มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างของชีวิต (๑๔๘)






ตอนที่ (๑๔๗) อ่านที่นี่

ท่านทั้งหลาย ท่านเคยประสบการณ์ดังนี้บ้างหรือไม่ เมื่อท่านได้พบใครสักคนหนึ่งแล้วมีความรู้สึกว่า คนๆ นี้เคยเห็นที่ไหน หรือคนๆ นี้เคยรู้จักสนิทสนมกับเรามาแต่ก่อนหรือมิใช่ หรือว่าจะเคยเป็นเพื่อนฝูงกันมาสนิทตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียน หรือว่าเคยเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อนเมื่อหลายปีมาแล้ว เขาเองก็รู้สึกว่าจะมองดูท่านด้วยสงสัยเหมือนกันแต่ต่างก็ไม่กล้าทักทาย เพราะด้วยความไม่แน่ใจในเรื่องนี้ บางครั้งท่านสนใจมากไปสักหน่อย ท่านจึงคิดไปคิดมา บางทีก็คิดออก บางทีก็คิดไม่ออก ไม่ทราบว่าเป็นใคร ผมขอถามว่า ทำไมจึงได้เป็นดังนั้น หวังว่าท่านคงจะไม่ตอบเอาง่ายๆ อย่างไม่ได้เหตุผลว่า "ลืม"

ท่านทั้งหลายเคยเป็นดังนี้บ้างหรือไม่ เราเห็นใครคนใดคนหนึ่ง แล้วเราก็เข้าไปทักทายปราศรัยกัน พูดจาทักทายแบบคนเคยรู้จักกันมาอย่างสนิทสนม แต่ไม่ช้าเราก็รู้แน่ว่าบุคคลผู้นี้ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย ทั้งเขาเองก็บอกว่าไม่ใช่เป็นคนที่เราต้องการจะพูดด้วย เราก็จำเป็นจะต้องพูดจาขอโทษขอโพยเขาเป็นการใหญ่ที่ทักทายเพราะจำผิดไป เรื่องเช่นนี้เหตุใดจึงเกิดขึ้นได้ ท่านคงจะไม่ตอบเอาง่ายๆ อย่างมิได้มีเหตุผลเข้ามาประกอบด้วยว่า "จำผิดไป"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:38:19 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผมขอให้ท่านดูรูปต่อไปนี้ ท่านว่าเป็นรูปอะไร เหมือนกันหรือไม่ เพราะเหตุใด



ท่านก็คงจะตอบคำถามนี้ได้ง่ายๆ ว่า รูปแรกเป็นรูปสุนัข และรูปหลังเป็นรูปแมว ที่มันไม่เหมือนกันนั้นก็เพราะว่า สุนัขกับแมวมันแตกต่างกัน ไม่ว่าตา หู จมูก ปาก และทุกส่วนของหน้ามันทั้งหมด

คำตอบคำถามนี้ แม้ว่าจะถูกต้องก็จริง แต่ก็หาใช่ว่าจะถูกต้องสมบูรณ์ตามสภาวธรรมไม่ เพราะไม่ได้ประกอบด้วยเหตุผลที่ลึกลงไปอีก ในข้อที่ว่าสุนัขกับแมวนั้น หน้า ตา หู จมูก หรือปากมันไม่เหมือนกัน ใครๆก็ทราบเป็นอย่างดี ดังนั้น ความสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ที่มันไม่เหมือนหรือมันแตกต่างกันนั้น เรารู้ได้อย่างไรว่ามันไม่เหมือนกัน หรือรู้ได้อย่างไรว่ามันแตกต่างกัน เอาอะไรมาเป็นเครื่องตัดสินหรือใช้อะไรมาเป็นหลักในการตอบคำถามเช่นนั้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:39:50 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อดูรูปแล้ว จะตอบคำถามว่า สุนัขกับแมวเหมือนกันหรือไม่ การตอบว่าไม่เหมือนกันนั้น ก็เพราะผู้ตอบมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทางตากับทางใจโดยละเอียดดังต่อไปนี้

รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นของแสงสะท้อนจากภาพมากระทบกับจิตที่ประสาทตา ก็หาใช่ว่า คลื่นของเสงที่สะท้อนดังกล่าว จะสะท้อนรูปนั้นมาทั้งหน้าของสุนัขหรือทั้งหน้าของแมวโดยทันทีพร้อมกันก็หาไม่ หากแต่จะสะท้อนมาทีละส่วนๆ เช่น ตา จมูก ปาก แก้ม หู เป็นต้น ทั้งสุนัขและแมวโดยรวดเร็ว

ในขณะที่จิตเกิดทางปัญจทวารวิถีนี้ วิถีจิตเกิดขึ้นมามากมาย และมโนทวารวิถีก็เกิดร่วมด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่ทราบว่า เป็นสุนัขหรือว่าเป็นแมวจริงๆเพียงแต่เอารูปร่างลักษณะสีสันวรรณะที่มีอยู่ในใจ เข้ามาปรับที่ตาได้มองเห็นเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:40:18 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : )


  สลักธรรม 3

ถ้าเราจะต้องคำถามว่า รูปสุนัขกับรูปแมวนั้น มีปรากฏอยู่ในจิตใจมาก่อนหรือเปล่า ก็จะมีคำตอบว่า รูปสุนัขกับรูปแมวนั้นมีปรากฏอยู่ภายในจิตใจมานานแล้ว ประทับอยู่ในใจอย่างมั่นคง เพราะเคยรู้จักมันมาเป็นอย่างดี ด้วยเห็นมานมนาน

การตัดสินว่าเป็นสุนัขหรือเป็นแมวได้โดยถูกต้องนั้น ก็เพราะรูปของสุนัขและรูปของแมว ที่เคยเห็นมาแล้วในอดีต ที่ได้เก็บเอาไว้ภายในจิตใจนั่นเอง จิตจะจับที่อารมณ์ คือ รูปสุนัขและรูปแมว เอารูปที่ตาได้เห็นเข้ามาเปรียบเทียบกับรูปที่อยู่ภายในจิตใจว่าเหมือนกันหรือไม่ แล้วจึงจะตัดสินเด็ดขาดได้ว่า รูปที่ปรากฏอยู่ต่อหน้านั้นเป็นสุนัข เป็นแมว หรือมิใช่ ต้องอาศัยของเก่าที่เก็บเอาไว้ในใจเข้ามาตัดสิน ไม่มีอดีตกรรมจะตัดสินกระไรได้

บุรุษผู้หนึ่งรู้สึกหิวอาหาร จึงได้แวะเข้าไปในร้านขายอาหารไทย ลงมือสั่งข้าว ๑ จาน กับแกง ๒ อย่าง ผู้ขายเป็นเด็กผู้หญิงรุ่นสาว เมื่อคดข้าวใส่ในจานแล้ว ก็เกิดคันในจมูกขึ้นมา จึงเอานิ้วแยงเข้าไปในรูจมูก แล้วเอามือที่แยงจมูกนั้นมาตกแต่งข้าวในจานให้เรียบร้อยอีกทีหนึ่ง เสร็จแล้วจัดแจงจะมาส่งให้ผู้กำลังหิว บุรุษผู้หิวอาหารมองดูโดยตลอดด้วยความรู้สึกบางอย่าง แล้วความหิวก็หายไป ลุกขึ้นได้ก็ควักสตางค์ค่าข้าวส่งให้ ๕๐ สตางค์ แล้วก็ลุกออกไปโดยไม่พูดจา คนขายของ ๒-๓ คน พากันหัวเราะพูดกันว่า "ถ้าจะสติไม่ค่อยจะดี"

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:40:53 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : )


  สลักธรรม 4

ความปรากฏอารมณ์ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายนั้น เรียกว่า ปัญจทวารวิถี แล้วก็จะเกิดอารมณ์ทางใจด้วย เรียกว่า มโนทวารวิถี ถ้าอารมณ์ทางมโนทวารวิถีไม่มีเสียแล้ว ก็จะรู้อารมณ์จริงๆ ไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้เอง ก็จะตัดสินความจริงได้ว่า บุรุษผู้หิวอาหารนั้น ได้มองเห็นการเอานิ้วแยงเข้าไปในรูจมูก ขณะนี้วิถีจิตก็จะเกิดขึ้นทางจักขุทวารวิถีมากมาย แล้วการที่รู้สึกว่า นิ้วสกปรก เปื้อนข้าวในจานที่ตัวเองจะกิน กลัวเชื้อโรค ไม่สะอาดกลืนไม่ลง เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นอารมณ์ทางปัญจทวารวิถี และมโนทวารวิถีที่เกิดขึ้นโดยรวดเร็วอย่างเหลือเกิน สลับซับซ้อนกันไป

และเป็นการแสดงให้เห็นว่า เอาของเก่าในใจออกมาเปรียบเทียบ หรือยกอารมณ์เก่าๆ ในอดีตเข้ามาร่วมการงานด้วยตั้งหลายอย่าง แล้วจึงตัดสินว่าประการใดได้โดยเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ เมื่อตา หู จมูก ลิ้น กาย กระทบอารมณ์แล้ว จึงต้องเกิดอารมณ์ทางมโนทวารด้วยเสมอไป ส่วนการเกิดอารมณ์ทางปัญจทวารจะมากหรือน้อยกว่าทางมโนทวารประการใดนั้น ก็แล้วแต่เหตุอีกหลายอย่าง ซึ่งท่านนักศึกษาจะได้ทราบต่อไปในวันข้างหน้า

ผมได้บรรยายมาพร้อมทั้งยกตัวอย่างขึ้นมา เพื่อให้ท่านได้ทราบเรื่องโดยทั่วไปอย่างกว้างขวางแล้ว บัดนี้ ผมจะได้อธิบายเรื่องของจิตที่เกิดขึ้นทางมโนทวารวิถีโดยเฉพาะเจาจงต่อไป

โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:41:16 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : )


  สลักธรรม 5

มโนทวารวิถี วิภูตารมณ์


O     ๑. ภวังคจลนะ     ภวังค์ไหว
O     ๒. ภวังคุปัจเฉทะ    ตัดกระแสภวังค์
O     ๓. มโนทวาราวัชนะ     พิจารณาอารมณ์ทางใจ
O     ๔. ชวนะ     เสพอารมณ์
O     ๕. ชวนะ     เสพอารมณ์
O     ๖. ชวนะ     เสพอารมณ์
O    ๗. ชวนะ     เสพอารมณ์
O     ๘. ชวนะ     เสพอารมณ์
O    ๙. ชวนะ     เสพอารมณ์
O    ๑๐. ชวนะ     เสพอารมณ์
O    ๑๑. ตทาลัมพนะ     ยึดหน่วงอารมณ์ต่อจากชวนะ
O     ๑๒. ตทาลัมพนะ     ยึดหน่วงอารมณ์ต่อจากชวนะ
O     - ภวังค์

มโนทวารวิถี เป็นจิตที่เกิดขึ้นมาทำการงานทางมโนทวาร และวิถีนี้เป็นวิภูตารมณ์ อันหมายถึงอารมณ์ที่มีกำลังมาก และที่ว่ามีกำลังมากนั้นก็คือ จิตรับประทบอารมณ์ที่เกิดทางใจที่มีการกระทบกระเทือนแรง เช่น ดีใจ เสียใจ ตกใจ หรือโสมนัสเกิดมากเมื่อได้ทำบุญกุศลเป็นต้น

ดังนั้น วิภูตารมณ์จึงต้องมีตทาลัมพนะเป็นวิบากจิตหรือเป็นผลของกรรมที่ได้ทำมาแล้วในอดีต เข้ามาช่วยรองรับอารมณ์ที่มีกำลังแรงเหล่านั้นให้เบาบางลงเสียก่อน แล้วจึงจะเป็นภวังค์ได้ เพราะภวังค์เป็นจิตที่รักษาภพชาติให้สืบต่อกันไปเรื่อยๆ มิได้มีความสำนึกรู้สึกตัวอะไรเลย เหมือนคนกำลังนอนหลับอยู่ จิตก็เป็นภวังค์โดยตลอด การที่มีตทาลัมพนะเกิดต่อจากชวนะก็มารองรับอารมณ์ที่มีกำลังมาก ดังที่ผมได้อธิบายมาแล้วตั้งแต่ปัญจทวารวิถี

แต่ถ้าหากว่าการกระทบอารมณ์นั้นมีกำลังน้อย เช่น เมื่อรูปเข้ากระทบตา หรือเสียงเข้ากระทบหู ผู้รับกระทบมิได้บังเกิดความสะเทือนใจ เช่น เพราะมิได้มีความสนใจเป็นต้น ตทาลัมพนะก็จะไม่เกิดขึ้นใจจิตดวงที่ ๑๑, ๑๒ นี้ ก็จะมีภวังคจิตเข้ามาแทนกันต่อไป มโนทวารวิถีต้องมีตทาลัมพนะมารองรับ เพราะเป็นวิภูตารมณ์ คือมีอารมณ์แรง ผมอธิบายเพียงเท่านี้ ผมหวังว่าท่านนักศึกษาก็คงจะมีความเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้ ผมก็จะได้บรรยายถึงจิตที่เกิดขึ้นตั้งแต่หมายเลข ๑ เป็นต้นไป

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม นำมาฝาก [26 มี.ค. 2549 , 22:41:47 น.] ( IP = 58.136.207.181 : : )


  สลักธรรม 6


มาศึกษาต่อค่ะ


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนา
ที่ท่านอาจารย์กรุณาให้แสงสว่างแก่ชีวิตค่ะ

โดย พี่ดา [27 มี.ค. 2549 , 10:09:54 น.] ( IP = 124.121.172.24 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาการทำงานของจิตในวิถีต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [27 มี.ค. 2549 , 22:07:00 น.] ( IP = 61.91.126.63 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org