| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๒๕)
สลักธรรม 1ประเภทแห่งเนสัชชิกภิกษุ
เมื่อกล่าวโดยประเภทแล้ว ภิกษุเนสัชชิกะก็มี ๓ จำพวก คือ
สำหรับผู้ถืออย่างสูงนั้น พนักอิง ผ้ารัดเข่า ผ้ารัดตัว ไม่ควรใช้ทั้งนั้น
สำหรับผู้ถืออย่างกลาง อาจใช้ของ ๓ อย่างนั้น อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
สำหรับผู้ถืออย่างเบานั้น ใช้ให้ทั้งพนักอิง ผ้ารัดเข่า ผ้ารัดตัว หมอนพิง รวมทั้งเก้าอี้พิงอย่างเดียว และเก้าอี้พิงและพักด้วย
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:15:34 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 2ความแตกสลายและอานิสงส์
ธุดงค์แห่งภิกษุเนสัชชิกะทั้ง ๓ จำพวกนี้ ย่อมแตกสลายในขณะที่นอนลงไป
ส่วนอานิสงส์มีดังต่อไปนี้ คือ
(๑) ตัดข้อแสลงใจที่กล่าวหาว่า ภิกษุชอบความสุขในการนอนในการเอกเขนก หรือในการหลับ (ม.มู.๑๒/๒๐๗)
(๒) สะดวกในการปฏิบัติกรรมฐาน
(๓) มีอิริยาบถน่าเลื่อมใส
(๔) เหมาะสมที่จะทำสมาธิ
(๕) สัมมาปฏิบัติเพิ่มพูนมากขึ้น
ข้อความสรุป
นักบวชผู้คู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติให้มั่นคง ย่อมทำให้หัวใจมารหวั่นไหว ภิกษุผู้ละความสุขในการนอนในการหลับ เริ่มปฏิบัติธรรม ยินดีการนั่ง ทำอารามให้งาม ย่อมได้ปิติสุขที่ปราศจากอามิส เพราะเหตุนั้น ผู้มีปัญญาจึงควรบำเพ็ญเนสัชชิกวัตรให้ดี
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:15:59 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 3ข้อสรุปและวิเคราะห์
ธุดงค์ทั้งหมดเป็นกุศล คือ เป็นอัพยากฤต เพราะผู้รักษาเป็นพระเสขะปุถุชน และพระขีณาสพ แต่ธุดงค์ที่เป็นอกุศลไม่มี ผู้ที่กล่าวว่าธุดงค์เป็นอกุศลก็มี เพราะตรัสไว้ว่า ภิกษุมีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำแล้วเป็นอารัญญิกะ (องฺ.ปญจก.๒๒/๒๔๕) เป็นต้น มิได้หมายความว่าภิกษุมีจิตเป็นอกุศล ไม่อยู่ป่า แต่หมายความว่าการอยู่ในป่าของภิกษุ ชื่อว่า อารัญญิกะ ภิกษุเล่านั้นปรารถนาลามกหรือผู้มักน้อย
องค์คุณเหล่านี้ ชื่อว่า ธุดงค์ เพราะเป็นองค์แห่งภิกษุผู้ชื่อว่า ธุตะ คือ เป็นผู้กำจัดกิเลสด้วยการสมาทานองค์นั้นๆ
อีกอย่างหนึ่งชื่อว่า ธุดงค์ เพราะมีญาณ เรียกว่า ธุตะ คือเป็นเครื่องกำจัดกิเลส
อีกนัยหนึ่ง องค์เหล่านี้ชื่อว่า ธุตะ เพราะกำจัดโทษที่เป็นข้าศึกและเป็นองค์แห่งการปฏิบัติ ด้วยการมีธุดงค์เหล่านี้เป็นหลักปฏิบัติ ได้ชื่อว่าเป็นธุตะ คือ ผู้กำจัดกิเลสด้วยอกุศลหามีไม่ ไม่มีอกุศล อะไรจะพึงเป็นเหตุได้ชื่อว่าธุดงค์ อกุศลไม่สามารถกำจัดปฏิปักษ์โทษ มีความในจีวร เป็นต้น แบะเป็นองค์แห่งการปฏิบัติก็ไม่ได้อีกด้วย ดังนั้น ธุดงค์ที่เป็นอกุศลจึงไม่มี
ธุดงค์ของภิกษุที่พ้นไปจากกุสลติกะ ย่อมไม่มีนั่นเอง สิ่งที่ไม่มีจักได้ชื่อว่า เป็นธุดงค์เพราะกำจัดอะไรกัน ดังนั้น การพูดว่าอกุศลก็เป็นธุดงค์ จึงขัดแย้งต่อพุทธวจนะโดยปริยาย คำว่า ธุตะ หมายถึงผู้มีกิเลสที่กำจัดแล้ว และธรรมที่เป็นเครื่องกำจัดกิเลส
คำว่า ธุตวาทะ ได้แก่
(๑) บุคคลเป็นธุตะ แต่ไม่เป็นธุตะวาทะ
(๒) บุคคลไม่เป็นธุตะ แต่เป็นธุตวาทะ
(๓) บุคคลไม่เป็นทั้งธุตะทั้งธุตะวาทะ
(๔) บุคคลเป็นทั้งธุตะทั้งธุตวาทะ
ผู้ใดกำจัดกิเลสของตนด้วยธุดงค์ แต่ไม่แนะนำผู้อื่นด้วยธุดงค์ ดุจพระพากุลเถระ ชื่อว่าเป็นธุตะแต่ไม่เป็นธุตะวาทะ
ส่วนผู้ใดไม่สามารถกำจัดกิเลสของตนด้วยธุดงค์ แต่แนะนำพร่ำสอนคนอื่นด้วยธุดงค์ ดุจพระอุปนันเถระ
ผู้ใดขาดไปทั้ง ๒ ทาง ดุจพระโลฬุทายี
ส่วนผู้ใดถึงพร้อมทั้ง ๒ ทาง ดุจพระสารีบุตร
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:24:49 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 4ธรรม ๕ ประการ ที่เป็นส่วนประกอบของธุดงค์ เจตนาเหล่านั้น คือ
(๑) ความมักน้อย
(๒) ความสันโดษ
(๓) การปฏิบัติขูดเกลากิเลส
(๔) การอยู่เงียบสงัด
(๕) การรู้ว่าสิ่งนี้มีประโยชน์
ชื่อว่า ธุตธรรม ดังข้อความว่า ภิกษุเป็นผู้อยู่ป่าเป็นปกติ เพราะอาศัยความมักน้อย (ขุ.มหา.๒๙/๒๘๕) เป็นต้น ความมักน้อยและความสันโดษนับเข้าไปในอโลภะ การขัดกิเลสและความสงบ นับเข้าในธรรมทั้ง ๒ คือ อโลภะและอโมหะ การรู้แจ้งประโยชน์ ได้แก่ญาณนั่นเอง
ภิกษุผู้ประพฤติธุดงค์ย่อมกำจัดความโลภในวัตถุที่ต้องห้ามด้วยอโลภะ กำจัดความหลงที่ปิดบังโทษในวัตถุที่ต้องห้ามได้ด้วยอโมหะ อนึ่ง ภิกษุย่อมกำจัดกามสุขัลลิกานุโยคในการเคร่งเครียดเกินไปในธุดงค์ด้วยอโมหะ
การสัมผัสธุดงค์เป็นการเหมาะสมสำหรับคนราคจริต และคนโมหจริต เพราะการเสพธุดงค์เป็นทุกขาปฏิปทา(ปฏิบัติลำบาก) และเป็นสัลเลขวิหาร (อยู่อย่างเคร่ง) ทำให้ราคะสงบเพราะอาศัยทุกขาปฏิปทา ผู้ที่ไม่ประมาทย่อมละโมหะได้ เพราะอาศัยสัลเลขปฏิบัติ อนึ่ง การเสพ(ปฏิบัติ) อารัญญิกังคะและรุกขมูลิกังคะ เป็นการเหมาะสมแก่คนโทสจริตโดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:28:20 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 5ข้อสรุปและวิเคราะห์
ธุดงค์เหล่านี้ โดยย่อมี ๘ คือ
(๑) องค์เป็นประธาน ๓ และ
(๒) องค์ที่ไม่ระคนกับประธานอีก ๓ คือ
- สปทานจาริกังคะ
- เอกาสนิกังคะ
- อัพโภกาลิกังคะ เป็นธุดงค์หลัก
เมื่อเรารักษาสปทานจาริกังคะ ก็ต้องรักษาปิณฑปาติกังคะด้วย
เมื่อเรารักษาเอกาสนิกังคะ ก็ต้องรักษาปัตตปิณฑิกังคะ และขลุปัจฉาภัตติกังคะด้วย
เมื่อเรารักษาอัพโภกาสิกังคะ ก็ไม่จำเป็นต้องรักษารักขมูลิกังคะ และยถาสันถติกังคะด้วย
ธุดงค์จึงเหลือเพียง ๘ เท่านั้น ธุดงค์ประธาน ๓ นี้ และธุดงค์แยกกัน ๕ เหล่านี้ คือ
