| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อำนาจของกรรม
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1๑. ดอกบัวที่ตั้งขึ้นพ้นน้าแล้วมีอยู่ ย่อมคอยวันสัมผัสรัศมีแห่งดวงอาทิตย์ และจักบาน ณ วันนี้
๒. บัวที่ตั้งขึ้นเสมอน้ำ ย่อมจักบานในวันพรุ่งนี้
๓. ดอกบัวที่ยังไม่ขึ้นเสมอน้ำ ตั้งอยู่ภายในน้ำ ลดหลั่นลงไป ย่อมจักบานในวันต่อๆไป
๔. ดอกบัวเหล่าสุดท้ายที่อยู่ในโคลนตมย่อมไม่อาจโผล่พ้นน้ำ เพื่อรับรัศมีแห่งอาทิตย์ จึงย่อมต้องเป็นอาหารของเต่า ปู ปลา ไปก็มีอยู่
อุปมาดอกบัว ๔ เหล่านี้จะบานแตกต่างกันฉันใด เหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ย่อมมีความแตกต่างกันในการรับพระธรรมอันพระองค์ได้ตรัสรู้แล้วฉันนั้น. โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 09:04:25 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 2ผู้มีอินทรีย์อันแก่กล้าย่อมมีกิเลสหลงเหลือเล็กน้อย สามารถรู้ธรรมโดยง่าย และเข้าถึงธรรมอันวิเศษได้โดยฉับพลัน.
ผู้มีอินทรีย์ปลานกลางถ้าได้รับการอบรมในเบื้องแรก เขาย่อมบรรลุธรรมอันวิเศษได้ดุจเดียวกัน
ผู้มีอินทรีย์ยังอ่อนย่อมหนาแน่นไปด้วยกิเลส สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการอบรมในธรรมเบื้องต้นไปก่อน เพื่อขัดเกลาและปรับปรุงอุปนิสัยให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และเมื่อได้อบรมแล้วเขาย่อใหหนทางบรรลุธรรมอันวิเศษนี้ได้.
พวกสุดท้ายหามีอินทรีย์ไม่ แม้จะได้รับการอบรมเพียงใด ย่อมไม่สามารถเข้าถึงธรรมอันวิเศษนี้ได้เลยโดย บุษกร เมธางกูร [ [20 มี.ค. 2549 , 09:19:52 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 3ครั้นเมื่อพระพุทธองค์ทรงได้พิจรณารู้แจ้งชัดเจนเช่นนี้แล้ว ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ทรงปรารถนาที่จะให้เหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลายได้พ้นทุกข์ พระองค์ได้ทรงประกาศศาสนา นำเอาธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้นั้น มาบัญญัติแต่งตั้ง เพื่อให้รู้เข้าใจง่ายขึ้น ทั้งพยัญชนะและอัตถะโดยเอนกปริยาย มีความไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง ดุจดั่งบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด ชี้ทางแก่ผู้หลงทาง เป็นแสงสว่างในที่มืดและที่สุด.
น้ำทะเลมีรสเค็มรสเดียวฉันใด ธรรมของพระพุทธองค์ก็มีรสเดียวฉันนั้น คือ วิมุติรส พระองค์ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ตราบจนพระองค์ท่านทรงดับขันธปรินิพพาน.
ถึงแม้กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงห่วงใยในธรรมะอันเป็นคุณวิเศษที่ได้ทรงตรัสรู้ จึงได้ทรงแต่งตั้งพระธรรมเป็นองค์ศาสดาแทนพระตถาคต และในกาลข้างหน้า หากปล่อยตามยถสกรรมแล้ว ธรรมอันวิเศษนี้จะถูกบิดเบือน.โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 09:40:09 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 4จึงได้ทรงมีพระราชดำรัสในปัจฉิมสมัยว่า..
" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราแม้กล่าวเตือน ท่านจงทราบว่า สังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ขอเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมกันเถิด" นี่เป็นปัจฉิมโอวาทของเราตถาคต.
ความไม่ประมาท=การเจริญสติปัฏฐาน (กุศล)
ถึงพร้อม = สมบรูณ์ = โลกุตตรกุศล
คือการเจริญโลกียมรรคโดยตั้งต้นที่สติปัฏฐาน ๔ จนให้วิปัสสนาญาณเกิดขึ้นไปตามลำดับ (๑๖ ญาณ) จนกระทั่ง มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ เกิดขึ้นเพื่อรับอารมณ์พระนิพพาน.โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 09:48:36 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 5กรรมตามความหมาย.
กริยติ กมมํ คือ สภาวะใดอันสัตว์ทั้งหลายกระทำ สภาวะนั้น ชื่อว่ากรรมการกระทำของบุคคลเรานั้น ไม่ว่าจะกระทำในเรื่องอะไร จะต้องมีเหตุในการกระทำ และก่อให้เกิดผล จากการเจตนาในการกระทำนั้นๆ เป็นวิบากเสมอไป.
ลักษณะของกรรม
๑.การกระทำที่เป็นบุญ ที่เกิดขึ้นจากจิตที่ไม่เศร้าหมอง สามารถให้เกิดคุณประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้ กรรมนั้นเรียกว่า กุศลกรรม (บุญ)
๒.การกระทำใดๆ ที่ทำให้จิตเศร้าหมอง เร่าร้อนด้วยความเป็นทุกข์ เป็นโทษภัยแก่ตนเองและผู้อื่น กรรมนั้นเรียกว่า อกุศลกรรม (บาป)
ซึ่งกรรมทั้ง ๒ ประเภทนี้แสดงออกได้ทาง มโนกรรม กายกรรม และวจีกรรม.
เช่น การกระทำในอกุศลกรรมบถ ๑๐ ซึ่งเป็นทั้ง กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
หรือ ตั้งตนอยู่ในกุศลกรรมบถ ๑๐ อันเป็นทั้ง กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต
ตลอดจนกระทั่งการทำกุศลในบุญกิริยาวัตถู ๑๐ ประการ อันได้แก่ ทาน ศีล ภาวนาโดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 10:05:57 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 6เจตนาหํ ภิกฺขเว กมมํ วทามิ
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราตถาคตกล่าวว่า
เจตนา คือ กรรม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงจัดระบบของกรรม ให้เป็นระเบียบอย่างรัดกุม ซึ่งน่าศึกษาอย่างยิ่ง ในการประกอบเพื่อให้เกิดกัมมัสสกตาสัมมาทิฏฐิโดยแท้จริง.
กรรมจำแนกตามลักษณะ มี ๓ ประเภท ในการให้ผลของกรรม ได้แก่...
๑.. ตามหน้าที่
๒..ตามความหนักเบา
๓..ตามลำดับเวลาแห่งการให้ผลของกรรม
๑. กรรมที่เป็นผลโดยทำหน้าที่ในการปฏิสนธิ ในภพภูมิใหม่ เรียกว่า ชนกกรรมทำหน้าที่ให้ปฏิสนธิจิต และกัมมชรูป ปรากฏขึ้นในทุคติภูมิ หรือ สุคติภูมิ ตามอำนาจของอกุศล และกุศลกรรมในอดีตจากจุติจิตของภพชาติที่แล้ว อันจะเป็นสภาพจิตที่ประณีต ต่ำทราม หยาบแค่ไหนก็ขึ้นกับอกุศล และกุศลเหตุ ที่เป็นผลของการกระทำในอดีตชาติ และยังมีอำนาจผันแปรเสริมสร้าง รูป(กัมมชรูป) ให้เป็นไปตามลักษณะภพภูมิที่ปฏิสนธิจิตนั้นปรากฏเกิดขึ้นด้วย
เช่น ปฏิสนธิด้วยอกุศลวิบากวิญญาณ ภพภูมินั้นก็ต้องเป็นไปในอบายภูมิ ๔ มี นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน.โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 10:23:50 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 7๒.อุปถัมภกกรรม กรรมที่ตามมาสนับสนุนและช่วยแต่งเสริมชนกกรรมที่นำเกิดขึ้น ตั้งแต่ปฏิสนธิ จนกระทั่งจุติจากภพภูมินั้นๆ ที่เรียกว่าในปวัตติกาล (จุติ = เคลื่อนย้ายภพ ) (ปวัตติกาล = ระยะเวลาตั้งแต่เกิดจนตาย )
เช่น คนที่เป็นคนชอบมีโทสะ และมักผูกโกรธ กรรมนี้จะช่วยทำให้บุคคลผู้นี้ มักเป็นผู้มีโทสะและความผูกโกรธไว้เพิ่มขึ้นไปอีก
คนที่ชอบลักขโมยในอดีตที่สร้างสมไว้อุปถัมภกกรรม ในชาตินี้ ก็จะคอยเสริมสนับสนุนให้ เป็นผู้ลักขโมยอยู่เรื่อยๆ เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของการลักขโมยขึ้นไปอีก
บางท่านสั่งสมบุญไว้ เป็นผู้มักไม่โกรธ ใจดี มีใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คอยที่จะให้ และทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นในอดีตชาติ ในปัจจุบันที่กุศลนำส่งให้มาเกิดเป็นมนุษย์เขาก็จะมีอุปนิสัยอันดีงามดังกล่าว และอุปถัมภกกรรมก็จะเป็นตัวเสริมสนับสนุนให้เขา กระทำบุญกุศลเพิ่มขึ้นไปอีก
ดังนั้น การให้สิ่งทั้งหลายแก่สัตว์ อันเป็นสิ่งสมควรที่จะให้ได้นั้นไม่เป็นการสูญเสียอะไรเลย แท้จริงกลับเป็นการให้แก่ตัวเองโดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 12:29:25 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 8๓. อุปปีฬกกรรม หมายถึงกรรมที่คอยเบียดเบียนกรรมชนิดที่เป็นฝ่ายตรงข้ามเสมอ เช่นคนที่กำลังมีความสุขเนื่องจากอำนาจของฝ่ายกุศลกำลังให้ผล อกุศลกรรมชนิดนี้จะคอยเบียดเบียนให้ไม่ได้รับผลฝ่ายบุญได้เต็มที่ดังนั้น คนเรามักจึงเห็นว่าทำดีไม่ได้ดี หรือคนที่กำลังเสวยสุขอยู่ เนื่องจากอำนาจของกุศลกรรมหนุนส่งอยู่ ถึงแม้จะทำความชั่วสักปานใด เขาย่อมไม่ได้รับผลของความชั่ว (อกุศล) ในขณะที่อำนาจของกุศลกำลังส่งอยู่ แต่ผลของการกระทำบาปนั้นจะต้องมีผลต่อไปในอนาคตข้างหน้าอย่างแน่นอน
บางคนกำลังมีความสุขเพราะบุญเก่าสนับสนุนอยู่ แต่อกุศลกำลังคอยจ้องจะมาตัดรอนบุญนั้นอยู่ ผู้นั้นเกิดความประมาทโดยใช้ความพยายาม(ปโยคะ) ที่จะเปิดช่องให้อกุศลนั้นทำการได้สำเร็จเช่นไปดื่มสุรา ไปใช้ไม้ตีศีรษะใครเข้า หรือไปด่าว่าใครเข้า ย่อมอาจทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาได้
ดังนั้น การไม่ประมาทในชีวิตเป็นการไม่พยายามเปิดช่องให้อกุศล เข้ามาทำลายได้จึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่หลีกเลี่ยงความทุกข์อันเกิดจากอกุศลกรรมที่เราสร้างไว้ และคอยจ้องหาโอกาสอยู่ หรือการศึกษาธรรมะ ถือศีล ทำทาน เจริญ ภาวนาเหล่านี้ ก็จะเป็นวิธีหนึ่งที่ป้องกันเคราะห์ภัยที่จะเกิดขึ้น หรือจะเรียกว่า เป็นการสะเดาะเคราะห์ เพื่อกั้นไม่ให้บาปเกิดและเป็นการเปิดช่องทางให้บุญกุศลเหตุที่เรามีอยู่ได้ทำกิจของเขาต่อไป ความทุกข์ก็ไม่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ นี่คือความละเอียนอ่อนและสลับซับซ้อนของกฎแห่งกรรม.โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 13:06:04 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
สลักธรรม 9๔. อุปฆาตกกรรม เป็นกรรมที่ตัดรอนในขั้นเฉียบขาด รุนแรงมาก มีกิจที่ฆ่ากรรมอื่นที่เป็นวิบาก(ผลแห่งกรรมอื่น) ให้หมดสิ้นลงไปโดยสิ้นเชิง มีทั้ง ๒ อย่าง คือ อุปฆาตกรรมที่เป็นฝ่ายบาปและบุญ เช่นในการฆ่ามารดาบิดาฯลฯ จะกั้นผลไม่ให้ผู้นั้นทำกุศลอันสูงสุดได้สำเร็จ หรือถ้าเป็นฝ่ายบุญ เช่น ได้มรรค นิพพาน แล้วก็สามารถสกัดกั้นไม่ให้อกุศลฝ่ายบาปอย่างรุนแรงที่จะต้องไปปฏิสนธิในทุคติภูมิได้อีก กรรมชนิดนี้มีชื่ออย่างหนึ่งว่า อุปัจเฉทกกรรม
สรุปหน้าที่ของกรรม
ชนกกรรม มีหน้าที่ในการนำสัตว์ไปเกิดและมีผลถึงปวัตติกาล (ตั้งแต่เกิดจนกระทั้งตาย) คือกำหนดรูปร่างลักษณะของสัตว์ตามภพภูมิที่ตนนำไปแล้วยังต้องให้สัตว์นั้นรักษาสัญชาตญาณ (ภพชาติ) อันเป็นหน้าที่ของภวังคจิต จนกว่าจะพ้นจากภพภูมินั้นไปอยู่ในภพภูมิใหม่
การรักษาสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ไว้ทางธรรมเรียกว่า ภวังค์ ซึ่งมีหน้าที่รักษาองค์แห่งภพของตน มนุษย์เราย่อมต้องมีสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ไว้ตราบเท่าสิ้นชีวิตลง
อุปถัมภกกรรม ทำหน้าที่เป็นตัวเสริมสนับสนุนคอยช่วยเหลือให้สัตว์นั้นมีการกระทำในสิ่งที่เป็นอุปนิสัยเดิม ให้คงอยู่ตลอดไป โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นความดีหรือความชั่ว จึงเป็นการเพิ่มความเข้นข้นของบุญและบาปให้มากยิ่งขึ้นต่อไป
อุปปีฬกกรรม ทำหน้าที่เป็นตัวคอยเบียดเบียนกรรมฝ่ายตรงข้ามกับตน ถ้าเป็นกรรมฝ่ายอกุศลก็จะทำหน้าที่เบียดเบียนอุปปีฬกกรรมฝ่ายกุศลให้เบี่ยงชิดซ้ายไปทันที่เป็นต้น
อุปฆาตกกรรม ทำหน้าที่ตัดรอนกรรมที่มีลักษณะตรงข้ามกับตนอย่างเฉียบขาดรุนแรงซึ่งไม่เหมือนกับอุปปีฬกกรรมที่มีลักษณะค่อยเป็นไปอย่างช้าๆ
คอยติดตามเรื่องราวของอำนาจของกรรม
ต่อไปครั้งหน้านะคะ
![]()
โดย บุษกร เมธางกูร [20 มี.ค. 2549 , 13:25:52 น.] ( IP = 58.8.95.35 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |