| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วิปัสสนากรรมฐานสำหรับผู้เริ่มต้น (ตอนที่ ๓)
![]()
วิปัสสนากรรมฐานสำหรับผู้เริ่มต้น (ตอนที่ ๓)
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ถามคุณน้องที่นั่งข้างหน้าเห็นมะม่วงที่คุณแม่ชีเอามาสักเมื่อครู่นี้ไหมคะ เห็นได้ด้วยอะไรคะ? ..เห็นได้ด้วยตา
ถามคุณพี่วิจิตราว่าเห็นมะม่วงไหมคะ ..เห็น เห็นได้ด้วยอะไรคะ เห็นด้วยตา คำตอบอย่างนี้ถ้าหากคะแนนเต็มสี่สิบได้สิบ เรียกว่าตกไหมคะ ตก
เห็นไหมคะว่าวันนี้เราอายุเท่าไหร่ เราเห็นมากี่ครั้ง เราเห็นมาสารพัดเรื่องเรายังไม่รู้เลยว่าเราเห็นได้ด้วยอะไร แล้วเราจะมีอะไรล่ะที่จะไปสู้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น ที่มันลี้ลับและซ่อนเร้น มันก็คือ อำนาจกิเลส การเห็นนี้มันอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิดแต่เราก็ไม่รู้เลย เพราะว่าทำไมถึงผิด เพราะตอบได้แค่นิดเดียวเอง
เพราะการเห็นนี้ต้องมีเหตุให้เห็น คือหนึ่งต้องมีประสาทตาดี ถ้าประสาทตาไม่ดีก็เห็นไม่ได้แล้ว สองต้องมีแสงสว่าง เพราะถึงจะมีประสาทตาดีแต่อยู่ในที่มืดเห็นไหมคะ และแม้จะมีประสาทตาดีและแสงสว่างแล้วก็ยังเห็นไม่ได้ สามต้องมีรูปหรือรูปารมณ์เช่นมะม่วงนี้สะท้อนไป มีให้เห็นเพราะถ้าไม่มีมะม่วงมาให้เห็นเราจะเห็นไหม แต่ถ้าหากขาดเหตุที่สี่คือมนสิการ การเห็นก็เกิดขึ้นไม่ได้ เช่นเราหันหลังให้มะม่วงเราจะเห็นมะม่วงนี้ไหมคะ..ไม่เห็น
โดย ศาลาธรรม [10 เม.ย. 2549 , 14:23:01 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 1
นี่คือเหตุใหญ่ๆ ที่ตั้งแต่เล็กจนโตที่เราเห็นมา มันมีเหตุอย่างนี้มาประชุมทุกๆ ครั้ง นี่คือเหตุย่อๆ เท่านั้นเอง เพราะการเห็นได้นี้ยังมีอีกหลายสิบปัจจัยที่ละเอียดยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเหตุใหญ่ๆ สี่อย่างคือ มีประสาทตาดี มีแสงสว่าง มีรูปารมณ์ และมีมนสิการ มาประชุมกันการเห็นจึงจะเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นคำตอบของคุณน้องกับคุณพี่ที่ตอบมาอย่างเดียวกันคือ ตา ก็จะยังเห็นไม่ได้ ถ้าประสาทตาไม่ดี เพราะฉะนั้นคำตอบนี้ก็ยังถูกตัดคะแนนอีกนะคะ เพราะคนที่ตาบอดตาใสก็ยังเห็นไม่ได้ หลายคนที่ประสาทตาไม่ดีก็จะเห็นไม่ชัดต้องมีแว่นมาเสริมมีคอนแทคเลนส์มาใส่ พากันทำเลเซอร์สารพัดเลยเพื่อจะเกิดการเห็น
ฉะนั้นแค่เพียงยกตัวอย่างการเห็นนี้น่าอัศจรรย์ไหมว่า พระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้านี้มาเปิดเผยเรื่องใคร เรื่องของเราทั้งนั้น ที่เราได้ยินทุกวันนี้เสียงดีเสียงไม่ดีนี่หนึ่งต้องมีประสาทหูดี สองต้องมีช่องว่างระหว่างหู สามต้องมีความสั่นสะเทือนของอากาศสะท้อนเข้ามา และสี่ต้องมีความใส่ใจฟัง
ฉะนั้นธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ เมื่อมีเหตุ ผลก็ปรากฏ เมื่อหมดเหตุผลก็หมดลงด้วย ฉะนั้น ถ้าเผื่อเราเท่าทันเหตุ เท่าทันผล เราจะเป็นผู้ยืนหยัดอยู่ในโลกนี้ได้ด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ เพราะไม่หวั่นไหวไปกับกระแสโลกกระแสธรรม เพราะว่ามันมีเหตุ โดยมีทั้งเหตุใกล้และเหตุไกล เหตุปัจจุบัน เหตุอดีต ถ้าอดีตเราทำดีเราก็ได้เห็นดี อดีตเราทำไม่ดีเราก็ได้เห็นในสิ่งไม่ดี โดย ศาลาธรรม [10 เม.ย. 2549 , 14:23:51 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 2
เราก็จะเห็นได้ว่า ชีวิตเนี่ยถ้าศึกษาดีๆ แล้วก็จะสนุก เพราะเราจะได้รู้ว่าทำไมเราถึงเดินได้ ทำไมเราถึงเห็นได้ ทุกอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนมานี้มีเหตุผลหมด เช่นเดินได้ก็เพราะมีจิตคิดจะเดิน เพราะคนเราถ้าไม่คิดจะเดินแล้ว จะเดินได้ไหม? ไม่ได้ เช่นถ้าเราตั้งใจว่าไม่เดิน แล้วมีคนมาบอกว่าเดินสิ เราก็จะไม่เดิน รูปเดินจึงไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจึงต้องมีจิตคิดจะเดิน มีจิตตชวาโยธาตุคือธาตุมที่ทำให้เกิดการเดิน มีการก้าวไป และก็มีอาการเกิดขึ้น
ก่อนนั้นเรามักคิดว่าชีวิตของเรา เราจึงทำอะไรได้ แท้ที่จริงเป็นของเหตุปัจจัย มีเหตุปัจจัยเป็นเจ้าของ ที่ทำทุกอย่างได้ก็เพราะมีเหตุมีปัจจัย เรื่องที่มีจิตเป็นประธานนั้นก็จริง แต่ถ้ามีจิตอย่างเดียว แต่กรรมชรูปไม่ดีเช่นพวกอัมพาต แม้จะมีจิตคิดจะเดิน ก็เดินไม่ได้เพราะมีความไม่พร้อมของเหตุ
เมื่อเราเรียนแล้วเราจะรู้หมดเลยว่าพฤติกรรมของชีวิตก็ไม่ต่างกับเครื่องจักรที่ถูกไขลานให้ไปทางนั้นทางนี้ และทุกสิ่งที่มาปะทะกับจิตของเรานี้..เราเลือกไม่ได้ ..เพราะอะไรก็เพราะว่าเวรกรรมที่เราทำเอาไว้ทั้งดีและไม่ดีนั้นคือเหตุที่จำเพาะเจาะจงต่อเจ้าของเขาคนนั้นๆ
เวรกรรมจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข คือเงื่อนไขที่บอกว่า ถึงเวลานี้ คุณต้องเป็นอย่างนี้ แล้วเราก็ฝืนไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่อารัมภบทมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้ท่านเห็นพอเป็นสังเขปว่า นี่แหละชีวิตที่เราว่าดีว่าสุข แต่ไม่ใช่เลย เพราะความรู้สึกนั้นเรียกว่า วิปลาสธรรม โดย ศาลาธรรม [10 เม.ย. 2549 , 14:24:27 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )
สลักธรรม 3
วิปลาสคือการคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ความวิปลาสนี้ได้แก่ จิตตวิปลาส คือจิตที่มีความคิดความรู้สึกคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น ไฟติดอยู่ ซึ่งมันไม่จริง นั่นเป็นภาพลวงตาแล้วยังลวงใจว่าไฟติดอยู่ หรือพัดลมเป็นวงกลม ซึ่งไม่ใช่ แต่มันมีเหตุ ก็คือมีประจุไฟฟ้าเกิดดับอยู่ตลอดเวลา หรือมีมอเตอร์ทำให้ใบพัดลมหมุน เพราะถ้าเผื่อมอเตอร์ดับปุ๊บ เหตุที่ทำให้หมุนหมด วงกลมที่ใบพัดลมก็ไม่มี เพราะฉะนั้น จึงเน้นว่าธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ
เมื่อมีเหตุ ผลย่อมต้องมี เมื่อหมดเหตุ จะให้ผลนั้นคาอยู่ก็ไม่ได้ เพราะมันต้องหมดไปด้วย ฉะนั้น ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้ท่านเข้าไปศึกษาคือศึกษาว่า มีอะไรเกิดขึ้น เช่น นั่งอยู่ ...กำหนดรูปนั่ง คือดูอาการนั่ง ไม่ต้องไปทำฝืนแต่ให้คอยสังเกตอยู่กับอิริยาบถธรรมดา เพื่อหาเหตุหาผลเท่านั้นเอง
นั่งอยู่ .. จิตก็รู้ว่า นั่งนี้เป็นรูป รู้โดยปรมัตถคืออาการนี้เป็นรูป เมื่อมันเกิด"เมื่อย"ขึ้นมา ความเมื่อยเป็นธรรมชาติ ไม่ได้จะห้ามเมื่อย เพราะไม่ใช่สมาธิที่ต้องทนจนความรู้สึกเมื่อยหายไป แต่เราก็ต้องเป็นผู้มีเหุตผลเสมอว่า ใครเมื่อย เพราะเรารู้แล้วว่า "คน"ไม่มี มีแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณมาประชุมกันเป็นชีวิต ย่นย่อแล้วก็เหลือแต่ "รูป" กับ "นาม"
รูปเป็นสิ่งที่เมื่อยได้ไหมคะ? ไม่ได้ แต่เป็นที่อาศัยให้เกิดความเมื่อยจน"นามรู้สึก" ฉะนั้น ที่เมื่อยก็คือ "ความรู้สึก" และความรู้สึกนั้นเป็นคนไหมคะ? ไม่เป็น ความรู้สึกนั้นเป็นจิต(และเจตสิก ) และจิตนั้นเป็น "นาม" จึงต้องมีความรู้สึกไปว่า "นามเมื่อย" จึงไม่มี "เรา" เข้าไปเกี่ยวข้อง
เมื่อยแล้วทำอย่างไร? ไม่ต้องไปทน แต่รู้ถึงความจำเป็นว่าต้องเปลี่ยน คือต้องรู้ก่อนว่า "เพราะเมื่อย" ทำให้เราต้องเปลี่ยนท่าหรืออิริยาบถ ไม่ใช่ "อยาก"เปลี่ยน เพื่อเราจะได้ไม่อยู่กับกิเลส มาที่นี่จึงต้องมาเพื่อหลีก ละ ลด แล้วก็เลิก หลีกจากการยุ่งไม่เข้าเรื่อง ละจากการทำเพื่อแก้อยาก มาเป็นทำเพื่อแก้ทุกข์ ลดจากการมีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นทุกข์ยิ่งนัก และก็เลิกจากการขาดสติ
โปรดติดตามตอนต่อไป โดย ศาลาธรรม [10 เม.ย. 2549 , 14:28:34 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์ครับผม โดย ทับตะวัน.....นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 07:21:00 น.] ( IP = 58.9.137.244 : : )
สลักธรรม 5ขอบคุณมากค่ะ..ที่นำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับชีวิตมาให้อ่านค่ะ
โดย เซิ่น [11 เม.ย. 2549 , 12:47:07 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณครับ
ตามมาอ่านต่อครับโดย เม้าตาอิน [11 เม.ย. 2549 , 16:14:53 น.] ( IP = 58.9.127.32 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณค่ะที่นำประโยชน์มาฝากอย่างต่อเนื่อง
โดย น้องอุ๊ [11 เม.ย. 2549 , 21:26:29 น.] ( IP = 61.47.115.140 : : )
สลักธรรม 8
...อนุโมทนาค่ะ..
![]()
ที่นำความเห็นถูกมาบอกอย่างสม่ำเสมอโดย น้องฟู [15 เม.ย. 2549 , 12:53:33 น.] ( IP = 58.9.141.176 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |