มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๔๒)






ตอนที่ (๑๔๑) อ่านที่นี่

คำว่า "ปัญจทวารวิถี" นั้น คืออะไร

คำว่า ปัญจะ แปลว่า ๕ , ทวาร แปลว่า ประตู, วิถี แปลว่า ทาง รวมกันเข้าก็หมายความว่า การงานของจิตทางประตูทั้ง ๕

ประตูทั้ง ๕ ก็ได้แก่ ประตูตา ประตูหู ประตูจมูก ประตูลิ้น และประตูกาย เราเรียกว่า ตา หู จมูก ลิ้น กาย

ที่เราเรียกว่า เป็นประตูนั้น ก็เหมือนกับคนที่ขยันออกไปทำการงานทางประตูหลายประตู คนไปทำงานในที่หลายแห่งก็ย่อมจะต้องไปเพื่อจะทำการงานนั้นทางประตูแต่ละแห่งแล้วแต่จะทำที่ไหน

จิตใจก็เช่นเดียวกัน อยู่เฉยๆ จิตใจเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ จะต้องมีเหตุหลายประการ และประการหนึ่งก็คือจะต้องมีประตูออกไปทำงาน สถานที่ๆ จิตออกไปทำงานนั้นก็ได้แก่ ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย เพื่อให้จิตใจออกมาทำงาน เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส รู้สัมผัสถูกต้อง ถ้าไม่มีประตูอันได้แก่ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย อันจิตจะใช้เป็นที่อาศัยแสดงออกแล้ว จะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสถูกต้องไม่ได้เลยเป็นอันขาด

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 12:56:04 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อนึ่ง คำว่า"ประสาท" ดังที่ผมได้แสดงไปแล้วนั้น หาใช่คำว่า ประสาทที่เหมือนกับในทางโลกที่นายแพทย์ศึกษาไม่ ในพระพุทธศาสนาใช้คำว่า จักขุปสาทะ โสตปสาทะ ฆานปสาทะ ชิวหาปสาทะ และกายปสาทะ

คำว่า "ปสาทะ" นั้น มีศึกษาอยู่ในอภิธรรมัตถสังคหะ ปริจเฉทที่ ๖ ประกอบไปด้วยรูปซึ่งเป็นปรมาณู ที่อาศัยกรรมชรูปผลิตสร้างขึ้นมา และปรมาณูนั้นก็ประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ อีกหลายอย่างมาร่วมประชุมกันทำงาน ทั้งแต่ละอย่างก็ทำการงานแตกต่างกันไปมากมาย ซึ่งผมจะยังไม่ขอให้ท่านนักศึกษาต้องจดจำ อันอาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากขึ้นได้ ขณะนี้ขอให้ท่านนักศึกษาทำความเข้าใจแต่เพียงว่า ปสาทะ นั้นได้แก่ความใส อันเป็นรูปปรมาณูที่มองเห็นด้วยตาไม่ได้ เกิดอยู่ที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย กระทำหน้าที่รับประทบอารมณ์ต่างๆ ที่ผ่านเข้ามากระทบเหมือนกันกับกระจกเงาที่รับรูปอะไรก็ตาม ที่ผ่านเข้ามาเอาไว้ภายในกระจกเงานั้น เมื่อสุนัขผ่านก็มีรูปของสุนัข เมื่อคนผ่านก็มีรูปของคน ดังนี้เป็นต้น

จักขุปสาทะ = ประสาทตา รับรูปารมณ์ คือรูปต่างๆ
โสตะปสาทะ = ประสาทหู รับสัททารมณ์ คือเสียงต่างๆ
ฆานะปสาทะ = ประสาทจมูก รับคันธารมณ์ คือกลิ่นต่างๆ
ชิวหาปสาทะ = ประสาทลิ้น รับรสารมณ์ คือรสต่างๆ
กายปสาทะ = ประสาทกาย รับโผฏฐัพพารมณ์ คือรับประทบเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ต่างๆ

ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย เป็นประตูรับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เพื่อให้เกิดการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสทางกาย ในพระพุทธศาสนาจึงได้เรียกว่าเป็นทวาร อันได้แก่ประตู และเป็นประตูของจิตที่จะออกมาทำงานเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สึกสัมผัสทางกาย เพราะถ้าจิตใจไม่มีปสาทะ คือประสาทอันเป็นประตูแล้ว ก็จะทำงานเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสไม่ได้เลย เช่น ประสาทตาเสียหายก็จะทำการเห็นไม่ได้เลย เป็นต้น ดังนั้น ในภาษาธรรมะจึงได้เรียกว่า ปัญจทวาร แปลว่า ประตูทั้ง ๕ และปัญจทวารวิถี ก็ได้แก่การงานของจิตที่ทำงานที่ประตูทั้ง ๕ นี้นั่นเอง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 12:56:45 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 2

ส่วนคำว่า"อติมหันตารมณ์" ได้แก่ อารมณ์ที่แรงมากที่สุด และการที่เกิดอารมณ์แรงที่สุดก็เพราะว่า อารมณ์ที่มากระทบนั้น เป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ เช่นรูปที่สวยงามต้องตา เห็นได้ชัดเจนเพราะมีแสงสว่างมาก มิได้อยู่ไกลเกินไป ทั้งประสาทตาก็มิได้บกพร่องเสียหาย เป็นต้น

การทำงานของจิตต่ออารมณ์ที่แรงมากคือ อติมหันตารมณ์ นั้น การงานก็ย่อมจะแตกต่างกับอารมณ์ที่อ่อน เพราะมีความสนใจน้อยไม่สู้จะตั้งใจ สถานที่มัวๆ มืดๆ หรือตาไม่ค่อยจะดี เหล่านี้เป็นต้น สำหรับในวันนี้ ผมจะได้แสดงเฉพาะอารมณ์ที่แรงมากเท่านั้น เมื่อเข้าใจอารมณ์ที่แรงมากดีพอแล้ว อารมณ์ที่อ่อนมากระทบก็ไม่ยากอะไร

ปัญจทวารวิถี อติมหันตารมณ์ คืออารมณ์ที่แรงทางทวารทั้ง ๕ อันเป็นหัวเรื่องผมก็ได้อธิบายผ่านไปแล้ว ต่อจากนี้ไปผมขอให้ท่านนักศึกษาจงดูการทำงานของจิตที่เกิดขึ้นติดต่อกันไปเป็นทอดๆ ผมจะเริ่มตั้งแต่จิตดวงที่ ๑ เป็นต้นไป ทีละตัวๆ ตามลำดับจนถึงดวงที่ ๑๗ เพราะถ้าเข้าใจการงานของจิตตามทวารต่างๆ พอสมควรแล้ว การศึกษาเรื่องชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกก็จะง่ายขึ้นมาก ทั้งยังจะเข้าถึงความลึกซึ้งหรือความมหัศจรรย์ของชีวิต ไม่ว่าในเรื่องของกรรม ในเรื่องผลของกรรมที่บังเกิดขึ้นมาตอบสนองต่อผู้กระทำ ตลอดไปจนถึงเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เป็นต้น ได้เป็นอย่างดี

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 12:57:15 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 3

ท่านนักศึกษาทั้งหลาย ถ้าหากท่านมีบุตรสัก ๕-๖ คน แล้วท่านมิได้ตั้งชื่อบุตรของท่านเลยแม้แต่คนเดียว มิได้ตั้งชื่อเล่นหรือชื่อจริงเสียด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านจะพูดจาปราศรัย ท่านจะสั่งการอะไรกับคนไหนก็จะเป็นไปไม่ได้ ก็จะได้รับความลำบากใจ เช่น อยากจะพูดกับลูกคนที่ ๑ ลูกทั้งหมดก็จะหันหน้ามาพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องตั้งชื่อให้บุตรทุกคนเสีย เมื่อจะพูดคุย จะสั่งการงานอะไรจะได้ทราบว่ากับคนไหน เรื่องราวยุ่งยากทั้งหลายอันเกิดจากการที่ลูกไม่มีชื่อจะยุติลง

ด้วยเหตุผลดังนี้ คนก็ตาม สัตว์เดรัจฉานก็ตาม และสิ่งของต่างๆ ก็ตาม จึงได้ถูกมนุษย์ตั้งชื่อเอาไว้ทั้งสิ้น โดยอาศัยรูปพรรณสัณฐาน และสีสันวรรณะ หรือความสามารถ หรือแล้วแต่ความเหมาะสม เพื่อจะได้กล่าวถึงคน สัตว์ หรือสิ่งของนั้นได้ถูกต้องตรงกัน เช่น ตั้งชื่อว่า นาย ก. นาย ข. นายดำ นายแดง ตั้งชื่อว่า สุนัข แมว เป็ด ไก่ เจ้าดำ เจ้าด่าง ตลอดจนโต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ในเรื่องนี้เห็นได้ง่ายๆ เพียงแต่ชี้ลงไปในช่องท้องของคนเราก็ตั้งชื่อเอาไว้ว่า ตับ ปอด ม้าม ไส้น้อย ไส้ใหญ่ หัวใจ

ในเรื่องของจิตใจก็เหมือนกัน จิตใจก็มีอยู่อย่างเดียว เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์แต่การรู้อารมณ์นั้นกระทำงานรู้นี้ในที่ต่างกัน จึงจำต้องตั้งชื่อเพื่อแก่การรู้นั้นๆ ในลักษณะต่างๆ กันเพิ่มขึ้นเพื่อมิให้ซ้ำกัน เช่น จักขุวิญญาณ รู้อารมณืทางตา ได้แก่ การ"เห็น" โสตวิญญาณ รู้อารมณ์ทางหู ได้แก่การ"ได้ยิน" และมโนวิญญาณ รู้อารมณ์ทางใจ ได้แก่การ "คิดนึก" เหล่านี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 12:57:49 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 4

นอกจากนั้น จิตหรือวิญาณบางประเภทยังทำงานอย่างอื่นอีก เช่น เก็บผลของกรรมอันเป็นบาปหรือเป็นบุญเอาไว้แล้วในบางคราวก็เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมอารมณ์ที่เกิดขึ้นตามทวารต่างๆ ด้วยก็มี จึงจำต้องตั้งชื่อเอาไว้เสียด้วย

นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีจิตที่เข้ามาทำงานในด้านต่างๆ อีกเป็นอันมาก ด้วยเหตุนี้เอง จึงได้ตั้งชื่อจิตไว้ในชื่อต่างๆกัน เช่น ภวังคจิต สัมปฏิจฉนจิต โวฏฐัพพนจิต ชวนจิต เป็นต้น เพื่อว่าเมื่อกล่าวถึงจะได้ไม่ซ้ำกัน หาไม่แล้วก็จะศึกษาเรื่องของมันไม่ได้เลย เราก็จะไม่ทราบว่า จิตใจประเภทไหนทำหน้าที่การงานอย่างไร ซึ่งจะเปรียบอีกอย่างหนึ่งก็เหมือนนาย ก. เวลานี้รับราชการ ใครๆ ในที่ทำงานก็เรียกว่า คุณหลวง ครั้นกลับไปบ้านตอนบ่ายก็ไปอยู่ที่ห้างร้านค้าขาย ใครๆ เขาก็เรียกว่า พ่อค้า แต่ครั้นกลับบ้านไปนอนบ้าน คนในบ้าน เช่น ภรรยา ก็เรียกว่าคุณ ก.

เรื่องของจิตใจที่ตั้งชื่อเอาไว้ต่างๆ กัน ผมก็ได้อธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างขึ้นมาประกอบ ก็หวังว่าท่านนักศึกษาก็คงจะพอเข้าใจ แต่ผมก็เกิดเกรงไปว่าชื่อต่างๆ เหล่านั้น บางท่านไม่คุ้นหู ทั้งอ่านก็ยากเสียด้วย ท่านอาจจะตกใจกลัวว่าจะศึกษาต่อไปไม่ไหว ทั้งจะจำก็ยากเสียนี่กระไร ดังนั้น ผมจึงขอบอกกล่าวเอาไว้เสียเลยว่า คำภาษาบาลีเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะมีบ่อยนัก ทั้งผมก็อาจพูดวนไปเวียนมาจนท่านนักศึกษาจำเอาไว้ได้เองโดยไม่ต้องท่องเลย เพราะฟังจนชินหู

ผมขอแต่เพียงให้ท่านทำความเข้าใจให้ดีเท่านั้น ความเข้าใจที่ดีก็จะช่วยความจำได้เป็นอันมาก แล้วท่านจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวของชีวิตที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นลำดับไป ไม่เสียทีที่ได้เกิดขึ้นมาเป็นคนไทยแล้วพบพระพุทธศาสนา

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [21 มี.ค. 2549 , 12:58:17 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านอาจารย์ ที่กรุณาแจกแจงเรื่องวิถีไว้ให้รู้ถึงที่มาของการบัญญัติธรรมนี้ขึ้นเพื่ออะไรครับ จะติดตามหาความรู้ต่อด้วยความตั้งใจยิ่งครับ

กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าเสมอครับ.

โดย พี่เณร [21 มี.ค. 2549 , 16:14:32 น.] ( IP = 61.91.76.116 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
มาเรียนกับท่านอาจารย์นี่ดีมากเลยนะคะ
หนูว่ามาเรียนตอนไหน หนูก็เรียนทันเพื่อนทุกครั้ง

โดย น้องอุ๊ [21 มี.ค. 2549 , 17:50:24 น.] ( IP = 61.47.103.222 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [22 มี.ค. 2549 , 20:33:38 น.] ( IP = 58.10.92.171 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org