| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทำไมต้องมีหลัก เพื่ออะไร ?
สลักธรรม 1๓. ในการกำหนด นาม-รูป นั้น ต้องมีความรู้สึกตัวเสมอว่า ในขณะนั้นมีนามอะไร รูปอะไร ห้ามนึก คือมีความรู้สึกตัวเสมอ ความรู้สึก กับ การนึก ต่างกัน เช่น ขณะที่เรากำลังฟังธรรมะอยู่ หรือกำลังดูหนัง ดูละครอยู่ เราจะต้องทำความเข้าใจว่า ฟังอะไรอยู่ เขาพูดว่าอะไร ตัวละครกำลังทำท่าอะไรอยู่ พูดอะไรอยู่นั่นล่ะ ในขณะนั้น จะไม่มีความรู้สึกตัวได้เลยว่าท่านนั่งอยู่ หรือ ท่านทำอะไรอยู่ ท่าทางอาการขณะนั้นเป็นอย่างไร จะไม่มีทางรู้สึกเด็ดขาด เพราะอะไรเล่า เพราะท่านมัวแต่กำลังฟังเรื่องอยู่ กำลังสนใจดูอยู่ อันนี้จะรู้สึกตัวไม่ได้ เพราะถ้ารู้สึกตัวจะรู้เรื่องไม่ได้ ก็จะไม่เป็นประโยชน์ในการฟัง การดู ดังนั้น ต้องทำให้ถูกกาละเทศะ คือ จะต้องรู้ว่า ขณะนี้เวลานี้กำลังปฏิบัติวิปัสสนาอยู่ จะมามัวรู้เรื่องไม่ได้ มีกิจหน้าที่รู้สึกตัวเท่านั้น ดังนั้น ผู้ปฏิบัติต้องแยกแยะระหว่างความรู้สึกกับการนึกว่า แตกต่างกันอย่างไรให้ได้ เพราะความรู้สึกสำคัญมาก ทำไมสำคัญมาก ก็เพราะความรู้สึกเป็นปัจจุบัน นั่นเอง แต่ถ้ามัวนึก ก็จะไม่รู้ในอาการที่ปรากฏขึ้น ปัจจุบันก็จะไม่ได้ ต้องทำความรู้สึกตัวเสมอว่า เป็นนามอะไร เป็นรูปอะไร.
๔. ห้ามกำหนดว่าที่ทำนั้นต้องการอะไร เช่นจะเดินเพื่อเห็นธรรมะ จะเดินเพื่อจิตสงบ จะเดินเพื่อไม่ให้ฟุ้ง อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะความต้องการ เป็นตัวกิเลสตัณหา การทำวิปัสสนามีจุดประสงค์เพื่อขับไล่ กิเลส-ตัณหา-ทิฏฐิ ให้ออกไปก่อนเพื่อเห็นความจริง
ท่านอุปมาเปรียบดังแหนที่ลอยอยู่เหนือน้ำ น้ำที่ใสสะอาดเราอาจจะเห็นอะไรได้ แต่มันมีแหนมาปิดบังไว้ เราจึงไม่สามารถเห็นอะไรในน้ำนั้น เราจึงจำเป็นต้องเอาแหนออกเสียก่อน เราจึงจะเห็นว่าในน้ำมีอะไรบ้าง เช่นเดียวกับในการปฏิบัติ คือ ต้องทำลาย กิเลส-ตัณหาก่อน เพราะเป็นตัวการปิดบังปัญญา เพราะความรู้สึกต้องการ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงความจริงเหมือนแหนที่ปิดบังไว้ ความรู้สึกจึงเป็นความสำคัญ โดยมนสิการให้ถูก หรือจะพูดง่ายๆ ว่า ทำความรู้สึกในอารมณ์นั้นให้ถูก... เรียกว่า โยนิโสมนสิการ ผู้ปฏิบัติที่กำลังกำหนดในอารมณ์รูปใด หรือ นามใดก็ตาม ต้องสังเกตุว่า ถ้ามีความรู้สึกว่ากำหนดเพื่ออะไร ความรู้สึกเช่นนั้นไม่ถูก เพราะทั้งชีวิต ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา โดยปกติของชีวิต การตื่นขึ้น ตัณหาจะอาบจิตอยู่เสมอไป จึงจำเป็นต้องกำหนดรู้สึกเสมอว่ามีเหตุอะไร เช่น นั่ง-เพราะต้องนั่ง เดิน-เพราะต้องเดิน คือต้องมีเหตุเสมอ เพื่อป้องกันตัณหา มิให้มาบงการให้มีการเปลี่ยนแปลงไป เพราะถ้ากันตัณหาไม่ได้จะถึงวิสุทธิไม่ได้เลย
วิสุทธิ หมายความว่าอะไร คือ การเข้าถึงความบริสุทธิ์ มี ๗ อย่างด้วยกัน ถ้าเข้าไม่ถึงวิสุทธิแล้ว วิปัสสนาจะเกิดไม่ได้เลยอย่างเด็ดขาด
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [31 มี.ค. 2549 , 15:32:18 น.] ( IP = 58.9.140.127 : : )
สลักธรรม 2๕.ห้ามไม่ให้กำหนด นาม-รูป ไปพร้อมๆ กัน ต้องกำหนดทีละอย่าง เพราะจิตรับอารมณ์ได้ทีละอย่างเท่านั้น
ทางตา เห็น รูป กับได้ยิน เสียง ไปพร้อมๆ กันไม่ได้
ผู้ปฏิบัติถ้าวางใจไม่ถูกแล้วจะผิดทันที เช่น กำหนดรูปนั่ง แล้ว นามรู้ ก็ไม่ถูก จิตคนเรานั้นเร็วมาก จนดูเหมือนว่ารับรู้ได้พร้อมๆ กัน
การที่กำหนดรูปนั่ง แล้ว นามรู้ ก็ไม่ถูก จิตคนเรานั้นเร็วมาก จนดูเหมือนว่ารับรู้ได้พร้อมๆ กัน การที่กำหนดรูปนั่งแล้วนามรู้ เป็นการบริกรรม (ท่องจำ)
ดังนั้น จะรู้ความจริงไม่ได้ ในความเป็นจริง เช่น จิตนั้นดับไปแล้ว จิตใหม่จึงเกิดขึ้นมา ในขณะที่จิตดับและจิตเกิด จะเห็นอนิจจังไม่ได้
ด้วยเหตุนี้จึงห้าม ผู้ปฏิบัติจะกำหนดรูปก็ได้ จะกำหนดนามก็ได้ เพราะรู้รูปดับ นามก็ดับไปด้วย กำหนดรู้นามดับ รูปก็ดับไปด้วย ถ้าผู้มีปัญญาน้อย ให้กำหนดรูปก่อน เพราะหยาบกว่า
๖.ต้องระวังอิริยาบทของตนเอง อิริยาบทคืออะไร คือ การเปลี่ยนแปลงของรูปธรรม เช่น เปลี่ยนจากรูปนั่ง เป็นรูปยืน
เปลี่ยนจากรูปยืน เป็นรูปเดิน ในอิริยาบทต่างๆ ไม่จำเป็นไม่ต้องเปลี่ยน เพราะถ้าเปลี่ยนโดยไม่จำเป็น ( ไม่จำเป็น ตัวนี้ เป็นที่อาศัยของกิเลส-ตัณหา )
เช่น นั่งอยู่แล้วก็ลุกขึ้นเดิน ก็เพราะเราต้องการอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น แก้เมื่อย ความต้องการแก้เมื่อยนี่ล่ะ เป็นกิเลส การเปลี่ยนอิริยาบทโดยต้องการ มีมากในชีวิตอยู่แล้ว เช่น ต้องการแก้เมื่อย ต้องการเดินไปในที่ที่ตัวเองชอบ หรือไปในที่สงบ
ดังนั้น กิเลสจึงเข้าอาศัยอยู่ได้ เป็นประจำสืบเนื่องต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ด้วยความคล่องแคล่ว ดังนั้น ในการปฏิบัติ จึงห้ามเปลี่ยนอิริยาบทโดยไม่จำเป็น เพื่อให้เห็นในอาการต่างๆ ว่าเป็นทุกข์ทั้งนั้น โดยการเปลี่ยนนั้น ต้องมีความจำเป็นจึงจะต้องเปลี่ยน ในชีวิตของเรา เราทำไว้ แต่เราไม่รู้ทัน หรือกำหนดไม่เห็นที่ถูกต้อง และใช้อิริยาบทไปด้วยความต้องการเสมอ เราจึงรู้สึกเหมือนว่า อิริยาบทนั้น อิริยาบทนี้ จะนำประโยชน์มาให้เรา ความยินดีก็ตามมา (กิเลส) จึงปิดบังความจริงทั้งหมด
รอติดตามเหตุผลเรื่องหลักการปฏิบัติในข้อต่อไปนะครับ
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม...นำเสนอ [31 มี.ค. 2549 , 15:40:18 น.] ( IP = 58.9.140.127 : : )
สลักธรรม 3
ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น หลักข้อปฏิบัติเป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการแยกความแตกต่างระหว่าง การรู้สึก กับ การนึก
ซึ่งหากไม่เข้าใจแล้ว เราก็จะไม่สามารถแยกได้วาขณะนั้นเราอยู่กับปัจจุบัน หรืออดีต
ขอบพระคุณมากคะโดย พี่ดา [3 เม.ย. 2549 , 09:27:53 น.] ( IP = 124.121.173.151 : : )
สลักธรรม 4ขอบพระคุณค่ะ
เป็นหลักของการปฏิบัติที่จำเป็นต้องทราบ เพื่อจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องโดย เซิ่น [3 เม.ย. 2549 , 12:25:10 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 5หากไม่ทราบหลักอันเป็นพื้นฐานและเป็นแก่นสำคัญแล้ว ต่อให้เสียเวลานานเพียงไหนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จนะคะ
ขอบพระคุณในความกรุณาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [8 เม.ย. 2549 , 20:28:16 น.] ( IP = 58.136.209.114 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |