มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่านำธรรมะของพระพุทธองค์ไปทำให้ยาก?




สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก
เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ


บทสรรเสริญพระธรรมคุณนี้กล่าวถึงคุณของพระธรรมไว้ ๖ ประการ นั่นก็คือ

สวากขาโต ภควตา ธัมโม .... ธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว งามในเบื้องต้น อันได้แก่ ศีล งามในท่ามกลาง อันได้แก่ สมาธิ และงามในที่สุด อันได้แก่ ปัญญา พร้อมทั้ง อรรถและพยัญชนะ ประกาศพรหมจรรย์ หรือหลักการครองชีวิต อันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง

สันทิฏฐิโก..... ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ประจักษ์ด้วยตนเอง ไม่เชื่อตามคำบอกเล่าของผู้อื่น ผู้ใดไม่ปฏิบัติก็ไม่สามารถบรรลุได้ แม้จะผู้อื่นมาบอกก็เห็นไม่ได้

อกาลิโก ... ไม่ประกอบด้วยกาล คือผู้ปฏิบัติมีเหตุปัจจัยพร้อมเมื่อใดบรรลุได้ทันที บรรลุเมื่อใดเห็นผลได้ทันที นั่นคือ ให้ผลในลำดับแห่งการบรรลุ ไม่เหมือนผลไม้อันให้ผลตามฤดูกาล

เอหิปัสสิโก... เป็นสิ่งที่ควรเรียกให้มาดู เพราะเป็นคุณอัศจรรย์ ที่ควรเชิญชวนให้มาชมและพิสูจน์ เพราะเป็นของจริงและดีจริง

โอปนยิโก...เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตน คือผู้ปฏิบัติควรน้อมเข้ามาไว้ในใจของตน หรือน้อมใจเข้าไปให้ถึง ด้วยการปฏิบัติ ให้เกิดมีขึ้นในใจ

ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ ...เป็นสิ่งอันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน เพราะผลอันเกิดจากการปฏิบัติธรรมนั้น ผู้ที่น้อมนำมาปฏิบัติ จะรู้ซึ้งถึงผลแห่งพระธรรมนั้นด้วยตนเอง ทำให้กันไม่ได้ และขอจากกันไม่ได้

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 06:43:51 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การศึกษาพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงนำมาซึ่งประโยชน์ที่เพียบพร้อมแก่ผู้ที่ศึกษา และปฏิบัติ ทั้งในประโยชน์ปัจจุบัน ที่เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถะ ประโยชน์ภายหน้า คือ สัมปรายิกัตถะ และประโยชน์สูงสุด คือ ปรมัตถะ อันหมายถึงมรรคผลนิพพาน ธรรมะที่ตัดกิเลสและกองทุกข์ ได้บางส่วนจนถึงสิ้นเชิง

ในสมัยพุทธกาลนั้น พระพุทธองค์ทรงสอนพระธรรมด้วยปาฏิหาริย์ ๓ ประการ คือ

อิทธิปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์คือการที่แสดงฤทธิ์ได้ อันเป็นเครื่องปราบเป็นเครื่องทำลายมานะทิฏฐิของผู้ที่รับเทศนา

อาเทสนาปาฏิหาริย์ คือการที่ทรงทราบถึงอัธยาศัยจิตใจ ถึงอินทรีย์ที่แก่กล้า หรือย่อหย่อนของผู้ฟังว่า เป็นอย่างไร มีอัธยาศัยอย่างไร มีความคุ้นเคยอยู่อย่างไร ก็ทรงแสดงธรรมให้เหมาะแก่พื้นภูมิแห่งจิตใจของเขา ให้เหมาะแก่พื้นภูมิแห่งสติปัญญาของเขา จึงจะทำให้เขารับได้

และอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือทรงพร่ำสอนเป็นอัศจรรย์ให้เกิดความเข้าใจได้ ให้เกิดความคิดที่จะรับไปปฏิบัติ ให้เกิดความเพียรในการปฏิบัติ ให้เกิดความรื่นเริงไม่เบื่อหน่ายในการปฏิบัติ

เพราะฉะนั้น ธรรมที่ทรงสั่งสอนนั้น ในพุทธกาลจึงได้มีคำสรรเสริญว่า สาธุ ..สาธุ ..สาธุ ที่ทรงตรัสดีแล้ว คืองามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด เพราะเป็นคำสั่งสอนอันบริบูรณ์บริสุทธิ์สิ้นเชิง

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 06:53:11 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 2

แต่ภายหลังจากพุทธปรินิพพานแล้ว ธรรมเทศนาที่พระสาวกได้แสดงกันสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แม้นจะแสดงโดยอาศัยหลักคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าตามพระไตรปิฎก แต่ว่าผู้แสดงยังขาดปาฏิหาริย์ทั้ง ๓ การเรียนการสอนที่ผ่านมา จึงเหมาะบ้างไม่เหมาะบ้างแก่อัธยาศัยของบุคคลผู้ฟัง

เพราะฉะนั้น จึงเป็นธรรมดาที่ในสมัยนี้ผู้ฟังจึงมักจะไม่ได้ความรู้สึกไพเราะ หรืองดงามในธรรมที่แสดง บางครั้งเกิดความขัดแย้ง หรือเบื่อหน่ายในการเรียนการสอนในบางเรื่อง อันเป็นสภาพของจิต ที่ไม่พบความงามของพระธรรมแม้แต่น้อย ทั้งในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย

ด้วยเหตุนี้ ในการสอนธรรมนั้น จึงมิใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ ก็สอนได้ ดังพระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า การแสดงธรรมให้ผู้อื่นฟังแก่ผู้อื่นนั้นมิใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายเลย และผู้ที่จะแสดงธรรมกถาแก่คนอื่น ให้พึงตั้งธรรม ๕ อย่างไว้ในใจ คือ

๑.เราจักกล่าวชี้แจงไปตามลำดับ
๒.เราจักกล่าวชี้แจงยกเหตุผลมาแสดงให้เข้าใจ
๓.เราจักแสดงด้วยอาศัยเมตตา
๔.เราจักไม่แสดงด้วยอาศัยเห็นแก่อามิส
๕. เราจักแสดงไม่กระทบตนและผู้อื่น

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 06:59:26 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 3

ปัญหาที่เกิดจากข้อบกพร่องของผู้แสดงธรรมนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผู้เป็นครูบาอาจารย์ ต้องน้อมรับมาพิจารณาในตน เพราะการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยเฉพาะพระอภิธรรมปิฎกนั้น มิใช่เพียงสักแต่ว่า สอนไปตามใจตนหรือเน้นไปตามความชอบของตนเป็นบรรทัดฐาน หรือสอนให้เรียนรู้ด้วยวิธีการท่องจำไว้เพียงประการเดียว แต่การทำความเข้าใจนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า เพราะจะทำให้ผู้ศึกษาได้พบแสงสว่างได้อย่างแท้จริง เพราะหากบุคคลผู้เผยแผ่ธรรมมิได้คำนึงถึงข้อนี้แล้ว ก็จะทำให้ผู้ศึกษาได้รับโทษเพราะเกิดอกุศลจิตในการตำหนิครูบาอาจารย์ ตำหนิพระธรรมที่งดงามลึกซึ้งว่าเป็นเรื่องยากเย็นน่าเบื่อหน่าย ไม่พบกับความสว่างในชีวิต และไม่สมกับคำว่า กัลยาณมิตร

คำว่า กัลยาณมิตร นั้นหมายถึง ครูบาอาจารย์ หรือผู้ที่สามารถแนะนำชี้ทางที่ถูกต้องให้ได้ เป็นบุคคลที่สำคัญที่จะแนะนำและเกื้อกูลให้ศิษย์ได้พบกับแสงสว่าง ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นมาก่อน เป็นบุพนิมิตฉันใด ความมีกัลยาณมิตรเป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิต แห่งการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรคแก่ภิกษุฉันนั้น"

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 07:04:38 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 4

พระพุทธองค์ได้ทรงให้หลักอันเป็นคุณสมบัติของผู้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรไว้เพื่อสำรวจและพัฒนาตนถึง ๗ ประการ นั่นก็คือ

๑. ปิโย เป็นผู้มีสีล เป็นที่รัก น่าเลื่อมใส เป็นที่รักใคร่ของสรรพสัตว์ เพราะความสมบูรณ์แห่งสีล

๒. ครุ เป็นผู้มีใจคอหนักแน่น น่าเคารพยำเกรง

๓. ภาวนีโย เป็นผู้ได้ฝึกฝนอบรมตนมาแล้วด้วยดีทั้งการเรียนและการปฏิบัติ มีสีลาจารวัตรอันดีงามควรแก่การยกย่องสรรเสริญ

๔. วตฺตา เป็นผู้ที่สามารถแนะนำ ชี้แจงแสดงแนวทางแห่งการปฏิบัติได้ดี และถูกต้อง

๕. วจนกฺขโม เป็นผู้ที่มีขันติอดทนพร่ำสอนศิษย์ที่ไม่เข้าใจ ก็พยายามให้เข้าใจตามแนวทางแห่งการปฏิบัติที่ถูกต้อง และอดทนต่อการกล่าวล่วงเกินของศิษย์และผู้อื่น ไม่หวั่นไหวต่ออิฏฐารมณ์ และอนิฏฐารมณ์ต่างๆที่มากระทบ

๖. คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา สามารถแสดงวิปัสสนาภูมิให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจได้ ด้วยวิธีการที่สอนให้น้อย แต่ให้ทำมากๆ เน้นการปฏิบัติให้แม่นยำ

๗. โน ฐฏฺฐาเน นิโยชเย บอกทางที่ถูกให้แก่ศิษย์หรือผู้ฟังได้

ผู้ที่ปรารถนาที่จะทำหน้าที่กัลยาณมิตร จึงต้องประกอบได้ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดธรรมะอันบริบูรณ์นั้นมิให้บกพร่อง ไม่ผิดไปจากสมมติบัญญัติแห่งภาษาที่พูด โดยใช้ถ้อยคำที่สละสลวย ไม่ฟุ่มเฟือยไร้สาระหรือสั้นเกินไปจนเสียความ ไม่นำธรรมะของพระพุทธองค์ไปทำให้ยากยิ่งขึ้น

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 07:15:02 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 5

ผู้ที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตรจึงต้อง มีจิตใจมุ่งมั่นในการเทิดพระธรรมนั้นไว้เหนือเกล้า และพยายามถ่ายทอดให้ผู้ศึกษาได้เห็นถึงความงาม ด้วยการหยั่งรู้ถึงผู้มาศึกษาด้วยว่าเนื้อหาที่จะกล่าวนี้ สมควรแก่วัย กาล หรือชาติวุฒิของผู้ฟังมากน้อยประการใด

หากกลุ่มนักศึกษานั้นมีความหลากหลาย ก็ควรพูดให้เขาพอรับรู้ได้ทั่วถึงสาระสำคัญ ไม่แสดงลึกลงไปในปลีกย่อยของผู้ฟังที่ขาดพื้นฐาน ไม่เอาแต่มุ่งถ่ายทอดให้โดยไม่พิจารณาถึงความพร้อมของผู้รับ เพราะนอกจากจะสูญเสียเวลาอันมีค่าแล้ว ยังจะเกิดความสับสนงุนงงติดตามมาไม่น้อย

การกระทำเช่นนั้นจะเป็นการให้ที่ไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้รับ เพราะมากเกินไปจนล้นออกจากที่ภาชนะรองรับ ทั้งยังก่อให้เกิดความผิดหวังแก่ผู้ถ่ายทอดที่เป็นปุถุชนได้อีกด้วย

โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 07:20:32 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 6

ควรพิจารณาว่า ในกลุ่มผู้ฟังนั้นมีคนสูงวัยมาร่วมศึกษาหรือไม่ การยกตัวอย่างประกอบ ก็ต้องสามารถสื่อความเข้าใจให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าใจได้ง่าย เช่น การยกตัวอย่างจากพระสูตร ที่มีเนื้อความสละสลวย มีความเป็นไปของเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ไม่ยกตัวอย่างไปในวิชาชีพเฉพาะด้านจนคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ แต่ถ้าหากเป็นการอธิบายโดยส่วนตัวแล้ว ก็ให้ยกตัวอย่างที่มีความใกล้ตัวกับบุคคลนั้นเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด อย่างนี้เป็นต้น

เพื่อให้สมกับคำว่าแสดงธรรมด้วยอาศัยเมตตาเพราะไม่ดูถูกดูหมิ่นผู้ที่เข้าใจช้า มีความปรารถนาดี เห็นใจและเปิดโอกาสให้ผู้ศึกษามีเวลาไตร่ตรองและซักถามในแง่มุมต่างๆ เพื่อความเข้าใจ หากในครั้งแรกยังไม่สามารถทำความเข้าใจได้แล้วก็ให้อธิบายโดยการยกตัวอย่างอื่นๆให้ยิ่งขึ้นไป จนกว่าผู้นั้นจะมีความเข้าใจและซาบซึ้งถึงความงามของพระธรรมได้

เพราะฉะนั้น จึงขอให้ทุกท่านพึงระลึกในพระธรรมคุณอยู่เสมอว่า สวากขาโต ภควตา ธัมโม .... ธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว งามในเบื้องต้น อันได้แก่ ศีล งามในท่ามกลาง อันได้แก่ สมาธิ และงามในที่สุด อันได้แก่ ปัญญา พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ ประกาศพรหมจรรย์หรือหลักการครองชีวิตอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง เราจึงต้องพยายามเทิดพระธรรมไว้ให้ถึงที่สุด และปิดโอกาสมิให้ผู้อื่นกล่าวตำหนิ ในเนื้อหาสาระธรรมนั้นได้ ด้วยการพยายามถ่ายทอดให้เกิดความง่ายและสบายแก่การทำความเข้าใจของผู้ฟังครับ

ด้วยความปรารถนาดีครับ
เทพธรรม


โดย เทพธรรม [22 มี.ค. 2549 , 07:29:55 น.] ( IP = 58.8.66.25 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาท่านเทพธรรมค่ะ


เรื่องนี้คงจะตรงใจมาก เพราะ หลายครั้งที่ต้องทบทวนว่า การเผยแพร่จะต้องถูกตรง แต่ต้องสามารถถ่ายทอดจากสิ่งที่ยากให้ดูง่าย และเหมาะกับผู้รับ

แม้ว่าจะมีรายละเอียดที่ดีงามอีกมากมาย แต่ก็ต้องทำให้เกิดศรัทธาและความเข้าใจได้ง่าย

โดย น้องอุ๊ [22 มี.ค. 2549 , 11:51:21 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.62 )


  สลักธรรม 8

ไม่นำธรรมะของพระพุทธองค์ไปทำให้ยากยิ่งขึ้น
เป็นคำเตือนที่ต้องนำกลับมาเพิ่มความระมัดระวังที่ตนเองอย่างยิ่งยวด
ขอบพระคุณท่านเทพธรรมมากค่ะที่นำสิ่งดีๆมาถ่ายทอดให้เสมอ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 มี.ค. 2549 , 13:25:52 น.] ( IP = 203.113.16.241 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาบุญค่ะ สาธุๆๆ

โดย หยาดอรุณ [22 มี.ค. 2549 , 13:30:28 น.] ( IP = 203.188.9.2 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณค่ะ

เป็นสิ่งที่ผู้ที่จะนำพระธรรมไปเผยแผ่ จะต้องคำนึงมากๆ เลยค่ะ และผู้ถ่ายทอดธรรมะนั้นควรจะต้องมีคุณสมบัติของคำว่า "กัลยาณมิตร"

โดย เซิ่น [22 มี.ค. 2549 , 18:37:19 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org