(๑) อารัญญิกังคะ (๒) ปังสุกูลิกังคะ
(๓) เตจีวรํกังคะ (๔) เนสัชชิกังคะ
(๕) โสสานิกังคะ
อีกอย่างหนึ่ง โดยย่อเป็น ๔ ดังนี้คือ
(๑) เนื่องด้วยจีวร ๒ (๒) เนื่องด้วยบิณฑบาต ๕
(๓) เนื่องด้วยเสนาสนะ ๕ (๔) เนื่องด้วยวิริยะ ๑
เฉพาะเนสัชชิกังคะเป็นธุดงค์เนื่องด้วยวิริยะ นอกนั้นมีความชัดแล้วทั้งหมด
อีกนัยหนึ่ง ธุดงค์ทั้งหมดแบ่งเป็น ๒ คือ
(๑) อาศัยปัจจัย ๑๒ และ
(๒) อาศัยวิริยะ ๑
หากจัดเป็นธุดงค์ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติเป็น ๒ เหมือนกัน เมื่อภิกษุปฏิบัติธุดงค์อยู่ กรรมฐานเจริญขึ้น ภิกษุนั้นก็ควรปฏิบัติต่อไป เมื่อปฏิบัติแล้วกรรมฐานเสื่อมก็ไม่ควรปฏิบัติ
อนึ่ง แม้บางท่านจะปฏิบัติหรือไม่ก็ตาม กรรมฐานก็ไม่เสื่อม แต่หากคิดอนุเคราะห์ประชุมชนภายหลังก็ควรปฏิบัติไว้ สำหรับผู้ที่ปฏิบัติหรือไม่ก็ตาม เพื่อสั่งสมเป็นวาสนาต่อไป
อรรถกถาทั้งหลายก็กล่าวย่อไว้ว่า ธุดงค์ทั้งปวงเป็นอย่างเดียวเนื่องด้วยเจตนา เพราะเจตนาในการสมาทานธุดงค์มีค่าเท่ากัน บางอาจารย์ก็กล่าวง่ายๆ เลยว่า ธุดงค์ก็คือเจตนานั่นเอง
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:29:11 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 6เนื้อหาโดยพิสดาร
หากกล่าวโดยพิสดารแล้ว ธุดงค์มี ๔๒ ประเภท คือ
(๑) สำหรับภิกษุ
(๒) สำหรับภิกษุณี ๘
(๓) สำหรับสามเณร
(๔) สำหรับสิกขมานาและสามเณรี ๗
(๕) สำหรับอุบาสกอุบาสิกา ๒
ถ้าป่าช้าได้ลักษณะอารัญญิกังคะแล้ว การอยู่ในที่แจ้งแห่งภิกษุรูปเดียวก้อาจถือธุดงค์ได้หมดทุกข้อคราวเดียวกัน ส่วนอรัญญิกังคะและขลุปัจฉาภัตติกังคะทั้ง ๒ ข้อ ทรงห้ามไว้สำหรับภิกษุณีและธุดงค์ ๓ คือ (๑) อัพโภกาสิกังคะ (๒) รุกขมูลิกังคะ (๓) โสสานิกังคะ เป็นการยากแก่การรักษาสำหรับภิกษุณี เพราะการอยู่ป่าเว้นสหายย่อมไม่ควรแก่ภิกษุณี
ขณะเดียวกัน สหายที่มีฉันทะเสมอกันก็หายาก หากหาได้ก็ไม่พ้นจากการอยู่คลุกคลี เมื่อเป็นเช่นนี้ ภิกษุพึงถือธุดงค์เพื่อประโยชน์ ประโยชน์นั้นก็ย่อมจะไม่พึงสำเร็จเลย
บัณฑิตพึงทราบว่าการไม่สามารถปฏิบัติเช่นนี้ ธุดงค์สำหรับภิกษุณีจึงลดไปเสีย ๕ และคงเหลือเพียง ๘ เท่านั้น อนึ่ง บรรดาธุดงค์ดังกล่าวนั้น เว้นเตจีวิกังคะเสีย เหลือธุดงค์ ๑๒ สำหรับสามเณร และอีก ๗ สำหรับสิกขมานาและสามเณรี ส่วนอุบาสก อุบาสิกา มีธุดงค์ ๒ คือ เอกาสนิกังคะ และปัตตปิณฑิกังคะ เท่านั้นที่เหมาะสมที่สุด
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 07:32:54 น.] ( IP = 61.91.127.211 : : )
สลักธรรม 7มาศึกษาต่อค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะพี่เณร
โดย น้องกิ๊ฟ [21 มี.ค. 2549 , 12:55:04 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |