มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๒๗)




ตอนที่ (๒๖) อ่านที่นี่

กัลยาณมิตร


คำว่า กัลยาณมิตร คือ ผู้เป็นมิตรที่ดี ผู้ตั้งตนอยู่ในฝ่ายเจริญ แสวงหาประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นฝ่ายเดียว ประกอบด้วยคุณอย่างนี้ คือ
(๑) น่ารัก
(๒) น่าเคารพ
(๓) น่ายกย่อง
(๔) เป็นผู้ว่ากล่าวคนอื่นได้
(๕) เป็นผู้ยอมให้คนอื่นว่ากล่าว
(๖) แต่งธรรมกถาลึกซึ้ง
(๗) ไม่ชักชวนผู้อื่นในที่ไม่ควร

พระพุทธพจน์ที่ตรัสว่า สัตว์ทั้งหลายผู้เกิดมาแล้ว หากอาศัยเป็นกัลยาณมิตร ย่อมพ้นจากการเกิดได้นั้น หมายความว่า พระพุทธเจ้าองค์เดียวเป็นกัลยาณมิตรที่พร้อมทุกอย่าง

ดังนั้นเมื่อพระองค์มีพระชนม์อยู่ กรรมฐานที่รับเอาจากพระองค์นั้นเป็นการดีที่สุด แต่เมื่อเสด็จปรินิพพานแล้ว หากพระมหาสาวกองค์ใดยังมีชีวิตอยู่ การรับเอากรรมฐานจากท่านก็สมควร แม้พระมหาสาวกไม่มี หากใครจะรับกรรมฐานบทใดก็ถือเอาจากพระขีณาสพผู้ทำจตุกฌาน หรือปัญจมฌานให้เกิด เพราะกรรมฐานบทเดียวกับที่ตนใคร่จะรับนั้นจึงเจริญวิปัสสนา ซึงมีฌานเป็นฐานจนได้บรรลุอาสวักขัย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 มี.ค. 2549 , 07:05:37 น.] ( IP = 61.91.127.142 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม พระขีณาสพได้ประกาศตนว่าตัวท่านเป็นขีณาสพหรือ

ตอบ อย่าได้พูดเช่นนั้นเลย เพราะว่า พระขีณาสพองค์หนึ่งรู้การที่ภิกษุรูปหนึ่งเป็นผู้ทำจริงแล้วก็ประกาศตนให้ปรากฏ เช่น พระอัสสคุตตเถระ รู้ว่ากรรมฐานที่ภิกษุนี้เริ่มแล้ว ทำจริงแล้ว จึงเหาะขึ้นไปนั่งที่อาสนะหนังสัตว์ในอากาศแล้วบอกกรรมฐาน

ถ้าพระโยคาวจรได้พระขีณาสพเป็นผู้ให้กรรมฐานก็เป็นการดี ถ้าไม่ได้ก็พึงรับเอากรรมฐานจากพระอนาคามี พระสกิทาคามี พระโสดาบัน หรือปุถุชนผู้ได้ฌาน ผู้ทรงพระไตรปิฎก ผู้ทรงสองปิฎก ผู้ทรงปิฎกเดียว ตามลำดับ

หากผู้ทรงปิฎกเดียวไม่มี ภิกษุใดชำนาญพระสูตรเพียงนิกาย ๑ พร้อมทั้งอรรถกถา และเป็นผู้ควรเคารพด้วย ก็พึงรับเอาจากภิกษุนั้น ภิกษุเช่นนี้เป็นผู้ทรงแบบแผน รักษาวงศ์ รักษาประเพณี เป็นผู้ถือตามจาริยมัติเป็นสำคัญ ไม่ถืออัตโนมัติ พระเถระปางก่อนได้กล่าวย้ำไว้ว่า ภิกษุผู้มีศีลจักรักษาพระพุทธศาสนาไว้ต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 มี.ค. 2549 , 07:07:13 น.] ( IP = 61.91.127.142 : : )


  สลักธรรม 2

แนวทางการให้กรรมฐาน


ในการให้กรรมฐานนี้ ภิกษุผู้บรรลุมรรคผล มีพระขีณาสพ เป็นต้น ตามที่กล่าวแล้ว ย่อมบอกแต่ทางที่ตนได้บรรลุมาเท่านั้น แต่ภิกษุพหูสูตรได้เข้าไปหาอาจารย์ เพื่อสอบพระพุทธพจน์และอรรถกถาอย่างชำนาญแล้ว ก่อนจะให้กรรมฐานได้กำหนดสูตรหรือข้อความที่กล่าวไว้ในพระสูตร ซึ่งอนุรูปแก่กรรมฐานนั้น และการณะหรือเรื่องราวเนื่องด้วยการบำเพ็ญกรรมฐานที่มีในพระสูตร จากที่นี้บ้าง ที่อื่นบ้าง ประมวลเข้าให้เป็นข้อที่ง่ายมากน้อยแก่ผู้เรียน แล้วแสดงกรรมฐานวิธีให้เป็นแนวทางกว้างๆไว้ เหมือนช้างใหญ่เดินไปในที่ป่ารก ย่อมแสดงทางที่มันไปเป็นช่องกว้างไว้

ดังนั้น พระโยคาวจรพึงเข้าไปหาผู้ให้กรรมฐาน ที่เป็นกัลยาณมิตรเช่นนั้น ทำวัตรปฏิบัติต่อท่านแล้ว รับเอากรรมฐานจากท่าน ถ้าพระโยคาวจรได้ผู้ให้กรรมฐานอยู่ในวัดเดียวกันก็เป็นการดี ถ้าไม่ได้ ก็พึงไปพท่านให้ได้ เมื่อจะไป..ไม่พึงสวมรองเท้าด้วยเท้าที่ล้างและทาน้ำมันแล้ว ไม่พึงกั้นร่ม ใช้คนถือเครื่องใช้และยา มีกระโหลกน้ำมัน และน้ำผึ้ง น้ำอ้อย เป็นต้น หรือศิษยานุศิษย์ห้อมล้อมไป แต่พึงถือบาตรจีวรไปด้วยตนเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 มี.ค. 2549 , 07:08:00 น.] ( IP = 61.91.127.142 : : )


  สลักธรรม 3

ศิษย์กับอาจารย์

เมื่อเข้าไปสู่วัดใดในระหว่างทาง ก็พึงทำวัตรปฏิบัติทุกแห่ง เป็นผู้มีบริขารน้อย มีความประพฤติขูดเกลา เมื่อจะเข้าสู่วัดที่อาจารย์อยู่นั้น พึงวานใครทำไม้ชำระฟัน ให้เป็นที่น่าใช้ในระหว่างทางแล้วถือเข้าด้วย และไม่ควรแวะเข้าไปที่อื่น ด้วยคิดว่าจักพักล้างและทาเท้าเสียก่อน จึงไปหาอาจารย์

ถาม เพราะเหตุอะไร
ตอบ ถ้าภิกษุทั้งหลายที่ขัดแย้งกับอาจารย์ มีอยู่ในบริเวณนั้นทราบเหตุการณ์มาแล้ว อาจเปิดเผยเรื่องเสียหายของอาจารย์ให้ฟัง แล้วทักท้วงว่า การมาอยู่กับอาจารย์รูปนั้น อาจทำให้ผิดหวัง จนเป็นเหตุให้กลับไปเสียก็ได้ ควรถามที่อยู่ของอาจารย์ แล้วตรงไปที่นั้นเลย

ถ้าอาจารย์อ่อนพรรษากว่า อย่ายินดีการรับบาตรจีวร เป็นต้น ที่อาจารย์นั้นจะทำให้ ถ้าอาจารย์แก่พรรษากว่า เมื่อไปถึงแล้วพึงไหว้อาจารย์แล้วยืนอยู่ ท่านบอกให้วางบาตรจีวรจึงค่อยวาง ท่านบอกให้ดื่มน้ำ ถ้าต้องการก็ดื่ม แต่เมื่อท่านบอกให้ล้างเท้า อย่าเพิ่งล้าง เพราะถ้าน้ำนั้นเป็นน้ำที่อาจารย์ตักมาเอง ก็เป็นการไม่สมควร หากท่านบอกให้ล้างเพราะมิใช่ท่านตักมา คนอื่นตัก แล้วพึงไปนั่งในที่อาจารย์มองไม่เห็น เป็นที่ว่าง มีสิ่งปิดบัง หรือกลางแจ้งท้ายๆวัดก็ได้

ถ้าอาจารย์มีขวดน้ำมันมาให้ พึงลุกขึ้นรับโดยเคารพด้วยมือทั้ง ๒ ถ้าไม่รับ อาจารย์อาจเกิดความกินแหนงว่า เราทำสิ่งของที่ใช้ร่วมกันให้เสียไป ครั้นรับมาแล้วก็ไม่ควรทาเท้าเลยทีเดียว

เพราะถ้าน้ำมันนั้นเป็นน้ำมันสำหรับชะโลมตัวอาจารย์ ก็เป็นการไม่สมควร พึงทาศีรษะก่อนแล้วจึงทาอวัยวะอื่น มีคอเป็นต้น ต่อไปหากท่านบอกว่าเป็นน้ำมันสำหรับใช้ได้ทุกอย่าง จึงแตะที่ศีรษะหน่อยหนึ่ง แล้วทาเท้า เสร็จแล้วควรถามท่านว่า จะเก็บขวดน้ำมันไว้ที่ไหน เพื่อท่านจะได้ชี้บอกที่เก็บให้ เมื่ออาจารย์รับเอาไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 มี.ค. 2549 , 07:08:28 น.] ( IP = 61.91.127.142 : : )


  สลักธรรม 4

ระยะเวลา

เราไม่ควรเร่งเร้าให้ท่านบอกรรมฐานให้ตั้งแต่วันที่มาถึง แต่วันที่สองเป็นต้นไป ถ้าภิกษุอุปัฎฐากประจำอาจารย์มีอยู่ พึงขอปฏิบัติบ้าง ถ้าขอแล้วไม่ยอมให้ พึงคอยทำเมื่อได้โอกาสที่แล้วกัน เมื่อจะทำให้น้อมถวายไม้ชำระฟันทั้ง ๓ ขนาด คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ น้ำล้างหน้า และน้ำอาบ ก็พึงจัดถวายทั้ง ๒ อย่าง คือ เย็น และอุ่น

เมื่ออาจารย์ใช้ไม้ชำระฟันและน้ำอย่างใดตลอด ๓ วันแล้ว ต่อจากนั้นพึงจัดหาไม้ชำระฟันและน้ำเช่นนั้นถวายต่อไป เมื่อท่านไม่พิถีพิถัน ใช้อะไรก็ได้ พึงน้อมถวายของตามแต่จะได้ ข้อปฏิบัติที่ดีงาม ก็ปรากฏในคัมภีร์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติในมหาขันธกะว่า

"ภิกษุทั้งหลาย สานุศิษย์พึงปฏิบัติต่ออาจารย์ พึงลุกตั้งแต่เช้าตรู่ ถอดรองเท้า ทำอุตรสงค์เฉวียงบ่า เข้าไปถวายไม้ชำระฟัน ถวายน้ำล้างหน้า ปูอาสนะ ถ้ายาคูมีอยู่ พึงล้างภาชนะ นำยาคูเข้าไปถวาย"

ศิษย์ผู้ทำให้ครูพอใจด้วยการปฏิบัติเช่นนี้ เวลาเย็นท่านปล่อยให้กลับ พึงกราบลาก่อนไป เมื่อใดท่านถามเราถึงสาเหตุการมา จึงค่อยบอกสาเหตุการมาให้ทราบ ถ้าท่านไม่ถามเลย แต่ก็ยินดีกับการปฏิบัติเมื่อล่วงไป ๑๐ วัน หรือ ๑๕ วันแล้ว หากท่านปล่อยให้กลับในตอนเย็นแล้วก็อย่าเพิ่งรีบร้อนไป เมื่อท่านให้โอกาสแล้ว จึงเรียนบอกสาเหตุการมา หรือเสร้งไปพบท่านผิดเวลา เพื่อให้ท่านถามว่ามาทำไม จึงกราบเรียนสาเหตุการมาให้ท่านทราบ

ถ้าท่านสั่งให้มาตอนเช้า ก็พึงไปแต่เช้า ในเวลานั้น ถ้าท้องของเราร้อน เพราะมีน้ำดีผิดปกติ เพราะไฟธาตุอ่อน หรือโรคอื่นเบียดเบียน ควรบอกให้ท่านทราบตามความเป็นจริง เรียนท่านว่า เมื่อหายดีแล้วค่อยไปพบท่าน เวลาที่ไม่สบายนั้น ท่านบอกกรรมฐานอย่างไร ก็รับไม่ได้อยู่ดี

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [23 มี.ค. 2549 , 07:08:59 น.] ( IP = 61.91.127.142 : : )


  สลักธรรม 5

ระเบียบวินัยในการปฏิบัติตนของภิกษุในพุทธกาลนั้นเป็นขั้นเป็นตอนที่ชัดเจน และงดงามมากนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านเป็นความรู้

โดย น้องกิ๊ฟ [23 มี.ค. 2549 , 09:38:26 น.] ( IP = 203.172.117.24 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาต่อและได้รายละเอียดข้อประพฤติปฏิบัติที่ดีที่ศิษย์ควรทำต่ออาจารย์
ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น [23 มี.ค. 2549 , 16:45:18 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org