มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คนเป็นกะเทยได้อย่างไร (ตอนที่๑๑)




คนเป็นกะเทยได้อย่างไร
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร



ตอนที่ (๑๐) อ่านที่นี่

ท่านสาธุชนทั้งหลาย เรื่องของชีวิตจิตใจนั้นมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนอย่างที่สุด ดังนั้น จึงควรจะศึกษาไม่ว่าจะเป็นของครูบาอาจารย์คนไหน ขออย่างเดียวอย่าได้ลืมศึกษาพระอภิธรรมเสียด้วยก็แล้วกัน

ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียวที่มันจะเกิดขึ้นมาได้โดยโดดเดี่ยวแต่ลำพัง ไม่ว่าเป็นคน เป็นสัตว์ หรือจะเป็นสิ่งของอะไรทุกๆ อย่าง หรือจะพูดว่า รูป-นามทั้งสิ้นก็ตาม กระดาษที่ท่านถืออยู่ในมือนี้ มันก็ประกอบไปด้วยเซลลูโรส อันเป็นเยื่อ ใยของไม้ชนิดต่างๆ วัตถุเคมีอีกหลายอย่างและหมึกพิมพ์ ชอล์คที่ครูใช้เขียนกระดานดำ มันก็มีแคลเซี่ยมซัลเฟต แคลเซี่ยมคาบอเนต และวัตถุเคมีอีกหลายอย่างเหมือนกัน

เราจะค้นหาอย่างไรก็ไม่พบว่ามีอะไรที่เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพังได้ กระดาษและชอล์คที่ยกขึ้นมา ในทางธรรมเรียกว่า รูป หรือจะพูดว่าสสารและพลังงาน ในทางธรรมะก็จะต้องมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี กลิ่น รส และโอชะ เรียกว่า อวินิพโภครูป ๘ อยู่เป็นประจำ ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้เลยเป็นอันขาด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:03:53 น.] ( IP = 58.9.136.216 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ด้วยเหตุที่ธรรมชาติทั้งหลายต้องอยู่รวมกันหลายอย่างดังนี้ ท่านผู้ใดเข้าใจว่า จิตนั้นเกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพังจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูก และไม่ถูกต้องอย่างก่อความเสียหายให้มิใช่น้อย เพราะถ้าเข้าใจว่าจิตนั้นโดดเดี่ยวมั่นคงถาวร ความเข้าใจผิดดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสกัดกั้นปัญญาความเป็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา มิให้ปรากฏเมื่อเวลาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แล้วหนทางเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ก็ถูกอุดตัน

ในมหาตัณหาขยสูตร ครั้งพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตำหนิพระสาติเป็นอันมาก ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ เพราะพระสาติมีความเข้าใจในเรื่องวิญญาณเหมือนศาสนาพราหมณ์ คือเข้าใจว่า วิญญาณเที่ยง วิญญาณย่อมแล่นไปโดยเข้าใจว่า คนตายแล้ววิญญาณนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์ มีอำนาจล่องลอยไปเกิดใหม่ได้ตามบุญและบาป ที่ตนได้ทำเอาไว้

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่เกิด ไม่ดับ และตั้งอยู่โดดเดี่ยวแต่ลำพัง หากแต่จะต้องเกิดดับแล้วยังรวมกันอยู่หลายๆ อย่าง เหตุผลที่ควรจะทำความเข้าใจก็คือ มันรวมกันอยู่หลายอย่างทำไม ธรรมชาติเลือกคัดให้มันเกิดขึ้นมาหลายอย่างแล้ว ถ้าไม่มีประโยชน์อะไรเลยก็ย่อมจะไม่ใช่ฝีมือของธรรมชาติเป็นแน่

ธรรมชาติทั้งหลาย มันเกิดขึ้นมารวมกันหลายอย่าง ก็เพราะแต่ละอย่างมันมาช่วยกันทำงานเพื่อให้งานที่ทำนั้นสำเร็จไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:08:32 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งพูดว่า "บ้าน" ออกไป คนไทยทั้งหลายก็พากันเข้าใจว่า "บ้าน" นั้นคืออะไร แต่ว่าบ้านจะมีของชิ้นเดียวอย่างเดียวได้หรือ แน่นอน บ้านมันก็จะมีเสา มีพื้น มีหลังคา มีข้างฝา มีประตู หน้าต่าง และน๊อตหรือตะปู
ชิ้นส่วนต่างๆ ที่มารวมกันเป็นบ้านนั้น มันล้วนแต่มีงานของมันทั้งสิ้น เพราะเสามันก็ทำงานค้ำยันให้บ้านตั้งเป็นรูปทรงอยู่ได้ มีพื้นจะได้เป็นที่อาศัยของคน มีหลังคาเอาไว้กันแดดกันฝน มีข้างฝาเอาไว้กันขโมย และกันแดด กันฝน กันลม มีหน้าต่างก็จะได้ใช้ให้อากาศถ่ายเท มีประตูก็จะใช้เข้าออกได้ มันเกิดขึ้นมาช่วยกันทำงานทั้งนั้น และแต่ละชิ้นส่วนรวมกันเราจึงสมมุติเรียกว่าเป็นบ้าน แต่ว่าบ้านจริงๆ หาได้มีไม่ เพราะถ้าชิ้นส่วนต่างๆ มากองกับพื้น บ้านก็จะหายไป

เราพูดคำว่า "คน" ก็เหมือนกัน มันก็จะต้องมีหน้าตา ร่างกาย เขน ขา กระดูก อวัยวะภายใน และจิตใจ แต่ละชิ้นส่วนมันมีงานทำกันทั้งนั้น แต่ละชิ้นส่วนมารวมกันเราจึงเรียกว่า คน ชิ้นใดชิ้นหนึ่งหาเป็นคนได้ไม่

จิตก็เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นนามธรรมก็ตามที่เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวไม่ได้ ต้องมีการประชุมที่มาเกิดร่วมกันก็เพื่อจะทำงาน ตัวที่มาประชุมร่วมกันเหล่านี้เรียกว่า เจตสิก
มีอย่างเดียวมันก็ผิดธรรมชาติเป็นบ้านหรือเป็นคนไม่ได้ และไม่ใช่ฝีมือของธรรมชาติเป็นแน่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:12:29 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อตั้งคำถามว่า เจตสิกคืออะไร ก็ได้คำตอบว่าเจตสิกคือธรรมชาติที่ประกอบกับจิต เกิดพร้อมกับจิต ดับพร้อมกับจิต มีอารมณ์เดียวกับจิต และที่ตั้งที่อาศัยก็อยู่ในที่เดียวกันกับจิต

เจตสิกที่ประกอบกับจิตนั้น เรียกว่า เจโตยุตฺตลกฺขณํ คือการประกอบที่บริบูรณ์ด้วยลักษณะ ๔ ประการคือ

๑. เอกุปฺปาท เกิดพร้อมกับจิต
๒. เอกนิโรธ ดับพร้อมกับจิต
๓. เอกาลมฺพน มีอารมณ์อันเดียวกับจิต
๔. เอกวตฺถุก อาศัยวัตถุอันเดียวกับจิต


เพราะว่าชิ้นส่วนต่างๆ ที่มาร่วมประชุมกันเป็นบ้านนี้เองที่ทำให้บ้านมีรูปแบบต่างกันออกไป เช่น หน้าจั่ว ขื่อ แป ข้างฝา เป็นต้น แล้วก็สมมุติชื่อขึ้นมาใหม่เพื่อเรียกขานกันให้เข้าใจ เช่น บ้านปั้นหยา บ้านไทย บ้านแแบฝรั่ง บ้านบังกะโล ไปจนถึงกระท่อมห้องหอ หรือห้องแถว

เพราะชิ้นส่วนที่มารวมกันเป็นคน ก็มีความแตกต่างกันไปจึงได้ชื่อว่าเป็นคนเหมือนกัน แต่คนทั้งหลายหาได้เหมือนกันไม่ บางคนเตี้ย บางคนสูง บางคนตาโต บางคนตาเล็ก

เพราะชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันจึงได้เป็นบ้าน และเพราะชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันจึงได้เป็นคน แม้จะชื่อว่าเป็นบ้าน เป็นคน ก็หาได้เหมือนกันไม่ ย่อมต่างๆ กันออกไปก็แล้วแต่หรือตามที่ชิ้นส่วนที่มาประชุมกันเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:15:50 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 4

ที่ชื่อว่า "จิต" เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ก็เหมือนกัน เพราะมีเจตสิกมาร่วมประชุมกันจึงได้เป็นจิต และเพราะมีเจตสิกมาร่วมช่วยกันปรุงแต่ง ดังนั้นจิตจึงเป็นโลภะบ้าง โทสะบ้าง ซึ่งเป็นบาป และอโลภะบ้าง อโทสะบ้าง ซึ่งเป็นบุญ เป็นต้น

ถ้าบ้านพังลงไป ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านก็ทลายลงไปด้วย คำว่าบ้านก็หายไป ถ้าชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านประชุมกันขึ้นมาใหม่ บ้านก็เกิดขึ้นใหม่ คนก็เหมือนกัน ถ้าจิตใจไม่มีเขาก็เรียกว่าศพ หาเป็นคนได้ไม่

ธรรมชาติของจิตก็เหมือนกัน ถ้าเราจะอธิบายเหมือนกับจุดไฟขึ้นที่เทียนก็ได้ เมื่อจุดไฟแล้ว ไฟก็เกิดขึ้น แสงสว่างก็เกิดขึ้น ความร้อนก็เกิดขึ้น พลังงานจากความร้อน และพลังจากแสงสว่างก็เกิดขึ้น ถ้าไฟเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นพร้อมกัน ถ้าไฟดับมันก็ดับพร้อมกัน ทั้งมันก็อยู่ในที่เดียวกันด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:17:59 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 5

เจตสิกที่รวมกันทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๕๒ ประเภท เป็นเจตสิกที่เป็นกลางๆ สามารถเกิดร่วมกับบาปก็ได้ กับบุญก็ได้ และไม่บาปไม่บุญก็ได้ ประเภทหนึ่ง อกุศลเจตสิกจะประกอบกับเฉพาะจิตที่เป็นอกุศลจิตเท่านั้นประเภทหนึ่ง และโสภณเจตสิกจะประกอบกับเฉพาะจิตที่เป็นโสภณจิตเท่านั้นอีกประเภทหนึ่ง

ก็น่าอัศจรรย์ เมื่อผู้ใดเกิดจิตคิดหรือทำไปในฝ่ายอกุศล เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น เจตสิกที่เป็นกลางๆ กับเจตสิกฝ่ายที่เป็นอกุศลก็จะเข้ามาเกิดร่วมกัน เราก็เรียกผู้นั้นว่า ได้กระทำบาป หรือพูดว่าอกุศลจิตเกิดขึ้น

เมื่อผู้ใดมีจิตคิดหรือทำไปในฝ่ายกุศล เช่นทำบุญให้ทาน เมตตากรุณา เป็นต้น เจตสิกที่เป็นกลางๆ กับเจตสิกเป็นฝ่ายโสภณก็จะเข้ามาเกิดร่วมกัน เราก็เรียกผู้นั้นว่า ได้กระทำบุญหรือพูดว่า กุศลจิตเกิดขึ้น

ขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านได้เห็นหน้าตาบ้างเล็กน้อยพอจะได้มีความเข้าใจ แต่ถ้าศึกษาเล่าเรียนจริงๆ แล้วก็มีความละเอียดลึกซึ้งมาก เพราะจะแสดงถึงจิตประเภทไหนเกิดขึ้นมีเจตสิกอะไรบ้าง เข้ามาร่วมกันทำงานและทำงานกันอย่างไร เก็บอารมณ์ เก็บบุญ เก็บบาปเอาไว้ที่ไหน และบุญบาปที่เก็บเอาไว้เหล่านั้นสามารถแสดงออกคือ ให้ผลได้อย่างไร เหตุใดคนทำความดีจึงมองเห็นกันอยู่ทั่วไปว่าไม่ได้รับผลดี และคนชั่วร้ายกลับมีความร่ำรวยหรือมีความสุข ความสบาย

ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาให้ท่านได้พิจารณานั้น เป็นตัวอย่างที่จะทำให้พอมองเห็นหน้าตาบ้างเท่านั้น เพราะเรื่องเจตสิกนั้นผมบรรยายอยู่ที่อภิธรรมมูลนิธิสัปดาห์ละ ๒ ชั่วโมง ก็ต้องใช้เวลาปีเศษสำหรับเพียงเพื่อจะได้อาศัยเป็นพื้นฐานในการศึกษาสูงขึ้นไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:21:11 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 6

เมื่อเวลาจิตเกิดขึ้นรับอารมณ์ จิตกับเจตสิกก็จะเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ เพราะจิตเกิดขึ้นที่ไหนเจตสิกก็จะอยู่ในที่นั้น จิตรับอารมณ์อะไรเจตสิกก็ร่วมรับอารมณ์อย่างเดียวกัน เหมือนพูดว่ามีครูก็ต้องมีศิษย์ พูดว่าพ่อแม่ก็ต้องมีลูก พูดว่าสามีก็ต้องมีภรรยา ชิ้นส่วนของไม้มาประชุมกันให้ถูกต้อง บ้านนันก็เกิดขึ้น เจตสิกร่วมประชุมกันจิตก็เกิดขึ้น ไม่ใช่มีเจตสิกต่างหากแล้วก็เอามารวมกับจิตอีกทีหนึ่ง ผมจึงขอเขียนรูปให็ดูเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ คือ วงกลมใหญ่สมมุติว่าเป็นจิต และวงกลมเล็กๆ สมมุติว่าเป็นเจตสิก



เจตสิกตามรูปที่ท่านได้เห็นนั้นอยู่ในพวกที่เรียกว่า อัญญสมานาเจตสิก ซึ่งหมายถึงเจตสิกที่ร่วมประกอบกับจิตที่เป็นอกุศล หรือที่เป็นกุศลก็ได้ มีจำนวน ๑๓ แล้วได้แยกเป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ประเภท ซึ่งหมายถึงเจตสิกที่ประกอบกับจิตทั้งหมดทุกๆ ประเภท ซึ่งผมขอยกขึ้นมาให้เป็นตัวอย่างให้ท่านได้พิจารณา ส่วนปกิณกเจตสิกอีก ๖ ประเภทจะของดเอาไว้ ส่วนอกุศลหรือโสภณเจตสิก ก็จะเสนอต่อท่านบ้างนิดหน่อย ขอท่านทั้งหลายได้โปรดศึกษาให้จริงจังต่อๆไป ผลที่ได้นั้นมิใช่เล็กน้อยเลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:31:57 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 7

เมื่อเวลาเราจะทำการงานอะไร การงานที่ทำนั้นมันก็มีขั้นมีตอน การงานที่ทำบางทีก็สลับซับซ้อน แต่ผู้ที่มิได้คิดพิจารณา ผู้ที่มิได้ประกอบการงานนั้นมาก็ไม่อาจจะทราบได้ถึงเรื่องอะไรที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ ดังนั้น จึงพูดออกไปอย่างง่ายๆ ตามประสาของคนที่ไม่มีความเข้าใจ แต่ช่างคิดช่างพูดช่างออกความเห็น

ตัวอย่างเช่น นายช่างทำบ้านเรือนสักหลังหนึ่ง เขาจะต้องรู้จักตัวไม้ที่จะทำบ้านเรือนนั้นทุกๆ ชิ้น ว่ามันมีรูปร่างอย่างไร หนาบางแค่ไหน กว้างและยาวมากน้อยเท่าใด จะใช้ตัวยึดโยงอันได้แก่น๊อตหรือตะปูขนาดไหน ใครจะเป็นผู้ตกแต่งตัวไม้แล้วประกอบมันขึ้นอย่างไรจึงจะได้ผลดี

ช่างไม้ก็ต้องรู้เรื่องของช่างไม้ให้ดีเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวกับผลได้ผลเสียของตนเอง ด้วยเหตุดังนี้ ผู้ไม่เคยศึกษาเรื่องของช่างไม้ ก็ย่อมจะปลูกบ้านสร้างเรือนไม่ได้ อย่างน้อยก็จะต้องมีความเข้าใจบ้าง สำหรับตัวของเราเองก็เหมือนกัน จะต้องรู้เรื่องจิตใจของเราเป็นพิเศษ หาไม่แล้วจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของเราได้อย่างไรเล่า

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 เม.ย. 2549 , 06:33:49 น.] ( IP = 58.9.137.176 : : )


  สลักธรรม 8

มาศึกษาต่อค่ะ ..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเพียงลำพังได้ทั้งรูปและนาม หากไม่ศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็ยากที่จะทราบถึงความสัมพันธ์และองค์ประกอบที่ทำหน้าที่ต่างๆกันนะคะ ..อ่านด้วยความเคารพในพระธรรม และระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์บุญมีผู้เมตตาค่ะ และขอบพระคุณพี่เณรด้วยนะคะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [14 เม.ย. 2549 , 17:19:12 น.] ( IP = 58.136.206.143 : : )


  สลักธรรม 9

เข้ามาศึกษาต่อค่ะ...กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [14 เม.ย. 2549 , 22:47:52 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org