มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๔๗)






ตอนที่ (๑๔๖) อ่านที่นี่

ปัญจทวารวิถี อติมหันตารมณ์

O     ๑. อดีตภวังค์    ภวังค์จากอดีต
O     ๒. ภวังคจลนะ     ภวังค์ไหว
O     ๓. ภวังคุปัจเฉทะ     ตัดกระแสภวังค์
O     ๔. ปัญจทวาราวัชนะ    การพิจารณาอารมณ์ที่มากระทบ
O     ๕. ปัญจวิญญาณ    (จักขุ โสต ฆานะ ชิวหา กายวิญญาณ)
O     ๖. สัมปฏิจฉนะ    การรับอารมณ์
O     ๗. สันตีรณะ   การพิจารณาอารมณ์
O     ๘. โวฏฐัพพนะ    การตัดสินอารมณ์
O     ๙. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๐. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๑. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๒. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๓. ชวนะ     เสพอารมณ์
O     ๑๔. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๕. ชวนะ    เสพอารมณ์
O     ๑๖. ตทาลัมพนะ    ยึดหน่วงอารมณ์ต่อจากชวนะ
O     ๑๗. ตทาลัมพนะ    ยึดหน่วงอารมณ์ต่อจากชวนะ
O     - ภวังค์

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:36:21 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผู้พิพากษามีหน้าที่ตัดสินคดี ในกรณีที่มีคู่พิพาทกัน หรือมีผู้ถูกต้องหาว่ากระทำความผิด เรื่องราวทั้งหลายเหล่านั้นก็จะมีบุคคลหลายฝ่ายทำมา เช่นตำรวจ ย่อมจะสืบสวนสอบสวนมาแล้วนำเสนอต่อศาลเป็นต้น ศาลก็จะเรียกโจทก์จำเลยมาพิจารณาแล้วก็พิพากษาตัดสินคดีไปตามกฎหมาย ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าผู้พิพากษามีหน้าที่พิจารณาแล้วตัดสินคดี ที่มีผู้ทำสำนวนทำเรื่องราว ตลอดจนคู่กรณีเข้ามาศาล หรือตำรวจสั่งผู้ต้องหามาให้ศาลพิจารณา คือมีหลายคนทำเรื่องราวเข้ามาเสนอศาลพร้อมบริบูรณ์

โวฏฐัพพนจิต เป็นดวงที่ ๘ เป็นจิตตัวหนึ่งที่มีหน้าที่การงาน และการงานนั้นก็คือ การพิจารณาตัดสินอารมณ์อย่างเด็ดขาด ตามที่มีผู้เสนอมาให้แล้ว ด้วยเหตุนี้โวฏฐัพพนจิต จึงเป็นเสมือนหนึ่งผู้พิพากษาตัดสินคดีตามตัวบทกฎหมาย

สันตีรณจิตก็เหมือนกับพนักงานอัยการหรือตำรวจ ที่จะต้องส่งเรื่องราวทั้งหมดไปให้แก่โวฏฐัพพนจิต ซึ่งเป็นผู้พิพากษาตัดสิน ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อผู้พิพากษาตัดสินคดีแล้วก็เป็นอันเด็ดขาด เมื่อโวฏฐัพพนจิตเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เป็นการตัดสินเรื่องราวที่เห็นหรือที่ลิ้มรสนั้น เสร็จสิ้นลงไปคราวหนึ่ง

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:37:29 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : )


  สลักธรรม 2

ผมขอเตือนท่านนักศึกษาเอาไว้สักข้อหนึ่งว่า การที่จะรู้สึกว่าเห็นอะไร (เห็นหน้าแล้วคลับคล้ายคลับคลาเพราะอะไร) หรือได้ลิ้มรสอะไรนั้น จิตเกิดขึ้นมาทำการงานมากมายด้วยกัน แต่ถ้าวิถีจิตเกิดขึ้นมาทางปัญจทวารวิถีแล้ว จิตจะบังเกิดความรู้สึกเห็นอะไรหรือลิ้มรสอะไรไม่ได้ เพราะจะต้องอาศัยจิตเกิดขึ้นทางมโนทวารวิถีอีก อันเป็นความนึกคิดทางใจนั่นเอง จะเกิดขึ้นมาทำการงานอย่างสลับซับซ้อนกับทางปัญจทวารและทางมโนทวาร ทางปัญจทวารอาจจะเกิดมากหรือน้อยกว่าทางมโนทวารก็ได้ไม่แน่นอน แล้วแต่เหตุมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ซึ่งผมจะได้บรรยายอีกครั้งหนึ่งเมื่อพูดถึงมโนทวารวิถี

ผู้พิพากษามีหน้าที่ตัดสินความที่มีผู้เสนอเรื่องราวขึ้นมาให้แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดแจงคู่กรณีไม่ได้สืบสวนมาก่อน เมื่อได้พิจารณาคดีเห็นสมควรจะตัดสินให้ผู้ใดชนะหรือแพ้ หรือยกฟ้อง แล้วก็หมดหน้าที่ทั้งไม่ต้องปล่อยหรือขังผู้ต้องหา ไม่ได้ลงโทษโดยลงมือทำอะไรแก่ใคร เพราะมีเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นมือของผู้พิพากษาทำหน้าที่ต่อไปโวฏฐัพพนจิตจึงเป็นกิริยา ไม่ได้เป็นวิบากเหมือนจิตตัวอื่นๆ

สำหรับจิตดวงต่อไปนั้น ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่าเป็นชวนจิต และมิได้มีอยู่ ๑ หรือ ๒ ดวงเท่านั้น หากแต่มีถึง ๗ ดวงด้วยกัน

ชวนะ แปลว่า เสพอารมณ์ เสพอารมณ์ได้แก่การกินหรือเสวยอารมณ์นั่นเอง และกินหรือเสวยอารมณ์หมดทั้ง ๗ ดวง

เมื่อโวฏฐัพพนจิตตัดสินอารมณ์แล้ว ชวนะแต่ละดวงก็เกิดขึ้นมาเสพอารมณ์ยินดีชอบใจอันเป็นโลภะ เสพอารมณ์ไม่ชอบใจอันเป็นโทสะ หรือเสพอารมณ์ที่ไม่ยินดียินร้ายคืออุเบกขา หรือมิฉะนั้นก็เสพอารมณ์ยินดีที่เป็นกุศลอันเกิดจากการได้ทำบุญให้ทาน เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:37:51 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : )


  สลักธรรม 3

ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่า จิตดวงที่ ๙ ไปจนถึงดวงที่ ๑๕ นั้น เป็นตัวเสพอารมณ์ทั้งหมด อันเกิดขึ้นมาหลังจากโวฏฐัพพนะตัดสินให้แล้ว เป็นจิตจะเกิดบาปหรือเกิดบุญ (และกิริยาจิตของพระอรหันต์) บาปหรือบุญก็จะเกิดขึ้นที่ตรงชวนะนี่เอง ตัวอื่นๆ ตั้งแต่ต้นมาหาได้เกิดบาปหรือเกิดบุญได้ไม่

จิตตัวอื่นที่ผมบรรยายผ่านมาแล้ว เป็นวิบากบ้าง เป็นกิริยาบ้าง เป็นเพียงตัวการที่เข้ามาร่วมการงาน เพื่อให้อารมณ์เกิดขึ้นสำเร็จลงไปเท่านั้น

ในปัญจทวารวิถี จิตทั้งหมดมี ๑๗ ดวง มีที่เป็นบาปหรือเป็นบุญ (และกิริยาจิตของพระอรหันต์) บาปหรือบุญที่เกิดขึ้นจากชวนะเหล่านี้ มีกำลังไม่เท่ากัน ฉะนั้น บางดวงจึงให้ผลได้แต่ในชาตินี้ ซึ่งมีกำลังน้อย ให้ผลไม่ได้ชัดเจน จนดูเหมือนมันไม่ได้ให้ผลอะไร บางดวงก็มีกำลังมากขึ้นจนสามารถให้ผลถึงชาติหน้า และบางดวงก็มีกำลังมากที่สุด คือมีกำลังมากยิ่งกว่าเพื่อน จึงสามารถให้ผลได้ยืดยาว ตั้งแต่ชาติที่ ๓ เป็นต้นไป แล้วก็ต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้นง่ายๆ

ส่วนเหตุผลต่างๆ ว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงได้มีกำลังแตกต่างกัน แล้วทำไมจึงได้ให้ผลเช่นนั้น ท่านนักศึกษาจะได้ทราบเมื่อได้ศึกษาต่อไปข้างหน้า

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:38:09 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : )


  สลักธรรม 4

สำหรับจิตดวงที่ ๑๖ และ ๑๗ นั้นชื่อว่า ตทาลัมพนะ แล้วแปลว่าตัวยึดหน่วงอารมณ์ต่อจากชวนะ สำหรับจิตทั้งสอง ผมขออธิบายดังนี้

ผู้ที่เคยขับรถยนต์มาแล้ว ย่อมจะทราบดีว่า ถ้าขับรถยนต์ไปด้วยกำลังเร็ว ครั้นต้องการจะหยุดรถขึ้นมา ก็จำเป็นที่จะต้องชลอให้รถแล่นช้าลงเสียก่อน ถ้าหยุดรถในทันทีทันใดในขณะที่รถกำลังเร็วแล้ว ย่อมจะเกิดอันตราย เพราะอาศัยกำลังแรงของรถที่วิ่งมาโดยเร็ว ทำให้รถพลิกคว่ำได้โดยง่าย ในเรื่องนี้ท่านนักศึกษาคงจะเข้าใจดี แม้ขับขี่รถจักรยานไปโดยเร็ว ถ้าจะให้หยุดในทันทีแล้ว ตัวของผู้ขับขี่ก็จะต้องพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างแน่นอน

ในการทำงานของจิตทางปัญจทวารวิถีนี้ ถ้าท่านยังคงจำได้ ก็คงจะได้ฟังที่ผมได้อธิบายมาแล้วว่า เป็นวิถีที่มีอารมณ์แรง เช่นยินดีหรือเสียใจมาก เป็นต้น ดังนั้น จึงได้ชื่อว่า อติมหันตารมณ์

อารมณ์ที่แรงก็เหมือนกับรถที่วิ่งมาโดยเร็ว จะหยุดลงไปในทันทีทันใดย่อมไม่ได้ จำเป็นจะต้องทำให้มันช้าลงไปเสียบ้างก่อน แล้วจึงหยุดในภายหลัง จิตที่ชื่อว่าตทาลัมพนะก็เช่นนั้น ตทาลัมพนะ เป็นตัวยึดหน่วงอารมณ์ให้ลดกำลังแรงลงเสียก่อนแล้วจึงจะเป็นภวังคจิตได้

ตทาลัมพนะที่เป็นตัวยึดหน่วงอารมณ์นี้ เป็นวิบากจิต เป็นจิตที่เรียกว่าเป็นผลของกรรม เพราะได้ทำบาปหรือทำบุญมาแล้วสืบต่อมา เป็นตัวการเข้ามาร่วมช่วยเหลือการงานของวิถีจิต กระทำหน้าที่ยึดหน่วงอารมณ์ที่เกิดขึ้นมามีกำลังแรงมาก แต่ถ้าหากอารมณ์นั้นมีลังอ่อน เช่นมิได้มีความยินดีหรือตื่นเต้นมากสักเท่าใดแล้ว ตทาลัมพนะก็จะไม่เกิด เพราะไม่มีความจำเป็นต้องเกิด ในขณะนี้ ก็จะมีภวังคจิตเข้ามาแทน เรื่องรายละเอียดต่างๆ ยังมีอีก ท่านนักศึกษาจะได้ทราบในโอกาสต่อไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:38:33 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : )


  สลักธรรม 5

ผมก็ได้บรรยายการงานของจิตทางปัญจทวารวิถีมาโดยย่อพอให้เป็นแนวทางที่จะได้ศึกษาต่อไปแล้ว เพื่อมิให้เสียเวลาไปมากนัก ผมขอให้ท่านได้คิดพิจารณาการงานของจิตทางทวารอื่นๆ บ้างเ ช่น ทางหู ทางจมูก เป็นต้น จะได้มีความเข้าใจกว้างขวางขึ้นอีก

อย่างไรก็ดี ก่อนที่ผมจะได้บรรยายต่อไปถึงการงานของจิตทางมโนทวาร ผมก็จะขอเน้นตามที่บรรยายไปแล้วเป็นครั้งสุดท้ายว่า แม้จิตจะเกิดขึ้นถึง ๑๗ ขณะ และมีการงานสลับซับซ้อนกันอย่างไร หรือแม้ว่าจะเสพอารมณ์ยินดี หรือยินร้ายมากขณะ และจะเป็นบาปหรือเป็นบุญแล้วก็ดี หรือแม้วิถีจิตทางปัญจทวารที่จะเกิดมากมายสักกี่วิถีก็ตาม แต่วิถีทางปัญจทวารมีอารมณ์เพียงอย่างเดียวนั้น หาได้ทำให้เกิดการเห็น ก. O U แล้วรู้ว่าเป็น ก.ไก่ รู้ว่าเป็นวงกลม รู้ว่าเป็นรูปเกือกม้า และรู้ว่ากินหมี่กรอบไม่

ความรู้จริงๆ เหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องมีวิถีจิตทางมโนทวารเกิดร่วมด้วยเสมอไป ดังนั้น บาปหรือบุญที่เกิดขึ้นทางปัญจทวารนั้น จึงมีกำลังไม่สู้มากในวิถีนี้ และไม่มีกำลังให้ผลนำเกิด คือเฉพาะกุศลและอกุศลทางปัญจทวารวิถีประการเดียวนั้น นำไปสู่การปฏิสนธิในชาติหน้าไม่ได้

บัดนี้ ผมคิดว่า ปัญจทวารวิถีนั้น ผมอธิบายมาคงจะเป็นการเพียงพอสำหรับที่ท่านทั้งหลายจะได้รับเอาไว้พิจารณาแล้ว ต่อจากนี้ไป ผมจะได้อธิบายถึงมโนทวารวิถี อันเป็นวิถีจิตที่เกิดขึ้นมาทำงานทางใจต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 07:38:52 น.] ( IP = 58.136.206.133 : : )


  สลักธรรม 6



กราบขอบพระคุณและอนุโมทนา
ที่ท่านอาจารย์กรุณาให้แสงสว่างแก่ชีวิตค่ะ

โดย พี่ดา [27 มี.ค. 2549 , 10:04:12 น.] ( IP = 124.121.172.24 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาต่อเช่นกันครับผม


และพยายามทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นในเรื่องของการรู้อารมณ์ต่างๆครับท่านอาจารย์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูง และระลึกในพระคุณไว้เหนือเกล้าครับ.

โดย พี่เณร [27 มี.ค. 2549 , 11:05:39 น.] ( IP = 58.8.90.243 : : )


  สลักธรรม 8

มาศึกษาการทำงานของจิตในวิถีต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [27 มี.ค. 2549 , 21:38:24 น.] ( IP = 61.91.126.63 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org