพาให้ท่านทั้งหลายให้บังเกิดความเข้าใจได้พอสมสวร สำหรับในวันนี้ผมของงดคำถามด้วยเวลาได้มดลงไปเสียแล้ว ขอเชิญท่านพบหันใหม่ในคราวหน้า ขอความเจริญ ความผาสุก และความมีปัญญา พึงบังเกิดมีแก่ท่านนักศึกษาทุกท่าน
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [11 มี.ค. 2549 , 01:14:04 น.] ( IP = 58.136.205.225 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
โดย น้องอุ๊ [13 มี.ค. 2549 , 12:33:24 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.147.69 )
สลักธรรม 6มาติดตามต่อค่ะ..กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
โดย เซิ่น [13 มี.ค. 2549 , 21:58:11 น.] ( IP = 58.10.88.69 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |