| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
คนเป็นกะเทยได้อย่างไร (ตอนที่๑๘)
คนเป็นกะเทยได้อย่างไร
โดย. ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ (๑๗) อ่านที่นี่
แม้ผู้ที่มิได้ป่วยไข้ แต่เป็นผู้สูงอายุ เมื่อได้ศึกษาและปฏิบัติตัวให้ถูกต้องแล้ว ก็จะได้ทราบว่า ควรจะได้ปลูกสร้างอำนาจจิตของตนอย่างไรบ้าง จึงจะทำให้สุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้น และอยู่ดูโลกต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือมีจิตใจแช่มชื่นแจ่มใส แล้วยังช่วยให้ความป่วยไข้ที่เยื้องกรายเข้ามาใกล้ลดน้อยลงไปเท่าที่กรรมที่ทำในปัจจุบันจะช่วยได้ มิหนำซ้ำผลที่ได้กระทำไปทั้งหมดนี้ก็จะได้ติดตามไปเพื่อช่วยชีวิตในชาติข้างหน้าด้วย
ผู้ที่ศึกษาหาความจริงของเรื่องชีวิตได้ดีพอสมควรแล้ว ก็จะไม่ทอดอาลัยในชีวิตของตน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จะค้นคว้าหาความรู้ต่อๆไป เท่าที่จะทำได้เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า มีประโยชน์อันมหาศาลแก่ตนเองอย่างไร แล้วจะพยายามช่วยตัวเองอยู่ทุกๆ ทางให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดีขึ้นเท่าที่จะมีช่องทางทำได้ แม้จะป่วยไข้หนักหรือเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ และแม้ว่าจะมีอายุมากประการใด ก็จะพยายามกระทำอำนาจจิตของตนเข้าช่วยให้มากที่สุด
เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า อำนาจของจิตใจที่ได้สร้างขึ้นเอาไว้นั้นเข้าไปมีบทบาทต่อร่างกายอย่างสำคัญ จะไม่มีการพร่ำพรรณนา ถึงเรื่องอันแสนเศร้าในอดีตที่แสนไกล และจะไม่เฝ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะต้องพลัดพรากจากสิ่งใดอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็นอะไร ทั้งนี้ก็เพราะทราบอย่างจริงแท้แน่แก่ใจแล้วว่าเกิดและตายมามากมายจนนับจำนวนชาติที่เกิดไม่ไหวแล้ว เรื่องอะไรจะมากังวลห่วงใยเพียงแต่ในชาตินี้ เหตุใดจึงมิได้คิดเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ในชาติข้างหน้า และถ้าได้สร้างจิตให้หันเหไปแต่ในทางร้ายแล้ว การจะอุบัติขึ้นมาในชาติต่อไปก็ย่อมยากที่จะดีได้แล้วก็มีหวังในหนทางไปสู่อบายได้รับความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัสก็ได้โดยง่ายโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:32:16 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 1บางคนพูดว่าไม่กลัวความตายเลย จะตายเมื่อไรก็ได้ จะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็ไม่แคร์ ขออย่างเดียวเท่านั้น คืออย่าให้มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานก่อนที่จะตายลงไปเท่านั้น
ผู้พูดยังมิได้เข้าใจเรื่องของกรรมดีพอ พูดราวกับจะขอว่า วันนี้ขออย่าให้ฝนตก ขออย่าให้แดดออก หรือขออย่าให้พระอาทิตย์ขึ้น
ผู้ซึ่งมีความเข้าใจเรื่องของกรรมอยู่บ้าง ก็จะมีจิตใจเข้มแข็งเพราะทราบอยู่ว่า เราเป็นหนี้เขาแล้วจะไม่ชำระหนี้ให้แก่เขาได้อย่างไร แล้วก็จะพยายามกระทำกรรมในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะช่วยตัวเองโดยใช้อำนาจจิตให้มากที่สุดเท่าที่จะช่วยได้ด้วย
จะพยายามสะเดาะเคราะห์เพื่อช่วยตัวเองโดยการสร้างกุศลกรรม มีการบริจาคทาน รักษาศีล ทำสมาธิ ทำวิปัสสนา และจะหมั่นปล่อยสัตว์ที่จะถูกฆ่าตายอยู่เสมอเท่าที่จะมีโอกาสกระทำได้ อันเป็นการทำมหากุศลกรรมในปัจจุบัน
ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาพอ จะมีความเข้าใจ ก็จะไม่หลงงมงาย โดยไปสะเดาะเคราะห์ หรือบนบานศาลกล่าวต่อเทพเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โดยยอมเสียเงินเสียทองหรือข้าวของไปเป็นจำนวนมากมาย เพื่อขอให้ตนมีลาภ ขอให้คนหายป่วยไข้ ขอให้ตนสอบไล่ได้ ขอให้ตนรอดพ้นจากความตาย เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า บรรดาเทพเจ้าทั้งหลายหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ก็ดลบันดาลอะไรให้ไม่ได้ ท่านเหล่านี้ก็หนีไปจากอำนาจของกรรมไปไม่พ้นเหมือนกับเราทั้งหลาย
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:35:41 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 2
แต่อย่างไรก็ดี แม้จะดลบันดาลอะไรให้ตามชอบใจไม่ได้ก็จริง ก็จะกระทำลงไปตามสมควร เพราะเรื่องของกรรมที่กระทำในปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องสำคัญส่วนหนึ่งซึ่งไม่บังควรที่จะทอดทิ้งไปเสีย เช่นเรื่องอันเกิดจากการกุศล เรื่องอำนาจจิตของมนุษย์และของเทพ ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจจิตของตนเองร่วมลงไปด้วย ข้อที่ต้องระวังก็คือ ไม่ยอมตกหลุมของผู้ใดง่ายๆ
เพราะจะเกิดผลดีขึ้นมาสัก ๑๐๐ % อันเกิดจากอำนาจจิตอันเป็นกรรมในปัจจุบันก็ยังดีกว่าที่จะไม่ได้ และดีเป็นร้อยเท่าของผู้ที่เฝ้าแต่ตีโพยตีพาย คิดเสียใจหรือร้องไห้ฟูมฟาย หรือผู้ที่ความหวังพังทลาย ชีวิตปราศจากความหมาย และหาที่พึ่งอะไรไม่ได้เอาเสียเลยโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:37:27 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 3อำนาจจิตผันแปรรูปได้
จิตใจนั้นมีบทบาทโดยตรงกับร่างกาย จิตเป็นหัวหน้าในการร่วมประชุมแล้วทำรูป(ร่างกาย) เป็นไปต่างๆ หรือทำให้รูป(ผันแปรจากรูปเดิม)ปรากฏขึ้นได้ ทำให้รูปตั้งมั่น ทำให้รูปเคลื่อนไหว เช่นทำให้รูปยืนอยู่นิ่งๆ ก็เป็นรูปหนึ่ง หรือทำให้รูปก้าวเดินทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเป็นไปอีกรูปหนึ่ง คือเป็นรูปของเท้าที่ก้าวต่อๆ กันไปเป็นรูปก้าวเดิน จะทำให้หัวเราะหรือจะทำให้ร้องไห้ คือทำให้หน้า ทำให้แก้ม ทำให้ปาก ทำให้ลิ้นเป็นไปต่างๆได้ รูปเหล่านั้นก็เกิดขึ้นมา ก็เพราะอำนาจของความปรารถนาหรือเจตนาโดยตรงของจิตใจ
ตัวอย่างเช่น คนเดินได้ก็จะต้องมีเหตุมาประชุมกันอย่างน้อยถึง ๖ เหตุ ได้แก่
๑. กรรมชรูปดี คือระบบประสาทไม่บกพร่อง (กายปสาทะเกิดจากอำนาจของกรรมร่วมด้วย)
๒. มีจิตคิดจะเดิน จะต้องคิดนิดหนึ่งก่อนที่จะก้าวเท้าไหนออกไป
๓. มีจิตสั่ง คือเจตนาที่จะเดินไป
๔. จิตตชวาโยธาตุ คือ อำนาจหรือพลังของจิต (เช่น คนถูกไฟไหม้ยกของหนักได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจเพราะความตกใจ เป็นต้น)
๕. อุตุชวาโยธาตุ อำนาจหรือพลังของความร้อน
๖. อาหารชวาโยธาตุ อำนาจหรือพลังของอาหาร
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:44:21 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 4แม้จะมีเหตุหลายเหตุมาร่วมประชุมกันทำงาน หรือทำงานร่วมกันก็ตาม แต่จิตก็เป็นประธาน คือเป็นหัวหน้าเหมือนผู้จัดการธนาคารหรือผู้จัดการห้างร้าน
คนที่ตายแล้วเราก็เรียกกันว่า "ศพ" ย่อมจะไม่มีจิตใจ ก็ย่อมจะยืน เดิน หัวเราะ ร้องไห้ และหายใจซึ่งเกิดจากอำนาจของเจตนาโดยตรงไม่ได้ เพราะไม่มีจิตใจ แต่อย่างไรก็ดี จิตใจของคนที่ยังไม่ตาย ก็ย่อมจะมีอำนาจโดยปริยายได้ เพราะในเวลานอนหลับ(ภวังคจิต) แม้จะมิได้มีความปรารถนาโดยตรง แต่จิตใจมันก็ยังทำงานและบังคับรูปได้ ทำให้หัวใจเต้น ทำให้ปอดทำงานโดยขยายเข้าและออกได้ และทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนที่อยู่เสมอตลอดเวลาได้
ผู้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจก็จะทราบว่า ในขณะเห็น ได้ยิน คิดนึก หยุดอยู่นิ่งๆ เคลื่อนไหวหัวเราะหรือร้องไห้ และตลอดเวลาที่กำลังนอนหลับสนิทนั้น จิตใจกับร่างกายมันทำงานกันอย่างไร ทั้งยังมีตัวเลขควบคุมอยู่ทั่วไป เพื่อให้เข้าถึงความจริงอันลึกซึ้งและเพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดดูหมิ่นพระพุทธศาสนาแล้วพูดธรรมะเอาตามชอบใจ ผมจึงขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านผู้อ่านได้เห็นสักเล็กน้อย
จักขุวิญญาณ คือ "เห็นรูป" ก็จะต้องมีเหตุมาร่วมประชุมกันว่าโดยพิสดารมีถึง ๗๓ เหตุ และจะต้องมีเหตุในชาติอดีตเกิดร่วมด้วย ถ้ามิได้มีชาติอดีตแล้ว จิตหรือวิญญาณอันได้แก่ความรู้สึก "เห็น" จะเกิดขึ้นมาไม่ได้อย่างแน่นอน
ผู้ศึกษามีความเข้าใจแล้วก็จะไม่มีความข้องใจสงสัยในเรื่องของชาติอดีตและชาติหน้าอีกต่อไป ผมขอแสดงสาเหตุโดยย่อของจิต "เห็น"(ซ้ำกันไม่นับ) พอให้เป็นตัวอย่าง ดังนี้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:48:57 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 5๑. ปัญจทวาราวัชชนจิต เป็นปัจจัยให้ ๕ ปัจจัย
๒. ปัจจุบันรูปารมณ์ เป็นปัจจัยให้ ๔ ปัจจัย
๓. มัชฌิมายุกจักขุปสาท เป็นปัจจัยให้ ๖ ปัจจัย
๔. อดีตกรรมเจตนา เป็นปัจจัยให้ ๒ ปัจจัย
๕. อาโลก เป็นปัจจัยให้ ๑ ปัจจัย
๖. สัพพจิตตสาธารณเจตสิก เป็นปัจจัยให้ ๑๐ ปัจจัย รวม ๒๘ ปัจจัย
เจตนา คือ ความปรารถนาของจิตใจนั้น มีอำนาจหรือมีความสามารถทำให้รูปคือร่างกายเป็นไปต่างๆ ซึ่งเรียกว่า จิตชรูป ดังได้กล่าวมาแล้วย่อๆ ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะได้รายละเอียดเป็นอันมาก เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นรูปร่างหน้าตาบ้าง จึงขอยกหลักการขึ้นมาให้ได้เห็นเป็นตัวอย่างอีกเล็กน้อย คือ
๑. จิตชรูปสามัญ หมายถึง ปกติธรรมดาๆ ของร่างกาย เช่นการหายใจเข้าออก หัวใจเต้น กระเพาะอาหารลำไส้เคลื่อนไหว และจิตทำให้เกิดจิตชรูปสามัญได้ ๗๕ ประเภท คือ
อกุศลจิต ๑๒ ประเภท (บาป)
กามาวจรโสภณจิต ๒๔ ประเภท (บุญ)
โลกุตรจิต ๘ ประเภท (พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด) เป็นต้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:53:40 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 6๒. จิตชรูปที่ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้ มี ๑๓ ประเภท คือ
โสมนัสโลภมูลจิต ๔ ประเภท (เกี่ยวกับบาป)
โสมนัสมหากุศล ๔ ประเภท (เกี่ยวกับบุญ) เป็นต้น
๓. จิตชรูปเกี่ยวกับร้องไห้ มี ๒ ประเภท คือ โทสมูลจิต ๒ ประเภท
๔. จิตชรูปที่ทำให้เคลื่อนไหวอิริยาบถน้อย เช่น ก้ม เงย คู้ เหยียด เกิดจากจิต ๓๒ ประเภท คือ
มโนทวาราวัชชจิต ๑ (เปิดประตูทางมโนทวาร)
กามชวนจิต ๒๙ (เสพอารมณ์บาป บุญ ไม่บาปไม่บุญ)
อภิญญาจิต ๒ (ทำอิทธิฤทธิ์ต่างๆ)
๕. จิตชรูปที่เกี่ยวกับการพูด ได้แก่จิต ๓๒ เท่ากับข้อ ๔
๖. จิตชรูปที่เกี่ยวกับอิริยาบถใหญ่ คือ ยืน เดิน นั่น นอน ต้องอาศัยจิตจำนวน ๓๒ เหมือนข้อ ๔ และข้อ ๕
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:56:16 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 7๗. จิตชรูปเกี่ยวกับอิริยาบถใหญ่ที่ตั้งมั่น คือ ยืน เดิน นั่น นอน ที่เป็นไปตามปกติของคนธรรมดา และจิตที่ทำให้อิริยาบถตั้งมั่นเป็นอัปปนา รวมต้องใช้จิตจำนวน ๕๘ ประเภทคือ
มโนทวาราวัชชจิต ๑
กามชวนจิต ๒๙
อภิญญาจิต ๒ (ทำฤทธิ์ต่างๆ)
อัปปนาชวนจิต ๒๖ (มหัคคตกุศล ๙ -กิริยา ๙ -โลกุตตร ๘)
เจตนา ๒๕ ประเภทให้อำนาจก่อให้เกิดกรรมชรูปได้ ๑๘ ในสันดานของสัตว์ที่มีขันธ์ ๕ ตั้งแต่อุปาทะขณะของปฏิสนธิจิตไปจนตลอดชีวิต และกรรมชรูป คือรูปอันเกิดจากกรรมนี้ที่มาผันแปรเซลล์ของสัตว์ ก็เป็นกรรมที่เกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่อดีตกาล
ส่วนจิตชรูป อันเป็นรูปที่จิตก่อให้เกิดขึ้นนั้นเป็นไปในปัจจุบันกาล
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 เม.ย. 2549 , 08:59:04 น.] ( IP = 58.9.141.88 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
โดย เซิ่น [21 เม.ย. 2549 , 18:02:23 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
สลักธรรม 9ติดตามมาศึกษาต่อค่ะ ยิ่งศึกษาก็ยิ่งเกิดความรู้ความเข้าใจทำให้พบเห็นสิ่งที่ดีหลายๆ อย่าง ....กราบของพระคุณท่านอาจารย์บุญมีผู้เมตตาค่ะ และขอบพระคุณพี่เณรด้วยนะคะที่นำมาให้อ่าน
โดย น้องกิ๊ฟ [22 เม.ย. 2549 , 15:28:00 น.] ( IP = 58.136.205.110 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |