| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คัมภีร์วิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน(ตอนที่๓๒)
สลักธรรม 1ภูมิกรรมฐาน
กรรมฐาน ๔๐ ประการหลังนี้ กรรมฐาน ๑๒ คือ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ (๑) อาหาเรปฏิกูลสัญญา (๑) ไม่ปรากฏในหมู่เทวดา
กรรมฐาน ๑๓ คือ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ (๑) อาหาเรปฏิกูลสัญญา (๑) และอานาปานสติ (๑) ไม่ปรากฏในพรหมโลก
กรรมฐานอื่นๆ นอกจาก อรุปปกัมมัฏฐาน ๔ แล้ว ย่อมไม่ปรากฏในอรูปภพ
ส่วนกรรมฐาน ๔๐ ทั้งหมดย่อมเป็นไปได้ในหมู่มนุษย์
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [30 มี.ค. 2549 , 07:11:21 น.] ( IP = 58.8.46.226 : : )
สลักธรรม 2การยึดอารมณ์
บัณฑิตพึงทราบ การยึดถือนิมิต ๓ ทาง คือ การดู การกระทบ และการฟังกรรมฐาน ๑๙ คือ กสิณ เว้นวาโยกสิณ เหลือ ๙ และอสุภะ ๑๐ เหล่านี้ต้องยึดถือนิมิตจากการดูสีที่เห็น คือเบื้องแรกนิมิตแห่งกรรมฐานเหล่านั้นต้องดูด้วยตาให้เป็นบริกรรมนิมิตแล้วจึงยึดถือเป็นอุคคหนิมิตได้
ในกายคตาสติ อารมณ์แห่งกายคตาสตินั้นถือเอาได้ทั้งการดูและการฟัง กล่าวคือ ส่วนที่เป็นรูปธรรม ยึดถือเอาทางตา ส่วนที่เหลือยึดถือเอาทางหู ในอานาปานสติยึดถือเอาทางผัสสะ ในวาโยกสิณถือเอาได้ทั้งทางตาและทางผัสสะ ที่เหลืออีก ๑๘ ถือเอาทางหู
แต่ในกรรมฐาน ๔๐ นั้น อุเบกขาพรหมวิหาร และอรูป ๔ เป็นกรรมฐานที่พระโยคาวจรผู้เริ่มปฏิบัติไม่ควรถือเอา ที่เหลือ ๓๕ จึงควรถือเอา
ปัจจัยแห่งกรรมฐาน
กสิณทั้งหมดเว้นอากาสกสิณ เป็นปัจจัยแห่งอรูปทั้งหลาย
กสิณทั้ง ๑๐ เป็นปัจจัยแห่งอภิญญา
พรหมวิหาร ๓ เป็นปัจจัยแห่งพรหมวิหาร ๔
อรูปชั้นต่ำๆ เป็นปัจจัยแห่งอรูปชั้นสูงๆ
เนวสัญญานาสัญญายตนะเป็นปัจจัยแห่งนิโรธสมาบัติ
กรรมฐานทั้งหมดเป็นปัจจัยแห่งทิฏฐิธรรมสุขวิหารแห่งวิปัสสนาและภพ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [30 มี.ค. 2549 , 07:11:51 น.] ( IP = 58.8.46.226 : : )
สลักธรรม 3ความเหมาะสมแห่งกรรมฐาน
การวินิจฉัยในตอนนี้ บัณฑิตพึงทราบกรรมฐานที่อนุกูลแแก่จริยาต่อไปว่า กรรมฐานอนุกูลแก่จริยาเป็นอย่างไร
กรรมฐาน ๑๑ คือ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ (๑) อนุกูลแก่คนราคจริต
กรรมฐาน ๘ คือ พรหมวิหาร ๔ วัณณกสิณ ๔ อนุกูลแก่คนโทสจริต
อานาปานสติอย่างเดียว อนุกูลแก่คนโมหจริตและวิตกจริต
อนุสสติ ๖ ข้างต้น อนุกูลแก่คนสัทธาจริต
กรรมฐาน ๔ คือ มรณสติ อุปสมานุสติ จตุธาตุววัฏฐาน อาหาเรปฏิกูลสัญญา อนุกูลแก่คนพุทธิจริต
กสิณที่เหลือและอรูป ๔ อนุกูลแก่คนทุกจริต
อนึ่ง กสิณอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นปริตตารมณ์ อนุกูลแก่คนวิตกจริต ที่เป็นอัปปมาณารมณ์ อนุกูลแก่คนโมหจริต
คำที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ กล่าวตามที่กรรมฐานและจริยาแต่ละอย่างเป็นข้าศึกกันโดยตรง และตามที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง อนึ่ง กุศลภาวนาที่ไม่เป็นอุปการะแก่คุณ มีศรัทธาเป็นต้น ไม่มีเลย คัมภีร์เมฆิยสูตรกล่าวว่าธรรม ๔ ประการ พึงเจริญให้ยิ่งขึ้นไป คือ
(๑) อสุภะทั้งหลายพึงบำเพ็ญเพื่อละราคะ
(๒) เมตตาพึงบำเพ็ญเพื่อละพยาบาท
(๓) อานาปานสติพึงบำเพ็ญเพื่อละวิตก
(๔) อนิจจสัญญา พึงบำเพ็ญเพื่อถอนการถือตัว
ในราหุลสูตรนั้น พระพุทธองค์ตรัสกรรมฐาน ๗ ข้อ แก่พระราหุลข้อเดียว โดยการย้ำให้พระราหุลบำเพ็ญเมตตาภาวนาให้มาก เป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป ![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [30 มี.ค. 2549 , 07:12:54 น.] ( IP = 58.8.46.226 : : )
สลักธรรม 4ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
โดย เซิ่น [30 มี.ค. 2549 , 23:01:49 น.] ( IP = 58.8.47.33 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |