มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๓๙)






ตอนที่ (๑๓๘) อ่านที่นี่


จิตทั้ง ๑๘ ประเภทนี้ เรียกว่า อเหตุกจิต เป็นอกุศล ๗ ประเภท เป็นกุศล ๘ ประเภท และเป็นกิริยาอีก ๓ ประเภท ทั้งหมดเหล่านี้ ก็คงจะก่อความยุ่งยากใจให้แก่ท่านนักศึกษาบ้าง ขออย่าได้เป็นห่วงเลยเพราะผมเพียงแต่เอาหัวข้อมาอธิบายย่อๆ เท่านั้น บางทีจะยังเข้าใจไม่ดีในขณะนี้ แต่ถ้าท่านจะได้ศึกษาถึงรายละเอียดต่อไปแต่ละตัวๆ ทั้ง ๑๘ ตัวว่า ทำการงานกันอย่างไรแล้ว ก็จะเห็นว่าไม่ยากเท่าใดนัก วันนี้ขอให้ทำความเข้าใจแต่เพียงว่า อเหตุกจิตนั้น เป็นจิตที่มิได้ประกอบด้วยเหตุบาป คือความโลภ ความโกรธ ความหลง มิได้ประกอบด้วยเหตุบุญ คือความไม่โลภ ความไม่โกรธ ความไม่หลง เพราะเป็นจิตประเภทหนึ่งที่เป็นผลของการทำบาป ผลของการทำบุญ และกริยาที่สักแต่ว่ากระทำลงไปเท่านั้น

มีอยู่อีกข้อหนึ่งที่ผมคิดว่า ท่านนักศึกษาคงจะมีความสงสัย เพราะอเหตุกจิตที่เป็นผลของฝ่ายบาปนั้น ใช้คำว่า อกุศลวิปากจิต ๗ แต่ส่วนอเหตุกจิตที่เป็นผลของฝ่ายบุญกลับใช้คำว่า อเหตุกกุศลวิปากจิต ๘ (บาปไม่มีคำว่าอเหตุกะ) เหตุใดอเหตุกจิตที่เป็นผลของบาปนั้นจึงไม่ใช้ อเหตุกอกุศลวิปากจิต ส่วนบุญกลับมาใช้ อเตุกกุศลวิปากจิต

ทั้งนี้ก็เพราะว่า อกุศลวิปากจิตมีแต่ในหมวดอเหตุกจิตนี้แห่งเดียว จึงไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าอเหตุกะกำกับลงไปด้วย ส่วนกุศลวิปากจิต และกิริยาจิต มีทั้งหมวดอเหตุกจิตและในหมวดอื่นๆ อีก เฉพาะหมวดนี้เป็นอเหตุกจิต จึงต้องมีอเหตุกะกำกับลงไป หาไม่แล้วก็จะไปซ้ำกันกับในหมวดอื่น

ในวันข้างหน้าต่อไป ท่านนักศึกษาจะได้ทราบถึงจิตอีกหมวดหนึ่ง เรียกว่า สเหตุกจิต เป็นจิตที่ประกอบด้วยเหตุ จะเป็นเหตุที่เป็นบาปหรือเหตุที่เป็นบุญก็ตาม จิตที่เป็นสเหตุกะ ประกอบด้วยเหตุนี้มีกำลังมาก แต่อเหตุกจิตนั้นเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน เปรียบเหมือนผู้ที่มีกำลังแข็งแรงกับผู้ที่มีกำลังน้อย หรือเหมือนกับต้นไม้ที่มีรากแก้วกับที่ไม่มีรากแก้ว สำหรับรายละเอียดเหล่านี้ท่านนักศึกษาก็จะได้ทราบในวันข้างหน้าเมื่อศึกษาเข้าไปถึงเรื่องนั้นโดยตรง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [18 มี.ค. 2549 , 07:33:29 น.] ( IP = 58.136.205.140 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในวันนี้ ผมคิดว่าควรจะให้ท่านศึกษาเพียงเท่านี้ก่อน ถ้าเพิ่มบทเรียนให้มากขึ้นแล้ว ก็จะทำให้ยุ่งยากมากขึ้น แล้วจะทำให้จำไม่ได้ดีด้วย ต่อจากนี้ไปท่านผู้ใดจะมีคำถามอะไรบ้าง ผมก็พร้อมอยู่แล้วที่จะตอบคำถามเหล่านั้น

ถาม เพราะเหตุใด อเหตุกจิตจึงได้มีจำนวนเพียง ๑๘ เท่านั้น

ตอบ ก็เพราะมันมีอยู่เท่านั้น เหมือนกับท่านนักศึกษาจะถามผมว่า ทำไมคนเราจึงมีตา ๒ ดวง และมีหู ๒ หู ทำไมจึงไม่มากหรือไม่น้อยไปกว่านี้

อเหตุกะจำแนกออกเป็นอกุศลวิปากจิต ๗ อเหตุกกุศลวิปากจิต ๘ และอเหตุกกิริยาจิต ๓ รวมเป็น ๑๘


ถาม อเหตุกจิตนั้น เป็นจิตที่บังเกิดมีแก่ทุกๆ คนหรือไม่ เช่น พระอรหันต์ และมันทำงานอะไรกันบ้าง ในขณะไหน

ตอบ อเหตุกจิตนั้น จะเกิดแก่จิตของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์และเทวดา ยกเว้นอเหตุกกิริยาหสิตุปปาท ที่เป็นจิตยิ้มแย้มของพระอรหันต์ โดยเฉพาะเท่านั้น ที่เกิดแก่บุคคลอื่นไม่ได้

ส่วนการงานของอเหตุกจิตนั้น ผมจะต้องของดเอาไว้ก่อน เพราะจะได้เอาไปแสดงในคราวหน้า ด้วยเป็นเรื่องออกจะยืดยาว

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [18 มี.ค. 2549 , 07:34:17 น.] ( IP = 58.136.205.140 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม ศาสนาได้แก่คำสอนของศาสดาต่างๆ มีหลายศาสนาด้วยกัน อาจารย์คิดว่า ศาสนาพุทธมีคำสอนที่ประเสริฐกว่าศาสนาอื่นๆ หรือไม่

ตอบ ศาสนาทั้งหลายส่วนมากก็ได้บัญญัติคำสอนที่ดี มีประโยชน์มากเอาไว้ เพื่อหวังว่าจะให้ประชาชนได้รับความสุขสบาย เท่าที่กำลังความสามารถของตนจะกระทำลงไปได้ แต่อย่างไรก็ดี จะให้ศาสดาของแต่ละศาสนามีคำสอนที่ดีที่สุด มีประโยชน์แก่ผู้นับถือมากที่สุดเหมือนๆ กันทุกๆ ศาสนาแล้วก็เป็นไปไม่ได้ ก็ย่อมจะมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง มีประดยชน์แก่ชีวิตมากหรือมากที่สุดแตกต่างกัน

ส่วนการที่จะให้ผมประกาสออกไปว่า พระพุทธศาสนานั้นดีที่สุด สำคัญที่สุดประเสริฐที่สุดกว่าศาสนาอื่นๆ นั้น ผมเห็นว่าไม่เป็นการสมควรที่จะแสดงออกไป ผมได้แต่ขอร้องท่านนักศึกษาว่าลองวางใจลงเป็นกลางแล้วศึกษาศาสนาต่างๆ ดู ถ้าเวลาไม่เพียงพอก็ลองค้นคำสอนและหลักการณ์ที่ได้วางไว้ จนได้ความชัดเจนในใจแล้ว ก็จะทราบแดงว่า ศาสนาไหนเหนือกว่ากันอย่างไร

สำหรับผมเองนั้น ถ้าจะว่าเป็นส่วนตัว ผมก็เคารพบูชาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นชีวิตจิตใจ จึงได้ออกทำการงานเผยแพร่พระพุทะศาสนา ดังที่ท่านได้เห็นอยู่ทุกๆ วันเสาร์และวันอาทิตย์

ในวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแล้ว ผมจึงขอยุติการบรรยายแต่เพียงเท่านี้ ขอความสุขความเจริญ จงมีแก่ท่านนักศึกษาทั้งหลาย


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [18 มี.ค. 2549 , 07:34:44 น.] ( IP = 58.136.205.140 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับ ที่ได้ขยายความจนเกิดความเข้าใจมากเลยครับ

กราบขอบพระคุณและระลึกถึงพระคุณท่านไว้เหนือเกล้าครับ

โดย พี่เณร [18 มี.ค. 2549 , 07:48:19 น.] ( IP = 58.8.69.237 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย น้องอุ๊ [19 มี.ค. 2549 , 07:27:02 น.] ( IP = 61.47.99.72 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [20 มี.ค. 2549 , 13:14:36 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org