มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนเป็นกะเทยได้อย่างไร (ตอนที่๘)




คนเป็นกะเทยได้อย่างไร
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร



ตอนที่ (๗) อ่านที่นี่

จิตกับวิญญาณต่างกันหรือไม่?


คนไทยชอบพูดคำว่า "วิญญาณ" กันอยู่เรื่อยๆ เช่น วิญญาณออกจากร่างแล้วไปเกิดใหม่ วิญญาณนางนาคพระโขนง วิญญาณของคนตายมาเข้าฝัน แท้จริงตามหลักสภาวธรรม จิตกับวิญญาณนั้นก็อย่างเดียวกัน จิตก็แปลว่า รู้อารมณ์ และวิญญาณก็แปลว่ารู้อารมณ์เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้น เหตุไฉนเล่าจึงไม่ใช้เสียเพียงตัวเดียวจะได้ไม่ลำบากแก่ผู้ใช้

เหมือนคำในภาษาไทยก็เหมือนกัน เราใช้กันหลายอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับที่ใช้ในที่นั้น เช่น คำว่า "จิต" บางทีเราก็ใช้คำว่า ใจไม่ดี หัวใจปวดร้าว ดวงกมล พระทัยขุ่นหมอง พระหฤทัยว้าวุ่น

คำว่า ใจ หัวใจ ดวงกมล พระทัย หฤทัย ก็ล้วแต่หมายถึงจิตใจทั้งสิ้น แต่ผู้ใช้ก็จะต้องเลือกเอาเองว่า จะใช้คำไหนให้เหมาะสมกับเรื่องอะไร

ในพระอภิธรรมปิฎกก็มีชื่อของจิตที่เป็นปรมัตถ์หลายชื่อเหมือนกัน เช่น มโน มนสํ หทยํ ปณฺฑรํ มน มนายตนํ มนินฺทริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณก์ขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ

สำหรับคำว่า จิต คำว่าวิญญาณ และคำอื่นๆ ท่านก็จะได้พบว่าใช้ในที่อย่างไร เมื่อได้ศึกษาต่อๆ ไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:33:52 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จิตเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?


พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงเอาไว้เป็นหลักการ เป็นบาลีว่า "เย ธมฺมา เหตุปปฺภวา" ซึ่งแปลว่า "ธรรมชาติทั้งหลายย่อมไหลมาจากเหตุ" ซึ่งก็หมายถึง ผลที่ปรากฏขึ้นมาได้นั้นไม่มีผู้ใดมาดลบันดาลหรือเสกสรรค์ขึ้นมาได้ หากจะต้องมี "เหตุ" เป็นแดนเกิด ถ้าปราศจากเหตุเสียแล้ว ผลจะปรากฏขึ้นมาเฉยๆ ย่อมจะเป็นไปไม่ได้เลยเป็นอันขาด

ด้วยเหตุดังนี้เอง จิตจะเกิดขึ้นมาทำการเห็น จึงต้องอาศัยเหตุเหมือนกัน โดยแบ่งเป็นเหตุใกล้ ๒ เหตุ และเหตุไกล ๒ เหตุ รวมเป็น ๕ เหตุด้วยกัน ทั้งนี้สำหรับผู้เริ่มศึกษาเล่าเรียนเรื่องจิต เพราะถ้าว่าโดยละเอียดแล้วก็มีเหตุเป็นจำนวนมาก

๑. อดีตกรรม .....เป็นเหตุไกล
๒. อารมณ์ ......เป็นเหตุไกล
๓. เจตสิก.......เป็นเหตุใกล้
๔. วัตถุรุป ......เป็นเหตุใกล้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:37:34 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 2

๑. อดีตกรรม

อดีตกรรม หมายถึงกาลที่ล่วงไปแล้ว อาจจะเป็นกาลที่ล่วงไปแล้วในชาตินี้ หรือล่วงไปแล้วในชาติก่อนๆ ก็ได้ ส่วนคำว่า กรรม หมายถึงการกระทำ จะเป็นการกระทำทางกาย วาจา ใจ หรือเป็นการแระทำทางตา หู จมูก ลิ้น หาย และใจก็ได้ รวมกันเข้าก็หมายถึงกรรมที่ได้ทำเอาไว้แล้วเก็บเอาไว้ในจิตใจ ในข้อนี้ ผมขออธิบายโดยทั่วไปเสียก่อนเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย

จิตจะเกิดขึ้นมาได้ จะต้องอาศัยกรรมที่ได้กระทำไปแล้วในอดีต ทั้งเป็นอดีตชาติ หรือชาติก่อนๆ และอดีตในชาตินี้ เพราะถ้าไม่มีอดีตกรรมเข้ามาเป็นตัวอุดหนุนแล้ว จิตก็จะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด ถ้าได้ทำความเข้าใจในข้อนี้เสียให้ดีก็จะพ้นความสงสัยไปได้ว่า ชาติก่อนไม่มี จิตที่จะเกิดขึ้นมาทำการงานเห็น ได้ยิน ได้คิดนึกในชาตินี้ก็ไม่มี หรือพูดสั้นๆ ว่า ชาติก่อนไม่มี จะเห็น จะได้ยิน ไม่ได้

ได้กล่าวมาแล้วว่าธรรมชาติของจิตนั้นย่อมเกิดดับ สืบต่อกันเรื่อยๆ ไปไม่ขาดสายอย่างรวดเร็วสุดที่จะพรรณนาได้ จิตนั้นย่อมจะเก็บและสะสมอารมณ์ต่างๆ ที่รับเอาไว้ เช่นในเรื่องที่ได้เห็นมา ได้ยินมา หรือคิดนึกมา เอาไว้ภายในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องร้าย บุญ หรือบาปประการใด ตลอดไปจนที่เป็นความสันทัดจัดเจน เช่นเป็นคนมีความคิดอ่านว่องไวหรือเป็นคนเฉื่อยชา เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:39:54 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 3

จิตที่สืบต่อๆ กันมานี้ในพระพุทธศาสนาเรียกว่า วิบากจิต ซึ่งแปลว่าเป็นผลของกรรมอันเป็นบุญและบาป วิบากจิตนี้จะเกิดขึ้นสืบต่อกันไปเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ไม่ว่าเวลาหลับหรือเวลาตื่น ยกเว้นเวลาจิตขึ้นวิถีเท่านั้น คือจิตทำการงานในขณะเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส สัมผัสทางกาย เรียกว่าอารมณ์เกิดขึ้นทางปัญจทวาร และคิดนึกเป็นอารมณ์เกิดขึ้นทางใจเรียกว่าทางมโนทวาร

มีผู้ชอบอธิบายว่า มันสมองเป็นจิตใจ แต่ถึงอย่างไรก็อธิบายไม่ได้ว่ามันสองเก็บอารมณ์เอาไว้ได้อย่างไร เห็น ได้ยิน คิดนึก ยืน เดิน รู้จักดี รู้จักชั่ว มีโลภะ โทสะ โมหะ บังคับให้หัวใจเต้น ให้ปอดทำงาน

ผมขอยกตัวอย่างจิตจะเกิดขึ้นเรื่องของอดีตกรรมอย่างง่ายๆ ที่เข้ามามีบทบาทการทำงาน ในขณะเกิดอารมณ์ปัจจุบันให้ได้เห็นสัก ๒ - ๓ ตัวอย่าง

เมื่อตั้งคำถามเด็กนักเรียนในชั้นเรียนว่า นักเรียนเห็นไหมว่ามีรูปอะไรบนกระดานดำ นักเรียนก็จะพากันตอบเหมือนๆ กันหมดว่า เห็นแมว เห็นสุนัข

เมื่อถามต่อไปว่า ทำไมจึงทราบว่าเป็นแมวและเป็นสุนัขได้ แล้วเหตุใดจึงแยกออกได้ว่าตัวแรกเป็นแมวและตัวหลังเป็นสุนัข

การตอบคำถามนี้ไม่ใช่ง่ายๆ จะตอบว่า "จำได้" เฉยๆ ก็ไม่ประกอบด้วยเหตุผล จำเป็นจะต้องยกหลักการจากสภาวธรรมขึ้นมาอธิบายว่า จำได้คืออย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:46:13 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 4

ถ้าเด็กยังไม่เคยเห็นแมวหรือเห็นสุนัขมาก่อนเลย เขาก็จะรู้สึก "เห็น" เฉยๆ เท่านั้น ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นแมวหรือเป็นสุนัข

ที่ทราบว่าเป็นแมวหรือเป็นสุนัข ก็เพราะในใจของเขาเก็บภาพของแมวและของสุนัขเอาไว้แล้วอยู่ภายในจิตใจด้วย และจำชื่อได้ด้วย เมื่อตาเห็นรูป เขาก็เอาภาพแมวและสุนัขที่มีอยู่ในใจมาเปรียบเทียบกันดู แล้วจึงตัดสินใจได้ว่า ตัวไหนเป็นแมวตัวไหนเป็นสุนัข

อดีตกรรม คือรูปแมว รูปสุนัขมิได้เก็บเอาไว้ในใจแล้วจะตัดสินว่าแมวว่าสุนัขได้อย่างไร ก็จะรู้สึกว่า "เห็น" เฉยๆ เท่านั้น "เห็น"เป็นปรมัตถ์ความจริงแท้ แมวกับสุนัข ก็เป็นบัญญัติ คือ เป็นคำที่สมมุติขึ้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:49:12 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 5

ถ้าเราถามนักเรียนว่า เห็น "สีแดง" ไหม ถ้าเด็กตอบว่า เห็นสีแดงก็หมายความว่า สีแดง เด็กเคยจำเคยเก็บเอาไว้ในใจแล้ว จึงเอามาเปรียบเทียบกับที่ได้เห็นแล้วจึงตัดสินได้ ดังนั้น ถ้าคนตาบอดมาแต่คลอดออกจากครรภ์ของมารดา พูดเรื่องของสีอย่างไร เขาก็ไม่มีวันที่จะเข้าใจ สอนเรื่องสีกับคนตาบอดไม่ได้เพราะในใจของเขาไม่มีสีเก็บเอาไว้ ในทันทีนั้นเขาก็เห็นได้ แต่เขาก็จะไม่ทราบว่าที่เห็นนั้นเป็นสีแดง

ทั้งนี้ก็เพราะสีแดงเป็นบัญญัติ และในโลกนี้ไม่มีสีแดง(หรือแม้สีอะไรเลย) เราบัญญัติคำว่า "สีแดง" เพื่อให้เป็นที่เข้าใจของคนไทยเท่านั้น

อย่าว่าแต่จะพูดว่าสีแดงแล้วเขาจะไม่มีความเข้าใจเลย แม้แต่ความฝัน ถึงเรื่องสีแดงเขาก็ไม่อาจฝันได้ด้วยซ้ำไป เพราะว่าจิตทางมโนทวารจะเกิดขึ้นก็ต้องมีอารมณ์มากระทบ แต่เขาไม่มีสีแดงเก็บเอาไว้ในจิตเลยที่จะเป็นอารมณ์ที่จะมากระทบกับจิตได้ ด้วยเหตุนี้สีต่างๆ จะเกิดเป็นความฝันขึ้นทางมโนทวาร ก็จะต้องมีเก็บเอาไว้ในจิตใจ ซึ่งเป็นกรรมที่ทำเอาไว้ในอดีตมาเป็นตัวอุดหนุนให้จิตเห็นสีต่างๆ เกิดขึ้น

หรือเมื่อมีเสียงพูดขึ้นว่า "ผู้หญิงคนนี้รูปร่างสวยงามน่ารัก" เมื่อเราได้ยินเสียงนั้น จิตที่เข้ารับกระทบก็เกิดขึ้นรับต่อๆ กันไปแต่ละคำ หาได้รับพร้อมกันทั้งประโยคได้ไม่ เมื่อการกระทบเสียงที่ประสาทหูสิ้นสุดลงไป จิตคิดนึกจึงเกิดขึ้นโดยเอาแต่ละคำที่มากระทบหูนั้นมารวมดัน แล้วจึงตัดสินลงไปอีกครั้งหนึ่งว่า สวยอย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:53:02 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 6

อย่างไรก็ดี มโนภาพของแต่ละคนของคนแต่ละประเทศจะให้เหมือนกันหาได้ไม่ เพราะว่า เราแต่ละคน แต่ละประเทศ ก็มีความรู้สึกว่าความสวยงามของผู้หญิงนั้นเป็นไปตามที่ได้อบรมมา ดังนั้น คนไทยว่าสวย คนฝรั่ง คนในอาฟริกา ก็อาจจะว่าไม่สวย หรือคนไทยด้วยกันเองก็อาจจะเถียงกันก็ได้ เพราะแล้วแต่รูปแบบความสวยของผู้ใดได้อบรมมาและเก็บไว้ในใจอย่างไร

เสียงที่พูดและจิตเข้ารับกระทบนั้น เกิดขึ้นที่ประสาทหูต่อๆ กันไป แล้วจิตทางมโนทวารจึงรวบรวมเอาไว้ทุกๆ คำที่กระทบหู แล้วจึงตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง โดยทำนองเดียวกันนี้เอง เมื่อเราเห็นหญิง "สวย" ก็เพราะรูปารมณ์อันได้แก่คลื่นของแสงจากจุดต่างๆ ของบนใบหน้า เช่น จมูก ตา แก้ม หน้าผาก ลูกคาง ผม สะท้อนมากระทบกับจิตที่ประสาทตาแต่ละจุดๆ เป็นขณะๆ ไป แล้วจิตจึงรวมเอาแต่ละจุดเหล่านั้นมาตัดสินอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องเหล่านี้ก็จะได้ความละเอียดลึกซึ้งโดยการศึกษาตามขั้นตอนเป็นลำดับไป พร้อมทั้งมีภาพแสดงการทำงานของจิต และของอารมณ์ที่มากระทบด้วย ผมขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านได้เข้าใจเพิ่มขึ้นอีกสักเล็กน้อย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:55:20 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 7

หญิงผู้หนึ่ง เมื่อชาติที่แล้วมาเคยหากินด้วยการขายตัวอยู่ตามซ่องในที่ต่างๆ มาเป็นเวลายาวนาน จนบังเกิดความสันทัดจัดเจน

ชายผู้หนึ่ง มีความประพฤติไม่ดีในทางเพศ คอยหาโอกาสที่จะกระทำผิดในบุตรหลาน หรือผู้หญิงที่มีผู้ปกครองให้มีความเสียหาย มีความตั้งใจจะกระทำผิดในทางเพศมาเป็นประจำเป็นเวลานานปี ไม่ยอมรับผิดชอบกับผู้หญิงคนไหนจริงจัง แม้จะตั้งครรภ์ขึ้น เขาก็จะหาเหตุผลเข้ามาหักล้าง เพื่อให้ตนพ้นไปจากความรับผิดชอบ

เมื่อหญิงและชายทั้งสองนี้ ได้โอกาสมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ อำนาจที่ได้อบรมในชาติอดีตก็จะมาร่วมอุดหนุน ให้ประพฤติปฏิบัติเรื่องที่ไม่สมควรในทางเพศอีก แม้จะอบรมแล้วด้วยดีในชาตินี้ แม้ว่าจะเกิดเป็นลูกผู้หญิงในตระกูลสูง คือ เป็นลูกเจ้าคุณ หรือมีศักดิ์ศรีอย่างไร ก็ห้ามใจไว้ไม่ได้ที่จะวุ่นวายในทางเพศ ถึงว่าอายุยังไม่มาก็ตาม พ่อแม่จะว่ากล่าวอย่างไรสั่งสอนกันมามากสักแค่ไหน เขาก็กล้าที่จะทำผิดในทางเพศได้ง่ายๆ แล้วมองเห็นว่า ไม่เห็นเป็นเรื่องร้ายอะไร เป็นเรื่องธรรมดาๆ คนอื่นๆ คิดมากกันไปเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 04:58:37 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 8

ผู้พิพากษาที่มาศึกษาพระอภิธรรมท่านหนึ่ง มาเล่าให้ผมฟังว่า มีหน้าที่อบรมผู้พิพากษาที่สอบเข้ามา โดยหลักการแล้วผู้ศึกษากฎหมายทุกท่านย่อมศึกษากันว่า ผู้ร้ายใจฉกรรจ์นั้นสืบสายโลหิตมาจาก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือในๆ เข้าไปอีกก็ได้

แต่ครั้นมาศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็บรรยายเพิ่มเติมว่าตามหลักสภาวธรรมนั้นสันดานผู้ร้ายเป็นจิตใจที่ถ่ายทอดตามสายโลหิตไม่ได้ หากแต่ผู้ที่มีสันดานผู้ร้ายมักจะไปเกิดกับพ่อแม่ที่เป็นผู้ร้าย หรือมีเรื่องราวมีความแตกแยกในครอบครัวในขณะปฏิสนธิ หรือถ้าพ่อแม่ยิ่งเสพสุรายาเมาด้วยแล้ว เด็กปัญญาอ่อนก็มักจะมาเกิดได้อย่างง่ายดาย

อำนาจของการสั่งสมอบรมมาย่อมจะเก็บไว้ในจิตใจ แล้วก็ส่งต่อไปเรื่อยๆ แก่จิตที่สืบต่อกันไม่ขาดสาย และอำนาจของกรรมที่ได้อบรมเหล่านั้นก็จะช่วยอุดหนุนให้เป็นไปต่างๆ ด้วยเหตุนี้พี่น้องท้องเดียวกันจึงมีอัธยาศัยใจคอแตกต่างกันมาก เป็นฟ้ากับดินก็ได้

อำนาจของการอบรมที่ได้กระทำผ่านมาแล้วในอดีต ที่เห็นได้ง่ายที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อเวลาจิตเกิดขึ้นมีความโลภหรือมีความโกรธ ความโลภหรือความโกรธนั้นก็ติดมาจากอดีตชาติทั้งสิ้น ทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครในชาตินี้สอนอะไรให้เลย ชาติก่อนมิได้ติดตัวมาแล้ว จะเอาความโลภ ความโกรธมาแต่ไหน

จิต"เห็น" ก็ดี จิต"ได้ยิน" ก็ดี ก็ล้วนแต่เป็นวิบากจิต เป็นจิตอันเป็นผลของกรรมที่ได้ทำเอาไว้แล้วทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้ อดีตกรรมไม่มี จิต"เห็น" จิต"ได้ยิน" จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [11 เม.ย. 2549 , 05:03:55 น.] ( IP = 58.9.136.118 : : )


  สลักธรรม 9

เคยสงสัยเหมือนกันค่ะว่า คนตาบอกจะฝันเป็นภาพสีหรือขาวดำ ...และก็เข้าใจเลยกับคำอธิบายนี้ของท่านอาจารย์ และก็ได้เข้าใจย้ำเข้าไปอีกถึงคำว่า วิญญาณ เพราะเป็นคำที่คนไทยใช้ด้วยความไม่เข้าใจที่แท้จริงมานาน แต่ถ้าศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็จะสิ้นความสับสน ..รวมทั้งในเรื่องการเกิดขึ้นของจิตที่ต้องเป็นไปตามเหตุด้วยค่ะ ...อ่านด้วยความเคารพบูชาพระอภิธรรมปิฎก และระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์ผู้เสียสละและเมตตา พากเพียรที่จะมอบปัญญาให้แก่เพื่อนร่วมทุกข์ทั้งหลาย

กราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพค่ะ และขอบพระคุณพี่เณรที่นำมาให้อ่านด้วยค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [11 เม.ย. 2549 , 08:48:32 น.] ( IP = 203.172.117.117 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org