| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แสงสว่างของชีวิต (๑๓๘)
ตอนที่ (๑๓๗) อ่านที่นี่
นอกจากอารมณ์จะเกิดขึ้นทางตา ทางหู ดังกล่าวแล้ว ทางทวารอื่นๆ เช่น ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ ก็จะต้องอาศัยเหตุมาประชุมหรือเหตุมาทำให้เกิดทั้งนั้น และเหตุที่ทำให้เกิดการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรู้รส รู้สึกสัมผัส และนึกคิดนั้น เรียกตามภาษาธรรมะว่า อุปปัตติเหตุ อันหมายถึงเหตุที่มาประชุม เหตุที่ประจวบ หรือเหตุให้เกิด ซึ่งมิได้มีบาปหรือบุญประการใด
ตามที่ผมได้แสดงมาแล้ว เป็นการอธิบายเรื่องเห็น เรื่องได้ยิน ให้ท่านนักศึกษาฟังเล็กน้อยพอเป็นพื้นฐาน พอเป็นแนวทาง รายละเอียดยังมีอีกมากมายนัก ที่ท่านจะได้ศึกษาต่อไป ถึงการงานของรูปและการงานของจิตใจโดยพิสดาร
ผมยกเรื่องราวมาให้ฟังย่อๆ แล้วท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่า ธรรมชาติทั้งหลายในโลกนี้จะเกิดขึ้นมาได้ ก็จำเป็นต้องอาศัยเหตุเป็นแดนเกิด ถ้าหากว่ามิได้มีเหตุแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะมีขึ้นมาไม่ได้ พระพุทธศาสนาไม่มีการดลบันดาลให้อะไรๆ เกิดขึ้นมา แม้การเห็นการได้ยินก็ตาม ทั้งพระพุทธศาสนาไม่มีการบังเอิญ เช่นบังเอิญเกิดสิ่งนั้น บังเอิญพบคนนี้
อย่างไรก็ดี ผลที่ปรากฏเกิดขึ้นมานั้น จะต้องอาศัยเหตุจึงจะเกิดขึ้นมาได้ แต่เหตุที่จะให้เกิดเป็นบาปเป็นบุญก็มี เหตุที่ไม่บาปไม่บุญก็มี
๑. เหตุที่เป็นบาปเป็นบุญ เรียกว่า สัมปยุตตเหตุ คือ เหตุประกอบ เหตุชนิดนี้ประกอบด้วย ความโลภ ความโกรธ ความหลง อันเป็นเหตุบาป และความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง อันเป็นเหตุบุญ รวมทั้งสิ้นเป็น ๖ เหตุด้วยกัน
๒. เหตุที่ไม่บาป ไม่เป็นบุญ เรียกว่า อุปปัตติเหตุ คือ เหตุให้เกิด หรือเหตุประจวบ เพราะแต่ละเหตุมาประชุมกันแล้ว ทำให้เกิดการเห็น การได้ยิน เป็นต้น ขึ้นมาได้
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 มี.ค. 2549 , 08:50:58 น.] ( IP = 203.172.117.98 : : )
สลักธรรม 1
ตามที่ผมได้บรรยายมาถึงเหตุต่างๆ หลายเหตุ ก็เพื่อจะให้ท่านนักศึกษาบังเกิดความเข้าใจดี เข้าใจอย่างกว้างขวางด้วย ทั้งเพื่อจะให้ได้เปรียบเทียบกับเหตุตามที่กล่าวมาแล้วตั้งแต่ตอนต้นด้วยว่า อเหตุกจิต นั้น แตกต่างกับเหตุทั้ง ๒ ประการดังกล่าวมาอย่างไรบ้าง
อเหตุกจิต เป็นจิตที่มิได้เป็นบาปหรือเป็นบุญเพราะมิได้ประกอบด้วยเหตุบาปหรือเหตุบุญ ไม่มีอกุศล โลภะ, โทสะ, โมหะ เข้าประกอบ และไม่มีอกุศล อโลภะ, อโทสะ, อโมหะ เข้าประกอบ
หากแต่ว่าเป็นจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นผลของบาป ของบุญ ที่ได้ทำเอาไว้กับจิตอีกประเภทหนึ่งที่เป็นกิริยา สักแต่ว่ากระทำลงไป อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นจิตประเภทไหนก็จะต้องเกิดขึ้นมาโดยอาศัยเหตุประกอบ หรือเหตุประจวบ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 มี.ค. 2549 , 08:52:07 น.] ( IP = 203.172.117.98 : : )
สลักธรรม 2
อเหตุกจิต เป็นจิตที่ไม่ประกอบด้วยเหตุที่เป็นบาปและเป็นบุญ มีอยู่ ๑๘ ประเภท แบ่งออกตามที่แสดงไว้ในคาถาสังคหะได้ ๓ จำพวก
สตฺตากุสลปากานิ ปุญฺญปากานิ อฏฺฐธา
กิริยจิตฺตานิ ตีณีติ อฏฺฐารส อเหตุกาฯ
แปลความว่า อกุศลวิปากจิต ๗ อเหตุกกุศลวิปากจิต ๘ อเหตุกิริยา ๓ รวมจิต ๑๘ ดวงนี้ เป็น "อเหตุกจิต"
อกุศลวิปากจิต ๗
หมายถึงจิตที่เป็นผลของอกุศลกรรมที่ได้กระทำบาปหรือกระทำชั่ว มีการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น เอาไว้ตั้งแต่อดีต บาปเหล่านั้นไม่สูญหายไปไหน ยังสั่งสมเอาไว้ภายในจิตนั่นเอง มีโอกาสเมื่อใดมันก็คอยที่จะสนองตอบต่อผู้ที่กระทำ ให้ได้รับผลเป็นอกุศลวิปากจิต ๗ ประเภท มีเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส ถูกต้อง และพิจารณาอารมณ์ที่เป็นฝ่ายอกุศล และอารมณ์ที่ได้รับนั้นๆ จะไม่ดีจะไม่เป็นที่ถูกใจต่างๆ นานา
ผู้เสพอารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นเมื่อปราศจากการศึกษาในเรื่องของชีวิตจากปรมัตถปิฎกให้บังเกิดความเข้าใจ จึงได้หลงเข้าใจผิดแล้วคิดว่า การเห็น การได้ยิน ที่ไม่ถูกใจของตนนั้น เกิดจากสิ่งนั้นบ้างสิ่งนี้บ้าง โทษคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง บางทีก็โทษว่าดวงของตนไม่ดีก็มี ร้ายกว่านั้นบางคนโทษเทพยดาฟ้าดินว่า มาบันดาลให้ตนได้เห็น ได้ยินในสิ่งที่ตนไม่ชอบเข้าก็ได้
เมื่อไม่เห็นโทษของตน ไม่เห็นโทษซึ่งเป็นผลจากอกุศลกรรมที่ตนได้กระทำมาในอดีต แต่คิดว่าผลเหล่านั้นมาจากผู้อื่น จึงได้ครุ่นคิดแต่ในเรื่องร้าย เฝ้าคิดแต่ความเศร้าโศกเสียใจ ทุกข์ร้อน เฝ้าคิดแต่ความไม่สมหวังที่เข้าใจว่าผู้อื่นได้กระทำให้แก่ตน บางครั้งถึงเคียดแค้นพยาบาท อาฆาตจองเวรกันไม่รู้แล้วรู้รอด ผู้ที่ไม่สมหวังบางคนก็พร่ำพรรณนาว่า ทำดีแล้วไม่ได้ดี ทำชั่วแต่กลับได้ดี
บางคนแก้ไขปัญหาให้แก่ตนเองไม่ได้ จึงเจ็บป่วยเรื้อรังไม่รู้จักหาย บางทีก็ถึงล้มตายลงไปก็มี ทั้งนี้ก็เนื่องจากไม่ยอมศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎก จึงเข้าถึงเหตุผลอันลึกซึ้งไม่ได้ ความทุกข์ยากลำบากทั้งหลายจึงได้เกิดขึ้นอยู่เสมอมิได้สร่างซา โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 มี.ค. 2549 , 08:52:45 น.] ( IP = 203.172.117.98 : : )
สลักธรรม 3
อเหตุกกุศลวิปากจิต ๘
จิตเหล่านี้เป็นผลของกุศลกรรม เช่น ทำบุญ ให้ทาน เป็นต้น มาแล้วในอดีต กรรมดีเหล่านี้เอง ย่อมจะไม่สูญหายไปไหน หากแต่ได้เก็บเอาไว้ในจิตใจ คอยโอกาสที่จะได้สนองแก่ผู้กระทำให้ได้รับผลเป็นอเหตุกกุศลวิปากจิต ๘ ทำให้ได้รับผลดีต่างๆ เช่น การเห็น การได้ยินที่ดีๆ ที่ชอบใจเป็นต้น
ผู้ที่ไม่ยอมศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ เมื่อได้รับผลดีต่างๆ ตามที่ต้องการ ก็มีความกำเริบก่อให้เกิดโลภะมากขึ้น จนอาจก่อให้เกิดความอวดดื้อ ถือดี ยกตนข่มท่าน คิดว่าตนนั้นมีโชค มีพรสวรรค์ มีความสามารถ มีดวงดี หรือคิดว่า มีเทพเจ้ามาบันดาลให้แก่ตน หรือเป็นการบังเอิญเท่านั้นเอง เห็นว่าตนนั้นเป็นผู้วิเศษ แต่ความจริงนั้นส่วนใหญ่มาจากกุศลวิปากที่ตนได้กระทำเอาไว้แล้วในอดีต โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 มี.ค. 2549 , 08:53:06 น.] ( IP = 203.172.117.98 : : )
สลักธรรม 4
อเหตุกกิริยาจิต ๓
จิตทั้ง ๓ ประเภทนี้ มิได้เป็นผลของกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม เหมือนกับที่ได้กล่าวมาแล้ว ๑๕ ประเภท ทั้งมิใช่เป็นจิตฝ่ายกุศลหรือฝ่ายอกุศลด้วย แต่เป็นจิตทำหน้าที่ของตนเป็นตัวเปิดประตูให้อารมณ์เกิด คือทำให้จิตเกิดความรู้สึก "เห็น" "ได้ยิน" และการตัดสินอารมณ์ เป็นต้น
นอกจากนั้น ยังเป็นจิตโดยเฉพาะของพระอรหันต์ ที่เกิดขึ้นในขณะที่ยิ้มเมื่อกระทบกับอารมณ์ที่ไม่ดี เป็นจิตยิ้มที่ไม่มีสาเหตุโลภะเข้าหนุนเนื่องให้เกิดขึ้นได้ ด้วยเหตุที่พระอรหันต์ทำลายกิเลสต่างๆ ที่มีอยู่ในจิตใจเสียหมดสิ้น ไม่เหมือนการยิ้มแย้มของบุคคลทั้งหลายที่ยังมีกิเลสแอบแฝงอยู่ภายในใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [17 มี.ค. 2549 , 08:53:33 น.] ( IP = 203.172.117.98 : : )
สลักธรรม 5วันนี้ยิ่งทวีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเลยครับท่านอาจารย์ เพราะทุกครั้งที่พูดถึงอเหตุกจิตที่ไร ผมจะนึกถึงผังภาพจิต ที่เป็น + + - - ตามที่จดจำไว้ได้แม่นว่าเป็นผังจิตที่ท่านพระครูศรีโชติญานที่สอนไว้ แล้วก็รู้ได้ว่า อเหตุกจิตอยู่ตำแหน่งไหนในแผนผังนั้นครับ
แต่คราวนี้อ่านที่อาจารย์อธิบายแล้ว นอกจากมีภาพทางใจเกิดขึ้นตรงตำแหน่งแล้วยังได้รู้ถึงเหตุอะไรบ้างที่ทำให้ผลปรากฏ คือเป็นอเหตุกจิตนั่นเองครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ และเทิดพระคุณล้นเกล้าครับ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [17 มี.ค. 2549 , 09:31:41 น.] ( IP = 58.8.95.138 : : )
สลักธรรม 6มาอ่านเพื่อทำความเข้าใจอเหตุกจิต ต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะโดย เซิ่น [17 มี.ค. 2549 , 12:47:43 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |