มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิปัสสนากรรมฐานสำหรับผู้เริ่มต้น (ตอนที่ ๑)




วิปัสสนากรรมฐานสำหรับผู้เริ่มต้น (ตอนที่ ๑)
คำบรรยายในโครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
ณ ศาลาธรรมสภา สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อย
วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๙ เวลา ๑๓.๐๐ น.


สำหรับผู้ที่มาใหม่นะคะ เรื่องของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นต่างจากสมาธิ จึงขออธิบายให้ฟังนิดนึงว่า สถานที่ปฏิบัติมีหายแห่งและวิธีการปฏิบัติก็มีมากมายเหลือเกิน การปฏิบัติกรรมฐานนั้นล้วนแต่เป็นงานทางใจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ ยุบหนอ พองหนอ หรือแม้กระทั่งอานาปานสติ ทุกอย่างล้วนเป็นการกระทำให้เราเป็นผู้ที่มีความสุขุมเยือกเย็น และมีความพยายามตักตวงบุญที่เกิดขึ้น แะเมื่อพูดถึงบุญแล้ว ดูๆแล้วเหมือนกับว่าบุญนั้นเกิดขึ้นได้ง่าย แต่จริงๆ แล้วบุญเกิดขึ้นไม่ได้ง่ายๆ เลย ถ้าไม่รู้จักบุญ

บุญพูดโดยรวมคือการชำระจิตใจให้หมดจากเครื่องเศร้าหมอง บุญหมายถึงเครื่องมือหรือตัวการ ฉะนั้นถ้าเผื่อเราทำหรือปฏิบัติตามๆ เขาไปโดยไม่รู้เหตุไม่รู้ผลเนี่ย บุญก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ หรือบุญนั้นเกิดขึ้นสลับกับกิเลสจึงเป็นบุญที่มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง

แต่ที่จริงบุญนั้นก็คือการเพียรพยายามทำกย วาจา ใจของเราให้ปราศจากกิเสเครื่องเศร้าหมอง แต่ถ้าหากเราทำโดยมีความปรารถนาต้องการ "ความต้องการ"นั้นแหละเป็น "กิเลส" เห็นไหมคะ เราอยากได้บุญ แต่เราไม่รู้จักบุญเราก็เลยได้กิเลสมาแทน เช่นเดียวกัน สำนักต่างๆที่มีมากมาย วิธีการปฏิบัติก็มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดมหายใจเข้าลมหายใจออก ก็คือการกำหนดดูลมหายใจเพื่อให้จิตใจไม่ซัดส่ายฟุ้งซ่าน แต่ที่นี้เราต้องรู้ก่อนว่า "ฟุ้ง" คืออะไร

ไหนใครไม่เคยฟุ้ง ยกมือขึ้นสิคะ ไม่มีนะคะ เพราะคนที่ไม่ฟุ้งแล้วก็คือ พระอรหันต์เจ้า แต่เรายังหันไปโน่นหันไปนี่ แต่ถ้าหากเรายกพระอรหันต์ไว้เสียสุดกู่เลยก็จะเป็นกรแบ่งแยกจนไม่มีการฝึกฝน เพราะฉะนั้นเราต้องปรับจิตเราเดินไปตามทางของบุคคที่เดินมาแล้ว และได้ดีแล้ว

โดย ศาลาธรรม [8 เม.ย. 2549 , 21:04:59 น.] ( IP = 58.136.209.114 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ฟุ้งคืออะไร? ฟุ้งคือจิตเราสภาพจิตเราที่นึกคิดวิตกกังวลแล้วก็นึกออกไปในเรื่องราวที่เป็นอดีตว่าไม่น่าเลย ไม่ควรเป็นอย่างนั้นเลยอย่างนี้ คิดกังวลไปในเรื่องราวที่ยังไม่เกิดขึ้นอันเป็นอนาคตว่า พรุ่งนี้ปฏิบัติแล้วจะเป็นอย่างนั้นมั๊ยอย่างนี้มั๊ย นี่คือความฟุ้งซ่านรำคาญใจ

ฉะนั้น ฟุ้งจึงเป็นเรื่องธรรมดา ของเราๆ ท่านๆ ยกเว้นจะไม่เกิดขึ้นกับพระอริยเจ้าขั้นพระอรหันต์เท่านั้นเอง

พระอริยบุคคลนั้นมีสี่ท่านก็คือ พระโสดา พระสกทาคา พระอนาคามี และพระอรหันต์ เราจึงต้องไปสู่ตำแหน่งนั้นให้ได้ โดยเราจะต้องมีความเข้าใจในวิปัสสนากรรมฐาน

เพราะฉะนั้นที่เรามาเข้าอบรมเนี่ย เรามาทำบุญ และบุญชนิดนี้เป็นบุญที่พิเศษ เป็นบุญที่วิเศษ พิเศษตรงไหน? พิเศษตรงที่ว่าเมื่อผู้ใดกระทำวิปัสสนากรรมฐานแล้วเนี่ย บุญชนิดนี้ก็จะเรียกว่าปัญญา การมาปฏิบัติเป็นการมาทำบุญ แต่ตอนกระทำนั้นเป็นการกระทำปัญญา เราจึงไม่เรียกว่าบุญแล้ว แต่เราเรียกว่าปัญญา จึงเป็นบุญที่พิเศษ

โดย ศาลาธรรม [8 เม.ย. 2549 , 21:10:49 น.] ( IP = 58.136.209.114 : : )


  สลักธรรม 2

และเป็นบุญที่วิเศษอีกตรงที่ว่า เมื่อกระทำแล้วเนี่ยอำนาจของปัญญาหรือบุญตัวนี้ สามารถตัดวัฏฏะสงสาร วัฏฏะสงสารคืออะไร? คือการหมุนเวียนที่น่าสงสาร คือการหมุนเวียนของการตายการเกิดของชีวิตที่น่าสงสาร

ชีวิตไหนล่ะที่น่าสงสาร? ก็คือชีวิตที่ต้องเกิดต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายอย่างนี้ซ้ำซากๆ ไม่มีใครอยากแก่ นั่งอยู่ตรงนี้ใครอยากแก่บ้าง? ไม่มี แต่มันแก่เอง ใครอยากเจ็บบ้าง? ไม่มี แต่มันเจ็บเอง สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครต้องการแต่มันหนีไม่พ้น และที่สุดของชีวิตก็คือ ไปสู่ความตาย

เมื่อจุติกาลเกิดขึ้นปฏิสนธิกาลก็เกิดขึ้นรับทันทีเลย ไม่มีกาลระหว่างคั่น เพราะฉะนั้นเมื่อตายลงก็เกิดทันทีเลย

กรรมอารมณ์ กรรมนิมิต คตินิมิตอารมณ์ ทั้งสามอย่างนี้จะมาปรากฏขึ้นกับผู้ที่ใกล้ตาย เป็นนิมิตต่างๆ หรืออารมณ์ต่างๆ ที่เราฝึกฝนเอาไว้ทั้งดีและไม่ดี เช่นบางคนนี่หงุดหงิดง่าย อะไรนิดอะไรหน่อยก็หงุดหงิด หงุดหงิดไปจนตายเลย คตินิมิตก็คือที่ไป เครือ่งหมาย ตำแหน่งที่เราต้องเวียนว่ายตายเกิดไปใน ๓๑ ภูมิก็จะมาปรากฏให้เราก่อนตายเพื่อจับอารมณ์นั้น แล้วก็ไปสู่ภพภูมิทั้งสุคติและทุคติภูมิ

สิ่งเหล่านี้มีมานมนาน เราเองก็เป็นมานานแล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่า ไม่มีใครไม่เคยเกิดเป็นสัตว์ชนิดใดเลย เราต่างอยู่ในสงสารนี้เราเป็นมาหมดแล้ว

โดย ศาลาธรรม [8 เม.ย. 2549 , 21:15:58 น.] ( IP = 58.136.209.114 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อวันพุธนี้ได้ดูสารคดี ดูแล้วนี่ ทั้งกลัวสิ่งที่ดู คือกลัวการเวียนว่ายตายเกิด และก็รู้สึกกลัวว่าตัวเองเคยเป็นมา คือเขาถ่ายเรื่องงูจงอาง เขาพยายามไปดูว่างูจงอางจะผสมพันธุ์อย่างไร ซึ่งจิตเขาวิจิตรมากเลย และเขาก็รักงูมากเลย เขาไปเที่ยวในป่าที่อินเดียที่มีความชื่นนี่ แล้วงูจงอางตัวเมียตัวผู้นี่ก็มาพันกัน คือแค่เขาไปเจอแล้วจับจ้องถ่ายงูได้เนี่ยก็เหลือเชื่อแล้ว

เพราะเท่าที่ตนเองทราบนั้นถ้างูจงอางได้ยินเสียงคนแล้วก็จะฉก ซึ่งเขาเล่ากันว่าเคลื่อนไหวเร็วกว่าม้าอีก และระหว่างที่งูพันกันนั้นเขาเปิดเพลงเลิฟ มี เทนเดอร์ ...ซึ่งต้องบอกว่าดูไปนี่ทั้งกลัวแล้วก็รู้สึกว่าตลก มนุษย์นี่สร้างได้ทุกอย่างเลย ระหว่างที่งูมันพันกันนั้น แล้วเขาก็ถ่ายโคลสไปยังที่ผสมพันธุ์ แล้วเขาก็บอกว่า แอนด์ ไอ เลิฟ ยู โซ ...

แล้วเขาก็เอาไข่จงอางนี่ไปฟัก ในอุณหภูมิที่ปกติเนี่ย พอฉีกเปลือกแล้วงูมันก็โผล่ตามาปั๊บ แล้วเขาก็เปิดเพลงยัวร์ มาย เวิร์ล .. คือสู่โลกใหม่แล้วงูก็ค่อยๆ คลานเขาก็ให้เลื้อยไปตามตัวเขา

ตอนนั้นรู้สึกเลย รู้สึกว่างูมันยั๊วะเยี้ยไปหมด และก็นึกได้ว่า เราก็เคยเป็นงูอย่างนี้มาแล้ว แล้วเมื่อวันวานนี้เขาก็ไปถ่ายเรื่องเกี่ยวกับปลวก ซึ่งมาทีเป็นโขยงเลย แล้วก็รู้ว่าเราก็เคยเป็นมา แล้วถ้าเผื่อเราจะอยู่ต่อไปในวัฏฏะสงสารที่เวียนว่ายตายเกิด เราก็ต้องไปเป็น จึงนึกถึงคำของพระพุทธเจ้าว่า เราไม่เคยไม่เกิดเป็นสัตว์ชนิดใดเลย

โดย ศาลาธรรม [8 เม.ย. 2549 , 21:20:28 น.] ( IP = 58.136.209.114 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อเราเวียนว่ายตายเกิดมา บัดนี้เราได้มาเป็นมนุษย์ แปลว่าผู้ฝึกได้ ดังนั้นท่านจึงมีการพัฒนาการจากความไม่รู้มาเป็นรู้ รู้กว่า และรู้ยิ่ง คือรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี้มันเป็นความรู้ก็จริง แต่ยังมีสิ่งที่มีความรู้กว่า และมันมีความรู้ยิ่ง เราจึงต้องขยันขันแข็งผลักดันตนเองให้มีความรู้ยิ่งๆ ขึ้นไป

ฉะนั้น วิปัสสนาต่างกับสมาธิราวกับฟ้าดิน สมาธิคือการกำหนดอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอารมณ์เดียว เช่น เราจะนั่งหลับตาและภาวนาว่า พุทโธ ๆๆๆ จนจิตเราสงบแนบแน่น อย่างดิฉันนี่ไม่เคยฝึกมาก็เลยท่องแบบพุทโธครั้งนึงแล้วหายใจเข้า พุทโธอีกครั้งหนึ่งแล้วหายใจออก ท่องไปเรื่อยๆ ก็เหนื่อยจัง จึงพุทโธ่ มากกว่าพุทโธ

แต่วันนี้เรามาเริ่มเข้าคอร์สวิปัสสนา วิปัสสนาเป็นปัญญาที่เข้าไปรู้ตามความเป็นจริงว่า ภายใต้เรือนร่างยาววาหนาคืบของท่านนั้นคืออะไร ไม่ว่าจะอ้วนจะผอมอย่างไรก็ลงโลงได้เหมือนกัน และก็รุกคืบไปสู่ความเน่าเปื่อยได้หมือนกันหมด ตรงนี้แหละค่ะ ก่อนที่เราจะลงโลงนี่คือเรากำลังจะเดินทาง เราจึงต้องเตรียมเสบียงไว้เลี้ยงชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่บอกแล้วว่าพิเศษ และพิเศษตรงที่เมื่อทำวิปัสสนาปุ๊บ ทำบุญปุ๊บนี่ก็เปลี่ยนชื่อเป็นปัญญาแล้ว ไม่ใช้คำว่าบุญแล้ว เราจึงบอกว่าเรามาเจริญปัญญาให้สูงขึ้น และเป็นการทำบุญที่วิเศษเพราะเป็นการวิวัฏฏะสงสาร ตัดการเวียนว่ายตายเกิด เมื่อไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดเสียอย่างเดียว ทุกข์ทั้งหลายก็ไม่มีทางเกิดขึ้นมาได้

เพราะทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลนั้นมาภายหลังการเกิด เช่น ความแก่ก็มาหลังเกิด ความป่วยก็มาหลังเกิด ความไม่พอใจก็มาหลังเกิด การเกิดต้องมีขึ้นมาก่อน พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ทุกข์เสมอด้วยขันธ์คือการเกิดนั้นไม่มี

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ศาลาธรรม [8 เม.ย. 2549 , 21:25:58 น.] ( IP = 58.136.209.245 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณค่ะ ได้ทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่ร่วมกับบรรยากาศของการปฏิบัติด้วยค่ะ อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [9 เม.ย. 2549 , 21:16:30 น.] ( IP = 61.47.100.232 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์ครับผม


โดย พี่เณร [10 เม.ย. 2549 , 06:25:58 น.] ( IP = 58.9.137.53 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะ และอนุโมทนาด้วยค่ะ ที่ได้นำสิ่งที่เป็นประโยชน์มาให้อ่าน

โดย เซิ่น [10 เม.ย. 2549 , 12:46:24 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ สำหรับสิ่งดี ๆ ที่นำมาให้ได้รู้กัน ยังอยากจะรู้ลึก ๆ กว่านี้ว่าวิปัสสนาจะต้องทำอย่างไร แล้วต้องไปปฏิบัติกันที่ไหนด้วย ขอบคุณนะคะ

โดย ทราย [10 เม.ย. 2549 , 23:10:43 น.] ( IP = 58.136.88.155 : : )


  สลักธรรม 9

เชิญคุณทรายที่กระทู้เหล่านี้

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3295

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7485

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=7356



โดย ศาลาธรรม [11 เม.ย. 2549 , 09:18:25 น.] ( IP = 203.172.117.117 : : )


  สลักธรรม 10

อ่านแล้วก็ให้สงสัยอยู่ตรงที่ว่า ตัดการเวียนว่ายตายเกิด หลังจากตัดการเวียนว่ายตายเกิด แล้ว จะมีสภวะอย่างไรในขณะนั้น ครับ

ขอบคุณท่านผู้นำบทความนี้มาเผยแพร่นะครับ ผมจะติดตามไปเรื่อยๆครับ

โดย เม้าตาอิน [11 เม.ย. 2549 , 15:56:49 น.] ( IP = 58.9.127.32 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org