| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๓๗)
ตอนที่ (๑๓๖) อ่านที่นี่
เมื่อผมได้แสดงถึงเหตุว่าเป็นตัวการทำให้ผลเกิด คือเรื่องเหตุที่ประกอบด้วยบาปด้วยบุญแล้ว ผมก็เห็นว่าควรทำความเข้าใจให้ท่านนักศึกษาเข้าใจถึง เหตุอีกประการหนึ่งที่เรียกว่า อุปปัตติเหตุ ซึ่งได้แก่ เหตุให้เกิด หรือ เหตุประจวบ อีกตัวหนึ่ง ซึ่งเหตุชนิดหลังนี้มิได้เป็นบาปหรือเป็นบุญประการใด
คำว่าอุปปัติเหตุนั้น คนโดยมากมักจะเข้าใจไปว่า เป็นเรื่องอันตรายที่ได้รับต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุรถยนต์คว่ำบาดเจ็บกันมาก อุบัติเหตุเครื่องบินตกผู้โดยสารตายเรียบ อุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถ ๓ ล้อ เหล่านี้เป็นต้น
คำว่า อุปปัติเหตุ นั้น แปลว่าเหตุให้เกิด หรือแปลว่าเหตุประจวบ ไม่ใช่อุบัติเหตุรถคว่ำ เครื่องบินตก ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ตามที่คนทั้งหลายทั่วไปเข้าใจกัน
เหตุตัวนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผลเกิดขึ้นมาได้เหมือนกัน แต่ไม่มีบาปหรือบุญเข้าประกอบด้วยเลย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [16 มี.ค. 2549 , 08:12:49 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1
ท่านนักศึกษาลองคิดดูว่า เราเห็นรูปได้อย่างไร เมื่อเรามองตรงออกไปข้างหน้า เหตุใดเราจึงได้เห็นเป็นต้นไม้ใบหญ้า เห็นรูปลักษณะและสีสรรวรรณะของมันได้ หรือเมื่อเรานั่งอยู่ดี ๆ บางทีเราก็ได้ยินเสียงต่าง ๆ เช่นเสียงพูดชมเชย หรือได้ยินเป็นเสียงดนตรีอันไพเราะ
และในบางครั้งเราก็นอนอยู่เฉย ๆ ในเวลากลางคืน เหตุใดหรือด้วยเหตุผลกลใดเราจึงได้คิดในเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมาได้ เรื่องเหล่านี้มันจะต้องมีกลไกทำงานกันอย่างสลับซับซ้อน ละเอียดลออนั้น สิ่งนั้นคืออะไรและมันทำงานอย่างไรกัน
ถ้าเราจะตอบคำถามว่า เราเห็นรูปได้อย่างไร ได้ยินเสียงได้อย่างไร รูปและเสียงมาปรากฏที่ตา ที่หู อาศัยเหตุอะไร และเมื่อมันได้มาปรากฏแล้ว มันทำงานอะไรกันบ้าง เราผู้มีความรู้วิชาการทางโลกมามาก ๆ ก็คงจะตอบคำถามนี้ได้ด้วยความยากลำบากอยู่เหมือนกัน โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [16 มี.ค. 2549 , 08:15:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
การเห็นรูป หรือได้ยินเสียงได้อย่างไร ถ้าจะอธิบายในวิชาการทางโลกก็ไม่ใช่อธิบายกันง่าย ๆ ยิ่งตั้งคำถามลงไปอีกด้วยว่า ในขณะเห็นหรือได้ยินดังกล่าวนั้น จิตใจมันทำอะไรกันด้วยแล้วก็ยิ่งจะให้คำตอบไม่ได้เลย
แต่ในพระอภิธรรมปิฎกแสดงเรื่องนี้เอาไว้โดยละเอียดลออพิสดาร ผู้ศึกษาจะได้ทราบว่า ทั้งรูปทั้งนามมันทำงานอะไรกันบ้าง ในขณะที่กำลังเห็น กำลังได้ยิน แม้ในขณะที่กำลังตื่น ในขณะที่กำลังหลัง หรือแม้ในขณะที่กำลังฝันอยู่นั้น ทั้งรู้ทั้งนามทำงานอะไรกัน
สำหรับในขณะนี้ ผมกำลังพูดถึงเรื่องเหตุหรือปฐมเหตุ ซึ่งผมก็จะยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเล็กน้อยพอให้ท่านได้เข้าใจหนทางเบื้องต้นเอาไว้ว่า ในขณะเห็นและได้ยินนั้น มีเหตุอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง จึงได้รู้สึก "เห็น" และ "ได้ยิน" ขึ้นมาได้ ผมได้กล่าวมาแล้วว่า คำว่าเหตุนั้น มี ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ เรียก สัมปยุตตเหตุได้แก่จิตที่มีเหตุประกอบ คือจิตประกอบด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง หรือความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง รวมเป็นจิตที่ประกอบด้วยเหตุทั้ง ๖ ประการ เช่นเกิดความโลภ หรือเกิดความโกรธขึ้นมาประการใดประการหนึ่ง เป็นต้น
ประการที่ ๒ เรียก อุปปัตติเหตุ ได้แก่เหตุที่ให้เกิด หรือเหตุประจวบ เหตุชนิดนี้ไม่มีบาปหรือบุญเกิดขึ้น เป็นเหตุที่ให้เกิดหรือเป็นเหตุประจวบ อันจะก่อให้เกิดการเห็น การได้ยิน เป็นต้นขึ้นมาได้
ดังนี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า การเห็น หรือการได้ยินที่จะเกิดขึ้นมาได้นั้นจึงมิได้เป็นการบังเอิญ หรือมิได้มีใครมาดลบันดาบให้การเห็น การได้ยินเกิดขึ้นมา หากแต่ว่าอาศัยเหตุทำให้เกิด หรืออาศัยเหตุมาประจวบเข้าพอดี
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [16 มี.ค. 2549 , 08:16:10 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3
อุปปัตติเหตุ เหตุให้เกิดจักขุวิญญาณ หรือการเห็นจะเกิดขึ้น ต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ คือ
๑. จักขุปสาทรูป ได้แก่ ประสาทตา ๒. รูปารมณ์ ได้แก่ คลื่นของแสงที่นะท้อนมากระทบกับตา ๓. อาโลกะ ได้แก่ แสงสว่าง ๔. มนสิการ ได้แก่ มนสิการเจตสิก (คือมีจิตเข้าร่วมประชุมด้วย)
เมื่อเหตุทั้ง ๔ ประการนี้มาประชุม หรือมาประจวบพร้อมกันเข้าแล้ว การเห็นจะเกิดขึ้น
เหตุทั้ง ๔ ประการนี้ จะขาดประการใดประการหนึ่งเสียมิได้ ต้องอาศัยเหตุมาประชุมจริงๆ ไม่มีใครสร้างสรรค์ให้การเห็นเกิดขึ้นมาได้ หรือการเห็นจะเกิดขึ้นมาเองเฉยๆ และถ้าเหตุทั้ง ๔ ประการนี้ มาประชุมพร้อมกันเข้าแล้ว จะต้องมีการ"เห็น" อย่างแน่นอน จะปฏิเสธว่าไม่เห็นไม่ได้เลย
แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ รู้สึก "เห็น" เฉยๆ เท่านั้น ยังมิได้เป็นคน เป็นสัตว์ หรือเป็นสิ่งของอะไร ทั้งบาปหรือบุญก็ยังมิได้เกิดขึ้นมาในขณะจิตที่กำลังเห็นนี้เลย
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [16 มี.ค. 2549 , 08:17:12 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4
อุปปัตติเหตุ เหตุให้เกิดโสตวิญญาณ คือการได้ยินจะเกิดขึ้น ต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ คือ
๑. โสตปสาทรูป ได้แก่ ประสาทหู ๒. สัททารมณ์ ได้แก่ คลื่นของเสียงที่เข้ามากระทบหู ๓. วิวรากาส ได้แก่ ช่องว่างในหู ๔. มนสิการ ได้แก่ มนสิการเจตสิก (คือมีจิตเข้าร่วมประชุมด้วย)
เมื่อมีเหตุทั้ง ๔ ประการนี้ มาประชุมหรือมาประจวบพร้อมกันเข้าแล้ว การได้ยินก็จะเกิดขึ้น
เหตุทั้ง ๔ ประการนี้ จะขาดประการหนึ่งประการใดเสียมิได้ ต้องอาศัยเหตุมาประชุมกันจริงๆ ไม่มีใครสร้างให้การได้ยินเกิดขึ้นมาได้ หรือการได้ยินจะเกิดขึ้นมาได้เองเฉยๆ และถ้าเหตุทั้ง ๔ ประการนี้ มาประชุมพร้อมกันเข้าแล้ว จะต้องมีการ "ได้ยิน" อย่างแน่นอน จะปฏิเสธว่าไม่ได้ยินไม่ได้เลย
แต่อย่างไรก็ดี ในขณะนี้รู้สึก "ได้ยิน" เฉยๆ เท่านั้น ยังมิได้ยินเป็นเสียงคน เป็นเสียงสัตว์ หรือเป็นเสียงที่มีความหมายอะไร ทั้งบาปและบุญก็ยังไม่ได้เกิดขึ้นมาในขณะนี้ด้วย
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [16 มี.ค. 2549 , 08:47:26 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5ตามอ่านความลึกซึ้งของคำว่าอุปปัตติเหตุ ครับท่านอาจารย์ ซึ่งเป็นคำที่ให้ผลได้อย่างมหัศจรรย์เลยครับ นี่ถ้าไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาบ้างแล้ว ผมก็คงจะงงไม่น้อยเลยครับท่านอาจารย์
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ในคำอธิบาย และระลึกในพระคุณไว้เหนือเกล้าเสมอครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [16 มี.ค. 2549 , 09:13:54 น.] ( IP = 58.8.69.195 : : )
สลักธรรม 6มาทำความเข้าใจกับคำว่า อุปปัตติเหตุ ค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [16 มี.ค. 2549 , 12:36:11 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |